All Chapters of สายลับจับอ๋องใหญ่: Chapter 91 - Chapter 100

168 Chapters

บทที่ 91 ท่านอ๋องรักบุรุษ

ปีนี้องค์หญิงจินเฟิ่งรับหน้าที่จัดงานชมบุบผา นางยิ้มแย้มทั้งวันเมื่อคิดว่าจะได้เห็นพี่ชายรู้จักร้อนใจเสียบ้าง จวิ้นอ๋องที่รู้แผนการของพระชายาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี...นี่สินะที่กล่าวกันว่า...การแก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย สองสามีภรรยาพร้อมใจกันสั่งการจัดเวทีประกวดสาวงามที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งพระชายาอย่างแข็งขัน ครั้นฮองเฮาเสด็จมาตรวจก็ทรงพอพระทัย อย่างยิ่ง ท่านอ๋องใหญ่ที่ตามเสด็จทำสีหน้าบึ้งตึงอย่างไร มารดากับน้องสาวก็ไม่นำพา ทั้งสองยังคงซุบซิบกันอย่างพออกพอใจ “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่พอใจว่าถูกบังคับ แต่ให้รู้เถิดว่าพวกเราล้วนหวังดีต่อเจ้า เสี่ยวหลงข้ากับพ่อของเจ้าอยากอุ้มหลานที่เกิดจากเจ้าบ้าง ” ฮองเฮาทรงหันไปปลอบโยนพระโอรส องค์หญิงจินเฟิ่งรีบขยับมาใกล้พระเชษฐาพลางเอียงพระพักตร์เข้าไปกระซิบ “เสด็จพี่ข้ากราบทูลเรื่องคนรักของท่านให้เสด็จแม่ทรงทราบแล้ว เพียงแต่เสด็จแม่อยากได้พระชายาเอกที่คู่ควรท่านก็ตามใจเสด็จแม่สักหน่อยเถิด คนรักของท่านเป็นเพียงบุตรสาวของเจ้าเมืองชั้นรองให้ตำแหน่งอื่นนางไปเสด็จแม่ก็น่าจะตกลง” “เสด็จแม่ หม่อมฉันจ
Read more

บทที่ 92 เทศกาลชมบุบผา

เมื่อผู้เป็นประธานในพิธีมากันพร้อมหน้า หมี่กงกงก็เริ่มขานเพื่อให้ทำพิธีเปิดเทศกาลชมบุบผา “ฟ้าเปิด สวรรค์ประทานเส้นทาง ฮ่องเต้จินเฉวียนทรงมีพระบรม ราชานุญาตให้จัดเทศกาลชมบุบผา บัดนี้ทั้งดอกไม้และสาวงามล้วนพร้อมหน้า เชิญฝ่าบาทเสด็จจุดพลุสัญญาณพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ที่ทรงประทับคู่กับฮองเฮาอยู่บนปะรำพิธีหลังจุดธูปเทียนบูชาฟ้าดินเรียบร้อยแล้วก็ทรงรอจุดพลุ องค์ชายน้อยที่ได้ยินหมี่กงกงขานเช่นนั้นก็ตื่นเต้นยิ่งนักรีบผละออกจากบิดามารดาวิ่งขึ้นไปบนปะรำพิธีทันใด “อย่าเพิ่งเสด็จตา ขอให้พวกเราได้จุดด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ทรงหันมามองหลานชายตัวอ้วนป้อมที่วิ่งคู่กันขึ้นมาบนบันได “พวกเจ้าอย่ารีบร้อนประเดี๋ยวจะตกลงไปนะ” ทั้งสองพระองค์รีบหันกลับมาประคองพระนัดดาตัวน้อยให้เข้ามายืนเคียงคู่ “ปีนี้ข้าอนุญาตให้เจ้าสองคนเป็นประธานในพิธีก็แล้วกัน” องค์ชายน้อยทั้งสองยิ้มกว้างหน้าบาน “พ่ะย่ะค่ะ” เจ้าหน้าที่เตรียมพลุสองอันมาให้องค์ชายน้อยทรงถือไว้ “ทรงระวังอย่าถือใกล้พระวรกายพ่ะย่ะค่ะ เปลวของมันทั้งร้อนและมีแรงทำลายล้างทำให้ร
Read more

