Lahat ng Kabanata ng ท่านอ๋องกับชายาหมี : Kabanata 1 - Kabanata 10

87 Kabanata

1 เรื่องซุบซิบในเมืองหลวง

หลังจากมีราชโองการให้องค์ชายเก้าอภิเษกสมรสกับองค์หญิงซู่ลี่แห่งแคว้น หมิง บรรดาผู้คนในเมืองหลวงล้วนแต่ฮือฮากัน ภัตตาคารบึงหงส์ที่ปกติก็มีคนมีฐานะเข้าออกกันอยู่เรื่อยๆ กลับมาคึกคักคล้ายตลาดนัดทันตาเห็น จินวั่งซูก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่เร่งรุดไปตั้งแต่ประตูร้านบานแรกเพิ่งเปิดเพื่อจองโต๊ะด้านหน้าระเบียงติดทางเข้า แน่นอนว่า...ตำแหน่งนั้นไม่ว่าผู้ใดจะผ่านไปมา ย่อมเห็นเขาก่อนเพื่อน และเพื่อให้ทุกคนพร้อมจะหยุดยืนคุย คุณชายจินจึงแต่งกายด้วยชุดสีส้มสะดุดตาเป็นพิเศษ ‘นี่มันใช่ สีที่คุณชายควรใส่ไหมหนอ ’ แม้หลายคนจะรำพึงรำพันเช่นนั้นในใจ แต่เมื่อชุดสีส้มอยู่บนเรือนร่างสูงโปร่ง ผิวพรรณผุดผ่อง ใบหน้านวลเนียน ของจินวั่งซูผู้รูปงามติดอันดับหนึ่งในยี่สิบของเมืองหลวง กลับชวนให้พิศแล้วพิศอีก “เจ้ารู้เรื่องนั้นหรือยัง ....” เรื่องที่คนผู้นั้นอยากเล่าให้เราฟัง ล้วนขึ้นต้นด้วยประโยคนี้เสมอ จากนั้นพวกเขาก็ซุบซิบนินทากันสนุกปาก ที่สนุกอย่างยิ่งก็คือ ข่าวลือที่ว่า องค์หญิงซู่ลี่มีรูปโฉมตามคำจำกัดความว่า “งาม-ล่ม-เมือง” นั้น แท้จริงเป็นเพื่อกลลวงของแคว้นเว่ย องค์ชายหานจ
Magbasa pa

2 ข้าต้องรีบอภิเษก

การเดินงุ่นง่านวนไปมาของร่างขาวใหญ่ทำเอานางกำนัลทั้งสองปวดศีรษะ “องค์หญิงเพคะ หยุดก่อนเถอะ พวกเราปวดหัวแล้ว” นางกำนัลชาวเว่ยเอามือกุมขมับ รูปร่างนี้ขององค์หญิงนางเห็นทีไรก็ทำใจไม่ได้ทุกครั้ง “พี่ซูเจิน ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์คับขันแล้วนะท่าน” เป่ยซูเมิ่งนางกำนัล ผู้น้องน้ำเสียงร้อนรน “หากเปิ่งกงยังไม่ได้อภิเษกในเร็ววัน เงินที่เราเตรียมมาก็คงจะหมดลง แล้วถ้าเกิดเอาสินเดิมที่ขนมาด้วยออกมาใช้ แคว้นเว่ยก็จะขายหน้า” หานซู่ลี่ขมวดคิ้วจนแทบจะจมหายในร่องก้อนเนื้อย่น “เป็นเพราะท่านอ๋องเก้าทรงถ่วงเวลาหรือเปล่าเพคะ ” “จะเพราะอะไรก็ตาม เปิ่นกงก็ต้องเร่งฮ่องเต้ ถ้าอยู่ในวังหลวงเช่นนี้ เปิ่นกงย่อมหาโอกาสเล็ดลอดออกไปข้างนอกได้ยากขึ้น”หานซู่ลี่แอบหลบออกไปข้างนอกสองครั้ง ครั้งแรกนางออกไปรับงานขนส่งของมีค่าให้กับคหบดีใหญ่ในเมืองหลวง พอได้เงินมาใช้จ่าย ครั้งที่สองนางบังเอิญพบว่า จวิ้นอ๋อง หมิงเฉินกงหรือองค์ชายสิบสองแอบปลอมเป็นพ่อค้าข้าวสารกำลังจะไปแคว้นจิน คราวนั้นนางใช้กำลังภายในผิดพลาดเพราะกะน้ำหนักไม่ดี ทำกิ่งไผ่ลำใหญ่หักไปหลายลำ ดีที่ไม่มีใครเห
Magbasa pa

