สายลับจับอ๋องใหญ่

สายลับจับอ๋องใหญ่

last updateLast Updated : 2026-02-26
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
168Chapters
10views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เหลียงเจินซินสาวน้อยที่มีวิชาแมวเก้าชีวิตแอบเข้าไปในจวนลับของท่านอ๋องผู้สวมหน้ากากตลอดเวลา นางถูกกักตัวไว้เป็นสาวใช้และให้คอยปรนนิบัติท่านอ๋อง หลังจากแอบหนีออกมาได้ แต่่ท่านอ๋องกลับติดใจตามหานางไปทั่วแคว้น

View More

Chapter 1

บทที่ 1 ตีนแมวแห่งเป่าจู

            ร่างเล็กบางที่กระโจนขึ้นบนกำแพงแล้วป่ายปีนอย่างรวดเร็วทำเอาเจ้าเมืองเป่าจูเหลียงฮุ่ยฟู่หัวเสียยิ่งนัก นี่เป็นครั้งที่สามในรอบเจ็ดวันที่เขาวิ่งตามจับนางไม่ทัน

            “ซินเอ๋อร์ หากเจ้ากลับมาเมื่อใด พ่อจะขังเจ้าไว้สามวันสามคืนเทียว” เสียงชายวัยกลางคนตะโกนไล่หลังมา มิได้ทำให้สาวน้อยรู้สึกหวาดกลัวเลย นางหันหลังกลับมาตะโกนตอบ

            “ท่านพ่อ เอาไว้ข้าสืบได้ความจริงเมื่อใด  ข้าจะกลับมาหาท่านก็แล้วกันนะ” จากนั้นนางก็ได้ยินเสียงถ้วยน้ำชาใบใหญ่กระทบกำแพงดังเพล้ง!

            เหลียงเจินซินวิ่งบนกำแพงได้อย่างคล่องแคล่วคล้ายวิ่งบนพื้นราบ หากจะนับท่านน้าไป๋มู่หลิวเป็นมือปราบอันดับหนึ่งแห่งตะวันออก ท่านลุงไป๋เฉิงหลิวผู้ถ่ายทอดวิชาแมวเก้าชีวิตนี้ให้นางก็นับเป็นนักสืบอันดับหนึ่งได้เช่นกัน ในตระกูลไป๋ของท่านแม่มีเพียงท่านลุงเท่านั้นที่ถ่ายความพิเศษมาจากท่านตา นั่นคือเลือดของเขาสามารถต้านพิษได้ทุกชนิด รวมทั้งหยดออกมาละลายน้ำกินล้างพิษได้ และนางก็พบในภายหลังว่าตนเองก็คือทายาทรุ่นหลานที่ได้รับความพิเศษนี้มา

            “ซินเอ๋อร์ เจ้ามาเสียที ข้ารอจนตะคริวจะกินแล้วนี่ ” ไป๋ฉิงเหวินญาติผู้พี่บุตรของท่านน้ามือปราบยืนหน้าหงิกรอนางอยู่ข้างกำแพงนัดหมาย

            “กว่าข้าจะหลบท่านพ่อออกมาได้ นี่ก็โดนคาดโทษไว้แล้วว่าจะขังข้าสามวัน หากข้าไม่มีผลงานกลับไปอวดอ้างล่ะก็ คราวนี้เห็นทีโดนขังลืมเป็นแน่” นางตอบพร้อมกระโดดตุ๊บ! ลงมาจากกำแพง

            “เจ้ามันสมกับเป็นทายาทแมวเก้าชีวิตของท่านลุงจริงเชียว”

            “อย่ามัวชื่นชมข้าอยู่เลย ไหนบอกมาสิว่าร่องรอยคดีนี้มีอะไรบ้าง ”

            ไป๋ฉิงเหวินเป็นมือปราบหน้าใหม่ของเมืองเป่าจู เขาอายุมากกว่าซินเอ๋อร์เพียงหนึ่งปี ทั้งสองเป็นคู่หูกันมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่เหลียงเจินซินเป็นคนหัวไวทำให้นางเป็นที่ถูกใจของท่านลุงใหญ่ ตอนนางอายุแปดขวบจึงได้รับการถ่ายทอดวิชาแมวเก้าชีวิต เมื่อฝึกฝนจนครบห้าปีนางก็กลายเป็นตีนแมวอันดับหนึ่ง ครั้นมาช่วยญาติผู้พี่สืบคดีนานวันเข้านางก็อวดอ้างตนเองเป็นนักสืบแห่งเป่าจูตามรอยของท่านลุง

