All Chapters of พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร: Chapter 21 - Chapter 30

50 Chapters

บทที่ 21

หลันซีก็พยักหน้าเช่นกัน ความห่างเหินในดวงตาสีม่วงจางลงไปเล็กน้อยนับวันเขาดูเหมือนจะยิ่งมองนางไม่ออกขึ้นไปทุกที นางวางแผนเรื่องผลึกอสูรที่จะได้รับในอนาคตไว้เรียบร้อยหมดแล้วหรือ?หรือว่า...นางจะเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ?โยวเลี่ยกำผลึกอสูรในมือแน่นขึ้น อารมณ์ที่อยู่ภายในดวงตาสีแดงเข้มดูซับซ้อนเขายังคงคาดเดาความคิดที่แท้จริงของหลีเยว่ไม่ได้ แต่เขาคือคนแรกที่ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงก่อนจะเอ่ยว่า “หลังจากทะลวงระดับแล้ว เมื่อเจอสัตว์อสูรร้ายระดับสูง ข้าจะเป็นคนรับหน้าเอง จะไม่เก็บงำฝีมือหรอก”เมื่อเห็นว่าสามีอสูรทั้งหลายไม่คัดค้านกันเลยสักคน หลีเยว่ก็รู้ว่าพวกเขารับฟังแล้ว จึงรีบถามต่ออีกว่า “พวกเจ้าได้รับบาดเจ็บกันหมด ตอนนี้ยังเดินทางไหวหรือไม่?” สายตาของนางกวาดมองบาดแผลของบรรดาสามีอสูร ในใจเต็มไปด้วยความร้อนรนเมื่อครู่นี้การต่อสู้กับสัตว์อสูรร้ายทำให้เสียเวลา หากไม่สามารถไปถึงจุดพักก่อนฟ้ามืดจะลำบากเอาได้จิ้นเหย่ตอบว่า “ทาหญ้าห้ามเลือดมาพักใหญ่ เลือดหยุดไหลแล้ว ไม่น่าจะกระทบกับการแบกเจ้าหรอก!”เขาพูดพลางให้นางดูบาดแผลที่เลือดหยุดไหลแล้วจิ้นเหย่ย่อมไ
Read more

บทที่ 22

จุมพิตนี้มาอย่างรีบร้อนและดุดัน แฝงไปด้วยแรงอารมณ์ที่เร่าร้อนจนเกือบจะควบคุมไว้ไม่อยู่ กลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ยังคงอบอวลอยู่ในโพรงปากเดิมทีหลีเยว่กำลังหลับสนิท พริบตาเดียวก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยความรู้สึกขาดอากาศหายใจที่ไม่คุ้นเคย โพรงจมูกเต็มไปด้วยลมหายใจที่ไม่คุ้นเคย นางพลันลืมตาขึ้นมา สบเข้ากับนัยน์ตาสีแดงเข้มคู่หนึ่ง นั่นคือดวงตาของโยวเลี่ย ทว่าความเย็นชาที่เคยมีกลับหายไปหมดสิ้นแล้ว ในดวงตายามนี้เหลือเพียงความบ้าคลั่งที่พลุ่งพล่าน ราวกับจะกลืนกินนางสมองของหลีเยว่ขาวโพลนไปชั่วขณะ วินาทีต่อมาความอับอายและความโกรธเกรี้ยวก็พุ่งขึ้นมา นางเงื้อมือขึ้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี ก่อนจะตบหน้าโยวเลี่ยอย่างรุนแรงเสียง “เพียะ” ดังสนั่นภายในถ้ำ ศีรษะของโยวเลี่ยเบนไปทางด้านข้างทันที รอยนิ้วมือสีแดงปรากฏขึ้นชัดเจนบนแก้มอย่างรวดเร็ว แรงบนริมฝีปากของเขาก็ผ่อนคลายฉับพลันหลีเยว่ฉวยโอกาสถดตัวไปข้างหลัง หน้าอกกระเพื่อมอย่างรุนแรง ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากด่าทอ ก็เห็นโยวเลี่ยค่อย ๆ หันหน้ากลับมา ในที่สุดความบ้าคลั่งในดวงตาสีแดงเข้มก็จางลงไปบ้าง คืนสติกลับมาได้อย่างยากเย็นเขาหอบหายใจหนัก เหงื่อเย็น ๆ ซึมออกมาตรง
Read more

