All Chapters of พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร: Chapter 41 - Chapter 50

50 Chapters

บทที่ 41

ความจริงแล้วคำพูดนี้เป็นเพียงข้ออ้างในการปฏิเสธที่นางเอ่ยไปอย่างส่ง ๆ นางไม่ได้คาดหวังเลยว่าบรรดาเจ้าพ่อตัวร้ายจะคั้นน้ำผลไม้ให้นาง พูดเช่นนี้ก็เพราะอยากให้ชิงเจ๋อเลิกล้มไปเองทว่าเมื่อคำพูดนี้เข้าไปในหูบรรดาสามีอสูรกลับเหมือนโยนก้อนหินเล็ก ๆ ก่อให้เกิดระลอกคลื่นขึ้นมาทันทีนางอยากดื่มน้ำที่คั้นออกมาจากผลไม้หรือ?นอกจากนี้นางยังปฏิเสธความหวังดีจากบุรุษอื่น และหวังว่าพวกเขาจะทำให้นางหรือ?เพียงแต่ว่าเนื่องจากชิงเจ๋ออยู่ตรงนั้น พวกเขาจึงไม่ได้แสดงท่าทีออกมา อย่างไรเสียสำหรับสามีอสูรในโลกสัตว์อสูรแล้ว การจัดเตรียมอาหารให้สตรีก็เป็นหน้าที่ที่สมควรทำอยู่แล้ว หากแสดงท่าทีประหลาดใจเพราะเรื่องนี้ คงยากจะหลีกเลี่ยงไม่ทำให้คนนอกสังเกตเห็นความสัมพันธ์ที่เหินห่างระหว่างพวกเขาโยวเลี่ยเอ่ยเสียงขรึมว่า “เราจะทำน้ำผลไม้ให้นางเอง เจ้ารีบเอาน้ำผลไม้ของเจ้ากลับไปเสียดีกว่า”เขาพูดพลางขยับมาข้างหน้าครึ่งก้าวอย่างสงบนิ่ง ถือโอกาสบังหลีเยว่ไว้ข้างหลัง กลัวว่าชิงเจ๋อจะขยับเข้ามาใกล้อีกชิงเจ๋อกลับไม่ไปไหน เขาเห็นชัดเจนว่าตอนที่หลีเยว่มองน้ำผลไม้เมื่อครู่นี้ ดวงตาส่องประกายอย่างปิดไม่มิดเลยนางอยากดื
Read more

บทที่ 42

โยวเลี่ยดื่มน้ำผลไม้อึกสุดท้ายเสร็จแล้วถึงค่อยรู้สึกตัวขึ้นมาว่าเขาดื่มน้ำผลไม้ส่วนที่เหลือของหลีเยว่ไปจนหมดแล้ว!เขามองไปทางหลีเยว่ เสียงทุ้มต่ำลงเล็กน้อย แฝงไปด้วยความกระอักกระอ่วนที่ยากจะสังเกตเห็น“ดื่มหมดแล้ว...พรุ่งนี้ข้าจะคั้นมาให้เจ้านะ”หลีเยว่ก็ดื่มไปครึ่งไหแล้ว นางดื่มจนอิ่มตั้งนานแล้วจึงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไร ข้าดื่มจนอิ่มแล้ว ไม่ต้องทำให้เป็นพิเศษหรอก”อย่าให้ตัวร้ายมาทำน้ำผลไม้ให้นางเลยดีกว่า ไม่อย่างนั้นคงต้องหยดเลือดอีก กรีดนิ้วแต่ละทีมันเจ็บมากนะซือฉีนั่งอยู่ข้าง ๆ มองดูท่าทางที่ไร้ความโกรธเคืองของหลีเยว่ ดวงตาสีอำพันฉายแววประหลาดใจแวบหนึ่งหากเปลี่ยนเป็นเมื่อก่อน อย่าว่าแต่น้ำผลไม้ถูกดื่มจนหมดเลย ต่อให้เนื้อย่างเย็นลงนิดเดียวก็คงอาละวาดแล้ว แต่ตอนนี้โยวเลี่ยดื่มน้ำผลไม้จนหมดกลับไม่โกรธเลยสักนิด?สายตาของเขาทอดมองไหที่ว่างเปล่าในมือนาง แล้วขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะมองนางไม่ออกมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว...ดวงตาสีม่วงของหลันซีแฝงไปด้วยการสำรวจ แต่ก็ยังไม่แสดงอารมณ์ใด ๆฉืออวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย นัยน์ตาสีเขียวซีดเต็มไปด้วยความงุนงงนางกำลังคิดอะไรอย
Read more