            “ข้าอยากได้หลักฐานเพิ่มเติมอีกสักหน่อย ผู้ต้องสงสัยว่าฆ่าแม่ค้าผ้ารายนี้อ้างว่ามิได้เกี่ยวข้องกับผู้ตาย แต่ทั้งถนนก็มีแต่เขาคนเดียวเดินผ่านในยามนั้น แม้จะยังหาอาวุธไม่เจอ เรื่องความสัมพันธ์ ข้าว่าเราคงจะหาได้แน่ ถ้าเข้าไปค้นที่บ้านคนผู้นี้ได้” มือปราบหนุ่มยื่นกระดาษที่เขียนที่อยู่และชื่อของผู้ต้องสงสัยให้กับญาติผู้น้อง

            “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักสืบเจินซินเถิด เจ้าไปนั่งดื่มน้ำชารอที่โรงเตี๊ยมไข่มุกได้เลย” นางใช้ฝ่ามือตบอกเบาๆ “ข้าเอากระเป๋าเครื่องมือมาด้วย เจ้าไม่ต้องห่วง งัดแงะแกะค้นที่ใดก็ได้ทั้งนั้น”

            เสี่ยวเหวินมองดูกระเป๋าผ้าที่นางสะพายทแยงแนวบ่าแล้วพยักหน้า “ดี! เช่นนั้นข้าจะไปรอเจ้าที่เดิม ทำสำเร็จแล้วเดี๋ยวข้าจะแบ่งเงินรางวัลให้”

            “ได้! แล้วเจอกัน” นางวิ่งด้วยความเร็วไปยังบ้านของผู้สงสัยที่อยู่ถัดไปอีกสามซอย

            กระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วยามก็เห็นเหลียงเจินซินเดินผิวปากหวือเข้ามาที่โต๊ะ

            “ข้าขอซาลาเปาไส้หมูผสมไข่สองลูก เกี๊ยวน้ำไส้หมูอีกหนึ่งชาม”

            ไป๋ฉิงเหวินเห็นท่าทางของตีนแมวสาวก็รู้ว่านางทำสำเร็จ เขายิ้มแย้มพลางตะโกนสั่งบุตรชายของเถ้าแก่โรงเตี๊ยมเสียงดังลั่น

“อาจือ เอาเหมือนเดิมเพิ่มเติมเกี๊ยวน้ำไส้หมู”

            “ได้เลย!”

สองพี่น้องคุ้นเคยกับเถ้าแก่โรงเตี๊ยมและบุตรของเขาเป็นอย่างดี ถงหลิงจือรุ่นเดียวกันกับไป๋ฉิงเหวินเรียนหนังสือด้วยกันมาตั้งแต่เล็กๆ อาจือร้องสั่งเสี่ยวเอ้อเอามาบริการสหายโดยเร่งด่วน

            “ว่าไงแม่ตีนแมว คราวนี้เสี่ยวเหวินใช้เจ้าไปทำอันใดอีก” ถงหลิงจือเดินมาสัพยอกน้องสหาย

            “เรียกให้ดีๆ อาจือ ข้าเป็นนักสืบซินต่างหากเล่า  บอกกี่ทีไม่รู้จักจำ ประเดี๋ยวข้าย่องมาขโมยของร้านเจ้าเสียเลยนี่” ดวงตากลมโตสุกใสมีท่าทีดุร้ายขึ้นมาทันควัน

            “เอาล่ะๆ ท่านนักสืบซินอย่าไม่ล้อเจ้าแล้ว อย่ามาทำอันตรายข้าเลย” 

ถงหลิงจือคุ้นเคยกับเหลียงเจินซินเป็นอย่างดี นางมักจะติดสอยห้อยตามญาติผู้พี่คนนี้เหมือนเงาตามตัว

นางควักเอาของที่ได้มายื่นให้มือปราบหนุ่ม “นี่หลักฐาน ชัดเจนจนไม่รู้ว่าจะรอดตัวได้อย่างไร”

            ไป๋ฉิงเหวินเปิดดูของในห่อผ้าสีขาว มีปิ่นปักผมกับจดหมายอยู่สี่ฉบับ เมื่ออ่านดูแล้วล้วนเป็นของสตรีที่เสียชีวิตผู้นั้น “อา...ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง” เขารีบเก็บหลักฐานเข้าไว้ในสาบเสื้อ “เจ้ารีบกินแล้วไปศาลกับข้า”

            นักสืบซินไม่รอให้พี่ชายพูดซ้ำ นางรีบกินเกี๊ยวน้ำจนหมดชามก่อนจะควักเอาผ้าขาวออกจากกระเป๋าที่สะพายข้างหลังห่อซาลาเปาสองลูกลงไป

“เอาไว้ถึงศาลก่อนข้าค่อยเอาออกมากินอีก”

