พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร

พลิกชะตานางร้ายสยบใจบุรุษอสูร

โดย:  คิมหันต์อรุณเดือนห้าอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
50บท
0views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

[โลกสัตว์อสูรยุคดึกดำบรรพ์ + สนามอารมณ์เหล่าบุรุษอสูร + 1vN + บุรุษทุกคนยังบริสุทธิ์ + นางเอกสายพัฒนา] หลังจากทำงานหนักจนตายคาที่แล้วทะลุมิติมาอยู่ในนิยายโลกอสูร หลีเยว่ก็ถึงกับอึ้งไปเลย! สามีอสูรทั้งห้าคนที่ถูกท่านพ่อที่เป็นสัตว์อสูรพเนจรลักพาตัวมาทำพันธสัญญาอย่างฝืนใจ ต่างถูกเจ้าของร่างเดิมทรมานจนปางตาย อีกไม่นานพวกเขาจะพากันเข้าสู่ด้านมืด และนางก็จะต้องพบกับจุดจบที่อนาถสุดๆ! นางจึงรีบวางแผนข้ามคืน ตั้งใจจะไปพึ่งพาท่านพ่อที่มีพลังรบระดับเพดานสูงสุด และรีบถอนพันธสัญญาด้วยหยดเลือดเพื่อตัดขาดกับพวกตัวร้ายให้สิ้นเรื่องสิ้นราว! ทว่าในขณะที่นางใช้มิติส่วนตัว มุ่งมั่นกับการสะสมผลึกอสูร ปลูกผัก และเอาชีวิตรอดอยู่นั้น สายตาที่พวกสามีอสูรตัวร้ายมองนางก็เริ่มแปลกขึ้นเรื่อย ๆ งูขาวผู้หยิ่งยโสและมีพิษร้ายใช้หางพันรอบตัวนาง แล้วกระซิบด้วยสายตาคลั่งรัก : “เยว่เยว่ ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ อย่าหวังว่าจะได้ถอนพันธสัญญาจากข้า” เงือกหนุ่มรูปงามโอบเอวนางไว้ พลางใช้เสียงนุ่มนวลล่อลวง : “ข้าจะร้องเพลงให้เจ้าฟัง... ได้โปรดอย่าทิ้งข้าไปเลย” สิงโตหนุ่มแผงคอดำก้มหัวลงคลอเคลียที่ใบหน้านาง : “หลีเยว่ ขอเพียงเจ้าไม่จากไป ข้ายอมสละให้ได้แม้กระทั่งชีวิต” จิ้งจอกแดงผู้เสน่ห์แรงเข้ามาพัวพัน พร้อมลมหายใจหอมหวานดั่งกล้วยไม้ : “สิ่งที่เจ้าเคยทำกับข้าไว้ ข้าจะทวงคืนจากตัวเจ้าเป็นเท่าตัว” นักบวชกระเรียนขาวผู้สูงส่งก้มลงมองนางด้วยสายตาเย็นชาทว่าลึกซึ้ง : “ข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นใครมาจากไหน แต่เจ้าคือนายหญิงเพียงคนเดียวของข้า” หลีเยว่ : “เอ๊ะ? พวกเจ้าไม่ได้เกลียดข้าเพราะถูกบังคับให้ทำพันธสัญญาหรอกเหรอ? นี่ข้าจะยอมถอนพันธสัญญาให้แล้วนะ ทำไมถึงไม่ยอมกันล่ะเนี่ย?”