บทที่ 23

เส้นผมสีเทาเงินยาวประบ่าเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ บางปอยแนบอยู่ข้างใบหน้าที่คมเข้มราวกับแกะสลักของเขา ภายใต้สันจมูกโด่ง ริมฝีปากบางเป็นสีชมพูระเรื่อเพราะความร้อนรุ่มสิ่งที่ดึงดูดใจที่สุดคือนัยน์ตาสีแดงเข้มคู่นั้น ยามนี้ความบ้าคลั่งจากการสูญเสียการควบคุมได้หายไปแล้ว เหลือเพียงความร้อนผ่าวที่พยายามสะกดกลั้นไว้ ราวกับถ่านไฟที่กำลังลุกโชน เห็นได้ชัดว่าควรทำให้คนรู้สึกหวั่นเกรง แต่ก็มีแรงดึงดูดที่ทำให้คนใจเต้นเร็วขึ้นอย่างอธิบายไม่ได้หัวใจของหลีเยว่กระตุกไปหนึ่งจังหวะอย่างไม่มีเหตุผล ก่อนจะรีบข่มกลั้นความรู้สึกผิดปกติของหัวใจหากตัดฐานะตัวร้ายของเขากับการล่วงเกินเมื่อครู่นี้ออกไป แค่มองรูปร่างหน้าตานี้ ดูเหมือน...นางก็ไม่นับว่าขาดทุนเช่นกัน?นางสูดลมหายใจลึก พยายามทำให้น้ำเสียงดูราบเรียบอย่างสุดความสามารถ “หาก...เจ้าแค่กอดข้านอนทั้งคืน ไม่ทำอย่างอื่น จะช่วยปลอบประโลมได้เหมือนกันหรือไม่?”เดิมทีโยวเลี่ยไม่ได้ตั้งความหวังใด ๆ ไว้เลย นึกว่าหลีเยว่จะเตะต่อยเขายามนี้ได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาของเขาพลันส่องสว่างขึ้นมา ก่อนจะพยักหน้าแรง ๆ ทันที เสียงสั่นเทาเล็กน้อย “ได้! ขอเพียงใกล้ชิดเจ้าได้ ไม่จ
Read more

บทที่ 24

เสียงนกร้องที่ดังมาจากปากถ้ำปลุกหลีเยว่ให้ตื่น เมื่อลืมตาขึ้นมา ภายในถ้ำก็สว่างไม่น้อยแล้ว แสงแดดสาดส่องเข้ามาจากทางปากถ้ำ ทอแสงเป็นดวงเล็ก ๆ ลงบนพื้นนางลูบไล้ข้างกายตามจิตใต้สำนึก แต่สัมผัสได้เพียงหนังสัตว์ที่เย็นชืดโยวเลี่ยไม่อยู่ที่นี่แล้ว มีเพียงความเย็นที่คล้ายมีคล้ายไม่มียังคงหลงเหลืออยู่ตรงช่วงเอว เตือนนางว่าเมื่อคืนไม่ใช่ความฝันนางยันกายลุกขึ้นมานั่ง เพิ่งจะขยับขาก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ ขาสองข้างปวดเมื่อยและชาเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเมื่อคืนถูกหางงูของโยวเลี่ยรัดแน่นเกินไป ถูกทับเป็นเวลานานจนเป็นเช่นนี้หลีเยว่กำลังนวดขา สัมผัสที่อุ่นร้อนพลันส่งมาจากตรงลำคอ สร้อยคอที่ห้อยอยู่บนคอร้อนขึ้นเล็กน้อย ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังกระสับกระส่ายอยู่ข้างในนางอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งจิตสำนึกเข้าไปในมิติทันทีตอนที่จิตสำนึกเข้าไปในมิติครั้งก่อน ภายในนั้นเต็มไปด้วยหมอกหนาทึบ ทำได้เพียงฝืนรับรู้ในขอบเขตประมาณห้าตารางเมตรเท่านั้น แต่ครั้งนี้กลับไม่เหมือนเดิม หมอกหนาสลายไปจนหมดแล้ว ภาพรวมทั้งหมดของมิติปรากฏอยู่ตรงหน้านางอย่างชัดเจนเบื้องหน้าไม่ใช่มุมคับแคบเล็ก ๆ อีกต่อไป แต่เป็นผืนดินสีดำขน
Read more

