All Chapters of บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้: Chapter 271 - Chapter 280

403 Chapters

บทที่ 273 : ปราการไหมพันชั้น

ประกายแสงแห่งอาคมเวท พลันสว่างวาบแหวกความมืดมิดในศาลาโอสถจันทราในเสี้ยวอึดใจที่ปลายนิ้วเรียวขาวผ่องของอดีตบรรพชนจิ้งจอก กำลังจะทะลวงผ่านช่องว่างแห่งมิติธาตุ เพื่อทาบทับลงบนเส้นชีพจรบริเวณข้อมือซีดเซียวของอาคันตุกะรูปงาม ระยะห่างระหว่างผิวเนื้อของสตรีมีสามีและบุรุษหน้าขาว หดแคบลงจนเหลือเพียงครึ่งเส้นผม ทว่าสัจธรรมแห่งการแพทย์ย่อมไร้ความหมาย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความหึงหวงระดับล้างผลาญเอกภพ"หยุดมือเดี๋ยวนี้ฮูหยิน!"สุรเสียงกัมปนาทที่อัดแน่นไปด้วยปราณมฤตยูและกลิ่นน้ำส้มสายชูเดือดพล่าน แผดก้องสะท้านทำลายล้างความเงียบสงัด พร้อมกันนั้น ร่างกำยำที่ห่อหุ้มด้วยเกราะรบมหาปฐมมาร ก็ระเบิดความเร็วก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งแสงสว่าง พุ่งทะยานแหวกอากาศธาตุเข้ามาขวางกั้นกึ่งกลางโต๊ะตรวจโรคศิลาหมับ!ฝ่ามือกร้านศึกที่หุ้มด้วยถุงมือเหล็กกล้า ตวัดวูบเดียวด้วยความเร็วที่ฝืนกฎเกณฑ์ฟ้าดิน คว้าจับเข้าที่ข้อมือเล็กบางของมารดาแห่งวังมารอย่างเด็ดขาด ท่วงท่าการสกัดกั้นนั้นรุนแรงดุดันประดุจการสกัดดาวหางมฤตยู ทว่าน้ำหนักที่บีบรัดลงบนผิวพรรณของภรรยากลับนุ่มนวลทะนุถนอม ราวกับเกรงว่าแก้วคริสตัลจะแตกร้าว แรงลมจากการพุ่งตั
Read more

บทที่ 274 : สื่อกลางส่งผ่านปราณ

สัจธรรมแห่งการแพทย์ที่สืบทอดมานับล้านปี กำลังถูกบดขยี้ทำลายล้างด้วยน้ำมือของบุรุษผู้สวมเกราะรบมหาปฐมมารมัจจุราชแห่งแดนอเวจีผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดุดันและชโลมด้วยน้ำมันหอมเซียนจนสว่างวาบ เคลื่อนไหวร่างอันใหญ่โตมโหฬารด้วยความเร็วก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งแสงสว่าง ท่อนแขนกำยำที่หุ้มด้วยเหล็กกล้าปรโลก ตวัดวูบฝ่ามิติธาตุ ม่อซางใช้ท่อนแขนอันแข็งแกร่ง ดันก้อนผ้าไหมสวรรค์พันชั้น หรือมือดักแด้ยักษ์ของอดีตบรรพชนจิ้งจอก ให้ร่นถอยกลับไปแนบชิดกับทรวงอกของนางอย่างเด็ดขาด ทว่าแฝงความนุ่มนวลทะนุถนอมประดุจปกป้องสมบัติล้ำค่าที่สุดในจักรวาล"ฮูหยินโปรดถอยไป! ภารกิจแปดเปื้อนความโสมมเยี่ยงนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัวเถิด!"สิ้นสุรเสียงกัมปนาทที่อัดแน่นด้วยความหวงก้างระดับวิปลาส ประมุขแห่งสามภพก็หยัดแผ่นหลังตระหง่าน โน้มกายอันหนักอึ้งและเต็มไปด้วยหนามแหลม ข้ามโต๊ะตรวจโรคหยกเหมันต์ไปเบื้องหน้า เงาทะมึนของจอมมารทาบทับบดบังแสงสว่างจากไข่มุกราตรี กลืนกินร่างเปราะบางของเทพบุตรหลานอวิ๋นจนมิดชิดหมับ! สรรพเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ดังกังวานก้องสะท้านศาลาโอสถฝ่ามือหยาบกร้าน สีแทนเข้ม และเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นกร้านศ
Read more