            ทั้งสองเดินตามกันไปยังศาลเมืองเป่าจู หัวหน้ามือปราบไป๋มู่หลิว บิดาของไป๋ฉิงเหวินกำลังอ่านผลการชันสูตรศพสตรีที่เพิ่งตายเมื่อคืนวานอย่างคร่ำเคร่ง อาวุธที่ใช้สังหารยังค้นหาไม่พบ แม้จะมีผู้ต้องสงสัยรายเดียวที่เดินผ่านซอยนั้นในยามค่ำคืนแต่เมื่อไม่มีรอยเลือดบนตัวเขาก็ยากจะปรักปรำ จำใจต้องปล่อยคนผู้นั้นกลับเคหะสถานไป

‘นางก็โดนแทงตั้งหลายแผล เลือดจะไม่กระเด็นโดนคนผู้นั้นหรือไร’

            “ท่านพ่อ ข้าได้หลักฐานสำคัญมาแล้ว”

เสียงของไป๋ฉิงเหวินดังพอจะทำให้หัวหน้ามือปราบหลุดจากภวังค์ เมื่อหันไปเห็นหลานสาวตัวป่วนมากับลูกชายก็นึกรู้ในทันที

            “นี่พวกเจ้าได้สิ่งใดมายืนยันบ้าง  ข้าปวดหัวจะแย่แล้ว อาวุธสังหารก็ไม่เจอ ร่องรอยคราบเลือดบนตัวผู้ต้องสงสัยก็ไม่มี”

            มือปราบหนุ่มยื่นสิ่งที่ได้มาให้ท่านพ่อของตนดู หัวหน้ามือปราบเปิดอ่านจดหมายทั้งสี่ฉบับแล้วก็ยิ้มออกมา

“ดี! เรียกมือปราบกัวเข้ามานี่”

บุตรชายรีบออกไปตามรองหัวหน้ามือปราบเข้ามาโดยไว ไป๋มู่หลิวรีบให้นำกำลังคนไปจับกุมผู้ต้องสงสัยมาขังคุกเสีย บัดนี้มีหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างเขาและผู้ตายแล้ว

            หลังการสอบเค้นอยู่หนึ่งคืน ผู้ต้องหาจึงให้การรับสารภาพ เหลียงเจินซินไม่กล้ากลับจวนเจ้าเมืองนางจึงหลบไปอยู่บ้านของญาติผู้พี่ กระทั่งเช้าเมื่อท่านน้าคุมตัวผู้ต้องหาไปค้นมีดเล่มนั้นพร้อมกับผ้าที่เขาใช้คลุมร่างตนเองก่อนจ้วงแทงผู้ตายพบแล้ว นางจึงให้มือปราบฉินที่เป็นผู้ช่วยคนสำคัญของท่านน้าพานางไปส่งที่บ้าน

            “มือปราบฉิน ท่านอย่าลืมว่าข้าลำบากเพียงใดในการหนีท่านพ่อมาช่วยพวกท่านสืบคดีในครั้งนี้ หากท่านสรรเสริญเยินยอข้าน้อยไปเพียงหนึ่งประโยค ข้าย่อมมีโอกาสถูกท่านพ่อขังลืมถึงสามวัน ท่านเข้าใจหรือไม่”

            ฉินหลิ่งซานอมยิ้มพร้อมส่ายศีรษะดูสาวน้อยที่ตนเห็นมาตั้งแต่เด็กด้วยความเอ็นดู “สบายใจได้คุณหนู ข้าจะสรรเสริญท่านมิให้ขาดตกบกพร่อง จนกว่าท่านเจ้าเมืองจะบอกให้ข้าหยุดพูดเลยเทียว”

            “สมแล้วที่ท่านน้าไว้วางใจให้ท่านเป็นผู้มาส่งข้าทุกครั้ง คราวก่อนท่านกล่าวได้เลิศเลอจนท่านพ่อทนไม่ไหวต้องตบรางวัลข้า เอาแบบนั้นก็แล้วกัน”

            มือปราบฉินได้รับการขนานนามว่าจอมเยินยอแห่งเป่าจู เขามีฝีปากในการชื่นชมผู้คนอย่างดีเลิศ หลายคราที่เจ้าเมืองเป่าจูได้ฟังถึงกับเคลิบเคลิ้มจากที่คิดจะลงโทษบุตรสาวให้สาสมกลับต้องรีบหยิบยื่นข้าวของเงินทองให้เป็นของรางวัล ซ้ำยังให้รางวัลฉินหลิ่งซานในฐานะบุคคลเยินยอจนเต็มอิ่มเสียอีกด้วย