บทที่ 25

ฉืออวี้ได้ยินคำอธิบายของนางก็เพียงส่งเสียง “อืม” เบา ๆหลีเยว่อดเอ่ยด้วยความแปลกใจไม่ได้ “ยังมีเรื่องอื่นอีกหรือ?”ฉืออวี้เหมือนลังเลอยู่ชั่วพริบตาหนึ่งถึงค่อยเอ่ยว่า “โยวเลี่ยติดสัดแล้ว เมื่อคืนเจ้า...”อย่างไรก็ตามพูดได้เพียงครึ่งเดียวก็ไม่ได้พูดต่ออีก ทว่าหลีเยว่ยังคงเข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะสื่อเหล่าสามีอสูรต่างเห็นโยวเลี่ยเดินออกมาจากในถ้ำของหลีเยว่เมื่อเช้านี้ ดูออกได้ว่าเขาติดสัดแล้ว แต่บนตัวกลับไม่มีอารมณ์รุนแรงที่เกิดจากสัญชาตญาณความบ้าคลั่งเลย เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับการปลอบประโลมจากสตรีแล้วทว่าหลังจากฉืออวี้เข้าไปในถ้ำก็ลอบสังเกตหลีเยว่แล้ว บนตัวนางไม่มีตราประทับอสูรของโยวเลี่ยปรากฏขึ้นมาเลย พวกเขาน่าจะไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน แต่ใช้วิธีการอื่นแทนระดับวงแหวนอสูรของหลีเยว่ไม่สูง ตามหลักการแล้ว หากทั้งคู่ไม่ได้ร่วมเพศกัน น่าจะไม่สามารถปลอบประโลมโยวเลี่ยได้ นางใช้วิธีการใดกันแน่ ถึงปลอบประโลมโยวเลี่ยได้สำเร็จ?แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด การที่หลีเยว่ยอมปลอบประโลมโยวเลี่ย บ่งบอกว่าต่อไปพวกเขาถึงช่วงติดสัด นางก็จะปลอบประโลมเหมือนกันใช่หรือไม่?จากนั้นก็อดหัวเรา
Read more

บทที่ 26

หลังจากหยดเลือดให้หลันซีเสร็จแล้ว หลีเยว่มองดูบาดแผลที่ปลายนิ้วซึ่งยังมีเลือดซึมอยู่ จึงมองไปทางซือฉีทันทีถึงอย่างไรก็เป็นแผลแล้ว หยดเพิ่มอีกครั้งก็จะได้ไม่ต้องกรีดอีกในคราวหน้านางชูนิ้วขึ้นแล้วหันกายเดินตรงไปหาซือฉีซือฉียังคงยืนอยู่ที่เดิม ในดวงตาสีอำพันยังคงหลงเหลือความสับสนจากตอนที่เห็นหลีเยว่หยดเลือดให้หลันซีเมื่อครู่นี้ แล้วก็เห็นนางชูนิ้วที่มีหยดเลือดเดินมาหาเขาหยาดเลือดที่ปลายนิ้วของนางหยดลงมาตามร่องนิ้ว น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเร่งรีบเล็กน้อย “เร็วเข้า ย่อตัวลงมาหน่อย ข้าจะหยดเลือดให้เจ้า”สีหน้าของซือฉีเปลี่ยนไปเล็กน้อยในพริบตา ไม่ใช่การต่อต้าน แต่เป็นความประหลาดใจเดิมทีเขานึกว่าเมื่อวานนางแค่พูดไปเรื่อยว่า “ค่อยหยดคราวหน้า” ไม่คิดเลยว่านางยังจำเรื่องนี้ได้“เจ้าจะหยดเลือดปลดพันธสัญญาให้ข้าจริง ๆ หรือ?” ซือฉีหลุบตามองนาง หว่างคิ้วขมวดเล็กน้อย แววตาลุ่มลึกแฝงไปด้วยความเย็นชาหลีเยว่มองอารมณ์ในดวงตาของเขาไม่ออก นางเองก็ไม่อยากจะเข้าใจด้วย นางเพียงแต่อยากเดินทางโดยเร็วที่สุด นางพยักหน้า “แน่นอน เจ้าย่อตัวลงมาหน่อยสิ”รอยย่นตรงระหว่างคิ้วของซือฉีไม่ได้คลายออก ก่อนจะย่
Read more