บทที่ 43

สามีอสูรทั้งหลายต่างอดขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้ นางยังคิดจะหาสามีอสูรในเผ่ากวางจริง ๆ หรือ?ยามที่สายตาของหลีเยว่กวาดผ่านบุรุษเผ่ากวาง บังเอิญสบเข้ากับชิงเจ๋อที่อยู่ไม่ไกลพอดีเดิมทีชิงเจ๋อก็ลอบจ้องมองนางอยู่ตลอด เวลานี้สบตากัน หัวใจก็เหมือนถูกอะไรบางอย่างกระแทกจนเต้นผิดจังหวะไปในชั่วพริบตานางกำลังมองเขาหรือ?หมายความว่าเขายังมีโอกาสใช่หรือไม่?ชิงเจ๋อพลันลุกขึ้นมา เดินมาหาหลีเยว่ด้วยฝีเท้าที่รีบร้อนอยู่บ้างทางด้านหลีเยว่ หลังจากเพิ่งดูท่าทางเอาแต่ใจของสตรีในเผ่าจนมากพอแล้ว และคิดว่าพรุ่งนี้เช้าต้องรีบออกเดินทาง อาหารเย็นกับน้ำผลไม้ก็ลงท้องไปหมดแล้ว นางจึงเอ่ยปากพูดกับซือฉีที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “พวกเรากลับกันเถิด พรุ่งนี้ยังต้องตื่นแต่เช้าเพื่อออกเดินทาง”เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา สีหน้าของบรรดาสามีอสูรก็ดูดีขึ้นมากทันทีโดยเฉพาะโยวเลี่ย ไหล่ที่เกร็งผ่อนคลายลงอย่างเงียบ ๆ ความขุ่นมัวในดวงตาสีแดงเข้มจางลงไปเล็กน้อยส่วนจิ้นเหย่ก็เก็บไหเปล่าข้างกายหลีเยว่อย่างคล่องแคล่วทันทีทุกคนพากันลุกขึ้นยืน เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครคิดจะอยู่ในงานเลี้ยงรอบกองไฟต่อเลยขณะที่กำลังจะหันกาย ชิงเจ๋อก็รีบเดิน
Read more

บทที่ 44

ระหว่างทางที่เดินไปยังกระท่อมไม้ บรรดาสามีอสูรมองท่าทางของหลีเยว่ที่อิงแอบอยู่ในอ้อมแขนของซือฉีอย่างสงบเงียบ ต่างคนต่างก็มีความคิดแตกต่างกันออกไปการเปลี่ยนแปลงของหลีเยว่ล้วนอยู่ในสายตาของพวกเขา เพียงแต่ไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ของนางเป็นการแสร้งทำ หรือว่ามีแผนการอื่นที่พวกเขาไม่รู้กันแน่ไม่นานพวกเขาก็มาถึงกระท่อมไม้ที่หัวหน้าเผ่ากวางจัดเตรียมไว้ให้ หลังจากที่ซือฉีวางหลีเยว่ลง นางก็เห็นทันทีว่าภายในกระท่อมมีสองห้องห้องใหญ่ที่กว้างขวางหนึ่งห้อง ส่วนห้องเล็กอีกห้องดูเรียบง่ายมาก ไม่มีแม้กระทั่งหน้าต่างนางเดินไปที่ห้องเล็กโดยไม่ต้องคิดเลย จะปล่อยให้บุรุษห้าคนเบียดกันในห้องแคบ ๆ เช่นนี้ไม่ได้เหมือนกันแต่เพิ่งเดินไปสองก้าวก็ถูกซือฉีขวางไว้“อย่าไปที่ห้องเล็ก นั่นเป็นห้องขังบุรุษที่ทำผิด หากเจ้าไม่อยากอยู่ห้องใหญ่กับพวกเรา พวกเราไปนอนข้างนอกก็ได้”หลีเยว่ตะลึงงัน ที่แท้โลกสัตว์อสูรยังมีห้องมืดเล็ก ๆ ด้วย?แต่พอคิดถึงความเอาแต่ใจของสตรีในโลกสัตว์อสูร ดูเหมือนว่าการมีห้องมืดเล็ก ๆ ไว้ลงทัณฑ์บุรุษโดยเฉพาะก็ดูไม่แปลกเหมือนกันในเมื่อเป็นห้องมืดเล็ก ๆ นางก็ไม่อยากเข้าไปพักแล้ว
Read more

