All Chapters of สายลับจับอ๋องใหญ่: Chapter 61 - Chapter 70

168 Chapters

บทที่ 61 แอบดูสือกุ้ยอิน

การจะตามสืบเรื่องของคุณชายสือ สองพี่น้องนักสืบเห็นว่าต้องทำอย่างรอบคอบเพราะหลังจากที่พวกเขาไปแวะโรงน้ำชาของจู้หย่งปังแล้ว ได้รับรายงานว่าเมื่อวานคนของสือเหวินกวางจับผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งไปซ้อม เช้าวันนี้จึงส่งผู้อารักขามาตรวจกระดานสำนักเปี่ยนฝูที่หน้าโรงน้ำชาอีกคำรบ “ตอนนี้เบาะแสเกี่ยวกับสือเหวินกวางมีมาเพิ่มไม่น้อย นับว่าเบาแรงพวกเราไปได้มาก ข้ากับซ่งเหรินจีกำลังเรียบเรียงข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาไว้ให้พวกเจ้าได้อ่าน” เหลียงเจินซินหยิบเอาเศษกระดาษเป็นแถบๆ ที่มีผู้เขียนสิ่งที่เกี่ยวกับคุณชายสือลงไปแล้วหย่อนไว้ในกล่องรับเบาะแสที่จู้หย่งปังตั้งไว้หน้าโรงน้ำชาด้วยความทึ่ง “สมกับที่เป็นสำนักข่าวจริงๆ เสี่ยวเหวินเจ้าดูสิ พวกเขาเขียนนิสัยใจคอ และพฤติกรรมบางอย่างของสือเหวินกวางเอาไว้ด้วย อย่างคนนี้ว่าคุณชายสือมักจะนัดหมายกับสหายไปสังสรรค์โรงเตี๊ยมนอกเมือง อีกคนก็ว่าสือเหวินกวางชอบไปเหลาสุราต้นสน อืม...ช่างน่าสนใจ”เหลียงเจินซินชื่นชมแนวคิดของจู้หย่งปังที่ทำให้ได้เบาะแสมากมายในเวลาอันสั้น “หากเราทำให้คนทุกคนช่วยเป็นหูเป็นตาแทนเรา ก็เท่ากั
Read more

บทที่ 62 จับผิดสือเหวินกวาง

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาใกล้ศาลา ปากก็เอ่ยทักทายพี่สาวสองพี่น้องนักสืบอยู่ห่างจากศาลาไกลเกินกว่าจะได้ยินถ้อยคำพูดคุยกันของพวกเขา แต่ดูจากกริยาอาการแล้ว สือกุ้ยอินพักมือจากการบรรเลงพิณแล้วเชื้อเชิญให้น้องชายนั่งลงดื่มชากับตนนางหันไปพยักหน้าให้กับสาวใช้เพื่อให้ยกเอาจานขนมไปให้ชายหนุ่มใบหน้าแฉล้ม ทั้งสองมีรูปร่างและใบหน้าละม้ายกันจึงดูงดงามเข้าคู่กันยิ่งนัก “ข้าอยากเห็นหน้าใต้เท้าสือจริงเทียว เหตุใดจึงมีบุตรธิดางดงามเช่นนี้”ไป๋ฉิงเหวินเพิ่งจะรำพึงขึ้น ชายชราในชุดขุนนางกรมตุลาการก็เดินเอามือไพล่หลังนำหน้าบริวารเข้ามาใกล้ศาลา “พูดถึงผี ผีก็มา นั่นไง บิดาของพวกเขากลับมาแล้ว” เหลียงเจินซินขำคิกเมื่อเห็นใต้เท้าสือเดินมาถึงศาลากลางสวน บุรุษหล่อและสตรีงดงามรีบลุกขึ้นแสดงคารวะผู้เป็นบิดา สีหน้าของใต้เท้าสือดูคร่ำเคร่งจนสังเกตเห็นชัดว่าสองพี่น้องดูเกร็งเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้ากรมตุลาการ “ท่าทางใต้เท้าสือจะเป็นคนดุยิ่งนัก” “วันๆ ทำก็เอาแต่ตัดสินคดี อ่านฎีกา อ่านคำฟ้อง เจ้าคิดว่าจะเอาความบันเทิงเริงรมย์มาจา
Read more