บทที่ 275 : จุดเดือดของราชันย์มาร

สรรพเสียงใดๆ ในศาลาโอสถจันทราที่กำลังตึงเครียดจนขีดสุด พลันชะงักงันประดุจกาลเวลาถูกแช่แข็งท่ามกลางทัศนียภาพอันแสนอัปยศอดสู ที่ซึ่งมัจจุราชแห่งแดนอเวจีในชุดเกราะรบมหาปฐมมาร กำลังจับมือถือแขนกับอาคันตุกะรูปงามอย่างแนบแน่น เพื่อสถาปนาตนเองเป็นสื่อกลางส่งผ่านลมปราณ ความดุดันและตรรกะอันแสนวิปลาสของสามี บดขยี้สติสัมปชัญญะของทุกสรรพสิ่งในสิบทิศจนแหลกละเอียด ทว่าท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับจนวิญญาณแทบแตกซ่านนั้นเอง"พรืด... หึๆๆ..."สรรพเสียงแผ่วเบาที่หลุดพ้นจากสัจธรรมแห่งความเกียจคร้าน พลันเล็ดลอดออกจากริมฝีปากอวบอิ่มของอดีตบรรพชนจิ้งจอก สตรีผู้ซึ่งวันๆ เอาแต่นอนหาววอด จดจ้องผู้คนด้วยสายตาปลาตาย และมองทุกสรรพสิ่งเป็นเพียงก้อนไขมันที่ผลิตศิลาวิญญาณ บัดนี้ไม่อาจกลั้นความรู้สึกขบขันที่ปะทุขึ้นจากแก่นวิญญาณได้อีกต่อไป ไหล่บอบบางของมารดาแห่งวังมารสั่นสะท้านขึ้นลงเป็นจังหวะความหึงหวงที่ไร้สาระ ปัญญาอ่อน และการกระทำตัวเป็นทารกยักษ์หวงของเล่นของประมุขแห่งสามภพผู้ยิ่งใหญ่ มันช่างดูขัดแย้ง ย้อนแย้ง และวิปริตผิดเพี้ยน ทว่าในสายตาของสตรีปลาเค็มแล้ว พฤติกรรมหน้าโง่เหล่านั้นกลับดูน่าเอ็นดูและเรียกร้องคว
Read more

บทที่ 276 : เข็มทองคำทะลวงมิติ

คมโลหะเย็นเยียบเสียดสีกระทบผิวเนื้อดังกังวานบาดลึกทะลวงโสตประสาทคมกระบี่ตัดสวรรค์สีนิลที่จดจ่ออยู่บนลำคอขาวซีดของเทพบุตรหลานอวิ๋น แผ่ซ่านไอสังหารเยือกเย็นจนหยาดโลหิตที่ซึมออกมาจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง มัจจุราชแห่งแดนอเวจีในชุดเกราะรบมหาปฐมมาร ยืนตระหง่านค้ำคอศัตรูหัวใจ นัยน์ตาสีอำพันลุกโชนด้วยเพลิงบรรลัยกัลป์แห่งความหึงหวง ท่อนแขนกำยำยังคงล็อกพันธนาการข้อมือบอบบางของคนไข้เอาไว้แน่นหนาประดุจคีมเหล็กไหล ไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยให้ชายหน้าขาวรอดพ้นเงื้อมมือรังสีความกดดันภายในศาลาโอสถแผ่ซ่านจนมวลอากาศหนักอึ้งประดุจขุนเขาบรรพกาลถล่มทับ องครักษ์เงาที่เร้นกายอยู่เบื้องหลังบานประตูต่างกลั้นลมหายใจจนหน้าดำหน้าแดง ไม่มีผู้ใดกล้าขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายนิ้ว ทัศนียภาพเบื้องหน้าช่างตึงเครียด ดุดัน และพร้อมจะจุดชนวนมหาสงครามข้ามเผ่าพันธุ์ได้ในทุกเสี้ยวลมหายใจทว่าท่ามกลางรังสีฆ่าฟันที่เดือดพล่านจนศาลาโอสถแทบจะระเบิดเป็นจุลนั้นเอง ผู้ที่นั่งอยู่กึ่งกลางสมรภูมิและเป็นต้นเหตุของวิกฤตการณ์ทั้งหมด กลับมีปฏิกิริยาที่เหยียบย่ำความขลังของสิบทิศจนป่นปี้"ฮ้าว..."อดีตบรรพชนจิ้งจอกอ้าปากกว้าง หาววอดใหญ่จนหยาดน้ำต
Read more