บทที่ 93 ท่านอ๋องผู้อัปลักษณ์

ญาติพี่น้องของคุณหนูผู้งดงามทั้งหลายต่างได้รับใบปลิวกันทั่วหน้า แต่ละคนอ่านแล้วก็ใบหน้าถอดสี พวกเขาหันไปซุบซิบพูดคุยกัน หลายคนให้คนสนิทของตนไปเรียกบุตรสาวออกจากแถวที่ขันทีกำลังทยอยเรียกขึ้นเวที พวกเขาล้วนเชื่อถ้อยคำในใบปลิวนั้น หากท่านอ๋องเป็นอย่างที่ใบปลิวว่าไว้จริงๆ การรักษาชีวิตเอาไว้ย่อมสำคัญยิ่งกว่าการได้มีโอกาสเป็นพระชายาเอก คุณหนูในแถวหันไปซุบซิบและส่งใบปลิวนั้นต่อให้กันได้อ่าน แต่ละนางล้วนหน้าถอดสี มีหลายคนที่อ่านแล้วยังเชิดหน้ายืนหยัดจะก้าวสู่การคัดเลือก เสียงพึมพำข้างล่างทำให้ฮองเฮาทรงรู้สึกประหลาดพระทัย “เกิดอันใดขึ้นหรือเฟิ่งเอ๋อร์ ” องค์หญิงจินเฟิ่งที่คอยจับตามองทุกอย่างหันไปแย้มพระสรวลกับพระสวามีก่อนจะหันมากราบทูลเสด็จแม่ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นด้านล่างพร้อมทั้งรับใบปลิวจากองครักษ์ด้านหลังมาทูลเกล้าถวาย “นี่มัน...ต้องการทำลายวาสนาของเสี่ยวหลงชัดๆ” ฮองเฮาอ่านแล้วถึงกับพระหัตถ์สั่นน้อยๆ ด้วยความกริ้ว “หรือว่านี่คือข่าวลือที่มีมาหลายปีทำให้การทาบทามสู่ขอทีไรไม่เคยสำเร็จ” “เสด็จแม่ หม่อมฉันว่าใบปลิวนี้น่าสงสัยจริงๆ นะเพคะ”
Read more

บทที่ 94 สาวงามตระกูลถาน

องค์ชายจินเสวี่ยหลงที่นั่งมองการบรรเลงพิณของคุณหนูทั้งหลายบนเวที สีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าใดนักที่มีสาวงามถอนตัวเพียงครึ่งเดียว ทรงเอียงพระพักตร์เล็กน้อยไปทางองครักษ์ประจำตัวกัดฟันถามเสียงลอดไรพระทนต์ “พวกเจ้ารีบให้คนแจกใบปลิวซ้ำเดี๋ยวนี้ เห็นหรือไม่ว่าฮองเฮาทรงให้คนไปเก็บแล้ว เอาแบบที่สองออกมาแจกตามแผนได้แล้ว” ท่านอ๋องไม่คิดว่าพระมารดาจะทรงจัดการทุกอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ “พ่ะย่ะค่ะ” ซ่งจิงเทียนรีบถอยหลังออกไป ‘ไม่ผิดหวังจริงๆ ที่ว่าจ้างสำนักข่าวเปี่ยนฝูช่วยทำใบปลิว นอกจากจะเขียนสำนวนดีแล้ว ยังเขียนใบปลิวจำนวนมากได้เพียงชั่วข้ามคืนอีกด้วย’ หลังจากอวี๋เหลียนมารายงานว่าที่แท้สำนักเปี่ยนฝูเป็นของเหลียงเจินซิน พระองค์ก็ได้แต่เฝ้าติดตามการทำงานของจู้หย่งปังและซ่งเหรินจีอยู่เงียบๆ สบโอกาสที่อยากจะกำจัดคุณหนูพวกนั้นไปเสียบ้างจึงยืมมือซ่งจิงเทียนไปว่าจ้างซ่งเหรินจีผู้เป็นน้องชายแท้ๆ ให้รับจ้างทำใบปลิวพวกนี้อย่างลับๆ จู้หย่งปังเมื่อรู้ว่าผู้ว่าจ้างทำใบปลิวที่เสี่ยงต่อการถูกตัดหัวคือ หัวหน้าองครักษ์ซ่งจิงเทียนก็ถึงกับตกตะลึง นึกว่าตนเองพลอยติด
Read more