บทที่ 45

หลีเยว่ขดตัวอยู่บนกองหญ้าแห้ง มือสองข้างกำหนังสัตว์ไว้แน่น นางไม่เคยเห็นโยวเลี่ยในสภาพเช่นนี้มาก่อน ความเยือกเย็นตามปกติหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความคลุ้มคลั่งที่สูญเสียการควบคุมเท่านั้น“เขาเป็นอะไรไป?” เสียงของหลีเยว่สั่นเทาเล็กน้อยซือฉีย่อตัวลงข้างกายโยวเลี่ย กดไหล่ของเขาพลางหันหน้ามาอธิบาย“เขายังอยู่ในช่วงติดสัด การปลอบประโลมทางกายที่ต้องได้รับยังไม่เพียงพอ สัญชาตญาณความบ้าคลั่งในร่างกายเขาเลยกำเริบขึ้นมา เวลาแบบนี้มีเพียงการปลอบประโลมของสตรีเพศเท่านั้นที่ทำให้เขาสงบลงได้”หลีเยว่ตกตะลึง เมื่อเช้านางเห็นโยวเลี่ยไม่มีความผิดปกติอะไร ยังนึกว่าอาการของเขาสงบลงแล้วถึงได้ให้จิ้นเหย่เป็นคนแบกนาง คิดไม่ถึงว่าจู่ ๆ จะอาการกำเริบอีกครั้งหากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ต่อให้ตอนบ่ายรู้สึกอึดอัดใจอีกเพียงใด ก็ควรปล่อยให้เขาอุ้ม อย่างน้อยก็คงไม่ทำให้เขาอาการกำเริบขึ้นมาเมื่อเห็นหลีเยว่หลุบตาไม่พูดไม่จา ซือฉีนึกว่านางไม่ยินยอมจึงอธิบายว่า “หากเจ้ากลัว พวกเราจะหาเถาวัลย์มามัดเขาไว้ก่อน ทนให้ถึงพรุ่งนี้เช้า ไม่แน่ว่าเขาอาจจะกลับมาเป็นปกติได้เอง”“แล้วพรุ่งนี้ยังออกเดินทางได้หรือไม่?” หลีเยว่พลันเ
Read more

บทที่ 46

สัมผัสที่อุ่นร้อนบนริมฝีปากปลุกหลีเยว่ให้ตื่น นางลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ มองเห็นเพียงดวงตาสีแดงเข้มคู่หนึ่งในระยะใกล้เพียงแค่เอื้อม ลมหายใจเต็มไปด้วยกลิ่นอายเย็นยะเยือกอันเป็นเอกลักษณ์บนร่างของโยวเลี่ยไม่รอให้นางได้ทันตั้งตัวก็ได้ยินเสียงดัง “ปัง!” บรรดาสามีอสูรพุ่งเข้ามา ซือฉีกับจิ้นเหย่คว้าแขนโยวเลี่ยไว้คนละข้าง แล้วฝืนกระชากเขาออกจากตัวนางหลีเยว่ยังคงมึนงง พลังจิตของหลันซีพันธนาการโยวเลี่ยอีกครั้ง ครั้งนี้รัดแน่นยิ่งกว่าเดิม แถบแสงสีม่วงอ่อนแทบจะฝังเข้าไปในผิวหนังของเขาจนกระทั่งโยวเลี่ยถูกกดลงกับพื้นจนขยับเขยื้อนไม่ได้ นางถึงค่อยรู้สึกตัวพลางลูบริมฝีปากของตนเอง เมื่อครู่นี้โยวเลี่ยจูบนางหรือ?“ข้ากลับมาเป็นปกติแล้ว ไม่ต้องมัด!”โยวเลี่ยดิ้นรน แผลที่หน้าผากยังคงมีเลือดซึม แต่ความบ้าคลั่งในแววตาเลือนหายไปไม่น้อยแล้ว สติแจ่มชัดขึ้นเล็กน้อยหลีเยว่ลุกขึ้นมานั่ง มองสภาพของเขาที่นับว่าสงบลงแล้ว ก่อนจะลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปากว่า “หากเจ้ากลับมาเป็นปกติแล้วจริง ๆ รับรองได้หรือไม่ว่า...จะไม่จูบข้า?”เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา กระท่อมไม้ก็เงียบลงในพริบตาซือฉีกับคนอื่น ๆ ต่างตกต
Read more

