All Chapters of พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร: Chapter 1 - Chapter 10

50 Chapters

บทที่ 1

ท่ามกลางสติที่พร่าเลือน หลีเยว่ได้ยินเสียงแส้ฟาดดังถนัดหู ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นสิ่งแรกที่ปะทะเข้าสู่สายตาคือเส้นผมยาวระต้นคอสีเทาเงิน เจ้าของเรือนผมนั้นกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น แผ่นหลังสีทองแดงเหยียดตึงราวกับคันศรที่ถูกง้างจนสุด กล้ามเนื้อทุกมัดปูดนูนเปี่ยมด้วยพละกำลัง ทว่ากลับถูกรอยแส้ที่พาดสลับไปมาฉีกกระชากจนดูน่าสยดสยองบาดแผลที่เพิ่งปริแตกยังคงมีเลือดซึม ไหลรินไปตามมัดกล้ามเนื้อที่แน่นตึง รวมตัวกันเป็นสายเลือดเล็กๆ ที่ข้างเอว ก่อนจะหยดลงบนขอบกระโปรงหนังสัตว์สั้นๆเมื่อดวงตาคู่สีแดงเข้มช้อนขึ้นสบ หลีเยว่รู้สึกราวกับหัวใจถูกเขี้ยวพิษของงูสมิงบีบเคียดไว้มันเป็นดวงตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งและกรุ่นไปด้วยความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบังเขาเอียงคอเล็กน้อย สายตาเลื่อนไปหยุดที่แส้หนังในมือนาง มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาเจือจางน้ำเสียงของเขาแหบพร่า ทว่าทุกคำพูดกลับแฝงด้วยหนามแหลม “หยุดมือแค่นี้หรือ? แรงของวันนี้ใช้หมดแล้วรึไง?”สมองของหลีเยว่ดังอื้ออึงขึ้นมาทันทีความเจ็บปวดแล่นพล่านจากขมับ เศษเสี้ยวความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมพุ่งเข้าใส่ดุจพายุนางคือนักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งเร
Read more

บทที่ 2

โยวเลี่ยและจิ้นเหย่ออกไปตามหาหลันซีแล้ว ทิ้งให้ฉืออวี้และซือฉีรออยู่ในถ้ำหลีเยว่รู้สึกอึดอัดทำตัวไม่ถูก นางจึงหันหลังให้พวกเขาแล้วแสร้งสำรวจสภาพภายในถ้ำสภาพความเป็นอยู่ในสังคมยุคบุพกาลนั้นเรียกได้ว่าไม่ค่อยดีนัก ปากถ้ำถูกเสริมความแข็งแรงด้วยท่อนไม้และเถาวัลย์ขนาดมหึมาเพื่อช่วยกำบังลมหนาวผนังถ้ำถูกขัดจนเรียบพอประมาณ พื้นปูด้วยหญ้าแห้งหนานุ่ม ด้านบนวางทับด้วยหนังสัตว์ต่างชนิดกันเจ็ดแปดผืนทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลงานของท่านพ่ออสูรพเนจรระดับม่วงคนนั้นแม้จะอยู่ข้างนอกเป็นส่วนใหญ่ แต่กลับดูแลลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างพิถีพิถันไร้ที่ติที่ผนังถ้ำฝั่งหนึ่งมีหนังสัตว์ที่ฟอกแล้วกองอยู่ยี่สิบกว่าผืน บนชั้นหินมีอาหารวางไว้อย่างอุดมสมบูรณ์ ทั้งเนื้อสัตว์ตากแห้งที่แขวนอยู่เต็มฝาผนัง และผลไม้ป่าในตะกร้าไม้ไผ่ที่ยังมีหยาดน้ำค้างเกาะอยู่หลีเยว่เดินไปที่โถดินเผาซึ่งบรรจุน้ำสะอาดไว้เต็ม นางมองเงาสะท้อนในน้ำแล้วอดไม่ได้ที่จะอุทานในใจสตรีในเงาสะท้อนนั้นมีเรือนผมสีม่วงยาวเป็นลอนศิริสวย ใบหน้าจิ้มลิ้มรับกับเครื่องหน้าอย่างประณีต ดวงตาคู่สีดำขลับเป็นประกายราวกับมีหมู่ดาวตกลงไปในนั้นหลีเยว่นึกไม่ถึงว่า
Read more