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

ท่ามกลางสติที่พร่าเลือน หลีเยว่ได้ยินเสียงแส้ฟาดดังถนัดหู ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น

สิ่งแรกที่ปะทะเข้าสู่สายตาคือเส้นผมยาวระต้นคอสีเทาเงิน

เจ้าของเรือนผมนั้นกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น แผ่นหลังสีทองแดงเหยียดตึงราวกับคันศรที่ถูกง้างจนสุด กล้ามเนื้อทุกมัดปูดนูนเปี่ยมด้วยพละกำลัง ทว่ากลับถูกรอยแส้ที่พาดสลับไปมาฉีกกระชากจนดูน่าสยดสยอง

บาดแผลที่เพิ่งปริแตกยังคงมีเลือดซึม ไหลรินไปตามมัดกล้ามเนื้อที่แน่นตึง รวมตัวกันเป็นสายเลือดเล็กๆ ที่ข้างเอว ก่อนจะหยดลงบนขอบกระโปรงหนังสัตว์สั้นๆ

เมื่อดวงตาคู่สีแดงเข้มช้อนขึ้นสบ หลีเยว่รู้สึกราวกับหัวใจถูกเขี้ยวพิษของงูสมิงบีบเคียดไว้

มันเป็นดวงตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งและกรุ่นไปด้วยความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง

เขาเอียงคอเล็กน้อย สายตาเลื่อนไปหยุดที่แส้หนังในมือนาง มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาเจือจาง

น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ทว่าทุกคำพูดกลับแฝงด้วยหนามแหลม “หยุดมือแค่นี้หรือ? แรงของวันนี้ใช้หมดแล้วรึไง?”

สมองของหลีเยว่ดังอื้ออึงขึ้นมาทันที

ความเจ็บปวดแล่นพล่านจากขมับ เศษเสี้ยวความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมพุ่งเข้าใส่ดุจพายุ

นางคือนักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน แต่กลับโชคร้ายทำงานหนักจนช็อกตาย แล้วดันทะลุมิติเข้ามาในนิยายโลกอสูรที่เพิ่งอ่านจบ โดยสวมร่างเป็นตัวประกอบชั่วร้ายที่มีชื่อแซ่เดียวกันกับนางเป๊ะ

พ่อของเจ้าของร่างเดิมเป็นอสูรพเนจรที่ตามใจลูกสาวเพียงคนเดียวคนนี้มาก ทันทีที่นางโตเต็มวัย เขาก็ไปหาบุรุษอสูรมาให้ถึงห้าตนเพื่อบังคับทำพันธสัญญาคู่ครองกับนาง

ทว่านางกลับไม่ชอบสามีอสูรที่พ่อจับมาให้ จึงสรรหาสารพัดวิธีมาทรมานพวกเขาไม่เว้นแต่ละวัน

ชายหนุ่มรูปงามตรงหน้ามีร่างอสูรเป็นงูขาวพิษร้าย นิสัยใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต และตามเนื้อเรื่องในตอนท้าย เขาจะเป็นคนหักนิ้วมือของนางทีละนิ้วจนครบ

หลีเยว่สะดุ้งสุดตัวรีบปล่อยมือ แส้หนังร่วงลงพื้นเสียงดัง “แปะ!” หยดเลือดที่ปลายแส้กระเด็นมาโดนข้อเท้าของนาง สัมผัสเย็นเยียบนั้นทำให้นางต้องลอบสั่นสะท้าน

หัวคิ้วของโยวเลี่ยขยับเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น

ปกติในช่วงเวลานี้ สตรีโฉดผู้นี้มีแต่จะฟาดแส้ลงมาให้แรงขึ้น หรือไม่ก็ใช้ท่อนไม้เผาไฟจนดำมานาบตัวเขา

แต่ตอนนี้นางกลับทิ้งแส้อย่างนั้นหรือ?

“คิดแผนการเล่นใหม่ๆ ออกแล้วงั้นสิ...”

“เงียบก่อน” หลีเยว่เอ่ยขัดคำพูดของเขา นางต้องการเวลาซึมซับความจริงที่น่าขนลุกนี้

ระดับพลังของบุรุษอสูรเรียงจากอ่อนไปแข็งแกร่งคือ แดง ส้ม เหลือง เขียว คราม น้ำเงิน และม่วง ซึ่งพ่อของเจ้าของร่างเดิมคืออสูรแมงป่องระดับม่วง อยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดพลังในโลกอสูร ด้วยเหตุนี้เขาจึงสามารถบังคับจับบุรุษอสูรผู้มีพรสวรรค์ทั้งห้านี้มาเป็นสามีอสูรให้ลูกสาวได้

