All Chapters of พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร: Chapter 31 - Chapter 40

50 Chapters

บทที่ 31

สายตาเหลือบมองไปยังแผ่นหลังของโยวเลี่ยที่อยู่ใต้ต้นไม้อีกครั้งโดยไม่รู้ตัว หลังจากจูบกันเมื่อวาน มิติก็เลื่อนระดับขึ้น หากลองอีกสักครั้ง...เขายังอยู่ในช่วงติดสัด หากจูบสักหน่อยไม่แน่ว่าอาจเพิ่มประสิทธิภาพในการปลอบประโลมให้มากขึ้นได้ เขาน่าจะไม่ปฏิเสธหรอกกระมัง?ความคิดเหลวไหลนี้เพิ่งจะผุดขึ้นมาก็ถูกนางฝืนกดลงไป หากเป็นเพียงเรื่องบังเอิญแล้วทำให้เขาไม่พอใจแทนเล่า ย่อมได้ไม่คุ้มเสียในตอนนี้เอง จู่ ๆ ก็มีเสียงกระพือปีกดังมาจากกลางอากาศ พร้อมกับสายลมกระโชกแรงหลีเยว่เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจกลัว เห็นเพียงนกนักล่าที่มีปีกกว้างสองเมตรพุ่งตรงลงมา ขนนกสีเทาเหล็กสะท้อนแสงเย็นเยียบ กรงเล็บคมกริบอ้าออกราวกับตะขอ เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายคือนางที่ไร้การป้องกันในถังไม้!นางกรีดร้องพลางคิดจะหลบ แต่ถังไม้คับแคบ ไม่มีที่ให้ถอยได้เลย ทำได้เพียงเบิกตามองนกนักล่าตัวนั้นพุ่งเข้ามา“หลีเยว่!” บรรดาสามีอสูรตอบสนองพร้อมกัน จิ้นเหย่คือคนแรกที่สุดที่แปลงร่างเป็นอสูรสิงโตดุร้าย ก่อนจะกระโจนไปหาสัตว์อสูรร้ายฉืออวี้ก็กางกรงเล็บอสูรแหลมคมเช่นกัน คิดจะรัดปีกของสัตว์อสูรร้ายไว้หลันซีก็กระโจนออกมาจากในลำธาร หาง
Read more

บทที่ 32

หลังจากที่ซือฉีผลาญพลังจิตจนหมด ร่างกายก็โงนเงนก่อนจะนั่งทรุดลงกับพื้น คืนร่างมนุษย์ด้วยสภาพอิดโรย ใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือด ทำได้เพียงพิงโคนต้นไม้พลางหอบหายใจทว่าอินทรีขนเหล็กก็ถูกการโจมตีนี้ของเขาลากจนเสียการทรงตัว ปีกห้อยลงมา ไม่สามารถทะยานขึ้นฟ้าได้อีก จิ้นเหย่ที่กลายร่างเป็นสิงโตฉวยโอกาสกระโจนเข้าใส่ เขี้ยวอันแหลมคมกัดแน่นที่ปีกขวาของอินทรีขนเหล็ก ไม่ว่ามันจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่ยอมคลายปากโยวเลี่ยก็กลายร่างเป็นงูยักษ์สีขาวเงินทั้งตัว ลำตัวงูรัดร่างของอินทรีขนเหล็กไว้แน่น เกล็ดสะท้อนแสงเย็นเยียบ ยิ่งรัดก็ยิ่งแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะบดกระดูกของมันให้แหลกละเอียดหลันซีเองก็กระโดดออกมาจากในลำธารเช่นกัน รอบกายแผ่ระลอกคลื่นพลังจิตสีม่วงอ่อน โจมตีเข้าที่ศีรษะของอินทรีขนเหล็กครั้งแล้วครั้งเล่า รบกวนสติของมันถึงแม้อินทรีขนเหล็กจะอยู่ระดับเขียว มีพลังต่อสู้แข็งแกร่ง แต่เมื่อสูญเสียความได้เปรียบในการบิน ถูกกักขังไว้บนพื้นดิน มันก็ไม่อาจแผลงฤทธิ์ได้เลย มันกระพือปีกอย่างบ้าคลั่ง กรงเล็บครูดพื้นจนเป็นรอยลึก แต่ก็ไม่อาจสลัดหลุดจากการรัดของโยวเลี่ยและการกัดทึ้งของจิ้นเหย่ได้เลย แถมยังถูกพลัง
Read more