บทที่ 3

แพขนตาที่หลุบต่ำของซือฉีสั่นไหวอย่างรุนแรง ภายใต้เรือนผมสีขาวโพลน ดวงตาคู่สีอำพันฉายแววหวั่นไหวเป็นครั้งแรก“หากเจ้ามีใจจะทำเช่นนั้นจริง คงถอนพันธสัญญาไปนานแล้ว จะรอจนถึงป่านนี้ทำไมกัน นี่คงเป็นเล่ห์เหลี่ยมใหม่ที่เจ้าเพิ่งคิดออกล่ะสิ?”ซือฉีแตกต่างจากสามีอสูรคนอื่นๆ เขาไม่ได้ถูกท่านพ่อจับตัวมา แต่กลับเป็นฝ่ายเดินทางมาหาเองดูเหมือนเขาจะรู้จักกับเจ้าของร่างเดิมมาตั้งแต่เด็ก ส่วนเรื่องที่การทำพันธสัญญาจะเป็นความเต็มใจของเขาหรือไม่นั้น หลีเยว่ไม่อาจหาคำตอบได้จากความทรงจำเดิมแต่เมื่อฟังจากน้ำเสียงในตอนนี้ ดูท่าเขาก็คงอยากจะถอนพันธสัญญาเต็มทีแล้วเหมือนกัน?หลีเยว่เหลือบมองชายหนุ่มผู้ที่จะกลายเป็นมหาจอมวายร้ายผู้ทรงอิทธิพลในภายภาคหน้า แล้วเอ่ยว่า “ข้าบอกแล้วไงว่าจุดประสงค์ของข้าคือต้องการให้พวกเจ้าไปตามหาท่านพ่อเป็นเพื่อนข้า”นางชะงักไปครู่หนึ่ง พลางชำเลืองมองหลันซีที่ลมหายใจรวยริน “ซือฉี เจ้าใช้พลังจิตเยียวยาบาดแผลให้หลันซีเสีย แล้วข้าจะหยดเลือดให้เจ้าเดี๋ยวนี้”ซือฉีเป็นนักบวช เขามีพลังจิตที่สามารถรักษาผู้คนได้ แต่ที่ผ่านมาหลีเยว่กลับสั่งห้ามไม่ให้เขารักษาใครทั้งสิ้น แม้กระทั่งบาดแ
Read more

บทที่ 4

ที่แท้ก็อยากจะหลอกล่อให้นางหยดเลือด เพื่อจะได้รีบถอนพันธสัญญาให้เร็วขึ้นนี่เองหลีเยว่เข้าใจในทันที พวกสามีอสูรเหล่านี้แต่ละคนต่างก็รีบร้อนที่จะหลุดพ้นจากพันธนาการที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ ช่างตรงไปตรงมาเสียจริงแต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่าชั่วคราวนี้พวกเขายังไม่มีแผนการอื่นด้วยข้อจำกัดของตราประทับอสูรจากการดลบันดาลพันธสัญญา พวกเขาจึงไม่กล้าทำอันตรายต่อนาง ความกังวลเรื่องโดนวางยาเมื่อครู่ดูเหมือนจะเกินกว่าเหตุไปแล้วเมื่อคิดได้เช่นนี้ ไหล่ที่ตึงเครียดของนางก็ผ่อนคลายลงอย่างสิ้นเชิงทว่าเรื่องการถอนพันธสัญญานั้น จะรวดเร็วขนาดนั้นไม่ได้หากให้เลือดแก่ฉืออวี้ไปตอนนี้จริงๆ พอครบสิบครั้งจนตราประทับอสูรหายไป ด้วยนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นของบุรุษอสูรจิ้งจอกตนนี้ เกรงว่าเขาคงจะหันกลับมาขย้ำคอนางให้ขาดสะบั้นทันทีหลีเยว่เงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาเจ้าเล่ห์ของฉืออวี้ ทันใดนั้นนางก็ยกยิ้มมุมปาก เผยรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้ง: “เนื้อย่างมื้อเดียว คิดจะแลกกับการหยดเลือดเลยหรือ?”รอยยิ้มบนใบหน้าของฉืออวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเยาะหยันอย่างที่คาดไว้: “แล้วเจ้า
Read more