บทที่ 95 ที่มาของใบปลิว

ไป๋ฉิงเหวินลูบใบปลิวเบาๆ ดวงตาเขากระตุกเล็กน้อย “นี่มัน....” เหลียงเจินซินลดเสียงลงจนเป็นกระซิบ “กระดาษสัมผัสละเอียดเช่นนี้มีแต่ของจูหย่งปังเท่านั้น” นางจำได้ว่าจูหย่งปังเคยบอกถึงการสั่งกระดาษที่ถูกทำขึ้นเป็นพิเศษมีเนื้อละเอียดกว่าที่วางจำหน่ายทั่วไปเพื่อให้น้ำหมึกซึมดีและเลอะยาก “อืม...นี่อาจเป็นฝีมือของสองคนนั้น” “โทษถึงกับประหารทั้งตระกูลเลยเชียว เหตุใดพวกเขาถึงกล้า ...วะ ว่าแต่โทษนี้พวกเรามิใช่จะโดนด้วยหรือ เจ้าอย่าลืมนะว่าเจ้ากับข้าเป็นเจ้าของสำนักตัวจริง” ไป๋ฉิงเหวินถึงกับสติแตกเมื่อทบทวนไปมา “อดทนไว้ก่อนเสี่ยวเหวิน ดูการแสดงบนเวทีให้จบก่อนแล้วเราค่อยไป” ไป๋ฉิงเหวินกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ใจเขาทั้งเป็นห่วงสือกุ้ยอินที่อยู่บนเวทีและอยากจะโลดแล่นไปบีบคอถามสองคนนั้นที่โรงน้ำชามวลมิตรยิ่งนัก “รอบต่อไป....เป็นการแข่งขันการร่ายรำ ผู้เข้ารับการคัดเลือกทั้งหมดหกคน ขอเชิญคุณหนูฉู่หยุนเอ๋อร์ขึ้นแสดง.....” หมี่กงกงขึ้นเอ่ยเชื้อเชิญ ฉู่หยุนเอ๋อร์มีรูปร่างสูงกว่าสตรีอีกห้าคน นางมีใบหน้าคล้ายผลแตง ปากนิดจมูกหน่อ
Read more

บทที่ 96 ฝีมือของซ่งเหรินจี

เหลียงเจินซินร้อนใจเรื่องใบปลิวมากกว่าเพราะต่อให้สาวงามทั้งหกผ่านเกณฑ์ไปได้ทั้งหมดก็ยังมิใช่เวลาที่ต้องกังวล ราชสำนักยังมีขั้นตอนการคัดเลือกที่ซับซ้อนต่อเนื่องไปอีก นางเชื่อว่าท่านอ๋องใหญ่ต้องมีแผนเอาไว้แล้ว มิฉะนั้นก็คงไม่อาจยืดเยื้อการอภิเษกสมรสเอาไว้ได้นานเช่นนี้ “ท่านอ๋อง ฮ่องเต้กับฮองเฮาทรงทอดพระเนตรมาทางนี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ” เหลียงเจินซินรีบดึงมือออกจากการกุมของบุรุษร่างใหญ่จินเสวี่ยหลงหันไปตามที่นางบอกเมื่อเห็นพระบิดาและพระมารดาสังเกตร่างที่ยืนอยู่ข้างตนก็ยิ้มน้อยๆ “ให้หม่อมฉันไปจัดการเรื่องนั้นก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ” เหลียงเจินซินอาศัยทีเผลอถอยหลังไปดึงเอาไป๋ฉิงเหวินออกไปโดยที่ท่านอ๋องไม่อาจทัดทานได้ทัน “ให้หม่อมฉันตามไปยับยั้งหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ซ่งจิงเทียนรีบขยับขึ้นมากราบบังคมทูล “ไม่ต้องหรอก ข้าให้แมวดำตามไปดูแลแล้ว คงไม่เกิดเรื่องร้ายแรงอันใด” เหลียงเจินซินกับไป๋ฉิงเหวินขี่ม้าไปถึงหน้าโรงน้ำชามวลมิตรก็เห็นว่าแขกในร้านหนาแน่นกว่าปกติ ซินเอ๋อร์กับไป๋ฉิงเหวินร้อนใจเกินกว่าจะกวาดสายตามองไปรอบๆ พวกเขาสาวเท้ายาวและเร็วเข้าไปยังห้อง
Read more