บทที่ 33

นางพูดพลางหดปลายนิ้วตามจิตใต้สำนึก ก่อนหน้านี้นางกรีดนิ้วมาสองครั้งแล้วเพื่อหยดเลือด ความเจ็บปวดจากการถูกของแหลมทิ่มแทงเข้าไปในผิวหนังนั้นทำให้นางอดไม่ได้ที่ขดตัวด้วยความหวาดหวั่น ยิ่งไปกว่านั้นเลือดที่หัวไหล่ยังคงซึมออกมา ใช้หยดเลือดได้พอดี นอกจากจะไม่ต้องเจ็บตัวเพิ่มแล้ว ก็เป็นการทำตามสัญญาอีกด้วย ยิงนัดเดียวได้นกสองตัวโยวเลี่ยชะงักค้างอยู่กลางอากาศ สมุนไพรบดในมือแทบจะหกออกมาเขาจ้องมองเลือดที่ไหลซึมออกมาไม่หยุดตรงหัวไหล่ของหลีเยว่ นัยน์ตาสีแดงเข้มฉายแววซับซ้อนบาดแผลยังคงมีเลือดไหล นางไม่คิดจะห้ามเลือดก่อน กลับมัวพะวงเรื่องหยดเลือดให้เขาหรือนี่? นางอดใจรอไม่ไหวอยากจะปลดพันธสัญญากับเขาถึงเพียงนี้เชียวหรือ?ไฟโทสะพุ่งขึ้นมาในใจของเขาอย่างอธิบายไม่ได้ แม้แต่เสียงก็ดังขึ้นเล็กน้อย ฟังดูดุดันและโหดเหี้ยม “เวลาอะไรแล้วยังจะมัวคิดเรื่องนี้อีกหรือ?” เสียงของเขาดังเล็กน้อย ทำให้หลีเยว่รู้สึกว่าเขากำลังตำหนินางความน้อยใจพรั่งพรูขึ้นมาทันทีนางถูกกรงเล็บแหลมคมของนกนักล่าจิกเข้าเนื้ออย่างรุนแรง นางอดทนต่อความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงกระดูกไม่ร้องไห้ออกมา แต่นางเคยรับกรรมเช่นนี้ที่ไหนก
Read more

บทที่ 34

ซือฉียังคงหมดสติ ส่วนสามีอสูรคนอื่น ๆ ต่างก็ได้รับบาดเจ็บ ย่อมไม่อาจพาผู้บาดเจ็บเดินทางต่อได้นางพลันนึกขึ้นมาได้ว่าเคยอ่านเจอในนิยาย หลังจากดูดซับพลังงานที่บรรจุอยู่ในผลึกอสูรเข้าไปแล้วจะสามารถฟื้นฟูพลังจิตได้บ้างนางจึงยื่นผลึกอสูรระดับเขียวก้อนนั้นให้ฉืออวี้แล้วกล่าวว่า “ฉืออวี้ เจ้าเอาผลึกอสูรไปให้ซือฉี ให้เขาดูดซับ ไม่แน่ว่าอาจจะฟื้นขึ้นมาได้เร็วขึ้นบ้าง”ผลึกอสูรระดับเขียวก้อนเดียวนี้อาจจะไม่สามารถทำให้ซือฉีที่อยู่ระดับเหลืองเลื่อนระดับได้ในคราเดียว แต่สามารถทำให้เขาฟื้นฟูพลังจิตได้ก็ยังดีในนิยายไม่ได้บรรยายช่วงเวลาที่ท่านพ่อต้องเผชิญกับอันตรายไว้อย่างชัดเจน นางจำได้แค่ว่าหลังจากผ่านพ้นฤดูฝนไปแล้วบรรดาตัวร้ายถึงได้รับรู้ข่าวการตายท่านพ่อของนางแล้วพากันควักตราประทับอสูรทิ้งดังนั้น หากไปถึงก่อนฤดูฝนก็น่าจะยังช่วยท่านพ่อได้อีกไม่นานก็น่าจะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว นางไม่อยากเสียเวลาระหว่างทางมากเกินไปทว่าเมื่อเห็นหลีเยว่หยิบผลึกอสูรระดับเขียวออกมาให้ซือฉีโดยไม่ลังเลสักนิดเดียว บรรดาสามีอสูรก็ตกตะลึงกันไม่น้อยเลยก่อนหน้านี้นางมอบผลึกอสูรให้โยวเลี่ย เพราะว่าเขากำลังจะเลื่อนระดับ ก
Read more