บทที่ 63 วิชาของซินเอ๋อร์

“ว่ามา...” หน้าตาขององครักษ์เงาดูเซ็งสุดขีด นอกจากเขาจะต้องเสียหน้าเพราะถูกอดีตสาวใช้ของท่านอ๋องจับได้แล้ว ยังต้องถูกนางข่มขู่อีกด้วย“ข้าอนุญาตให้เจ้าติดตามข้าได้แต่ห้ามบอกท่านอ๋องทุกอย่างที่ข้าทำ”“หือ! แล้วข้าจะต้องกราบทูลท่านอ๋องอย่างไร”“กราบทูลเฉพาะสถานที่ที่ข้าไป แต่หากเห็นข้าทำสิ่งใดที่ผิดแผกพิสดารเจ้าห้ามกราบทูลเด็ดขาด”องครักษ์หนุ่มเห็นว่าตนเองก็ยังทำงานให้ท่านอ๋องสำเร็จแม้จะต้องปกปิดบางสิ่งที่นางทำไปบ้าง เขาได้แต่คิดว่าหากสิ่งที่หากทำมิได้ส่งผลเสียต่อท่านอ๋องเขาจะละเว้นการกราบทูลบ้างก็ไม่น่าจะเป็นอันใด ซินเอ๋อร์ที่แท้เป็นนักสืบมิใช่หรือ นางคงไม่ทำสิ่งใดพิสดารจริงๆ อย่างที่นางว่าดอกกระมัง “ได้! ตกลงตามนี้”“เดี๋ยว! ข้ายังไม่รู้ชื่อของเจ้าเลย”ชายหนุ่มดวงตาลุกวาว นางเห็นหน้าเขาแล้วยังจะกล้าถามชื่ออีก“เรารู้จักกันแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าติดตามท่านอ๋องใหญ่ตลอด ข้าอยู่ในสายตาเจ้าตลอดอยู่แล้วนี่”“อวี๋เหลียน”“อืม...ต่อไปข้านับเจ้าเป็นสหาย”นางพูดจบก็วิ่งจากไป ปล่อยให้องครักษ์เงายืนนิ่งงันอยู่ข้างกำแพง ตกลงว่าเขากับนางทำข้อตกลงเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ‘เป็นสหายงั้นหรือ เป็นสหายกับนา
Read more

บทที่ 64 ร่างแปลงของนาง

อวี๋เหลียนขยี้ตาสองสามทีเพื่อให้แน่ใจว่าตนมิได้ตาฝาด ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตนเขาก็เพิ่งได้เห็นเรื่องพิสดารกับตาตนเองเป็นครั้งแรกมิน่าเล่า! นางจึงกำชับว่าหากเห็นสิ่งใดก็ให้อุบเงียบเอาไว้!!! ในใจขององครักษ์หนุ่มอัดอั้นจนอยากจะพุ่งเข้าไปถามนางเสียเดี๋ยวนี้ ตกลงว่านางเป็นคนหรือปีศาจกันแน่ เหตุใดจึงแปลงร่างเป็นแมวดำได้ วิชาเช่นนี้เขาไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ใดทำได้มาก่อน องครักษ์เงาเห็นนางกระโจนด้วยท่วงท่าคล้ายแมวอย่างว่องไวไม่กี่ครั้งก็มาถึงกิ่งไม้ที่มือปราบไป๋ซุ่มรออยู่ คนทั้งสองคุยกันอยู่ครู่หนึ่งนางก็กลับลงไปยังห้องเก็บฟืนจากนั้นทั้งสองก็เดินเคียงคู่กันออกไปประตูหน้าใหญ่หน้าเรือนโดยมีคุณหนูหานเป็นผู้มาเปิดประตูส่งแขก องครักษ์อวี๋ที่มิเคยมีผู้ใดรู้ชื่อจริงของเขาแม้แต่ท่านอ๋องใหญ่รีบทะยานกลับด้วยวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศ “นักสืบซินไปซุ่มดูสือเหวินกวางทางเรือนตระกูลหานพ่ะย่ะค่ะ ค่ำนี้นางก็แอบเข้าเรือนของคุณชายสือด้วยชุดดำด้วย ไม่นานก็ออกมา ตอนนี้กำลังเดินเล่นอยู่กับมือปราบไป๋ อีกไม่นานก็คงมาถึงที่นี่” “เดินเล่น นี่นางยังมีอารมณ์ไปเ
Read more

