ใกล้จะถึงคืนวันพระจันทร์เต็มดวงแล้ว ทั่วทั้งบริเวณจึงกระจ่างตา เงาสีเทาที่เคลื่อนขึ้นกำแพงพร้อมกันสังเกตไม่ยากนัก หากแต่คนข้างในมัวแต่พูดคุยและดื่มฉลองกัน “พวกเจ้าอย่าดื่มให้มาก อีกสองวันเราจะต้องทำงานใหญ่แล้ว หมดแค่นี้ก็แยกย้ายกันพักผ่อนได้” หนุ่มวัยกลางคนร่างใหญ่หันไปสั่งการผู้มีหนวดเครารุงรัง “เจ้าไปดูเวรยามให้รัดกุม เรียบร้อย” เขาค้อมศีรษะรับคำ วางจอกเหล้าแล้วเดินออกจากอาคารไป หานซูลี่ลอบสังเกตผู้เป็นหัวหน้า เมื่อเห็นแล้วจึงแฝงเงาไปขว้างฝุ่นจับตัวคนไว้ที่ด้านหลังของเขา แล้วเคลื่อนกลับผนังเช่นเดิม เคราะห์ดีพวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านไม้ที่เก่าคร่ำครา ซ้ำยังไม่กล้าจุดตะเกียงและคบไฟรอบนอก เพราะเกรงผู้อื่นจะสังเกตได้ว่ามีแสงสว่างจากบ้านร้าง องค์หญิงจึงแฝงตัวที่เพดานได้อย่างแนบเนียน ไม่นานนักเหนือหลังคาปรากฏเสียงฝีเท้าที่เบาประดุจเสียงแมว ด้วยความสามารถของนินจาจึงจับเสียงพิเศษนี้ได้ นางเคลื่อนกายออกจากใต้เพดานไปแนบกับผนัง‘ข้าลืมไปเลยว่า องครักษ์เงามาเยอะ เจ้าพวกนี้เอะอะก็ซ่อนอยู่เพดานลูกเดียว ไม่มีความก้าวหน้าซ่อนอยู่ที่อื่นกันบ้างเลย เฮ้อ!’
Read More