บทที่ 277 : การชะล้างพิษเหมันต์บรรพกาล

ปุด... ปุด... ซู่!โลหิตเดือดพล่านประดุจธารลาวาใต้ขุมนรก ส่งเสียงก้องกังวานอยู่ภายในโสตประสาทของเทพบุตรหลานอวิ๋นเพียงผู้เดียวเข็มทองคำเล่มจิ๋วที่ฝังลึกทะลวงจุดชีพจรเป็นตายบริเวณลำคอ หาใช่เครื่องมือแพทย์ที่มอบความโล่งสบายไม่ ทว่ามันคือมหันตภัยแห่งการก่อกำเนิดระดับมหาปฐมกาล ที่ถูกควบแน่นจากความขี้เกียจของอดีตบรรพชนจิ้งจอก ทันทีที่ปลายเข็มสัมผัสกับแก่นวิญญาณ พลังงานสีทองคำก็ระเบิดออกประดุจมังกรเพลิงบรรพกาลที่หิวโซและคลุ้มคลั่งสมรภูมิรบอันแสนดุเดือดและวิปลาส อุบัติขึ้นภายในสรีระเปราะบางของเซียนหนุ่มโรคไอเย็นกัดกร่อนวิญญาณที่ฝังรากลึก กัดกินชีพจรและดูดกลืนพลังชีวิตของอาคันตุกะรูปงามมานับสหัสวรรษ พยายามต่อต้านผู้บุกรุกอย่างเกรี้ยวกราด เกล็ดน้ำแข็งสีดำคล้ำที่แผ่ซ่านความหนาวเหน็บระดับแช่แข็งเอกภพ ก่อตัวขึ้นเป็นกำแพงน้ำแข็งนับหมื่นชั้น หวังจะสกัดกั้นปราณเทวะสีทองคำทว่าอานุภาพแห่งการรักษาที่แทรกซึมเข้ามานั้น ดิบเถื่อนและป่าเถื่อนเกินกว่าที่โรคร้ายจะประเมินได้ก๊าซซซ!มังกรเพลิงสีทองคำอ้ากะโหลกขนาดยักษ์ แผดเสียงคำรามกวาดล้างกำแพงเหมันต์จนแหลกละเอียดเป็นผุยผง มันทะลวงฝ่าเส้นเลือดใหญ่ กัดกระชา
Read more

บทที่ 278 : รอยริ้วแดงบนแก้มเทพบุตร

อาการหอบหายใจของเทพบุตรหลานอวิ๋นเริ่มเบาบางลง หยาดเหงื่อเย็นเฉียบที่เคยเกาะพราวบนหน้าผากขาวซีดของอาคันตุกะ ค่อยๆ เหือดแห้งไปพร้อมกับหมอกควันสีดำทมิฬที่สลายตัวกลางศาลาโอสถ ร่างกายที่เคยสั่นเทาและโอนเอนประดุจกิ่งไม้เปราะบาง บัดนี้หยัดยืนอย่างมั่นคงและเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตที่พลุ่งพล่านการสลัดหลุดจากโซ่ตรวนแห่งโรคไอเย็นกัดกร่อนวิญญาณ เป็นดั่งการถือกำเนิดใหม่ที่ทวยเทพแห่งเก้าสวรรค์มิอาจประทานให้ได้เมื่อปราศจากความเจ็บปวดรวดร้าวที่คอยบดบังทัศนียภาพ และสติสัมปชัญญะกลับคืนสู่ความแจ่มใสอย่างสมบูรณ์แบบ เซียนหนุ่มจึงเพิ่งจะมีโอกาสได้ช้อนนัยน์ตาสีน้ำหมึกขึ้นพิจารณาดวงหน้าของหมอเทวดาผู้ช่วยชีวิตตนอย่างเต็มตาเป็นครั้งแรกและในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สัจธรรมแห่งความงามของวัฏสงสารก็พลันถูกเขียนขึ้นใหม่ในแก่นวิญญาณของยอดบุรุษอดีตบรรพชนจิ้งจอกผู้ประทับนั่งเอนกายพิงพนักเก้าอี้หยก แม้นางจะสวมเพียงชุดนอนผ้าไหมตัวโคร่งที่ยับย่นและหลุดลุ่ยบริเวณลาดไหล่ แม้เรือนผมสีดำขลับจะยุ่งเหยิงจากการนอนฟุบ และแม้บนดวงหน้างดงามนั้นจะประดับไปด้วยสีหน้าเบื่อโลกและรำคาญใจขั้นสูงสุด ทว่าความเกียจคร้านล้างผลาญเหล่านั้น กลับมิอ
Read more