บทที่ 27

ยามนี้เห็นความปีติยินดีในดวงตาของหลีเยว่ แถมยังมีรอยยิ้มพร่างพรายนั้น ราวกับมีมีดทื่อ ๆ กรีดเปลือกแข็งกระด้างออก ความรู้สึกอึดอัดที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ถูกความอ่อนโยนชะล้างจนมลายหายไป เหลือเพียงความหวั่นไหวที่เต้นอย่างนุ่มนวลอยู่ภายในใจ ลูกกระเดือกของโยวเลี่ยขยับขึ้นลงเล็กน้อย เสียงแฝงไปด้วยความแหบพร่า “อืม ให้เจ้า เจ้าลองดูว่าพอดีเท้าหรือไม่”หลีเยว่สอดเท้าเข้าไป หนังสูงถึงข้อเท้าพอดี หนังนุ่มและแนบกระชับ ขนาดก็กำลังพอเหมาะพอดี สบายกว่ารองเท้าหุ้มแข้งหนังสัตว์อสูรคู่ก่อนของนางมากนัก เวลาเดินก็ไม่กัดเท้าเลยด้วยนางลุกขึ้นเดินสองก้าว ก่อนจะหันตัวมายิ้มอย่างเบิกบานใจยิ่งขึ้นให้โยวเลี่ย “พอดีเท้ามากเลย! ขอบใจนะ โยวเลี่ย!”ไม่ว่าจะเป็นของตอบแทนสำหรับการปลอบประโลม หรือเป็นการจงใจเอาอกเอาใจ แต่อย่างน้อยโยวเลี่ยก็ทุ่มเททำรองเท้าขึ้นมา และนางก็ชอบรองเท้าคู่นี้มากจริง ๆ ใบหน้าจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นรอยยิ้มอันเจิดจ้าของสตรีตัวน้อย คนที่ใจลอยไม่ได้มีเพียงโยวเลี่ยคนเดียวเท่านั้นจิ้นเหย่จ้องมองดวงตาที่โค้งเป็นจันทร์เสี้ยวเวลาหลีเยว่แย้มยิ้มขึ้นมา ถุงหนังสัตว์ในมือแทบจะร่วงลงพื้น นางเอ่ยขอ
Read more

บทที่ 28

ที่แท้ร่างสัตว์อสูรยังเปลี่ยนเป็นเช่นนี้ได้ด้วยหรือ?หลีเยว่มองโยวเลี่ยส่ายหางงูเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ความเร็วไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าร่างสัตว์อสูรของสามีอสูรคนอื่น ๆ เลย ถึงขนาดมั่นคงกว่าด้วย มีเพียงเสียงดังแผ่วเบายามที่หางงูลากผ่านพื้นเท่านั้นสายตาของนางทอดมองไปบนแขนของโยวเลี่ย ทันใดนั้นก็หยุดชะงักวงแหวนอสูรที่เมื่อวานยังอยู่ชายขอบระดับเหลือง ยามนี้กลับกลายเป็นสีเขียวเข้มโดยสมบูรณ์ ส่องประกายจาง ๆ เห็นได้ชัดว่าหลังจากดูดซับผลึกอสูรระดับเขียวเข้าไปแล้วก็ทะลวงระดับได้สำเร็จหลีเยว่มองแก้มของโยวเลี่ยที่ยังคงขึ้นสีแดงจาง ๆ เพราะช่วงติดสัด แล้วอดคาดเดาไม่ได้ว่ายังไม่ถึงฤดูกาลผสมพันธุ์ก็เกิดอาการติดสัดอย่างไม่มีเหตุผล น่าจะเกี่ยวข้องกับการทะลวงระดับขั้นในคราเดียวยามที่บุรุษในโลกสัตว์อสูรทะลวงระดับ พลังงานในร่างกายจะผันผวนอย่างรุนแรง ทำให้สูญเสียการควบคุมได้ง่ายจริง ๆ กอปรกับเดิมทีเขาก็ใกล้จะถึงช่วงติดสัดอยู่แล้ว ไม่แน่ว่าทั้งสองอย่างทับซ้อนกันถึงทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่โยวเลี่ยยังคงอยู่ในช่วงติดสัด เขาอุ้มหลีเยว่พลางเดินทางไปข้างหน้า ความสนใจแทบจะอยู่ที่ตัวนางทั้งหมดสตรีตัวน้อยในอ้
Read more

