Masukเหลียงเจินซินสาวน้อยที่มีวิชาแมวเก้าชีวิตแอบเข้าไปในจวนลับของท่านอ๋องผู้สวมหน้ากากตลอดเวลา นางถูกกักตัวไว้เป็นสาวใช้และให้คอยปรนนิบัติท่านอ๋อง หลังจากแอบหนีออกมาได้ แต่่ท่านอ๋องกลับติดใจตามหานางไปทั่วแคว้น
Lihat lebih banyakพิธีอภิเษกสมรสขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นจินจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าครั้งที่องค์หญิงจินเฟิ่งเข้าพิธีกับจวิ้นอ๋องแห่งแคว้นหมิง ขบวนแห่ไปรับเจ้าสาวที่ยาวเหยียดจนสุดถนน คนทั้งเมืองที่มายืนชะเง้อชะแง้รอดู เสียงดนตรีที่ดังไปทั้งเมืองล้วนแล้วแต่สร้างความครึกครื้นคึกคัก ร้านรวงต่างพร้อมใจกันประดับโคมไฟสีแดงและ ผ้าแดงเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับท่านอ๋องใหญ่ องค์ชายจินเสวี่ยหลงทรงถอดหน้ากากต่อหน้าราษฎรเป็นครั้งแรก รูปร่างสูงใหญ่งามสง่าใบหน้าคมคายในชุดเจ้าบ่าวสีแดงสดบนหลังม้าศึกตัวใหญ่ ทุกคนต่าง ชี้ชวนกันชื่นชม “ไหนว่าท่านอ๋องใหญ่อัปลักษณ์อย่างไรเล่า ดูซิ...รูปลักษณ์อย่างนี้ราวกับเทพเซียนจากบนสวรรค์ก็ว่าได้” “ใช่ๆ ไม่เคยคิดเลยว่าที่ทรงสวมหน้ากากปิดบังเอาไว้กลับกลายเป็นใบหน้าหล่อเหลาเยี่ยงนี้” “นับเป็นวาสนาที่ได้เห็นท่านอ๋องทรงถอดหน้ากาก” เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสองข้างทางดังขรม องครักษ์ซ่งกับองครักษ์หร่วนยิ้มอย่างปลาบปลื้มในตัวองค์ชายจินเสวี่ยหลงที่ตนเองติดตามมานานปี ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ท่านอ๋องทรงยอมถอดหน้ากากมาสู้หน้าผู้คนเสียที!
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ” ร่างใหญ่ก้มลงกระซิบข้างหู เหลียงเจินซินเงยหน้าขึ้นมองอย่างเหนื่อยอ่อน “หม่อมฉันแค่เหนื่อยมากเพคะ ตอนนี้ง่วงมากอยากจะหลับนานๆ” ท่านอ๋องถึงกับสะดุ้ง ใบหน้าของนางซีดเผือดแขนขาอ่อนเปลี้ยอยู่ในอ้อมกอดของพระองค์ “ซินเอ๋อร์ เจ้าอย่าหลับนะ มองหน้าข้าไว้!” น้ำเสียงตื่นตระหนกของ ท่านอ๋องทำให้เหลียงเจินซินไม่กล้าหลับตาลงอีก นางเกรงว่าเขาจะกังวล เหลียงเจินซินยกมือขึ้นลูบใบหน้าของท่านอ๋องเบาๆ เสียงของนางเริ่มกระท่อนกระแท่นเพราะความเหนื่อยอ่อน “ท่านอ๋อง หม่อมฉันแค่ง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าอย่าหลับตาเด็ดขาด” ท่านอ๋องจุมพิตที่นางผาก สันจมูก และแก้มซ้ายขวาของนางเพื่อหวังให้หญิงคนรักยังมีสติ...หากว่านางหลับตาลงแล้ว พระองค์เกรงว่านางจะไม่ลืมตาขึ้นอีก “หากเจ้าไม่ตื่นขึ้นมาอีกเล่า ข้าจะอยู่อย่างไร ” น้ำเสียงสั่นเครือและดวงตาแดงก่ำที่น้ำตาจวนจะหยาดหยดนั้นทำเอาเหลียงเจินซินต้องพยายามอย่างสุดกำลังที่จะไม่หลับตาลง “ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันแค่เหนื่อยและง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าต้องมองหน้าข้าเอาไว
เหลียงเจินซินกระโจนไปขวางหน้ากลุ่มของลู่เย่เอาไว้ ตรอกแห่งนั้นกว้างพอที่บุรุษจะยืนเรียงหน้าได้สักแปดคน นางสวมชุดคุณชายสีดำ สะพายกระเป๋าพาดทแยงตามไหล่ข้างหนึ่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นดูแล้วไม่เหมือนกับจอมยุทธ์ผู้อาจหาญ ยังไม่มีผู้ใดตามมาทัน หากนางไม่ขวางไว้ล่ะก็ เจ้าคนแซ่ลู่กำลังจะไปถึงรถม้าที่จอดอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก เหลียงเจินซินตัดสินใจกระโดดลงไปขวางคนกลุ่มนั้น ลู่เย่ขมวดคิ้วเขาไม่เคยเห็นคุณชายน้อยผู้นี้มาก่อน นี่เป็นการประจันหน้ากันครั้งแรก “เจ้าเป็นผู้ใด บังอาจมาขวางทางข้า” “ข้าเป็นคนของทางการ ได้รับมอบหมายให้มาจับกุมเจ้า” “ฮ่าๆ คุณชายน้อยไปเล่นที่อื่น ยามนี้ต่อให้พญายมก็มิอาจขวางทางข้าได้ ถอยไป!” “ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าเป็นคุณชายน้อยเช่นนั้นก็ดี...