3 เตียงเจ้าช่างใหญ่โต

บรรยากาศรอบวังเต็มไปด้วยกลิ่นไอความมงคล ผ้าแดงที่ประดับประดาระโยงระยางตามคานไม้ทั้งตัวอาคาร พรมปูพื้นสำหรับให้ฮ่องเต้และฮองเฮาย่างพระบาทผ่าน ปะรำพิธีที่มีโต๊ะเก้าอี้สีแดงขลิบทอง ภาพประดับอันเป็นอุดมมงคลล้วนถูกคัดสรรเข้ามาในห้องโถงใหญ่ เจ้าบ่าวตัวสูงเพรียวโดดเด่นในชุดสีแดง ในขณะที่เจ้าสาวร่างใหญ่สวมชุดแดงที่มีขนาดใหญ่กว่าเจ้าสาวทั่วไปถึงสี่เท่า แม้จะขยายไปในทางกว้าง แต่ความสูงของนางก็ยังอยู่ใต้ระดับจมูกของเจ้าบ่าว ‘โอ๊ย! ซูเจินกับซูเมิ่ง พวกเจ้าทำชุดเจ้าสาวเล็กไปนะ ข้าจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว’ หานซู่ลี่หมุนตัวซ้ายขวาอย่างอึดอัด สายรัดเอวที่พยายามจะให้เห็นช่วงเว้าอันคอดกิ่ว กลับกลายเป็นเครื่องทรมานการหายใจ เจ้าสาวร่างใหญ่ท้องร้องโครกคราก เมื่อเช้าเป่ยซูเจินแอบเอาหมั่นโถให้นางหนึ่งลูกท่านอ๋องเก้าที่ยืนใกล้ได้ยินเสียงอย่างชัดเจน “เจ้าทนไหวไหม ” “จะ จะ ไม่ไหวแล้วเพคะ” จบคำนั้น องค์หญิงหมีขาวก็หงายผลึงลงไปท่านอ๋องเก้าเกร็งลมปราณที่แขนประคองนางไว้ได้ เคราะห์ดีที่ผ้าแดงปิดหน้าเจ้าสาวยังไม่หลุดออก บรรดาแขกผู้ใหญ่ร้องเอะอะโวยวาย ฮ่องเต้ที
Magbasa pa

4 จงมาถูหลังให้สามี

ร่างใหญ่ในชุดเจ้าสาวสีแดงมีลายปักดิ้นทองอยู่ทั่วตัวหงายผลึงลงเตียงใหญ่นางผงกศีรษะขึ้นมามองหน้าสวามีเล็กน้อย ปากอูมอิ่มขยับขึ้นลง “ดีจริง! เช่นนั้นเตียงนี้เป็นของหม่อมฉัน” อ๋องเก้ามองดูหมีขาวตัวใหญ่กลิ้งไปมาบนเตียงวิวาห์ แขนขากลมใหญ่นั้นตีไปมากับฟูกอย่างมีความสุข ก็รู้สึกคล้ายตนเองพลาดไปหนึ่งก้าวนางดูอัปลักษณ์ขนาดนี้น่าจะอยากให้สามีอย่างเขาอยู่กับตน ควรที่จะอยากได้รับการยอมรับในฐานะพระชายา แต่ท่าทางของนางในยามนี้คล้ายไม่มีเขาจะดียิ่ง แม้แต่การเป็นพระชายานางก็ไม่ได้แยแสเนื้อตัวอ้วนกลมนั้นกลิ้งไปมา เครื่องหน้าจุ๋มจิ๋มบนใบหน้าอวบอูมนั้น ขาวผ่องดูน่าจิ้มเล่นไม่น้อย วูบหนึ่งท่านอ๋องนึกอยากจะแกล้งนาง “จะอย่างไร คืนนี้ก็เป็นคืนเข้าหอ ข้าจะต้องนอนบนเตียงกับเจ้า” “เอ๋! ไม่ดีหรอกเพคะ” นางเอียงหน้ากลมใหญ่มาทางเขา “หรือเจ้าจะให้ข้า ต้องทำให้ผ้าพรหมจรรย์มีรอยเลือดเล่า ” อ๋องเก้าแสร้งทำหน้ากรุ้มกริ่ม หมีขาวตัวใหญ่ในชุดแดงถึงกับผวา “โอ๊ะ! อย่าเลย ตัวหม่อมฉันไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้งเร้าใจที่ใด ท่านอ๋องไม่น่าจะพิศวาส เอาเป็นว่า เราแบ่งเตียงค
Magbasa pa