บทที่ 35

เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ถึงแม้ไม่รู้ว่าจุดประสงค์ที่นางมอบผลึกอสูรให้เขาคืออะไร แต่ในเมื่อนางมอบผลึกอสูรระดับเขียวอันล้ำค่าให้เขา และเขาเองก็ฟื้นฟูพลังจิตกลับมาได้บ้างแล้ว เขาก็ควรรักษาให้นางเขารีบยันกายลุกขึ้นมาทันที ก่อนจะเดินไปหาหลีเยว่ ยื่นมือหมายจะปลดหนังสัตว์ที่หัวไหล่ของนางออก “ข้าจะช่วยรักษาให้เจ้า”หลีเยว่รีบถอยหลังไปหนึ่งก้าว หลบเลี่ยงมือของเขา “ไม่ต้องหรอก โยวเลี่ยทำแผลให้ข้าแล้ว”นางชะงักไป ก่อนจะเบนสายตาไปยังจิ้นเหย่กับหลันซีที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ทางด้านข้าง “เจ้าเพิ่งฟื้นฟูพลังจิตกลับมา รักษาพวกเขาก่อนเถิด พวกเขาบาดเจ็บหนักกว่าข้า รีบรักษาให้หายไว ๆ พวกเราก็จะได้เดินทางได้เร็วขึ้น”หลีเยว่คิดในใจว่า ถึงแม้ซือฉีจะฟื้นฟูพลังจิตกลับมาได้แล้ว แต่บรรดาสามีอสูรของนางต่างได้รับบาดเจ็บสาหัสกันหมด แต่ละคนล้วนต้องใช้พลังจิตในการรักษา ย่อมไม่เพียงพอแน่นอนวิธีที่ดีที่สุดที่จะไม่ทำให้เสียเวลาในการเดินทางก็คือ ใช้พลังจิตรักษาบรรดาสามีอสูรที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนอาการบาดเจ็บของนางสามารถแอบหยิบน้ำพุวิญญาณมารักษาได้ทว่าความคิดนี้ของนาง เมื่อเข้าหูเหล่าสามีอสูรกลับเปลี่ยนความหมายเป็นอ
Read more

บทที่ 36

เมื่อซือฉีรักษาเสร็จแล้ว พลังจิตของเขาก็หมดเกลี้ยงเช่นกัน เขาพิงโคนต้นไม้ หลับตาพักผ่อน ไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือแล้วฉืออวี้ไม่ได้รับบาดเจ็บ ในขณะที่ซือฉีรักษาให้พวกเขา เขาก็เริ่มก่อไฟย่างเนื้อแล้วเมื่อเห็นว่าพวกเขารักษาบาดแผลกันเสร็จหมดแล้ว ก็รีบยื่นเนื้อสัตว์อสูรที่ย่างจนเป็นสีเหลืองทองมาให้ โดยยื่นชิ้นที่นุ่มที่สุดให้หลีเยว่“รีบทานเถิด เพิ่งย่างเสร็จ เติมแรงสักหน่อย ประเดี๋ยวจะได้ออกเดินทางต่อ”จากนั้นก็แบ่งเนื้อให้สามีอสูรคนอื่น ๆ ส่วนตัวเองถึงค่อยหยิบขึ้นมากินหนึ่งชิ้นหลีเยว่รับเนื้อย่างมาแล้วกัดลงไปหนึ่งคำ เนื้อทั้งสดและนุ่ม อร่อยกว่าเนื้อย่างเมื่อเช้าอีกนางยิ้มพลางเอ่ยกับฉืออวี้ว่า “ฉืออวี้ เจ้าทำอาหารมาสี่มื้อแล้ว ทำอีกมื้อเดียว ข้าก็จะหยดเลือดให้เจ้า”ฉืออวี้พยักหน้าเบา ๆ ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาตอบรับอะไรมากเกินไปนักนางกินพลางมองไปยังซือฉีที่กำลังพักผ่อนกับสามีอสูรคนอื่น ๆ ในใจลอบโล่งอก โชคดีที่มีความสามารถในการรักษาของซือฉี ไม่อย่างนั้นวันนี้คงต้องเสียเวลาในการเดินทางอย่างแน่นอนตอนนี้รักษาแผลของทุกคนเรียบร้อยแล้ว หลังจากทานเนื้อเสร็จก็สามารถออกเดินทางต่อได้ น่าจะไปถึง
Read more