แต่ตามพล็อตนิยาย การออกไปหาบุรุษอสูรมาให้ลูกสาวเพิ่มในครั้งนี้ พ่อของนางจะไม่ได้กลับมาอีกเลย

และหลังจากที่พ่อตายไป บรรดาสามีอสูรที่ถูกทรมานจนถึงขีดสุดเหล่านี้จะรวมตัวกันต่อต้าน

พวกเขายอมเสี่ยงกับการโดนพลังย้อนกลับเพื่อคว้านตราประทับคู่ครองทิ้ง บุรุษทั้งห้าที่ควรจะตายดับกลับรอดชีวิตมาได้ด้วยความแค้นที่ฝังลึก และสุดท้ายพวกเขาก็รุมกินโต๊ะนางด้วยวิธีการที่เหี้ยมโหดกว่าที่นางเคยทำกับพวกเขาเป็นร้อยเท่า

เมื่อนึกถึงความเจ็บปวดตอนถูกหักนิ้วตามที่นิยายบรรยายไว้ ปลายนิ้วของหลีเยว่ก็เย็นเฉียบขึ้นมาทันที

นางจะตายไม่ได้!

โดยเฉพาะการตายที่อนาถขนาดนั้น!

หลีเยว่บังคับตัวเองให้สบตาคู่สีแดงเข้มนั้น พยายามประคองน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด “ลุกขึ้นเถอะ”

โยวเลี่ยไม่ขยับ เพียงแค่เลิกคิ้วขึ้น แววตาเยาะหยันฉายชัดยิ่งกว่าเดิม “ทำไม คิดจะเปลี่ยนท่าทรมานข้าหรือ?”

ยามเขาเงยหน้าขึ้น ตราประทับอสูรแมงป่องบนหน้าอกก็ยิ่งเด่นชัด

มันคือตราประทับคู่ครอง และเป็นโซ่ตรวนที่พันธนาการไม่ให้พวกเขาขัดขืน “หรือว่า อยากจะลองเอาน้ำเกลือมาราดแผลดูบ้าง?”

ลมหายใจของหลีเยว่สะดุดไปชั่วครู่ เจ้าของร่างเดิมเคยทำเรื่องพรรค์นั้นจริงๆ

นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินไปยังตะกร้าไม้ไผ่ที่มุมห้องหิน ในนั้นมีสมุนไพรแห้งที่พ่อไปแลกมาจากในเผ่าทิ้งอยู่ เจ้าของร่างเดิมไม่เคยใช้สมุนไพรกับพวกเขาเลย กลับกันนางมักชอบเอาเถาวัลย์มีพิษมาแอบอ้างว่าเป็นสมุนไพร เพื่อดูพวกเขาทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด

นางรื้อหาพืชสมุนไพรที่ช่วยห้ามเลือดในตะกร้าพลางเอ่ยว่า “แผลของเจ้าต้องจัดการ ข้าจะไม่...”

“ไม่จำเป็น” โยวเลี่ยขัดจังหวะพลางค่อยๆ ลุกขึ้นยืน

เขาสูงกว่าหลีเยว่เกินหนึ่งช่วงศีรษะครึ่ง ยามที่เงาของเขาโถมลงมา มันมาพร้อมกับแรงกดดันที่มหาศาล

“เก็บเล่ห์เหลี่ยมของเจ้าไปเสียเถอะ คิดว่าอีกเดี๋ยวจะใช้ไม้ฟืนนาบข้า หรือว่าคิดหาวิธีที่ชั่วร้ายกว่านี้มาทรมานข้ากันแน่?”