5 จงไปทำสวนที่หลังวัง

สายวันต่อมา องค์หญิงหานซู่ลี่ก็ย้ายไปพำนักยังเรือนใหญ่ในสวนหลังจวน อ๋องเก้าเรียกว่า ตำหนักหมีขาว สร้างขึ้นเพื่อให้องค์หญิงอยู่อาศัยโดยเฉพาะ ด้านหลังเป็นพื้นที่โล่งกว้างขนาดใหญ่ มีสระน้ำใหญ่อยู่ด้านหลัง ท่านอ๋องให้บริวารขนเตียงนอนใหญ่ อ่างอาบน้ำที่สั่งทำพิเศษ และโต๊ะเก้าอี้ขนาดใหญ่ไปให้นางตามที่ได้บอกไว้ ส่วนตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่สองตู้นั้น เตรียมไว้ในเรือนนี้ก่อนแล้ว ที่ไม่ใช่เรือนนี้เป็นเรือนหอเพราะอยู่ห่างไกลเรือนอื่น เกรงผู้คนจะนินทา “เปิ่นหวางเตรียมบ่าวรับใช้และนางกำนัลสำหรับงานหนักและงานครัวไว้ให้เจ้าแล้ว อาณาเขตของเจ้าคือด้านหลังนี้ทั้งหมด เพื่อความประหยัดพวกเจ้าจงปลูกผักและเลี้ยงสัตว์” อ๋องเก้าหันไปดูสีหน้านาง เจ้าหมีขาวกลับยิ้มแย้มยินดี “ท่านอ๋อง หม่อมฉันจะเลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด และเลี้ยงหมูได้หรือไม่ ” ท่านอ๋องชะงักไปครู่ “หากเจ้าอยากเลี้ยงหมู จงไปทำคอกที่สุดด้านนู้น อย่าให้กลิ่นขี้หมูส่งไปถึงตำหนักของท่านแม่” “พื้นที่นี้ทั้งหมดข้าทำแปลงผักได้ใช่หรือไม่ ” “ได้ ที่ดินส่วนนี้ข้าให้สิทธิ์เจ้า ไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาก้าวก่าย ฮ่องเต้ท
Magbasa pa

6 วางแผนใช้สินเดิม

การแต่งงานทำให้องค์หญิงสบายใจขึ้น นางให้ซูเจินนำบัญชีสินเดิมออกมาตรวจสอบอีกครั้ง จากนั้นก็จดสิ่งของและทรัพย์ที่ได้เพิ่มมาจากแขกเหรื่อของท่านอ๋องที่มอบให้ ท่านอ๋องเลือกไว้เพียงของโปรดบางชิ้นที่เหลือยกให้นางทั้งหมด “แม้เขาจะไม่ไยดีเปิ่นกง แต่ยกสมบัติให้แบบนี้ดียิ่งนัก” “องค์หญิงจะทำเช่นใดกับของพวกนี้เพคะ” “ขายให้หมด เราต้องการเงินเท่านั้น” หานซู่ลี่ลอบใช้วิชาพรางตัวและวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศของนางแฝงกายออกไปข้างนอก นางให้เจ้าสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟเป็นผู้ไปขายสิ่งของมีค่าเหล่านั้นที่โรงจำนำให้ “ท่านขายเยอะขนาดนี้ ข้าเกรงจะผิดปกติ” “เอาเถิด เจ้าก็สลับให้คนของเจ้าเข้าไปขายบ้างสิ เปิ่นกงร้อนเงินเจ้าต้องเข้าใจ” ด้วยความเป็นเพื่อนกันมาในวัยเด็ก เจ้าสำนักหงจึงจำยอมช่วยเหลือองค์หญิงเพราะเกรงว่า นางจะถูกจับได้ รูปร่างของนางนั้น คนทั้งเมืองคงจะรู้อยู่แล้วว่า เป็นผู้ใด “เจ้าอย่าลืมหางานให้ข้าด้วย เหมือนเดิม งานที่มิต้องเห็นรูปร่างหรือเห็นหน้าข้า” “เอาไว้ข้าได้งานแล้ว จะส่งพิราบไปให้ท่าน” องค์หญิงหานซู่ลี่เตรียมที่ซ่
Magbasa pa