บทที่ 37

สายตาของบรรดาบุรุษคนอื่น ๆ ก็ทอดมองมาที่ตัวหลีเยว่เช่นกัน แฝงไปด้วยการสำรวจดูเล็กน้อยการกระทำของนางนั้นไม่เหมือนตัวนางเลยสักนิดเดียว และไม่รู้เหมือนกันว่านางกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่ ไม่เผยพิรุธออกมาเลยแม้แต่น้อยตลอดทางยังถือว่าราบรื่น ไม่พบเจอสัตว์อสูรร้ายอีกเลย เมื่อยามอาทิตย์อัสดง เค้าโครงของเผ่ากวางก็ปรากฏสู่สายตาในที่สุดรอบนอกเผ่าถูกล้อมด้วยรั้วที่ทำจากท่อนไม้หนา มีมนุษย์อสูรเผ่ากวางสองคนกำลังลาดตระเวนอยู่หน้าประตู เมื่อเห็นพวกเขาเดินเข้ามาก็มองมาอย่างระมัดระวังทันที จนกระทั่งเห็นรูปลักษณ์ของจิ้นเหย่ชัดเจน ถึงค่อยผ่อนคลายความระแวดระวังลง“จิ้นเหย่นี่เอง ไม่เจอกันนานเลยนะ” หนึ่งในมนุษย์อสูรลาดตระเวนทักทายด้วยรอยยิ้มจิ้นเหย่พยักหน้า “พวกเราอยากจะขอพักแรมในเผ่าสักคืน พรุ่งนี้เช้าก็จะจากไป”มนุษย์อสูรลาดตระเวนมองหลีเยว่ ดวงตาลุกวาวขึ้นมาทันทีเดิมทีสตรีในโลกสัตว์อสูรก็หาได้ยากยิ่ง สตรีที่งดงามเฉกเช่นหลีเยว่ยิ่งหาได้ยากกว่าเขารีบเปิดทางให้ “รีบเข้าไปเถิด หัวหน้าเผ่าย่อมยินดีต้อนรับพวกเจ้าอย่างแน่นอน”เมื่อเดินเข้าไปในเผ่า หลีเยว่ถึงค่อยพบว่าเผ่ากวางไม่นับว่าเล็กเลย มีบ้าน
Read more

บทที่ 38

เนื่องจากเผ่ากวางมีงานเลี้ยงตอนเย็น ทางเผ่าจะจัดเตรียมเนื้อย่างไว้ในงานเลี้ยง พวกเขาเลยไม่ได้เตรียมอาหารเย็นแยกต่างหากงานเลี้ยงคืนนี้จะจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองที่หน่วยล่าของเผ่ากวางสามารถล่าเหยื่อได้มากพอก่อนฤดูฝนโดยปกติแล้วก่อนฤดูฝนมาเยือน ทุกเผ่าจะขยันล่าสัตว์ สะสมอาหารไว้ให้มากพอสำหรับการผ่านช่วงฤดูฝนหลีเยว่เองก็คำนวณขึ้นมาในใจอย่างเงียบ ๆ นับตามเวลาดูแล้ว เหลือเวลาอีกไม่นานก็จะถึงฤดูฝนแล้ว เมื่อหาท่านพ่อพบ บางทีฤดูฝนอาจเริ่มไปแล้ว ท่านพ่ออาจจะไม่มีเวลาล่าสัตว์นางต้องฉวยโอกาสตอนนี้ใช้ประโยชน์จากมิติให้มาก กักตุนเนื้อสัตว์อสูรกับผลไม้ป่าไว้ก่อน หากสามารถปลูกผักผลไม้ในผืนดินดำในมิติได้ การดำรงชีวิตในฤดูฝนก็จะยิ่งมั่นคงขึ้นขณะที่กำลังเหม่อลอย ใบหน้าที่มีไออุ่นพลันเข้ามาใกล้ หลีเยว่ตกใจจนสะดุ้ง ได้สติกลับมาทันทีถึงค่อยสังเกตเห็นว่าเป็นจิ้นเหย่เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งจ้องมองนาง แล้วเอ่ยถามว่า “งานเลี้ยงมีคนเยอะ เดินเหินไม่สะดวก ข้าอุ้มเจ้าไปแล้วกัน”หลีเยว่รีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอก ข้าเดินเองได้”นางไม่ได้พิการสักหน่อย ทางเดินแค่นี้ไม่จำเป็นต้องให้สามีอสูรอุ
Read more