มือที่ถือสมุนไพรของหลีเยว่ชะงักค้างกลางอากาศ

นางลืมไปว่าความโหดเหี้ยมของร่างเดิมมันสลักลึกเข้าไปในกระดูกของคนเหล่านี้แล้ว การกระทำที่ผิดปกติเพียงนิดเดียว ย่อมถูกมองว่าเป็นวิธีทรมานรูปแบบใหม่

ทันใดนั้น มีเสียงฝีเท้าเบาๆ ดังมาจากนอกบ้านหิน

เงาร่างสามร่างปรากฏขึ้นที่หน้าถ้ำ ทุกคนมีบาดแผลตามตัว ทว่าต่างจ้องมองมาที่นางด้วยสายตาเย็นชาแบบเดียวกัน

คนที่เดินนำหน้ามาคือซือฉี ชายหนุ่มผมยาวสีขาวราวหิมะ ในฐานะนกกระเรียนอสูรที่เป็นนักบวชระดับเหลือง เดิมทีเขาควรจะมีสง่าราศีสูงส่ง แต่ยามนี้กลับดูอิดโรย ตามตัวเต็มไปด้วยรอยไหม้

นั่นเป็นรอยแผลที่เกิดจากการถูกไม้เผาไฟนาบซึ่งเป็นฝีมือของร่างเดิม

เขาลดสายตาลง แพขนตายาวบดบังอารมณ์ มีเพียงหมัดที่กำแน่นเท่านั้นที่บ่งบอกถึงความอดกลั้น

ตามมาด้วยอสูรจิ้งจอกแดงฉืออวี้ ใบหน้าที่ควรจะงดงามยั่วยวนกลับมีรอยแผลเป็นลากยาวจากหางตาลงไปถึงกรามจนดูน่าเกรงขาม

เมื่อเขาเห็นหลีเยว่ เขาก็ยกยิ้มยั่วยวน ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไปไม่ถึงดวงตา “เกิดอะไรขึ้นล่ะ? ทำไมไม่ 'เอ็นดู' โยวเลี่ยต่อล่ะ?”

คนสุดท้ายเป็นบุรุษร่างกำยำ ผมสั้นสีดำขลับยุ่งเหยิงปรกหน้าผาก ท่อนบนเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากมีดและแส้ เขาคืออสูรสิงโตจิ้นเหย่

หลีเยว่กวาดสายตามองพวกเขาทั้งสี่ หัวใจของนางหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว

ทั้งที่เป็นหนุ่มหล่อระดับพรีเมียมต่างสไตล์ถึงสี่คน แต่นางกลับไม่มีแก่ใจจะชื่นชมเลยสักนิด

สามีอสูรห้าตน มาแล้วสี่

“หลันซีล่ะ?” นางโพล่งออกมา

ชื่อนี้ทำให้บรรยากาศในถ้ำเปลี่ยนไปทันที

ฉืออวี้ยิ้มกว้างขึ้น “เจ้าลืมไวขนาดนี้เชียว? เมื่อวานเจ้าบอกว่าอยากเห็นว่าถ้าถอนเกล็ดเงือกออกมาแล้วฝังลงในทรายจะเป็นยังไง เจ้าก็เลยสั่งให้พวกข้าเอาเขาไปฝังไว้บนเขาไงล่ะ”

ปลายนิ้วของหลีเยว่เย็นวาบ

หลันซี สามีอสูรเพียงคนเดียวที่เป็นเผ่าทะเล หลังจากคว้านตราประทับทิ้ง เขาจะเป็นคนที่ใช้มีดค่อยๆ กรีดผิวหนังทั่วตัวนางทีละชิ้น

เพราะนางทำให้เขาต้องทนทุกข์กับการถูกถอนเกล็ดที่แสนเจ็บปวดสำหรับชาวเงือก...

นางมองชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยบาดแผลทั้งสี่ตรงหน้า นึกถึงหลันซีที่ถูกถอนเกล็ด แล้วก็อดสั่นสะท้านไม่ได้

โยวเลี่ยเห็นนางใจลอย แววตาเยาะหยันพาดผ่านดวงตาสีแดงเข้ม “ทำไม คิดวิธีเล่นสนุกแบบใหม่ได้แล้วเหรอ?”