7 ท่านจะอยู่ใกล้เกินไปแล้ว

ปลายนิ้วเรียวใหญ่นั้นแตะโดนเนื้อบริเวณคาง ทำเอาองค์หญิงใบหน้าร้อนซู่ อาการแดงที่มีอยู่เดิม เพิ่มไปถึงใบหู ‘ท่านจะอยู่ใกล้เกินไปแล้ว’ “ทะ ท่านอ๋อง ออกไปนอกรถม้าก่อนเถิด หม่อมฉันรู้สึกตื่นเต้นอยากจะผายลมสักหน่อย” องค์หญิงข่มความอายเบือนหน้าพูดออกมา หาไม่แล้ว เขาอาจจะคิดเช็ดใบหน้าให้นางไม่จบไม่สิ้น อ๋องเก้าจ้องหน้านาง “ข้าเปิดผ้าตรงช่องลมออกก็ได้ เดี๋ยวช่วยพัดให้เจ้าด้วย เจ้าอยู่ในนี้ขยับตัวไม่ถนัดมิใช่หรือ ” ‘ช่างหน้าด้านหน้าทนเสียจริง ขนาดข้าบอกจะผายลมแล้วแท้ๆ หรือว่า จะต้องลงมือทำอย่างจริงจัง’ หานซู่ลี่ข่มความรู้สึกกระดาก นึกอยากจะกำจัดให้เขาไปให้ห่างตนเอง “เอาสิ!” ท่านอ๋องผงกศีรษะเล็กน้อย อนุญาตให้นางทำได้ เขาก็อยากรู้เช่นกันว่า ที่นางพูดว่า ตนเองจะผายลมนั้น นางจะทำจริงหรือไม่ องค์หญิงเกร็งท้องอย่างแรง นางหน้าแดงเข้มกว่าเดิม เกิดมายังไม่เคยผายลมต่อหน้าใครมาก่อน ครั้นจะได้ทำครั้งแรกก็ต้องทำต่อหน้าพระสวามีที่อภิเษกสมรสเพียงในนาม นี่เป็นสถานการณ์ที่นางคิดว่า น่าอับอายที่สุดในชีวิต “อืม....อา...” หานซู่ลี่ไม่สามารถผลักดันลมออ
Magbasa pa

8 ข้าสืบนางอย่างใกล้ชิด

ชินอ๋องมองพระอนุชาที่อุ้มลูกแฝดคนโตของตนอย่างพินิจพิเคราะห์ “เจ้าเข้าหอกับนางด้วยหรือ ” “เปิ่นหวางแค่นอนร่วมเตียง” น้ำเสียงราบเรียบนั้น ไม่บ่งบอกอารมณ์ภายใน อ๋องเก้าเป็นผู้ที่ยากจะคะเนอารมณ์แต่ไหนแต่ไรมา เขาดูสุขุมและมีความเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง แม้จะกล่าวได้ว่า อ๋องเก้านั้นสนิทกับจวิ้นอ๋องและชินอ๋องมากกว่าพี่น้องคนอื่นๆ แต่ชินอ๋องกับจวิ้นอ๋องก็ยอมรับว่า ยากจะคาดเดาว่า เขาคิดสิ่งใดอยู่ จนกว่าอ๋องเก้าจะพูดออกมาเอง “เจ้ารังเกียจนางหรือไม่ ” พี่สะใภ้อุ้มแฝดหญิงคนเล็กสุดเดินเข้ามาใกล้ “ข้ารู้สึกเหมือนนางเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารัก” “หือ!” “ตัวนางใหญ่ ขาว และนุ่มนิ่ม น่าจับไปทุกส่วน เวลาเคลื่อนตัวก็ดูน่ามอง” ชินอ๋องและพระชายาสบตากัน แล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน “นี่เจ้าพูดถึงพระชายาหรอกหรือ” ฟ่านซิ่วอิงขำน้องสามี ที่ทำหน้าตาคล้ายกำลังเอ็นดูสัตว์เลี้ยงยามพูดถึงพระชายาเอก “แล้วบรรดาชายาน้อยๆ ของเจ้าเล่า ไม่ออกฤทธิ์หรือไร ” “พวกนั้นน่ะหรือ พยายามไปหาเรื่องนางแล้ว แต่นางตัวใหญ่น่ากลัวถึงเพียงนั้น
Magbasa pa