บทที่ 5

หลันซีว่ายวนอยู่ในโถอย่างช้าๆ สองรอบ ยามที่หางปลาโบกสะบัดก็นำพาระลอกน้ำที่นุ่มนวลออกมา น้ำทะเลที่เดิมทีมีอยู่ครึ่งโถกลับลดระดับลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผิวน้ำลดต่ำลงทีละน้อยเพียงชั่วครู่ น้ำทะเลในโถก็เกือบจะแห้งขอดหลันซีหยุดการเคลื่อนไหว เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ลูกกระเดือกขยับคราหนึ่ง ก่อนจะอ้าปากแล้วพ่นวัตถุขนาดเท่ากำปั้นออกมาสิ่งนั้นขาวโพลนไปทั้งก้อน มีประกายแวววาวดูใสสะอาด มันคือก้อนเกลือนั่นเองหลีเยว่มองจนตาค้างนี่คือนี่คือวิชาผลิตเกลือของเผ่าเงือกงั้นหรือ?แต่ว่า... เกลือนี้ถูกพ่นออกมาจากปากเขา จะยังกินได้อยู่ไหมนะ?ความคิดนี้เพิ่งจะแล่นผ่านสมองไป นางก็พลันนึกถึงเนื้อย่างไร้รสชาติชิ้นเมื่อครู่ ทันใดนั้นท้องของนางก็ส่งเสียง “โครกคราก” ประท้วงออกมาอย่างซื่อสัตย์ช่างหัวที่มามันเถอะ มีเกลือยังไงก็ดีกว่าไม่มีหลีเยว่รีบยื่นมือออกไปทันที: “เอาเกลือมาให้ข้า”ทว่าหลันซีกลับนิ่งเฉย เขาเพียงก้มลงมองนาง ดวงตาสีม่วงคู่นั้นไม่มีอารมณ์ใดๆ น้ำเสียงใสบริสุทธิ์ทว่าแฝงไปด้วยความยืนกรานที่ไม่อาจปฏิเสธ: “เจ้าหยดเลือดให้ข้าก่อน แล้วข้าจะให้เจ้า”แม้เขาจะเห็นหลีเยว่หยดเลือดให
Read more

บทที่ 6

หลีเยว่กำลังฝันว่าท่านพ่อส่งเนื้อย่างมันเยิ้มส่งกลิ่นหอมฉุยมาให้ ทันใดนั้นนางกลับรู้สึกว่าลำคอถูกบางอย่างรัดจนแน่นหนึบ ความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกถาโถมเข้ามาประดุจระลอกคลื่นนางพยายามดิ้นรนสุดชีวิต อยากจะร้องตะโกนแต่กลับไม่มีเสียง เนื้อย่างตรงหน้ากลายเป็นเงาดำตะคุ่มที่พร่ามัว เรี่ยวแรงทั่วร่างคล้ายถูกสูบหายไป เปลือกตาหนักอึ้งราวกับถูกทากาวไว้จนลืมไม่ขึ้น“อื้อ...” เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากลำคอ สติสัมปชัญญะยื้อยุดอยู่ตรงข้ามกลางความสลัวรางแสงไฟจากกองไฟในถ้ำทอดเงาของหลันซีลงบนผนังหิน ทำให้เขาดูสูงใหญ่กว่าปกติเขาหลุบตาลง ขนตายาวทอดเงาลงใต้ตา ทว่าในดวงตาสีม่วงราวอเมทิสต์คู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายที่เข้มข้นจนไม่อาจเจือจาง ปลายนิ้วที่บีบคอหลีเยว่เริ่มลงแรงหนักขึ้นเรื่อยๆใบหน้าของหลีเยว่เริ่มเปลี่ยนจากสีแดงระเรื่อกลายเป็นสีเขียวคล้ำ ริมฝีปากสั่นระริก หยาดน้ำตาตามสัญชาตญาณไหลซึมจากหางตาผ่านแก้มเข้าไปในไรผมในจังหวะที่สติของนางจวนจะหลุดลอย ข้อมือของหลันซีกลับถูกแรงมหาศาลขวับจับไว้ แรงนั้นมากพอที่จะบดขยี้กระดูกของเขาให้แหลกคามือเขาถูกบังคับให้ปล่อยมือ หลีเยว่ทรุดฮวบลง
Read more