บทที่ 97 พยานที่ซ่อนตัว

“หึ! ถานมู่เจ๋อเจ้าคนชั่วผู้นั้น ในวัยเด็กเคยทำร้ายข้ามานับครั้งไม่ถ้วน ถือตัวว่าตระกูลตนมีอำนาจเงินมากกว่าผู้ใด เอาแต่บังคับขู่เข็ญรังแกคนรอบข้าง เจ้าสือเหวินกวางก็เช่นกัน มันใช้บารมีของบิดาทำร้ายข้าหลายครั้ง ความแค้นที่สองคนนั้นทำไว้กับข้า ข้าไม่เคยลืม” ใบหน้าของชายหนุ่มบิดเบี้ยวเมื่อนึกถึงปมเจ็บช้ำน้ำใจในอดีต “ที่เจ้าแค้นเคืองพวกเขาเช่นนั้นก็สมควรอยู่” เจ้าสำนักเปี่ยนฝูเอ่ยขึ้นด้วยความเห็นใจ “ใช่ๆ หากเป็นข้าก็ย่อมอยากจะแก้แค้นเช่นกัน” ไป๋ฉิงเหวินอดจะปลอบใจจู้หย่งปังมิได้ "ว่าแต่เจ้ายังไม่บอกเลยว่า คืนนั้นคุณชายปานั้วถูกฆ่าตายได้อย่างไร” จู้หย่งปังพยักหน้า “พอถานมู่เจ๋อกลับมาอีกครั้งเขาก็ดื่มเหล้าไปอีกไม่กี่จอกก็ฟุบหลับ ข้ากำลังคิดว่าจะออกมาอุ้มเขาขึ้นบนเตียงพลันมีคนผู้หนึ่งบุกเข้ามาแล้วจ้วงแทงปานั้วที่นอนอยู่บนเตียงไม่ยั้ง...ด้วยความตกใจข้าจึงไม่กล้าออกมา แต่ถานมู่เจ๋อที่รู้ตัวก่อนกลับลุกขึ้น มองเห็นปานั้วที่สิ้นใจแล้วก็รีบหนีไป” “เจ้าไม่ยอมแสดงตนเป็นพยานเพราะเหตุใด” “ขะ ข้ากลัวมากจึงรีบหนีออกมาจากห้องนั้น พอกลั
Read more

บทที่ 98 หน้ากากแตกแล้ว

เหลียงเจินซินคิดจะหาโอกาสคุยกับอวี๋เหลียนทว่ากลับต้องช่วยท่านอ๋องใหญ่พาองค์ชายน้อยทั้งสองเดินชมบุบผาและร้านค้าไปรอบๆ งาน ไม่ว่าจะเดินไปที่ใดชาวเมืองล้วนหลบให้สามพระองค์เดินได้โดยสะดวก ด้านหน้ามีองครักษ์คอยขอเปิดทางสองคนเพื่อกั้นมิให้ผู้คนเข้ามาใกล้จนเกินไป ด้านหลังมีขบวนคนคุ้มกันเดินตามอีกพอสมควร“เสด็จลุงพวกเราอยากกินถังหูลู่!” องค์ชายน้อยส่งเสียงประสานพร้อมกันร่างสูงใหญ่ก้มลงมามองใบหน้ากลมน้อยๆ ทั้งสองที่จูงมือไว้ “พวกเจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่ปวดท้อง”“พวกเราไม่ปวดแน่พ่ะย่ะค่ะ” หมิงฮุ่ยถิงจำเรื่องที่นักสืบซินเล่าให้พวกเขาฟัง “นักสืบซินเองก็กินบ่อยมิใช่หรือ ก็ไม่เห็นจะเป็นอันใด ”“หือ...เป็นเจ้าอีกแล้วหรือที่เล่าให้พวกเขาฟัง” สายตาของท่านอ๋องปรายมาทางเหลียงเจินซิน นางยิ้มแหะๆ ใบหน้าเจื่อนลงท่านอ๋องใหญ่ทรงหันไปพยักหน้าให้ไป๋ฉิงเหวินเดินไปซื้อถังหูลู่มาให้ องค์ชายน้อยคนละหนึ่งไม้ ทั้งสองจึงเดินยิ้มหัวพร้อมทั้งกัดของกินเล่นในมืออย่างมีความสุขบุรุษผู้หนึ่งที่ลอบติดตามเหลียงเจินซินและไป๋ฉิงเหวินมาตั้งแต่ออกจากโรงน้ำชามวลมิตร อาศัยซ่อนร่างอยู่ในคนจำนวนมากที่เดินกันขวักไขว่ เหลียงเจินซินรู้สึ
Read more