บทที่ 29

เสียงของเขาขัดความคิดของหลีเยว่ นางเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับดวงตาสีแดงเข้มที่ลุ่มลึกของเขาตอนนี้เป็นฤดูร้อน ดวงตะวันยามเที่ยงวันแผดเผาจนพื้นดินร้อนระอุ ไม่มีร่องรอยของความหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อยโยวเลี่ยเป็นมนุษย์อสูรเลือดเย็น กอดเขาไว้ก็เหมือนกับพกถุงน้ำแข็งธรรมชาติ เหมาะสำหรับกอดตอนอากาศร้อนเช่นนี้นางส่ายหน้า เก็บเรื่องมิติเอาไว้ชั่วคราวแล้วถามว่า “เปล่า ไม่หนาวหรอก ต้องเดินอีกนานเท่าไรกว่าเราจะถึงจุดพักแรมได้?”โยวเลี่ยก้มหน้ามองป่าเบื้องหน้า หางงูส่ายไหวเบา ๆ พลางหลบหลีกเศษหิน เสียงดูอ่อนโยนยิ่งกว่าเมื่อครู่นี้“ผ่านป่าต้นยางข้างหน้านี้ก็จะเห็นลำธารสายเล็ก ๆ ข้างลำธารมีโขดหินใหญ่หลายก้อนให้บังแดดได้ เราจะพักกันที่นั่น อีกไม่ช้าก็น่าจะถึงแล้ว”หลีเยว่พยักหน้า ตั้งใจว่าตอนที่พักผ่อนจะลองใช้น้ำพุวิญญาณในมิติอีกครั้ง ดูว่ามีสรรพคุณอะไรกันแน่ถึงแม้นิ้วที่ถูกกรีดจนเป็นแผลจะพันแผลแล้ว แต่ก็ยังไม่หายสนิท หากน้ำพุวิญญาณมีสรรพคุณในการรักษาแผลจริง ๆ ต่อไปการใช้ชีวิตอยู่รอดในโลกสัตว์อสูรก็จะมีหลักประกันเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่างแต่พอคิดว่าน้ำพุมีเพียงไม่กี่หยด นางก็อดครุ่นคิดหาวิธีเลื่อนระด
Read more

บทที่ 30

หลีเยว่ช้อนสายตามองมาที่โยวเลี่ย สายตาทอดมองไปที่วงแหวนอสูรสีเขียวบนแขนของเขามนุษย์อสูรระดับเขียวมีความแข็งแกร่งไม่น้อย รับมือสัตว์อสูรร้ายระดับเขียวทั่วไปได้เหลือเฟือ ตามหลักแล้วหากลงน้ำกับเขาก็น่าจะปลอดภัยมากแต่ตอนที่งูเหลือมจระเข้ยักษ์จู่โจมเมื่อวานนี้ อาการชะงักงันไปชั่วพริบตานั้นของหลันซีคอยวนเวียนอยู่ในหัวนางตลอด เผ่าเงือกเชี่ยวชาญทางน้ำเป็นทุนเดิม จะตอบสนองไม่ทันได้อย่างไร?ชั่วพริบตาที่ลังเลนั้นคล้ายกับจงใจยืมมือสัตว์อสูรร้ายเอาชีวิตนางเสียมากกว่าเมื่อคิดได้ดังนั้น สีหน้าของหลีเยว่ก็ซีดลงเล็กน้อยทันที ก่อนจะหันหน้ามองไปยังริมลำธารตามจิตใต้สำนึกหลันซีออกมาจากถังไม้แล้ว กำลังแช่อยู่ในเขตน้ำตื้นอย่างเงียบ ๆ ครีบหางตบผิวน้ำเบา ๆ ดูสบายอารมณ์ แต่กลับทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจอยู่ตลอดจนกระทั่งเหลือบไปเห็นถังไม้ที่ว่างเปล่าอยู่ริมฝั่ง ดวงตาของหลีเยว่ถึงค่อยสว่างวาบขึ้นมา ในน้ำอันตราย เช่นนั้นก็ใช้ถังไม้อาบน้ำริมฝั่งก็ได้นางตั้งสติแล้วเอ่ยกับโยวเลี่ยว่า “ไม่ต้องลงน้ำ ข้าใช้ถังไม้อาบน้ำก็พอ”โยวเลี่ยมองไปยังถังไม้ที่ว่างเปล่าตามสายตาของนาง เข้าใจความกังวลของนางในชั่วพริบตาเ
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status