บทที่ 47

ดังนั้นหลีเยว่จึงเลิกดิ้นขัดขืน ปล่อยให้โยวเลี่ยกอดตามใจชอบ แล้วจิตสำนึกก็เข้าไปในมิติชั่วพริบตาที่จิตสำนึกตกลงไปในมิติ หลีเยว่ก็ตกตะลึงขนาดพื้นที่ในมิติขยายใหญ่ขึ้นอีกแล้ว อย่างน้อยก็มีขนาดสี่สิบตารางเมตรแล้วเนื้อที่ของผืนดินสีดำก็เพิ่มตามไปด้วย ถึงขนาดที่เมล็ดผลน้ำผึ้งที่ฝังไว้ก่อนหน้านี้มียอดหน่อสีเขียวอ่อนโผล่ขึ้นมาแล้ว ปริมาณน้ำของน้ำพุวิญญาณก็มากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ไม่ได้มีแค่ไม่กี่หยดอีกต่อไปนางทั้งตกใจทั้งดีใจ หรือว่าจะเป็นเพราะนำน้ำสะอาดเข้ามาเมื่อครู่นี้?หรือว่าเป็นเพราะจูบกับโยวเลี่ย?ไม่ว่าเป็นแบบใด การที่มิติขยายใหญ่ขึ้นย่อมเป็นเรื่องดี ต่อไปก็จะปลูกอะไรได้มากขึ้น กักตุนทรัพยากรได้มากขึ้นส่วนโยวเลี่ยที่อยู่ในอ้อมกอดสัมผัสได้ว่าหลีเยว่ไม่ดิ้นอีกต่อไปแล้ว ถึงขนาดที่อิงแอบเข้าไปในอ้อมแขนของเขาเบา ๆ มุมปากจึงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ อย่างเงียบงันเขาก้มหน้ามองสตรีตัวน้อยในอ้อมแขนที่หลับอย่างเงียบสงบ นิ้วลูบผ่านศีรษะของนางอย่างแผ่วเบา อ่อนโยนจนไม่เหมือนตัวเขาในยามปกติเลยซือฉีกับจิ้นเหย่ที่อยู่ในมุมห้องเห็นฉากนี้ก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาในใจนางกอดโยวเลี่ยแล้วหลับไปเ
Read more

บทที่ 48

ฉืออวี้หัวเราะหยันในใจ ปกติโยวเลี่ยก็ไม่ได้ดูโง่เขลา แต่ทำไมถึงมองอุบายตื้น ๆ เช่นนี้ของสตรีไม่ออก?นางกรีดใบหน้าที่เขาภาคภูมิใจ ทิ้งรอยแผลเป็นที่ไม่อาจรักษาให้หายไว้บนหน้าเขาสิ่งที่นางแสดงออกมาในตอนนี้ก็เป็นแค่การเปลี่ยนวิธีมาปั่นหัวพวกเขาเท่านั้นนางอยากให้พวกเขารู้สึกหวั่นไหวก่อน แล้วค่อยทรมานพวกเขาหลังจากที่พวกเขารู้สึกหวั่นไหวแน่นอนวิธีการเช่นนี้จะทำให้พวกเขาเจ็บปวดทรมานมากยิ่งขึ้นจริง ๆ โยวเลี่ยหวั่นไหวแล้วอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่มีทางตกหลุมพรางของนางหรอก หลันซีคือคนที่ถูกหลีเยว่ทรมานหนักที่สุดในหมู่บรรดาสามีอสูร และมีความแค้นต่อนางล้ำลึกที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงระแวดระวังต่อการเปลี่ยนแปลงที่นางแสดงออกมาอย่างกะทันหันนี้มากที่สุดแม้เขาคิดมาตลอดว่าหลีเยว่เป็นสตรีที่โง่เขลาเบาปัญญา แต่การเปลี่ยนแปลงที่มาโดยไม่คาดฝันครั้งนี้ เขากลับมองไม่ออกเลยหากนางมีเป้าหมายอะไร เหตุใดจนถึงตอนนี้ยังไม่แสดงออกมาเลยเล่า?หลีเยว่ไม่รับรู้ถึงคลื่นใต้น้ำที่เต็มห้องนี้เลย นางอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดที่เย็นนิด ๆ ของโยวเลี่ย พลางคิดถึงข้อดีของมิติ ไม่นานนักก็หลับสนิทไปจริง ๆเช้าวันรุ่งขึ้น นางถูกปลุกให
Read more