เหลียงฮุ่ยฟู่เคยกล่าวถึงคนผู้นี้ไว้ว่า “หากเขาได้เป็นขันทีคงรุ่งเรืองถึงขั้นเป็นกงกงแน่เทียว ฝีปากที่เอ่ยชมจนแทบจะล่องลอยถึงสวรรค์เพียงนี้ ซ้ำยังเยินยอได้โดยไม่มีความละอายแม้แต่นิด สีหน้าไม่เคยเปลี่ยนสีดูมีความจริงใจขั้นสุดยอดทีเดียว”

            เมื่อได้ยินคุณหนูเหลียงถ่ายทอดคำชมที่บิดาของนางมีให้เขาเช่นนั้น สีหน้าของฉินหลิ่งซานคราแรกก็ชาพอสมควร แต่เมื่อมาส่งนางบ่อยครั้งเข้า เขาก็คิดได้ว่าตนเองก็ทำเช่นที่ท่านเจ้าเมืองว่าไว้จริง จึงไม่คิดกระดากที่จะสรรเสริญเยินยอสองพ่อลูกนี้ต่อไป ชนิดไม่ได้รางวัลไม่เลิกชื่นชม!

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
168 Chapters
บทที่ 1 ตีนแมวแห่งเป่าจู
ร่างเล็กบางที่กระโจนขึ้นบนกำแพงแล้วป่ายปีนอย่างรวดเร็วทำเอาเจ้าเมืองเป่าจูเหลียงฮุ่ยฟู่หัวเสียยิ่งนัก นี่เป็นครั้งที่สามในรอบเจ็ดวันที่เขาวิ่งตามจับนางไม่ทัน “ซินเอ๋อร์ หากเจ้ากลับมาเมื่อใด พ่อจะขังเจ้าไว้สามวันสามคืนเทียว” เสียงชายวัยกลางคนตะโกนไล่หลังมา มิได้ทำให้สาวน้อยรู้สึกหวาดกลัวเลย นางหันหลังกลับมาตะโกนตอบ “ท่านพ่อ เอาไว้ข้าสืบได้ความจริงเมื่อใด ข้าจะกลับมาหาท่านก็แล้วกันนะ” จากนั้นนางก็ได้ยินเสียงถ้วยน้ำชาใบใหญ่กระทบกำแพงดังเพล้ง! เหลียงเจินซินวิ่งบนกำแพงได้อย่างคล่องแคล่วคล้ายวิ่งบนพื้นราบ หากจะนับท่านน้าไป๋มู่หลิวเป็นมือปราบอันดับหนึ่งแห่งตะวันออก ท่านลุงไป๋เฉิงหลิวผู้ถ่ายทอดวิชาแมวเก้าชีวิตนี้ให้นางก็นับเป็นนักสืบอันดับหนึ่งได้เช่นกัน ในตระกูลไป๋ของท่านแม่มีเพียงท่านลุงเท่านั้นที่ถ่ายความพิเศษมาจากท่านตา นั่นคือเลือดของเขาสามารถต้านพิษได้ทุกชนิด รวมทั้งหยดออกมาละลายน้ำกินล้างพิษได้ และนางก็พบในภายหลังว่าตนเองก็คือทายาทรุ่นหลานที่ได้รับความพิเศษนี้มา “ซินเอ๋อร์ เจ้ามาเสียที ข้ารอจนตะคริวจะกินแล้วนี่ ” ไป๋ฉิงเหวินญ
last updateLast Updated : 2026-01-26
Read more
บทที่ 2 เรื่องขององค์ชายใหญ่
“เจ้าได้ยินเรื่องโรงน้ำชาที่ใหม่หรือไม่ สาวใช้ที่บ้านข้าตื่นเต้นกันยกใหญ่ เมื่อเช้านางตามพ่อครัวไปตลาดได้ยินเข้าเอามาคุยเป็นคุ้งเป็นแคว” “อ้อ! ข้าไปดูมาแล้ว วันนี้วันเปิดโรงน้ำชาใบไผ่ พวกมือปราบก็ได้รับเชิญกันทุกคนนั่นแหละ ได้ยินว่ามีขนมอร่อยตั้งหลายอย่างเทียว” ไป๋ฉงเหวินรู้ว่าญาติผู้น้องของตนย่อมพลาดเรื่องขนมมิได้ “เจ้าขอท่านพ่อให้ข้าหน่อยสิ หากข้าขอเองเกรงว่าจะมิได้ไป” “ได้! แต่เจ้าต้องรับปากว่า เสร็จจากไปโรงน้ำชาแล้วต้องช่วยข้าไปดูเรื่องหนึ่ง” มือปราบหนุ่มคิดไว้แล้ว การมาพบนางวันนี้เขามีจุดประสงค์แอบแฝงตั้งแต่แรก “ที่แท้ เจ้าก็คิดจะขอความช่วยเหลือจากนักสืบซินผู้นี้อยู่แล้วนี่เอง