เขาขยับก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นคาวเลือดจากตัวเขาเข้มข้นขึ้น “ไม่สู้ทำมันออกมาให้หมดในคราวเดียวเลยจะดีกว่า”

หลีเยว่เงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างรวดเร็ว

นางรู้ว่าตอนนี้พูดอะไรไปก็เปล่าประโยชน์ แต่นางต้องเริ่มทำอะไรสักอย่าง

“โยวเลี่ย เจ้าไปพาตัวหลันซีกลับมา ข้ามีเรื่องจะพูดด้วย”

โยวเลี่ยหัวเราะออกมาเบาๆ ราวกับได้ยินเรื่องตลก “หลีเยว่ เจ้าจะเล่นไม้ไหนอีก? ทรมานทีละคนมันไม่พอแล้วงั้นสิ จะเอาทั้งห้าคนพร้อมกันเลยเหรอ?”

หลีเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ วางหญ้าห้ามเลือดกลับลงในตะกร้า แล้วเอ่ยว่า “เรามาตกลงเงื่อนไขกัน ถ้าพวกเจ้าตกลง ข้าจะถอนพันธสัญญากับพวกเจ้า”

สิ้นคำพูดนั้น ภายในบ้านหินก็เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจ

ขนตาของซือฉีสั่นไหว รอยยิ้มบนหน้าของฉืออวี้แข็งค้าง ส่วนจิ้นเหย่กำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นดังกร๊อบ

เสียงหัวเราะของโยวเลี่ยหยุดชะงัก เขาจ้องมองนางเขม็งราวกับกำลังประเมินว่าคำพูดนี้เชื่อถือได้จริงหรือไม่