บทที่ 49

จิ้นเหย่กับซือฉีนั่งอยู่บนโขดหินข้าง ๆ คนหนึ่งกำลังฝนเล็บ ส่วนอีกคนกำลังจัดสมุนไพร ส่วนหลันซีแช่อยู่ในถังไม้ ครีบหางสะบัดน้ำขึ้นมาเป็นครั้งคราว ทว่าสายตากลับชำเลืองมองมาทางกระท่อมไม้เป็นระยะ ๆ“หลีเยว่เรียกพวกเจ้าเข้าไป” ฉืออวี้เอ่ยปาก เสียงฟังดูทุ้มต่ำกว่าปกตินิดหน่อยโยวเลี่ยชะงักไป ดวงตาสีแดงเข้มฉายแววคาดหวังที่ยากจะสังเกตเห็น ก่อนจะรีบเดินไปที่กระท่อมไม้จิ้นเหย่หยุดมือทันที แล้วตามหลังไปซือฉีก็เก็บสมุนไพรขึ้นมาเช่นกันแล้วลุกขึ้นช้า ๆ ส่วนหลันซีก็ลุกออกจากถังไม้ เดินเข้าไปด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกเมื่อทุกคนเข้าไปในกระท่อมไม้ หลีเยว่นั่งอยู่บนกองหญ้าแห้งแล้ว นางถือสร้อยคอไว้ในมือพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ต่อให้น้ำพุวิญญาณสามารถรักษาแผลได้ แต่การกรีดนิ้วมือก็ยังเจ็บอยู่ดีการหยดเลือดนั้นต้องใช้ปริมาณหนึ่ง ไม่ใช่แค่หยดเดียวก็เพียงพอ ดังนั้นทุกครั้งที่กรีด แผลจึงไม่ตื้นเลยเมื่อเห็นพวกเขาเข้ามา นางก็เงยหน้าแย้มยิ้ม “นั่งลงกันให้หมดเถิด ไม่นานก็เสร็จแล้ว”หลีเยว่สูดลมหายใจเข้าลึก มือที่กุมสร้อยออกแรง ปลายนิ้วพลันรู้สึกเจ็บแปลบ หยดเลือดสีแดงสดซึมออกมาทันทีนางไม่กล้ามองนาน เดินตรงไปห
Read more

บทที่ 50

หลีเยว่อึ้งไปครู่หนึ่ง มือยังคงชูปลายนิ้วที่มีเลือดไหล มองจิ้นเหย่ที่หลบไปข้างหลังแล้วอดงุนงงไม่ได้ “จิ้นเหย่ เจ้าเข้ามาใกล้ ๆ หน่อยสิ ข้าจะหยดเลือดให้เจ้า เมื่อวานสัญญากับเจ้าไว้แล้ว”จิ้นเหย่ถึงค่อยเข้ามาใกล้ แล้วหลุบตามองนางหลีเยว่ขยับเข้าไปใกล้ หยดเลือดลงบนตราประทับอสูรที่หน้าอกของเขา ตราประทับอสูรสีจางลงไปหนึ่งระดับจิ้นเหย่มองตราประทับอสูรที่จางลงบนหน้าอกอย่างตะลึงงัน ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่เมื่อหยดเลือดให้จิ้นเหย่เสร็จ ก็ถือว่าสามีอสูรทั้งห้าคนได้รับการหยดเลือดกันหมดแล้วพวกเขาน่าจะเชื่อกันแล้วว่าเรื่องปลดพันธสัญญาที่นางพูดมาไม่ใช่เรื่องหลอกลวงพวกเขา?หลังจากหยดเลือดเสร็จ หลีเยว่คิดจะหันกายไปหาสมุนไพรห้ามเลือดที่เห็นก่อนหน้านี้ ถึงอย่างไรก็ไม่อาจใช้น้ำพุวิญญาณในมิติอย่างโจ่งแจ้งได้ และไม่อาจปล่อยให้ปลายนิ้วมีเลือดไหลตลอด ทว่าเพิ่งจะหันกายไป โยวเลี่ยก็คว้าข้อมือของนางไว้อย่างแผ่วเบาการกระทำของเขาอ่อนโยนมาก ใช้หนังสัตว์ที่สะอาดเช็ดเลือดที่ปลายนิ้วให้นางก่อน จากนั้นจึงนำสมุนไพรห้ามเลือดที่เคี้ยวจนละเอียดมาโปะบนบาดแผลอย่างระมัดระวัง สุดท้ายก็ใช้แถบหนังสัตว์พัน
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status