ว่าแต่เงินรางวัลคราวก่อนข้ายังไม่ได้ส่วนแบ่งเลยนะ” เหลียงเจินซินยื่นมือออกมา หงายฝ่ามือกระดิกนิ้วเพื่อให้ญาติผู้พี่ส่งมอบรายได้ของนางออกมา “เจ้านี่งกเหลือเกินจริงๆ เงินที่ได้มาก่อนหน้านี้เจ้าใช้หมดหรือเปล่า” เขาหยิบถุงเงินในสาบเสื้อที่แบ่งส่วนของนางไว้แล้วออกมา นางรีบคว้าเอาไปเก็บไว้ในกระเป๋า “ข้ามิใช่เจ้าเสียหน่อยจะได้เที่
last updateLast Updated : 2026-01-26
Read more
บทที่ 3 เขาเป็นอ๋องอสูร
นางเดินไปเรื่อยๆขณะขบคิดนิทานที่เพิ่งฟังจบ “ท่านอ๋องใหญ่ผู้นี้โหดร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ แค่ไม่พอใจก็ฆ่าคนโดยไม่กระพริบตาเทียว แล้วผู้ใดจะกล้าเข้าใกล้เขากันล่ะ” “เจ้าไม่ได้หรือไร ผู้เฒ่าเซียงคนนั้นก็บอกแล้วนี่ว่า ฉายาเขาคืออ๋องอสูร หนังสือนั่นเจ้าก็ซื้อมา กลับไปค่อยๆ อ่านก็ได้” มือปราบหนุ่มชะโงกดูหนังสือเล่มบางในมือของนางหลังจากนักเล่านิทานเล่าเรื่องขององค์ชายใหญ่จินเสวี่ยหลงจบแค่ครึ่งแรกก็หยุดเล่าพร้อมนำหนังสือเล่มบางที่เขียนเรื่องราวตั้งแต่วัยเด็กจนปัจจุบันของท่านอ๋องใหญ่ออกมาขาย บรรดาสตรีน้อยใหญ่ต่างยื้อแย่งกันซื้อราวกับได้เปล่า เหลียงเจินซินยกหนังสือเล่มนั้นขึ้นแนบหน้าอก “แน่นอนว่าข้าจะตั้งใจอ่านเรื่องของเขาเป็นอย่างดีและละเอียดละออเป็นแน่ สักวันข้าจะต้องไปดูเขาให้เห็นกับตาให้ได้ว่าเขาเป็นอย่างที่นักเล่านิทานและนักประพันธ์ผู้นี้เขียนไว้หรือไม่” “แสดงว่ายามนี้เจ้าเริ่มไม่รักชีวิตแล้วล่ะสินะ ถึงได้อยากจะไปเฉียดกรายอ๋องอสูรผู้นั้น ข้าเปิดดูด้านในหนังสือเห็นมีภาพเขาอยู่ด้วยนี่ เจ้าดูหรือยัง” “ไหนๆ ทำไมข้าไม่เห็น” นางรีบเอาหนั
last updateLast Updated : 2026-01-26
Read more
บทที่ 4 บุรุษผู้สวมหน้ากาก
ช่วงขาที่ดูยาวกว่าคนทั่วไปของเขายื่นออกมาเลยโต๊ะมาก เหลียงเจินซินเห็นแล้วได้แต่นึกทึ่งในใจ‘บุรุษผู้นี้ท่าทางคงสูงมากทีเดียว มือก็ใหญ่กว่ามือคนทั่วไปที่ข้าเคยเห็นด้วย’ เขาลูบมือใหญ่เลื่อนขึ้นลงที่ปลายกระบี่ มุมที่เขานั่งแสงน้อยกว่าที่ส่วนอื่นของห้อง นักสืบซินพยายามจะมองหน้าบุรุษผู้นั้นให้ชัด นางจึงคลานไปข้างหน้าอีกหน่อยเพื่อให้ส่วนศีรษะของตนเลยตู้ไปอีกนิด พลันเขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เหลียงเจินซินถึงกับอ้าปากค้าง ร่างของเขาสูงใหญ่กว่าที่นางคาดไว้ กระบี่ที่เขาเช็ดอยู่นั่นก็ยาวกว่ากระบี่ของคนทั่วไป ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือเขาสวมหน้ากากใบหน้าอสูรเอาไว้ ทั้งยังกวัดแกว่งกระบี่ในท่าสังหารอย่างฮึกเหิม‘ถ้าเขาจับได้ข้าแย่แน่ ต้องรีบออกไปแล้ว’ นางคลานถอยหลังโดยมิได้นึกว่าตนเองเริ่มลนลานเพราะรู้สึกกลัวบุรุษผู้นั้นจับใจ เท้าของนางไปชนเก้าอี้หัวโล้นตัวหนึ่งที่วางตำราไว้หลายเล่ม เพราะนางเป็นผู้มีสัมผัสที่ว่องไวจึงได้หันไปจับขาเก้าอี้ไว้ได้ทัน อีกมือก็ตะปบตำราเล่มบนสุดเอาไว้‘เฮ้อ! เกือบไม่ทัน’ นางรีบเผ่นแผล็วออกจากเรือนนั้นด้วยความเร็วสูง เมื่อมือปราบ