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
50
บทที่ 1
ท่ามกลางสติที่พร่าเลือน หลีเยว่ได้ยินเสียงแส้ฟาดดังถนัดหู ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นสิ่งแรกที่ปะทะเข้าสู่สายตาคือเส้นผมยาวระต้นคอสีเทาเงิน เจ้าของเรือนผมนั้นกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น แผ่นหลังสีทองแดงเหยียดตึงราวกับคันศรที่ถูกง้างจนสุด กล้ามเนื้อทุกมัดปูดนูนเปี่ยมด้วยพละกำลัง ทว่ากลับถูกรอยแส้ที่พาดสลับไปมาฉีกกระชากจนดูน่าสยดสยองบาดแผลที่เพิ่งปริแตกยังคงมีเลือดซึม ไหลรินไปตามมัดกล้ามเนื้อที่แน่นตึง รวมตัวกันเป็นสายเลือดเล็กๆ ที่ข้างเอว ก่อนจะหยดลงบนขอบกระโปรงหนังสัตว์สั้นๆเมื่อดวงตาคู่สีแดงเข้มช้อนขึ้นสบ หลีเยว่รู้สึกราวกับหัวใจถูกเขี้ยวพิษของงูสมิงบีบเคียดไว้มันเป็นดวงตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งและกรุ่นไปด้วยความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบังเขาเอียงคอเล็กน้อย สายตาเลื่อนไปหยุดที่แส้หนังในมือนาง มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาเจือจางน้ำเสียงของเขาแหบพร่า ทว่าทุกคำพูดกลับแฝงด้วยหนามแหลม “หยุดมือแค่นี้หรือ? แรงของวันนี้ใช้หมดแล้วรึไง?”สมองของหลีเยว่ดังอื้ออึงขึ้นมาทันทีความเจ็บปวดแล่นพล่านจากขมับ เศษเสี้ยวความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมพุ่งเข้าใส่ดุจพายุนางคือนักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งเร
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
โยวเลี่ยและจิ้นเหย่ออกไปตามหาหลันซีแล้ว ทิ้งให้ฉืออวี้และซือฉีรออยู่ในถ้ำหลีเยว่รู้สึกอึดอัดทำตัวไม่ถูก นางจึงหันหลังให้พวกเขาแล้วแสร้งสำรวจสภาพภายในถ้ำสภาพความเป็นอยู่ในสังคมยุคบุพกาลนั้นเรียกได้ว่าไม่ค่อยดีนัก ปากถ้ำถูกเสริมความแข็งแรงด้วยท่อนไม้และเถาวัลย์ขนาดมหึมาเพื่อช่วยกำบังลมหนาวผนังถ้ำถูกขัดจนเรียบพอประมาณ พื้นปูด้วยหญ้าแห้งหนานุ่ม ด้านบนวางทับด้วยหนังสัตว์ต่างชนิดกันเจ็ดแปดผืนทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลงานของท่านพ่ออสูรพเนจรระดับม่วงคนนั้นแม้จะอยู่ข้างนอกเป็นส่วนใหญ่ แต่กลับดูแลลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างพิถีพิถันไร้ที่ติที่ผนังถ้ำฝั่งหนึ่งมีหนังสัตว์ที่ฟอกแล้วกองอยู่ยี่สิบกว่าผืน บนชั้นหินมีอาหารวางไว้อย่างอุดมสมบูรณ์ ทั้งเนื้อสัตว์ตากแห้งที่แขวนอยู่เต็มฝาผนัง และผลไม้ป่าในตะกร้าไม้ไผ่ที่ยังมีหยาดน้ำค้างเกาะอยู่หลีเยว่เดินไปที่โถดินเผาซึ่งบรรจุน้ำสะอาดไว้เต็ม นางมองเงาสะท้อนในน้ำแล้วอดไม่ได้ที่จะอุทานในใจสตรีในเงาสะท้อนนั้นมีเรือนผมสีม่วงยาวเป็นลอนศิริสวย ใบหน้าจิ้มลิ้มรับกับเครื่องหน้าอย่างประณีต ดวงตาคู่สีดำขลับเป็นประกายราวกับมีหมู่ดาวตกลงไปในนั้นหลีเยว่นึกไม่ถึงว่า
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