บทที่ 7

หลีเยว่เห็นสีหน้าตกตะลึงของบรรดาสามีอสูรก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเกิดอะไรขึ้น? รางวัลที่นางเสนอไม่ดึงดูดใจพอหรือ?พันแผลสามครั้งแลกกับหยดเลือดหนึ่งครั้ง นี่ดูจะคุ้มค่ากว่าเงื่อนไข “อาหารห้ามื้อแลกเลือดหนึ่งหยด” ของฉืออวี้ตั้งเยอะ ตามหลักแล้วพวกเขาน่าจะตาเป็นประกายสินางพริ้มตาด้วยความสงสัย มองไปที่หลันซี: “นี่เจ้า... ไม่อยากได้รางวัลนี้งั้นหรือ?”สิ้นคำพูดนี้ บรรดาสามีอสูรถึงเพิ่งจะได้สติกลับมาซือฉีรีบหลุบตาซ่อนความฉงนในแววตา ฉืออวี้อึ้งจนรอยยิ้มที่มุมปากค้างเติ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มหยั่งเชิง จิ้นเหย่เองก็นิ่งไปราวกับตามการเปลี่ยนผันนี้ไม่ทันแต่ไม่นานพวกเขาทุกคนก็เข้าใจแล้ว หลีเยว่คงไม่สังเกตรอยบวมช้ำที่ลำคอ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองเกือบถูกหลันซีบีบคอจนตายในเมื่อนางไม่รู้ ก็ไม่มีใครโง่พอที่จะเสนอตัวพูดขึ้นมาเองหลันซีลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะเหลือบมองโยวเลี่ยแล้วเอ่ยว่า: “คนที่พันแผลให้ไม่ใช่ข้า”สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่โยวเลี่ยทันทีดวงตาสีแดงเข้มของเขาขยับเล็กน้อย สบเข้ากับสายตาที่สงสัยของหลีเยว่ เขาจึงก้าวออกมาข้างหน้าครึ่งก้าว แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ: “เป็นข
Read more

บทที่ 8

รีบสิ! นางรีบมากแน่นอน!หลีเยว่ส่ายหน้าปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด นางต้องหาท่านพ่อให้เจอโดยเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นท่านพ่อจะเป็นอันตรายตอนนี้ท่านพ่อคือที่พึ่งเดียวของนาง นางไม่กล้าจินตนาการเลยว่า หากท่านพ่อเป็นอะไรไปตามเนื้อเรื่องในหนังสือ ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร“งั้นก็ใช้ ร่างสัตว์อสูร เถอะ เร็วขึ้นได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น”พอพูดจบ บรรดาสามีอสูรกลับตกอยู่ในความเงียบงันทันทีหลีเยว่กะพริบตาด้วยความงุนงง: “มีอะไรหรือ? มีปัญหาตรงไหนหรือเปล่า?”โยวเลี่ยก้าวออกมาครึ่งก้าว ดวงตาสีแดงเข้มเหลือบมองนาง น้ำเสียงเยาะหยันแทบจะล้นออกมา: “เดินทางด้วยร่างสัตว์อสูรน่ะได้ แต่เจ้าวางแผนจะนั่งบนหลังใครล่ะ?”คำพูดนี้เหมือนก้อนหินที่ทุบเข้ากลางใจหลีเยว่ นางพลันนึกขึ้นได้ว่าเจ้าของร่างเดิมเคยดูถูกเหยียดหยามร่างสัตว์อสูรของพวกเขาไว้อย่างไรบ้างเจ้าของร่างเดิมเคยว่าร่างงูของโยวเลี่ยนั้นลื่นเมือก ดูแล้วน่าสะอิดสะเอียน แค่แตะก็รู้สึกสกปรกว่าร่างนกกระเรียนของซือฉีดูเหมือนจะสูงส่ง แต่ความจริงแล้วบื้อราวกับท่อนไม้ บินไปสะบัดปีกไปจนชวนเวียนหัว เสียแรงที่มีปีกใหญ่โตขนาดนั้นว่าร่างจิ้งจอกแดงของฉืออวี้ดูเจ้าเล่ห
Read more