last updateLast Updated : 2026-01-26
Read more
บทที่ 5 ตรวจตราเรือใหญ่
ร่างสูงใหญ่ที่ดูโดดเด่นกว่าทุกคนเดินนำหน้าเข้ามาในอู่ต่อเรือตามด้วยขบวนชายฉกรรจ์ที่แต่งกายดูน่าเกรงขามถือกระบี่ติดมือมาทุกคน นายช่างและช่างที่ทำงานง่วงกันอยู่ล้วนหันไปมองขบวนคนเหล่านั้นแล้วทำหน้าเลิ่กลั่กไต้กงเรือที่ยืนอยู่หน้าสุดรีบเดินเข้ามาต้อนรับ “ข้าน้อยคารวะคุณชายใหญ่” ไต้กงไฉช่างล่างเห็นหน้ากากที่คุณชายใหญ่ใส่มาก็จำได้ รวมทั้งองครักษ์ที่ติดตามคุณชายใหญ่ล้วนเป็นคนคุ้นหน้า เขาเป็นคนเดียวในอู่ต่อเรือแห่งนี้ที่รู้ฐานะที่แท้จริงคุณชายใหญ่ ซึ่งต้องระมัดระวังความปลอดภัยเป็นพิเศษ คราวก่อนที่เขาติดตามคุณชายใหญ่ล่องเรือไปแคว้นเหลียนกับแคว้นผิงก็ได้รู้ว่านอกจากคุณชายใหญ่จะเป็นผู้มีวิทยายุทธ์สูงส่งแล้ว ยังเป็นคนดุมากจนไม่กล้ามีผู้เข้าใกล้โดยง่าย หน้ากากที่สวมใส่ในคราวล่องเรือเป็นหน้ากากรูปอสูรเห็นแล้วดูดุร้ายยิ่งนัก ทว่าคราวนี้เป็นหน้ากากที่ดูไม่ดูโหดเหมือนครั้งก่อนทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้น‘น่าแปลกที่คุณชายใหญ่ไม่เคยถอดหน้ากากให้ผู้ใดเห็นเลย หรือว่าจะมีใบหน้าอัปลักษณ์เสียจนไม่ต้องการให้ผู้ใดได้เห็น’ “ซ่อมแซมเรือที่ครั้งก่อนถูกลอบยิงเสร็จหรือ
last updateLast Updated : 2026-01-26
Read more
บทที่ 6 คฤหาสน์ของอสูร
เหลียงเจินซินเดินสอบถามผู้คนไปตามถนนว่าพบเห็นบิดาของนางบ้างหรือไม่ จนได้เบาะแสว่าท่านเจ้าเมืองเป่าจูนั่งรถม้าออกไปชานเมือง“เสี่ยวเหวินเจ้าว่าท่านพ่อข้าจะไปพบผู้ใด ดูช่างลึกลับเสียเหลือเกิน เคยมีคนติดตามห้าหกคนก็เอาไปเพียงสองคน เจ้าว่าเรื่องนี้มีลับลมคมในหรือไม่” ไป๋ฉิงเหวินฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว “น่าจะมีแน่ หากท่านลุงออกไปทำงานจริง เหตุใดจึงไม่บอกกล่าวท่านป้าให้ชัดเจน ซ้ำยังไม่ฝากคำพูดไว้กับคนเฝ้าประตูด้วย” “ดูจากทิศทางแล้วเหมือนจะไปที่คฤหาสน์อสูรตนนั้น” นักสืบซินชี้ไปที่คฤหาสน์หลังใหญ่ที่นางลอบเข้าไปเมื่อวันก่อน “หือ...เห็นคฤหาสน์นี้ทีไร ข้ารู้สึกใจไม่ดีเลย” ไป๋ฉิงเหวิน มองดูคฤหาสน์สีเทาทึมหลังใหญ่ข้างหน้า “จะว่าไปคฤหาสน์นี้ใหญ่กว่าจวนเจ้ามาก น่าจะเป็นคหบดีหรือคนสำคัญที่มาจากต่างถิ่นที่แฝงกายมาอยู่ที่นี่เสียกระมัง” “ขนาดเจ้าเป็นมือปราบยังไม่รู้ว่าเจ้าของคฤหาสน์เป็นผู้ใด แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรเล่า”เหลียงเจินซินอารมณ์เสีย นางคิดจะลอบเข้าไปข้างในอีกสักครั้ง แต่เพียงหยุดม้าอยู่ระยะไกลจากคฤหาสน์นั้นพอสมควรก็สังเกตเห็นเงาวูบวาบที่