บทที่ 65 นี่คือห้องของเจ้า

หมิ่นซูปี้พยักหน้ารับอย่างตื่นเต้นเมื่อฟังสิ่งที่ซินเอ๋อร์ในชุดบุรุษเล่าความจริงให้ฟัง “เจ้าสำนักไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะเก็บทุกอย่างเป็นความลับ” “เช่นนั้นเจ้าก็จงแสร้งทำเป็นไม่รู้จักข้า เข้าใจหรือไม่” “เข้าใจแล้ว แต่ว่า...วันหน้าเจ้าสำนักต้องพาข้าไปสำนักข่าวเปี่ยนฝูด้วยได้หรือไม่”ดวงตาของหมิ่นซูปี้ฉายแววมีความหวังอย่างเต็มเปี่ยม การที่นางเลือกติดตามเจ้าสำนักซินช่างเป็นเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต “ได้ๆ เอาไว้เมื่อท่านอ๋องไม่อยู่แล้วข้าจะพาเจ้าไปด้วย จะได้เห็นว่าสำนักเปี่ยนฝูของพวกเรายิ่งใหญ่แค่ไหน” เหลียงเจินซินมอบหมายให้หมิ่นซูปี้คอยจับตาดูท่านอ๋องใหญ่และคนที่เข้ามาติดต่องานกับท่านอ๋องในกรมตุลาการแล้วคอยรายงานนาง “เจ้าจะได้ค่าจ้างเช่นเดียวกับนักสืบฝึกหัดคนอื่นๆ เมื่อผลงานของเจ้าดี รายได้ของเจ้าก็ดีตามไปด้วย” “เยี่ยมจริงๆ ข้าจะตั้งใจทำงานที่เจ้าสำนักมอบหมาย”หมิ่นซูปี้รู้สึกเลื่อมใสศรัทธาในตัวนักสืบซินยิ่งนักแต่ก่อนเป็นแค่หัวหน้า บัดนี้นางกลายเป็นเจ้าสำนักข่าวเปี่ยนฝูในเมืองหลวง...ช่างเก่งกาจเสียจริง!
Read more

บทที่ 66 พบกับสาวงาม

กว่าท่านอ๋องจะอาบน้ำเสร็จก็นานกว่าที่เหลียงเจินซินกะเอาไว้ นางสอนหมิ่นซูปี้เสร็จไปตั้งนานแล้ว รอนานจนทนไม่ไหวเผลอฟุบหลับไปอ๋องใหญ่ชะงักพระบาทเมื่อเห็นนักสืบซินฟุบนอนหน้าคว่ำอยู่บนโต๊ะทำงานของพระองค์ ร่างใหญ่จึงก้าวเข้าไปอุ้มนางขึ้นหันไปสั่งให้หมิ่นซูปี้ที่เดินเข้ามาไปเปิดประตู “ไปเปิดประตูห้องนักสืบซินที” “เพคะ”หมิ่นซูปึ้เห็นท่าทางของท่านอ๋องที่เอาใจใส่ต่อซินเอ๋อร์ก็รู้สึกว่าท่านอ๋องคงจะชื่นชมเจ้าสำนักของตนมาก นางยิ้มน้อยๆ ก่อนจะกระวีกระวาดทำตามคำสั่งเหลียงเจินซินที่ถูกอุ้มกลับอยู่ในความฝันอันสวยงามว่าตนได้พบกับหมาป่าสีขาวตัวใหญ่มันแบกนางขึ้นหลัง นางจึงกอดคอมันแน่นเพราะกลัวตกซ้ำยังยื่นหน้าไปคลอเคลียกับซอกคอมัน “นุ่มจังๆ” เสียงพึมพำดังอยู่ใต้คางของชายหนุ่มนางเงยหน้าเอาปลายจมูกถูไถซอกคอเขาจนจนขนลุกขนชัน ท่านอ๋องใหญ่ก้มหน้าลงไปกระซิบบอกนางเบาๆ “หากเจ้าไม่เลิกทำเช่นนี้ ข้าคงจะทนไม่ไหว” เหมือนว่านางจะรับรู้ได้ถึงคำขู่ของเขา เหลียงเจินซินหยุดอยู่นิ่งๆ แล้วกรนออกมาเบาๆ ท่านอ๋องได้แต่ส่ายหน้าก่อนส่งนางเข้านอนอย่างแสนส
Read more