บทที่ 9

หลันซีเดินไปที่ข้างถังไม้ หางปลาสะบัดเบาๆ ม้วนเอาโถเซรามิกใบเล็กที่ใส่เกลือขึ้นมา แล้วหย่อนลงในถุงหนังสัตว์ใบหนึ่งเมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว เหล่าสามีอสูรต่างสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะกลายร่างเป็นร่างสัตว์อสูรพร้อมกันโยวเลี่ยกลายร่างเป็นงูยักษ์สีเงินยวงไปทั้งตัว เกล็ดสะท้อนแสงแดดเป็นประกายเย็นเยียบ ลำตัวที่ขดอยู่นั้นหนากว่าถังน้ำเสียอีก ดูแล้วชวนให้ขนลุกขนพองซือฉีกลายร่างเป็นนกกระเรียนสีขาวสะอาดตา ปีกที่กางออกกว้างถึงสองเมตร ขนขาวราวกับหิมะ จงอยปากมีสีทองจางๆ ดูสง่างามราวกับปักษาสวรรค์ที่เพิ่งร่อนลงมาจากสรวงสวรรค์ร่างจิ้งจอกแดงของฉืออดี้นั้นสะดุดตายิ่งนัก ขนสีแดงสดใสราวกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชน หางฟูฟ่องดูเหมือนดอกไม้ปุยฝ้ายขนาดใหญ่ส่วนร่างสิงโตของจิ้นเหย่นั้นดูน่าเกรงขามที่สุด ลำตัวใหญ่กว่าสิงโตทั่วไปหนึ่งเท่าตัว แผงคอสีดำยิ่งดูองอาจไม่ธรรมดาหลันซียังคงอยู่ในร่างเงือก บาดแผลบนหางปลาเริ่มตกสะเก็ดแล้ว แต่เกล็ดใหม่ยังไม่ขึ้นมาแทนที่ ทำให้เห็นรอยแผลเป็นที่ดูน่ากลัวหลีเยว่มองภาพร่างสัตว์อสูรที่แตกต่างกันตรงหน้าแล้วอดไม่ได้ที่จะอุทานในใจด้วยความทึ่งสมกับเป็นบุรุษในโลกอสูร ร่
Read more

บทที่ 10

หลีเยว่จ้องมองแส้ในมือด้วยอาการอึ้งกิมกี่ เครื่องหมายคำถามแทบจะพุ่งออกมาจากหัวนางไม่ได้ยื่นมือไปรับแส้หนังนั้น แต่กลับถามจิ้นเหย่อย่างสงสัยว่า “ตีเจ้า? ทำไมข้าต้องตีเจ้าด้วย?”จิ้นเหย่ราวกับได้ยินเรื่องที่เหลือเชื่อที่สุด ดวงตาสีฟ้าครามเบิกกว้างขึ้นฉับพลัน เขามองนางด้วยสีหน้าตกตะลึงสุดขีดเขาก้าวไปข้างหน้าครึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ทอดเงาลงมาปกคลุมร่างของหลีเยว่ ในแววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อเขาแกล้งให้นางต้องลำบากบนหลังถึงเพียงนี้ นางถึงขั้นอ้วกออกมา แขนยังสั่นไม่หาย แต่นางกลับไม่ตีเขาอย่างนั้นหรือ?เขารออยู่ครู่ใหญ่ ก็ไม่เห็นหลีเยว่จะมีทีท่าว่าจะลงมือ จึงขมวดคิ้วมุ่นพลางเอ่ยถาม “เจ้าจะไม่ตีจริงๆ หรือ?”หากเป็นเมื่อก่อน แค่เอาแส้หนังฟาดจะไปหายแค้นได้อย่างไร?อย่างน้อยก็ต้องเอาแส้ไปจุ่มน้ำเกลือ หรือไม่ก็ใช้ไม้ฟืนลนไฟร้อนๆ มานาบผิวไม่ใช่หรือ?หลีเยว่ไม่ใช่เจ้าของร่างเดิมเสียหน่อย นางไม่มีรสนิยมชอบทำร้ายคนเพื่อความบันเทิงอีกอย่าง บรรดาตัวร้ายพวกนี้แต่ละคนก็จดจ้องอยากจะฆ่านางใจจะขาด นางจะไปกล้าตีได้อย่างไร ต่อให้จิ้นเหย่จะมีรสนิยมชอบความรุนแรงหรืออยากโดนแส้ฟาดแค่ไหน ตอนนี้นางก็
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status