จำได้ด้วยว่าข้าแซ่เหลียง” เหลียงเจินซินกล่าวจบก็กดจุดบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว นางกางแขนสองข้างออกกว้าง พลันควันดำก็พวยพุ่งออกจากแขนเสื้อของนาง คนทั้งหมดเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็พลันชะงัก เป็นเจิ้งตั้นอี้ที่นึกขึ้นได้ “ปีศาจแมวดำ! มันคือปีศาจแมวดำ!” เหลียงเจินซินใบหน้าถมึง
ท่านอ๋องใหญ่ยิ่งตรวจตรายิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ นักฆ่าที่อยู่ในเรือนนี้มีจำนวนไม่มากอย่างทีทรงคาดไว้ ซ้ำยังไม่เห็นลู่เย่ที่เป็นเจ้าของเรือนตัวจริง ช่างน่าแปลกนัก! “ท่านน้าหรือว่าพวกเราจะถูกหลอกเสียแล้ว” แม่ทัพจินหลี่หมิงหันมามองหน้าหลานชาย “ข้าก็คิดเช่นเจ้า! บางทีลู่เย่อาจจะยอมทิ้งเรือนนี้แล้วหนีไปที่อื่นโดยทิ้งเหยื่อเล็กน้อยไว้ล่อพวกเรา” “เช่นนี้แล้ว...ลูเย่คิดจะหนีไปที่ใด ” “หรือว่าจะเป็น....” สองน้าหลานจึงสั่งการสั่งการให้คนทั้งหมดเตรียมตัวกลับเข้าอำเภอหลี่ เมื่อเดินทางออกมาถึงชายป่าสนพันหมู่ ไป๋ฉิงเหวินที่รออยู่ก็รีบรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในทันที “สือกุ้ยอินน่ะหรือ ที่ตามคนพวกนั้นไป” “พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้นางอยู่เมืองหลวงแล้ว ที่สำคัญวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันประหาร ใต้เท้าลู่ ตุลาการเหลียงเกรงว่าลู่เย่จะบุกชิงตัวประกันจึงได้สั่งให้กราบทูลท่านอ๋องให้รีบเสด็จกลับเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพจินหลี่หมิงรีบตบบ่าหลานชาย “พวกเราต้องเร่งเดินทางกันแล้ว ไม่เช่นนั้นอาจไม่ทัน” “ขอรับ!” ทหารกลุ่มใหญ่จึงเ
ถานมู่เจ๋อได้ยินว่าท่านอ๋องใหญ่นำองครักษ์บุกเข้าไปช่วยองค์ชายน้อยได้สำเร็จแต่กลับไม่อาจบุกเข้าไปถึงรังของลู่เย่ได้ก็นึกดีใจ “หึ! สวรรค์เป็นใจ อาจจะต้องการให้ข้าได้มีส่วนในการแก้แค้นบ้าง” “นี่เจ้าคิดจะบุกรังของลู่เย่เลยเชียวหรือ ” สือเหวินกวางเห็นว่าแม้แต่ท่านอ๋องใหญ่ยังไม
เหลียงเจินซินสังเกตอยู่ครู่หนึ่งก็ดูออกว่าคนผู้นั้นคืออวี๋เหลียน องค์ชายน้อยทั้งสองไม่กล้าส่งเสียงร้องได้แต่อ้าปากมองดูการต่อสู้เบื้องหน้าอย่างตื่นเต้น เสด็จป้าของตนกล้าหาญนัก นางใช้กระบี่รับมือคนที่เข้ามาทั้งซ้ายและขวา อีกมือก็หาโอกาสขว้างเข็มพิษออกไป “เสด็จป้าด้านนี้ก็มี!” หมิงฮ
องค์ชายน้อยทั้งสองได้ยินกว่าคนร้ายคิดจะตัดนิ้วของตนเองก็หน้าซีดอ้าปากค้าง “นะ นะ นิ้วของพวกเรานี่นะ” “ใช่แล้ว! หากข้าไม่พาเจ้าหนีในวันนี้ล่ะก็ เห็นทีนิ้วอ้วนๆ ของเจ้าสองคนคงถูกหั่นออกไปคนละชิ้นเป็นแน่” “เสด็จป้า ไม่เอานะ ข้าไม่อยากถูกหั่นนิ้ว” หมิงฮุ่ยชิงสีหน้าตระหนกกว่าแ
ลู่เย่ได้รับข่าวร้ายว่านายอำเภอหลี่ถูกจับได้ว่าทุจริตเงินช่วยภัยแล้งจึงถูกจับไปคุมขัง ผู้ตรวจการจากเมืองหลวงทำหน้าที่ดูแลอำเภอหลี่เป็นการชั่วคราว คนของเขาที่วางไว้ในที่ว่าการอำเภอหลี่ล้วนไม่กล้าออกตัว นักฆ่าหลายคนที่แฝงกายอยู่ในอำเภอถูกจับกุมและนำส่งไปขังรอรับโทษพร้อมกันที่เมืองหลวง

