บทที่ 279 : การขับไล่สุนัขสวรรค์

ประกายโลหะมฤตยูเสียดสีกระทบฝักดังกังวานบาดลึกทะลวงโสตประสาทรังสีฆ่าฟันระดับทำลายล้างเอกภพ ระเบิดทะลักออกจากเรือนร่างกำยำของมัจจุราชแห่งแดนอเวจี กลิ่นอายความตายที่ดำมืดยิ่งกว่านรกขุมสุดท้าย ผสมผสานควบแน่นเข้ากับกลิ่นเปรี้ยวฉุนของน้ำส้มสายชูแห่งความหึงหวง จนสภาวะแวดล้อมภายในศาลาโอสถจันทราบิดเบี้ยวผิดรูปคมกระบี่ตัดสวรรค์สีนิลทะมึน ถูกตวัดพาดฉับลงบนลำคอขาวซีดของเทพบุตรหลานอวิ๋นด้วยความเร็วก้าวข้ามแสง ความคมกริบและแรงกดทับนั้นปราศจากความปรานี เพียงแค่โลหะเย็นเยียบสัมผัสแผ่วเบา โลหิตสีทองคำศักดิ์สิทธิ์ก็ปริแตก ซึมทะลักออกมาจากรอยแผล ไหลอาบย้อมปกคอเสื้อสีขาวบริสุทธิ์ของอาคันตุกะจนแดงฉาน พื้นที่รอบบริเวณถูกแช่แข็งด้วยแรงกดดันระดับมหาปฐมกาล โต๊ะหยกที่แหลกละเอียดเป็นผุยผงเมื่อครู่ถูกลมพายุหึงหวงพัดปลิวว่อน เกล็ดน้ำแข็งสีดำลุกลามเกาะกินตั้งแต่ปลายเท้าของเซียนหนุ่มขึ้นมาถึงหัวเข่า พันธนาการร่างเปราะบางมิให้ขยับเขยื้อนหลบหนีเส้นเลือดดำบริเวณขมับและลำคอของบุรุษผู้สวมเกราะรบมหาปฐมมาร ปูดโปนเต้นตุบๆ ประดุจเถาวัลย์อสูรที่สูบฉีดด้วยเพลิงแค้น นัยน์ตาสีอำพันวาวโรจน์สาดประกายเพลิงบรรลัยกัลป์ที่พร้อมจะแ
Read more

บทที่ 280 : การประท้วงของสุนัขตัวโต

ชิ้นส่วนเกราะหนักกระแทกพื้นศิลาดังกังวานก้อง ฉีกกระชากความเงียบสงัดภายในห้องบรรทมหยกเหมันต์จนแหลกละเอียดเคร้ง! โครม!เกราะรบมหาปฐมมารสีดำสนิท ที่เคยสวมใส่เพื่อข่มขวัญศัตรูหัวใจ บัดนี้ถูกมือหนากระชากปลดเปลื้องออกอย่างเกรี้ยวกราดและกระแทกกระทั้น ปลอกแขนเหล็กไหลและสนับเพลาที่มีหนามแหลมคม ถูกโยนทิ้งระเกะระกะไปคนละทิศคนละทางอย่างไร้ความไยดี บดขยี้พรมไหมเมฆาราคาแพงระยับจนขาดวิ่นมัจจุราชแห่งแดนอเวจีผู้ยิ่งใหญ่เหนือสิบทิศ ปราศจากความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ เรือนร่างกำยำที่เหลือเพียงเสื้อซับในสีนิล ก้าวอาดๆ ด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้งประดุจขุนเขาถล่ม ก่อนจะทิ้งร่างอันใหญ่โตมโหฬาร ทรุดตัวลงนั่งแหมะ ณ มุมห้องฝั่งที่มืดมิดที่สุดอย่างไร้ซึ่งมาดของประมุขแห่งสามภพบุรุษผู้สับกะโหลกทวยเทพมานับอสงไขย นั่งชันเข่าขึ้นข้างหนึ่ง สองท่อนแขนแกร่งยกขึ้นกอดอกแน่นจนกล้ามเนื้อปูดโปน ชายหนุ่มหันแผ่นหลังกว้างใหญ่ให้กับบานประตูไม้หอมบรรพกาล ปฏิเสธการรับแสงสว่างจากตะเกียงไข่มุกราตรีโดยสิ้นเชิงกลิ่นอายความตายที่เคยดุดัน บัดนี้ถูกหลอมรวมและแปรสภาพกลายเป็นมลพิษทางอารมณ์ที่มีกลิ่นเปรี้ยวฉุนประดุจน้ำส้มสายชูหมักนับหมื่นป
Read more