แพขนตาที่หลุบต่ำของซือฉีสั่นไหวอย่างรุนแรง ภายใต้เรือนผมสีขาวโพลน ดวงตาคู่สีอำพันฉายแววหวั่นไหวเป็นครั้งแรก“หากเจ้ามีใจจะทำเช่นนั้นจริง คงถอนพันธสัญญาไปนานแล้ว จะรอจนถึงป่านนี้ทำไมกัน นี่คงเป็นเล่ห์เหลี่ยมใหม่ที่เจ้าเพิ่งคิดออกล่ะสิ?”ซือฉีแตกต่างจากสามีอสูรคนอื่นๆ เขาไม่ได้ถูกท่านพ่อจับตัวมา แต่กลับเป็นฝ่ายเดินทางมาหาเองดูเหมือนเขาจะรู้จักกับเจ้าของร่างเดิมมาตั้งแต่เด็ก ส่วนเรื่องที่การทำพันธสัญญาจะเป็นความเต็มใจของเขาหรือไม่นั้น หลีเยว่ไม่อาจหาคำตอบได้จากความทรงจำเดิมแต่เมื่อฟังจากน้ำเสียงในตอนนี้ ดูท่าเขาก็คงอยากจะถอนพันธสัญญาเต็มทีแล้วเหมือนกัน?หลีเยว่เหลือบมองชายหนุ่มผู้ที่จะกลายเป็นมหาจอมวายร้ายผู้ทรงอิทธิพลในภายภาคหน้า แล้วเอ่ยว่า “ข้าบอกแล้วไงว่าจุดประสงค์ของข้าคือต้องการให้พวกเจ้าไปตามหาท่านพ่อเป็นเพื่อนข้า”นางชะงักไปครู่หนึ่ง พลางชำเลืองมองหลันซีที่ลมหายใจรวยริน “ซือฉี เจ้าใช้พลังจิตเยียวยาบาดแผลให้หลันซีเสีย แล้วข้าจะหยดเลือดให้เจ้าเดี๋ยวนี้”ซือฉีเป็นนักบวช เขามีพลังจิตที่สามารถรักษาผู้คนได้ แต่ที่ผ่านมาหลีเยว่กลับสั่งห้ามไม่ให้เขารักษาใครทั้งสิ้น แม้กระทั่งบาดแ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
ที่แท้ก็อยากจะหลอกล่อให้นางหยดเลือด เพื่อจะได้รีบถอนพันธสัญญาให้เร็วขึ้นนี่เองหลีเยว่เข้าใจในทันที พวกสามีอสูรเหล่านี้แต่ละคนต่างก็รีบร้อนที่จะหลุดพ้นจากพันธนาการที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ ช่างตรงไปตรงมาเสียจริงแต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่าชั่วคราวนี้พวกเขายังไม่มีแผนการอื่นด้วยข้อจำกัดของตราประทับอสูรจากการดลบันดาลพันธสัญญา พวกเขาจึงไม่กล้าทำอันตรายต่อนาง ความกังวลเรื่องโดนวางยาเมื่อครู่ดูเหมือนจะเกินกว่าเหตุไปแล้วเมื่อคิดได้เช่นนี้ ไหล่ที่ตึงเครียดของนางก็ผ่อนคลายลงอย่างสิ้นเชิงทว่าเรื่องการถอนพันธสัญญานั้น จะรวดเร็วขนาดนั้นไม่ได้หากให้เลือดแก่ฉืออวี้ไปตอนนี้จริงๆ พอครบสิบครั้งจนตราประทับอสูรหายไป ด้วยนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นของบุรุษอสูรจิ้งจอกตนนี้ เกรงว่าเขาคงจะหันกลับมาขย้ำคอนางให้ขาดสะบั้นทันทีหลีเยว่เงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาเจ้าเล่ห์ของฉืออวี้ ทันใดนั้นนางก็ยกยิ้มมุมปาก เผยรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้ง: “เนื้อย่างมื้อเดียว คิดจะแลกกับการหยดเลือดเลยหรือ?”รอยยิ้มบนใบหน้าของฉืออวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเยาะหยันอย่างที่คาดไว้: “แล้วเจ้า
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
หลันซีว่ายวนอยู่ในโถอย่างช้าๆ สองรอบ ยามที่หางปลาโบกสะบัดก็นำพาระลอกน้ำที่นุ่มนวลออกมา น้ำทะเลที่เดิมทีมีอยู่ครึ่งโถกลับลดระดับลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผิวน้ำลดต่ำลงทีละน้อยเพียงชั่วครู่ น้ำทะเลในโถก็เกือบจะแห้งขอดหลันซีหยุดการเคลื่อนไหว เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ลูกกระเดือกขยับคราหนึ่ง ก่อนจะอ้าปากแล้วพ่นวัตถุขนาดเท่ากำปั้นออกมาสิ่งนั้นขาวโพลนไปทั้งก้อน มีประกายแวววาวดูใสสะอาด มันคือก้อนเกลือนั่นเองหลีเยว่มองจนตาค้างนี่คือนี่คือวิชาผลิตเกลือของเผ่าเงือกงั้นหรือ?แต่ว่า... เกลือนี้ถูกพ่นออกมาจากปากเขา จะยังกินได้อยู่ไหมนะ?ความคิดนี้เพิ่งจะแล่นผ่านสมองไป นางก็พลันนึกถึงเนื้อย่างไร้รสชาติชิ้นเมื่อครู่ ทันใดนั้นท้องของนางก็ส่งเสียง “โครกคราก” ประท้วงออกมาอย่างซื่อสัตย์ช่างหัวที่มามันเถอะ มีเกลือยังไงก็ดีกว่าไม่มีหลีเยว่รีบยื่นมือออกไปทันที: “เอาเกลือมาให้ข้า”ทว่าหลันซีกลับนิ่งเฉย เขาเพียงก้มลงมองนาง ดวงตาสีม่วงคู่นั้นไม่มีอารมณ์ใดๆ น้ำเสียงใสบริสุทธิ์ทว่าแฝงไปด้วยความยืนกรานที่ไม่อาจปฏิเสธ: “เจ้าหยดเลือดให้ข้าก่อน แล้วข้าจะให้เจ้า”แม้เขาจะเห็นหลีเยว่หยดเลือดให