บทที่ 67 นักสืบฝึกหัด

นักสืบฝึกหัด สือกุ้ยอินถูกสาวใช้ผลักดันให้กลับจวนจึงไม่อาจยืนคุยกับมือปราบหนุ่มได้นานเพราะหากมีผู้อื่นมาเห็นเขาจะกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิดใหญ่โตได้ “คุณหนู ดีนะที่ตอนมือปราบคนนั้นกอดท่านไว้ไม่มีผู้อื่นผ่านมา” “นั่นมันเป็นอุบัติเหตุเจ้ายังจะคิดเล็กคิดน้อยอีก ข้าไม่ล้มลงไปบาดเจ็บก็นับว่าเป็นความชอบของเขามิใช่หรือ” ดวงตาของสือกุ้ยอินเริ่มแสดงความขุ่นเคืองจนสาวใช้ไม่กล้าต่อปากต่อคำ นางหันไปแหวกม่านหน้าต่างรถม้ามองดูผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา“บอกรถม้าพาข้าแวะไปโรงน้ำชามวลมิตรที” “คุณหนู ที่นั่นไม่เหมาะกับสตรีอย่างท่านจะไปปรากฏกายนะเจ้าคะ” “มิใช่หอคณิกาเสียหน่อย เหตุใดข้าจึงไม่ควรไปงั้นหรือ” “ที่นั่นเต็มไปด้วยผู้คนที่ไปชุมนุมกันเพื่อการซุบซิบนินทานะเจ้าคะ” “แล้วอย่างไรเล่า พวกเขามิใช่ผู้ร้ายอ้ายโจรที่ไหนมิใช่หรือ” สาวใช้ไม่อาจจะเถียงคุณหนูของตนได้จึงต้องหันไปบอกคนขับรถม้าให้มุ่งหน้าไปทางโรงน้ำชาตามคำสั่ง การปรากฏกายของสาวงามอันดับหนึ่งอย่างนางเรียกเสียงฮือฮาได้รอบทิศ “นั่นคุ
Read more

บทที่ 68 ตามหาคนแซ่ถาน

สือกุ้ยอินได้ยินว่าพี่ชายของตนกลายเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมก็รู้สึกหนักใจ “มิน่าเล่า พี่ชายของข้าถึงได้มีสีหน้าหม่นหมองและท่าทางดูผิดปกติในช่วงสามเดือนนี้” “คุณหนูสือ เพราะเหตุนี้ท่านจึงสมควรจะสืบเรื่องนี้ช่วยพวกเรา” “เช่นนั้น เรื่องที่ข้ามาขอทำงานกับพวกท่านในวันนี้เก็บเป็นความลับได้หรือไม่” “แน่นอนนักสืบทุกคนเราล้วนเก็บตัวตนพวกเขาไว้เป็นความลับ จากนี้ไปท่านอย่ามาที่นี่อีกเพราะจะมีคนสงสัยเอาได้” “แล้วพวกเราจะติดต่อกันได้อย่างไร” “หากมีคนยื่นป้ายนี้ให้ท่าน คนผู้นั้นก็คือคนของสำนักเรา” จู้หย่งปังสั่งทำป้ายรูปค้างคาวที่มีตัวอักษรประจำสำนักไว้ให้นักสืบฝึกหัด ส่วนผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วจะเป็นป้ายสีดำ สือกุ้ยอินรับป้ายสีแดงนั้นมาเก็บไว้ในสาบเสื้ออย่างรวดเร็ว ดีที่ห้องนี้มีเพียงจู้หย่งปังกับซ่งเหรินจีเท่านั้น ส่วนบัณฑิตที่ทำหน้าที่คัดลอกจดหมายข่าวจะอยู่อีกห้องหนึ่งถัดไป จู้หย่งปังเล่ารายละเอียดของคดีฆาตกรรมให้นางได้รู้เพื่อจะได้สืบหาเบาะแสที่ขาดไป “เจ้าบอกว่าบิดาของข้าก็เกี่ย
Read more