9 มาเฝ้าเจ้าปลูกผัก

ยามเซินแล้ว บรรดาบริวารตำหนักหมีขาวล้วนเตรียมตัวเพื่อปลูกผักกาดกวางตุ้ง เป่ยซูเมิ่งเติบโตมาจากชานเมือง นางจึงเคยปลูกผักมาก่อน นางให้เหล่าบ่าวรับใช้ขุดแปลงโดยทำร่องน้ำด้านซ้ายและขวาเพื่อจะได้วิดน้ำรดผักได้ง่าย แปลงผักค่อนข้างกว้าง ก่อนปลูกทำการตากดินทิ้งไว้สองวัน แปลงที่ขุดขึ้นมีขอบสูงเพื่อขังน้ำไว้ในแปลง องค์หญิงหานซู่ลี่ในชุดทำงานสวมกางเกงและเสื้อสีน้ำเงินผ้าเบาแต่ไม่บาง เพื่อระบายความร้อนได้ง่าย นางก้มลงโรยเมล็ดผักไม่ได้เพราะช่วงลำตัวที่เทอทะเกินไป จึงใช้ที่วิดน้ำก้านยาว วิดน้ำใส่แปลงผัก “องค์หญิงเพคะ ท่านอ๋องเสด็จ” นางกำนัลที่อยู่หน้าตำหนักวิ่งมารายงาน “หา! เขาจะมาทำไมกัน เปิ่งกงกำลังทำงานสกปรกเลอะเทอะอยู่” หานซู่ลี่บ่นกระปอดกระแปด ธรรมเนียมของวังนั้นต้องพินอบพิเทาอ๋องเก้าอย่างยิ่ง หากพระสวามีมาหา นางจะต้องอยู่ในชุดกรุยกรายสวยงามเพื่อรอต้อนรับ หากแต่ร่างสูงเพรียวในชุดสีฟ้าปักลวดลายสีทองสวยงาม กลับเดินลิ่วนำหน้าองครักษ์มาถึงตัวนางแล้ว “น้องหญิง เจ้าลงทุนปลูกเองเช่นนี้ ผักคงงามยิ่ง” องค์หญิงอยากจะเหลือบตาขึ้นมองบนท้องฟ้า ‘ไม่ใช่เ
Magbasa pa

10 หน้าที่ของพระชายา

นางสวมเสื้อคลุมนอนสีขาวเนื้อนิ่ม ใช้ผ้าเช็ดผมลวกๆ แล้วห่อผมเดินมายังชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งเหยียดขายาวรออยู่บนเตียง ดวงตาของนางแฝงแววหงุดหงิด นึกอยากจะตบโต๊ะดังๆ ถามว่า เขาจะเอาอย่างไรกับนาง แต่เพราะฐานะของพระชายาย่อมไม่เหมาะสมหากจะแสดงกริยาเยี่ยงนั้นกับพระสวามี “น้องหญิง เจ้ายังเช็ดผมไม่แห้ง” เขายิ้มน้อยๆ คล้ายเยาะเย้า “เป็นเพราะท่าน” น้ำเสียงของนางแสดงความไม่พอใจชัดเจน “พวกเราเป็นสามีภรรยากัน เจ้ามีสิ่งใดที่ต้องปกปิดข้า” องค์หญิงหานซู่ลี่ฟังแล้ว เหมือนเขามีนัยในประโยคนั้น หรือว่า อ๋องเก้าจะเริ่มสงสัยในตัวนาง “แต่การอาบน้ำเป็นการทำธุระส่วนตัวของหม่อมฉัน ท่านควรให้เวลาบ้าง” “ท่านพี่....เจ้าต้องเรียกเช่นนี้ถึงจะถูก” ชายหนุ่มทำเสียงเย็น เขายืนขึ้น ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ศีรษะของเขาอยู่ในระดับสูงกว่า ทำให้นางต้องเงยหน้า “เพคะ ท่านพี่” หานซู่ลี่พยายามข่มใจให้สงบ “เจ้าอาจจะหิวแล้ว จึงหงุดหงิด” อ๋องเก้าเข้าแตะแขนสองข้างจากด้านหลัง ผลักให้นางเดินไปยังโต๊ะหน้าเตียงนอน “มาเถิด ข้าจะเช็ดผมให้เจ้าเอง” เนื้อตัวของนางหลัง
Magbasa pa
PREV
123456
...
9
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status