บทที่ 99 คำท้าของฮองเฮา

“ฝ่าบาท ดูสิเพคะ....ใบหน้าของลูกชายเราหล่อเหลางดงามเหมือนที่หม่อมฉันคาดไว้ไม่มีผิด”ฮองเฮาทรงลูบไล้ใบหน้าที่นอนหลับใบเตียงบรรทมของบุรุษร่างสูงใหญ่ด้วยความปลาบปลื้ม หากหน้ากากอสูรไม่แตกด้วยความเหตุในวันนี้พระนางคงไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าที่แท้จริงของลูกชาย“ดูเหมือนเรื่องนี้จะมิใช่การมุ่งลอบสังหารลูกเรา” ฮ่องเต้ทรงวินิจฉัยเหตุการณ์จากคำบอกเล่าของเหล่าองครักษ์ “คนร้ายหวังจะทำร้ายนักสืบผู้นั้นเสียมากกว่า” “คนรักของเสี่ยวหลงน่ะหรือ เพราะเหตุใดกันนะ ” ฮองเฮาทรงหันมาสนพระทัยสิ่งที่ฮ่องเต้ทรงตรัสออกมา พระนางเองก็เป็นนักรบจึงมิได้ฟูมฟายใหญ่โตในยามเกิดเหตุร้าย “นักสืบซินกำลังสืบคดีฆาตกรรมคุณชายปานั้วพ่ะย่ะค่ะ คนร้ายอาจจะรู้แล้วแล้วต้องการฆ่าปิดปาก” องครักษ์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบกราบทูล “คดีนี้เกิดขึ้นมาเกือบสี่เดือนแล้วแต่ก็ยังปิดไม่ลงอีก ช่างซับซ้อนจนน่าสงสัยว่าจะมิใช่คดีฆาตกรรมธรรมดา เสี่ยวหลงเคยเอารายละเอียดของคดีนี้มาให้ข้าดูครั้งหนึ่ง นอกจากจะหาพยานที่เห็นเหตุการณ์ไม่ได้แล้ว สภาพศพของปานั้วยังดูเหมือนคนฆ่าจะแค้นมากถึงกับแทงเขานับสิบแผล”ฮ่องเต้กับฮองเฮาเองก็ทรงรู้จั
Read more

บทที่ 100 เจ้าต้องช่วยข้า

เหลียงเจินซินได้ยินสิ่งที่ท่านอ๋องตรัสแล้วก็นิ่วหน้า “ท่านอ๋องไหวหรือเพคะ” “ข้าเองก็ไม่ได้อยากสวมหน้ากากไปทั้งชีวิตหรอกนะ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าออกข้างนอกโดยไม่มีหน้ากาก ในเมื่อเจ้าเป็นสาเหตุทำให้มันแตกหักไปแล้วก็ช่วยรับผิดชอบทำให้ข้าไม่ต้องสวมมันอีกได้หรือไม่” นักสืบสาวจ้องใบหน้าคมคายเบื้องหน้าแล้วถอนใจเบาๆ ใจจริงก็ไม่อยากให้สตรีอื่นได้เห็นพระพักตร์ของท่านอ๋องเพราะเกรงว่าศัตรูจะเพิ่มขึ้น แต่ก็เห็นใจที่พระองค์ต้องทรงลำบากอยู่นับสิบปี นางเลื่อนมือขึ้นมาลูบหลังพระหัตถ์เรียวใหญ่นั้นเพื่อเป็นการปลอบพระทัย “เรามาลองดูกันเถอะเพคะ” เหลียงเจินซินพบว่ามีเพียงห้องส่วนพระองค์ที่ไม่มีผู้อื่นเท่านั้นท่านอ๋องใหญ่จึงจะอยู่ได้โดยไม่ต้องสวมหน้ากาก ยามนี้พระองค์สามารถยอมรับให้ผู้อื่นเข้ามาในตำหนักได้เห็นพระองค์เปิดเปลือยใบหน้า เหลือเพียงการทำให้ท่านอ๋องสามารถออกไปภายนอกและพร้อมเผชิญหน้ากับผู้คนอีกครั้ง “ข้าว่าเริ่มจากตอนกลางคืนก่อนก็แล้วกัน เจ้าพาข้าไปเดินเล่นในอุทยานสักหน่อยเถิด” หลังจากทรงเสวยพระกระยาหารค่ำ พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว ท่านอ๋อง
Read more
PREV
1
...
89101112
...
17
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status