บทที่ 69 เหลาสุราต้นสน

เหลียงเจินซินที่กำลังคิดจะแฝงกายเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลถานพลันชะงักเมื่อได้ยินคุณชายใหญ่ถานมู่เจ๋อสั่งให้บ่าวประจำตัวเตรียมรถม้าเพื่อจะออกไปเหลาสุราต้นสน เจ้าสำนักเปี่ยนฝูจึงถอยหลังย่องเบาออกมาหาญาติผู้พี่ “ถานมู่เจ๋อทำเรื่องถูกใจเจ้าแล้ว เขาจะไปที่เหลาสุราต้นสน” “หือ....เข้าท่าแฮะ” สองพี่น้องรีบเดินทางไปดักรอคุณชายถานอย่างเร็วไว ยามนี้เพิ่งบ่ายคล้อยทว่าเหลาสุรายอดนิยมกลับครึกครื้นราวกับมีการจัดงานรื่นเริง เสียงบรรเลงพิณและผีผาดังสวนกันจากคนละทิศจนแทบจะแยกมิได้ เหลาสุราแห่งนี้เมื่อเดินเข้าไปด้านหน้าแล้วจะพบทางแยกออกเป็นด้านซ้ายและด้านขวา พื้นที่ว่างตรงกลางจะมีโต๊ะเก้าอี้สำหรับคุณชายที่ฐานะดีนั่งติดกับเวทีที่มีหญิงงามมาบรรเลงดนตรี ส่วนชั้นบนจะมีห้องส่วนตัวสำหรับผู้ที่ต้องการความสงบขึ้นไปร่ำสุราและฟังดนตรีที่ว่าจ้างมาเป็นการเฉพาะหากเดินห่างจากช่วงกลางชั้นหนึ่งของตัวเรือนแล้วพบว่าเสียงดนตรีอาจจะมีสอดแทรกกันมาเป็นระยะๆ สลับกับเสียงพูดคุยของบุรุษมากมาย ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นที่ยอดนิยมสำหรับบุรุษเท่านั้น สตรีที่แต่งงานแล้วก็ยังนิยมติด
Read more

บทที่ 70 ตัวตนของจู้หย่งปัง

ตัวตนของจู้หย่งปัง เสี่ยวเอ้อนำเอาสุราชั้นเลิศไปให้กับโต๊ะของสือเหวินกวางหนึ่งกา ชายหนุ่มโบกมือว่าตนมิได้สั่ง ครั้นเสี่ยวเอ้อก้มลงกระซิบว่ามีคุณชายอีกโต๊ะส่งมาให้ คุณชายสือจึงหันไปพบกับ จู้หย่งปังที่โบกมือให้พร้อมรอยยิ้ม สือเหวินกวางก้มศีรษะขอบคุณ ส่วนโต๊ะของถานมู่เจ๋อก็ได้รับเช่นกัน คุณชายถานก็หันมาโบกมือยิ้มขอบคุณให้กับจู้หย่งปังซ่งเหรินจียิ้มกว้างแล้วค่อยก้มหน้ากัดฟันพูด “นี่เจ้าคงคิดจะเริ่มอีกแล้วสินะ”จู้หย่งปังแสร้งยกจอกสุราขึ้นชูให้กับสือเหวินกวางเป็นเชิงคารวะพร้อมยกแขนเสื้อขึ้นบังก็ตอบด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ “การแก้แค้นสิบปีไม่เคยสายนี่นา ”“ข้าว่าชีวิตพวกเขาคงไม่มีวันสงบสุขเพราะเจ้า!”“ผู้ใดใช้ให้พวกมันรังแกข้าก่อนเล่า”“ที่เจ้าทำมาตั้งหลายอย่างยังไม่พอใจอีกหรือ”“หึ! ความเจ็บแค้นของข้ามันต้องชดใช้หลายสิบเท่า”จู้หย่งปังคิดถึงความขมขื่นในวัยเด็ก คนทั้งสองคอยกีดกันมิให้เด็กคนอื่นที่ไปร่ำเรียนด้วยกันมาเล่นกับเขา เด็กชายจูหย่งปังเผชิญความโดดเดี่ยวและโดนรังแกเกือบสามปี หลังจากการตัดสินใจแก้แค้นในครั้งนั้นเขารู้สึกสนุกยิ่งนักและสัญญากับตัวเองว่าต่อไปจะตามรังแกพวกม
Read more
PREV
1
...
56789
...
17
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status