last updateLast Updated : 2026-01-26
Read more
บทที่ 7 แผนกระชากหน้ากาก
“อืม เห็นทีข้าจะต้องสืบสวนเรื่องคดีลักทรัพย์นั้นให้เรียบร้อยโดยไว” ไป๋ฉิงเหวินนึกถึงเจ้าคนรับใช้ที่น่าจะขโมยของในจวนออกไปฝากไว้ที่โรงรับจำนำ เหลียงเจินซินได้ยินก็กระตือรือร้นในทันที “ข้าจะช่วยเจ้าสืบเต็มที่ เผื่อข้าจะได้มีโอกาสเจอกับอสูรตนนั้นอีกสักครั้ง ข้าอยากรู้นักว่าใต้หน้ากากนั้น หน้าตาของเขาเป็นเช่นใด ” “เจ้านี่นา ช่างสงสัยไม่เข้าเรื่อง หากเขาหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวจึงไม่อยากให้ผู้ใดเห็นเจ้าจะทำเช่นใด” “เสี่ยวเหวิน เจ้าไม่สงสัยบ้างหรือ คนเช่นใดจึงใส่หน้ากากมาพบผู้คนอยู่ตลอดเวลา ไม่แปลกไม่หน่อยหรือ” ไป๋ฉิงเหวินพยักหน้ารับ อันที่จริงเขาก็เหมือนกับซินเอ๋อร์ที่ช่างสงสัยไปทุกสิ่ง เพียงแต่ไป๋ฉิงเหวินไม่มีเลือดบ้ามากพอที่จะค้นหาความจริงอย่างเหลียงเจินซินที่ผ่านมาจึงได้แต่รอให้ซินเอ๋อร์ไปสืบหาความจริงมาบอกเล่าให้เขาได้ฟังหรือไม่ก็โดนนางลากให้ไปช่วยแก้ข้อสงสัย “ข้าคิดแล้วเชียวว่าเจ้าต้องอยากรู้เหมือนข้า” “ซินเอ๋อร์ เอ๊ย! นักสืบซิน เจ้าคิดว่าจะได้เห็นใบหน้าเขาได้อย่างไร” “ก่อนอื่นก็ต้องหาวิธีเข
last updateLast Updated : 2026-01-26
Read more
บทที่ 8 สาวใช้คนใหม่
ไป๋ฉิงเหวินรับทราบแล้วพานางไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นสตรีชาวบ้านเพื่อพบกับนายหน้าจัดหาสาวใช้ “เถ้าแก่จางนี่คือน้องสาวของข้า นางอยากเป็นสาวใช้ในคฤหาสน์หรูหรา ค่าจ้างเราไม่เรียกแพงเหมือนรายอื่น ท่านพอจะหาทางให้นางได้เข้าไปทำงานที่นั่นได้หรือไม่ ” ชายวัยกลางคนได้ยินราคาที่ชายหนุ่มเสนอแล้วก็ทำตาโต “เจ้าจะให้ข้าได้ส่วนค่าแรงของนางด้วยหนึ่งปีเทียว” “ใช่! ข้าใฝ่ฝันอยากอยู่บ้านหลังใหญ่ ตอนที่พี่ใหญ่พาข้าเดินผ่านคฤหาสน์นอกเมืองข้าชอบใจมากอยากทำงานที่นั่น” นางทำหน้าตาเด๋อด๋าดูเพ้อฝันเหมือนสาวบ้านนอกที่เพิ่งได้เข้ามาในเมือง ทว่าหน้าตาของนางเกลี้ยงเกลาสะอาดสะอ้านและดูน่ารักนักหนา “เจ้าหนุ่ม น้องสาวของเจ้าช่างน่ารักเสียจริง หากเจ้าไม่บอกว่าบ้านอยู่บนเขาล่ะก็ ข้าคงคิดว่านางเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่สักคน” “โอ๊ย! คุณหนงคุณหนูอะไรเล่า ท่านดูเสื้อผ้าพวกเราสิทั้งเก่าทั้งหยาบกระด้างขนาดนี้ นางแค่โชคดีที่อยู่บนเขามีน้ำแร่ให้อาบเลยผิวพรรณดี” ไป๋ฉิงเหวินแก้ตัวอย่างรวดเร็วจนซินเอ๋อร์นึกชื่นชมพี่ชายของนาง “มิน่า! ผิวพรรณของนางจึงดูคล้ายคนที่ไม
