หยาดน้ำแข็งละลายหยดลงกระทบก้นกะละมังทองเหลืองขึ้นสนิมดังก้องกังวาน เสียงหยดน้ำแว่วสะท้อนขานรับกันท่ามกลางความเงียบสงัด ราวกับเป็นเสียงนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังวาระสุดท้ายของสำนักคุนหลุนเกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ลอยละล่องผ่านรอยรั่วขนาดเท่าฝ่ามือบนหลังคาตำหนักใหญ่ ร่วงหล่นลงมาเกาะกุมเรือนผมของเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดที่นั่งเรียงสลอนกันอยู่บนเก้าอี้ไม้ซีดเซียว ความหนาวเหน็บแทรกซึมเข้าสู่กระดูกดำ ทว่ามันกลับมิอาจดับไฟแห่งความรุ่มร้อนในกระเพาะอาหารที่ว่างเปล่ามาเนิ่นนานได้วันนี้คือวันชี้ชะตา บรรดาเสาหลักแห่งแดนธรรมะต่างขัดสีฉวีวรรณจนผิวหนังแทบถลอก พวกเขางัดเอาชุดคลุมตัวเก่งที่ซุกซ่อนไว้ก้นหีบชั้นลึกสุดออกมาสวมใส่ แม้เนื้อผ้าจะซีดจางและมีกลิ่นอับชื้น ทว่ารอยปะชุนด้วยด้ายหยาบนั้นมีเพียงไม่ถึงห้าแห่ง นับเป็นอาภรณ์ที่หรูหราที่สุดเท่าที่พญายาจกเหล่านี้จะขุดค้นมาประดับกายได้แล้ว"โอ้... ข้าน้อยขอคารวะหมอเทวดาผู้เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม รัศมีของท่านช่างเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงตะวันเบิกฟ้า ความงดงามของท่านคือแสงสว่างชี้นำมวลมนุษย์..." ผู้อาวุโสคุมกฎหลับตาพริ้ม สองมือประสานคารวะกลางอากาศ กำลังซักซ้อมวาจาสอพลอด
Last Updated : 2026-02-28 Read more