บทที่ 39

สายตาของเขาทอดมองมาที่ร่างหลีเยว่ สายตาร้อนแรง แม้แต่เสียงก็อ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย ไม่เห็นซือฉีที่อุ้มหลีเยว่อยู่ในสายตาเลยซือฉีกระชับอ้อมแขนที่อุ้มหลีเยว่ให้แน่นขึ้น น้ำเสียงเย็นชาลงทันที “ไม่ต้องลำบากหรอก เจ้าชี้ที่นั่งให้พวกข้าก็พอ”ต่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับหลีเยว่จะย่ำแย่ แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้ปลดพันธสัญญากับนางโดยสมบูรณ์ ยังไม่ถึงตาที่บุรุษแปลกหน้าจะมาตามจีบนางในดวงตาของเขาแฝงไปด้วยความระแวดระวังอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่าไม่อยากให้ชิงเจ๋อเข้าใกล้หลีเยว่ชิงเจ๋ออึ้งไป แล้วมองไปทางหลีเยว่ตามจิตใต้สำนึก ราวกับอยากรอให้นางเอ่ยปากคัดค้านทว่าหลีเยว่แค่อิงแอบอยู่ในอ้อมอกของซือฉีอย่างสงบเงียบ ไม่พูดอะไรเลยสำหรับนางแล้ว ใครนำทางก็เหมือนกันหมด ไม่จำเป็นต้องมาถกเถียงเรื่องนี้เลย ตรงกันข้ามจะยิ่งเปิดเผยความห่างเหินระหว่างพวกเขาได้ง่ายแทนเมื่อเห็นว่าหลีเยว่ไม่ได้คัดค้าน ความผิดหวังก็แล่นขึ้นมาในใจของชิงเจ๋อ แต่เขาก็ยังยื่นมือชี้ไปตรงที่ว่างข้างกองไฟ “อยู่ตรงนั้น ใกล้กับเตาย่างเนื้อ หยิบอาหารได้สะดวก”ซือฉีพยักหน้าเบา ๆ ไม่มองชิงเจ๋ออีก ก่อนจะอุ้มหลีเยว่เดินเข้าไปด้วยฝีเท้าที่มั
Read more

บทที่ 40

หลังจากที่พวกสือหย่งเดินจากไปไกลอย่างหมดอาลัยตายอยาก จิ้นเหย่ก็หันกายรีบเดินไปที่เตาย่างเนื้อ เลือกเนื้อสันในอสูรที่มันวาวชิ้นหนึ่งเขาจงใจเก็บส่วนที่นุ่มที่สุดเอาไว้เมื่อครู่นี้ ก่อนจะฉีกมันออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ขนาดเท่าปลายนิ้วอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็หยิบเกลือออกมาจากในถุงหนังสัตว์นิดหน่อยแล้วโรยบนเนื้อให้ทั่ว ๆ ถึงค่อยรีบเดินกลับมาหาหลีเยว่ แล้วยื่นเนื้อย่างมาตรงหน้านาง“รีบกินเถิด เพิ่งฉีกเสร็จ ไม่ร้อนแล้ว”ถึงแม้ไม่รู้ว่าหลีเยว่วางแผนอะไรเอาไว้ แต่อย่างน้อยนางก็ปฏิเสธบรรดาบุรุษเผ่ากวาง ให้เนื้อนางนิดหน่อยก็ไม่เสียหายอะไรหลีเยว่หิวแล้วจริง ๆ นางรับเนื้อย่างแล้วกัดหนึ่งคำ เนื้อนุ่มสดฉ่ำน้ำ รสชาติเค็มของเกลือกลบกลิ่นคาวของเนื้ออสูรได้พอดี รสชาติดีมากเลยนางเคี้ยวพลางพยักหน้า “อร่อยมาก ขอบใจนะจิ้นเหย่”เมื่อได้ยินคำชม จิ้นเหย่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยมองมาที่นาง นางกำลังชมเขา? จากใจจริง?เขาชี้ไปยังเนื้อนกขนาดมหึมาบนเตาย่างเนื้ออีกเตาที่อยู่ไม่ไกล นกตัวนั้นยังตัวใหญ่กว่านกกระจอกเทศเสียอีก ขนเพิ่งถูกถอนจนเกลี้ยง น้ำมันและไขมันกำลังหยดลงมาตามร่องเนื้อ“นั่นคือเนื้อของนกปีกรุ้ง นุ่มกว่าเน
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status