last updateLast Updated : 2026-01-26
Read more
บทที่ 9 กฎเกณฑ์อันเข้มงวด
หมิ่นซูปี้เห็นเยี่ยซินคอยมองซ้ายมองขวาตลอดระยะทางที่ไปเรือนพักก็รีบหันมาเตือน “ซินเอ๋อร์เจ้าต้องระวังให้ดี อย่าไปเดินเพ่นพ่านแถวเรือนนายท่าน มิฉะนั้นจะหลังขาดมิรู้ตัว” สีหน้าจริงจังของสาวใช้หน้าซื่อทำเอาซินเอ๋อร์ตาโต “ทำไมหรือ ” “กฎสำคัญคือเรือนของนายท่านไม่อนุญาตให้สาวใช้เข้าไปในยามที่นายท่านอยู่ พวกเราจะได้เข้าไปทำความสะอาดเฉพาะตอนที่นายท่านไม่อยู่” “หือ! เป็นเพราะเหตุใด” “ข้าก็ไม่รู้ แต่ท่านพ่อบ้านสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด ในจวนนี้มีแค่เราสองคนเท่านั้นที่เป็นสาวใช้ แม้แต่คนทั้งครัวก็ล้วนเป็นบุรุษ” “น่าแปลกจริง!” “ซูปี้ข้าถามตรงๆ หรือว่านายท่านจะเป็นพวกตัดแขนเสื้อ” ซินเอ๋อร์ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบ หมิ่นซูปี้ทำหน้าบิดเบี้ยว “อย่าพูดไปเทียว! หากใครได้ยินเข้าเจ้ากับข้าคงชะตาขาดแน่” “หรือว่าจะใช่! ข้าเห็นองครักษ์สองนั่นดู.....” หมิ่นซูปี้ส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้ แต่ที่นี่ไม่มีผู้ใดกล้ากล่าวถึงนายท่าน เจ้าเองก็ห้ามเอ่ยโดยเด็ดขาด เข้าใจไหม ” นางรีบกำชับเสียงแข็งซินเอ๋อร์เห็นท่าทาง
last updateLast Updated : 2026-01-26
Read more
บทที่ 10 แอบดูนายท่าน
“ไม่ต่างกันเล้ย!” ทุกคนพร้อมใจกันขึ้นเสียงสูง แล้วส่ายหน้าพร้อมหัวเราะร่วน ซินเอ๋อร์เห็นใบหน้าซื่อๆ ของหมิ่นซูปี้ที่ดูเชื่อมั่นในความคิดของตนแล้วก็อดยิ้มมิได้ “ใช่ๆ เราสองคนเป็นสาวใช้เหมือนกัน” คนในครัวรีบกระวีกระวาดหาอาหารที่ปรุงใหม่มาใส่จานแบ่งแล้วเรียกให้ซินเอ๋อร์มานั่งกินที่โต๊ะหน้าโรงครัว หมิ่นซูปี้เห็นแล้วทำหน้าฉงน “พ่อครัวถาน ทำไมวันนี้อาหารถึงมีหลายอย่างนัก ” ใบหน้าของหัวหน้าโรงครัวขัดเขิน “คิดซะว่าข้าเลี้ยงต้อนรับซินเอ๋อร์ก็แล้วกัน” “อืม...หากมีเลี้ยงต้อนรับเช่นนี้ทุกวันก็คงดี”“พวกเจ้ารีบกินเร็วเข้าเถิด ประเดี๋ยวต้องไปเตรียมปัดกวาดห้องโถงให้นายท่านอีก พ่อบ้านเมี่ยวสั่งให้พวกเจ้าทำให้เรียบร้อยก่อนนายท่านกลับ”เมื่อบ่าวผู้นั้นเดินจากไปหมิ่นซูปี้จึงเงยหน้ามาบอกซินเอ๋อร์ “นั่นน่ะ ผู้ช่วยมือหนึ่งของพ่อบ้านเมี่ยว ชื่อเฉียวไฉ เขาเป็นคนเข้มงวด เจ้าจะทำสิ่งใดให้มองหน้าเขาเสียก่อน หากทำผิดกฎเขาจะฟ้องพ่อบ้านทันที”“อึ๋ย! โหดขนาดนั้นเทียว”“ตอนมาอยู่ใหม่ๆ ข้าเคยโดนมาแล้ว”“โดนอันใด”“โดนโบยเพราะเฉียวไฉคนนี้น่ะสิ!” ส
last updateLast Updated : 2026-01-26
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status