บทที่ 281 : ปรากฏการณ์ฝืนสัจธรรม

เกล็ดน้ำแข็งสีนิลทมิฬลุกลามเกาะกุมผนังศิลาของห้องบรรทมหยกเหมันต์อย่างบ้าคลั่ง อุณหภูมิภายในอาณาเขตหวงห้ามดิ่งวูบลงสู่ขีดสุดแห่งความหนาวเหน็บ ปราศจากการร่ายเวทมนตร์ ปราศจากการใช้ค่ายกลเหมันต์ ทว่าความเยือกเย็นนี้ก่อกำเนิดจากความน้อยเนื้อต่ำใจระดับล้างผลาญเอกภพของบุรุษเพียงผู้เดียวณ มุมอับแสงฝั่งที่มืดมิดที่สุดของตำหนัก มัจจุราชแห่งแดนอเวจีประทับนั่งชันเข่า กอดอกนิ่งสนิทประดุจรูปสลักศิลาที่ถูกสาปแช่ง แผ่นหลังกว้างใหญ่แผ่ซ่านรังสีน้ำส้มควันคลุ้งออกมาไม่ขาดสาย ประมุขแห่งสามภพกำลังเปิดฉากทำสงครามประสาท หวังใช้ความเงียบงันกดดันให้อีกฝ่ายบังเกิดความรู้สึกผิด ทว่าในส่วนลึกของแก่นวิญญาณ จอมมารย่อมตระหนักแจ้งดีว่า อัตราความเป็นไปได้ที่ภรรยาจะก้าวเดินมาง้อถอนนั้น ช่างริบหรี่และติดลบยิ่งกว่าการรอให้ดวงตะวันดับสูญท่ามกลางรังสีความกดดันที่พร้อมจะบดขยี้สิบทิศ เบื้องหลังเสาหยกสลักลายมังกรต้นยักษ์ ปรากฏสิ่งมีชีวิตก้อนกลมๆ ห้าก้อน กำลังซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ประดุจเจดีย์มนุษย์ ต้าเป่ายืนจังก้าเป็นฐานราก เอ้อร์เป่าเหยียบไหล่พี่ชาย เสี่ยวเป่าเกาะเอวเหนียวหนึบ ขณะที่ทารกแฝดหญิง จิ้งเหมียนและหย่งหล่าน ชะโงก
Read more

บทที่ 282 : สัมผัสปราบพยศ

ความเงียบสงัดระดับสุสานบรรพกาล ถูกฉีกกระชากทำลายลงด้วยสัมผัสอันแสนแผ่วเบาที่ฝืนสัจธรรมฟ้าดินท่ามกลางมุมอับแสงของห้องบรรทมหยกเหมันต์ ที่ซึ่งอุณหภูมิดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งสัมบูรณ์ สรรพเสียงขบกรามและรังสีฆ่าฟันของมัจจุราชแห่งแดนอเวจี พลันชะงักค้างประดุจกงล้อแห่งกาลเวลาถูกทุบทำลายแทนที่มารดาแห่งวังมารจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำหวานหยดย้อย ออดอ้อนออเซาะเพื่อดับไฟบรรลัยกัลป์แห่งความหึงหวง ดั่งเช่นสตรีในหอโคมเขียวมักกระทำ อดีตบรรพชนจิ้งจอกกลับทิ้งสรีระอันแสนเกียจคร้าน ทรุดตัวลงนั่งพับเพียบเคียงข้างบุรุษร่างยักษ์ ก่อนจะยกฝ่ามือเรียวขาวผ่องวางแหมะลงบนกะโหลกศีรษะที่อัดแน่นไปด้วยปราณมฤตยูของประมุขแห่งสามภพอย่างหน้าตาเฉยแปะ แปะปลายนิ้วอันอ่อนนุ่มของสตรีปลาเค็ม สอดประสานลูบไล้กลุ่มผมสีน้ำหมึกที่ถูกจัดแต่งด้วยน้ำมันหอมเซียนสวรรค์จนเงาวับอย่างเชื่องช้าและเนิบนาบ ท่วงท่าการขยับข้อมือนี้ ปราศจากความเคารพยำเกรงต่อผู้กุมชะตาสิบทิศโดยสิ้นเชิง ทว่ามันคือกระบวนวิชาลูบหัวปลอบประโลมสุนัขอสูรยักษ์ที่กำลังคอตก หูหมาป่าลู่ลง และนั่งทำหน้างอง้ำหันหลังให้เจ้าของอย่างเอาแต่ใจสัมผัสอันแสนนุ่มนวลและคุ้นเคย ทะลวงฝ่าเกร
Read more
PREV
1
...
2627282930
...
41
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status