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
หลีเยว่กำลังฝันว่าท่านพ่อส่งเนื้อย่างมันเยิ้มส่งกลิ่นหอมฉุยมาให้ ทันใดนั้นนางกลับรู้สึกว่าลำคอถูกบางอย่างรัดจนแน่นหนึบ ความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกถาโถมเข้ามาประดุจระลอกคลื่นนางพยายามดิ้นรนสุดชีวิต อยากจะร้องตะโกนแต่กลับไม่มีเสียง เนื้อย่างตรงหน้ากลายเป็นเงาดำตะคุ่มที่พร่ามัว เรี่ยวแรงทั่วร่างคล้ายถูกสูบหายไป เปลือกตาหนักอึ้งราวกับถูกทากาวไว้จนลืมไม่ขึ้น“อื้อ...” เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากลำคอ สติสัมปชัญญะยื้อยุดอยู่ตรงข้ามกลางความสลัวรางแสงไฟจากกองไฟในถ้ำทอดเงาของหลันซีลงบนผนังหิน ทำให้เขาดูสูงใหญ่กว่าปกติเขาหลุบตาลง ขนตายาวทอดเงาลงใต้ตา ทว่าในดวงตาสีม่วงราวอเมทิสต์คู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายที่เข้มข้นจนไม่อาจเจือจาง ปลายนิ้วที่บีบคอหลีเยว่เริ่มลงแรงหนักขึ้นเรื่อยๆใบหน้าของหลีเยว่เริ่มเปลี่ยนจากสีแดงระเรื่อกลายเป็นสีเขียวคล้ำ ริมฝีปากสั่นระริก หยาดน้ำตาตามสัญชาตญาณไหลซึมจากหางตาผ่านแก้มเข้าไปในไรผมในจังหวะที่สติของนางจวนจะหลุดลอย ข้อมือของหลันซีกลับถูกแรงมหาศาลขวับจับไว้ แรงนั้นมากพอที่จะบดขยี้กระดูกของเขาให้แหลกคามือเขาถูกบังคับให้ปล่อยมือ หลีเยว่ทรุดฮวบลง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
หลีเยว่เห็นสีหน้าตกตะลึงของบรรดาสามีอสูรก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเกิดอะไรขึ้น? รางวัลที่นางเสนอไม่ดึงดูดใจพอหรือ?พันแผลสามครั้งแลกกับหยดเลือดหนึ่งครั้ง นี่ดูจะคุ้มค่ากว่าเงื่อนไข “อาหารห้ามื้อแลกเลือดหนึ่งหยด” ของฉืออวี้ตั้งเยอะ ตามหลักแล้วพวกเขาน่าจะตาเป็นประกายสินางพริ้มตาด้วยความสงสัย มองไปที่หลันซี: “นี่เจ้า... ไม่อยากได้รางวัลนี้งั้นหรือ?”สิ้นคำพูดนี้ บรรดาสามีอสูรถึงเพิ่งจะได้สติกลับมาซือฉีรีบหลุบตาซ่อนความฉงนในแววตา ฉืออวี้อึ้งจนรอยยิ้มที่มุมปากค้างเติ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มหยั่งเชิง จิ้นเหย่เองก็นิ่งไปราวกับตามการเปลี่ยนผันนี้ไม่ทันแต่ไม่นานพวกเขาทุกคนก็เข้าใจแล้ว หลีเยว่คงไม่สังเกตรอยบวมช้ำที่ลำคอ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองเกือบถูกหลันซีบีบคอจนตายในเมื่อนางไม่รู้ ก็ไม่มีใครโง่พอที่จะเสนอตัวพูดขึ้นมาเองหลันซีลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะเหลือบมองโยวเลี่ยแล้วเอ่ยว่า: “คนที่พันแผลให้ไม่ใช่ข้า”สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่โยวเลี่ยทันทีดวงตาสีแดงเข้มของเขาขยับเล็กน้อย สบเข้ากับสายตาที่สงสัยของหลีเยว่ เขาจึงก้าวออกมาข้างหน้าครึ่งก้าว แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ: “เป็นข
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
รีบสิ! นางรีบมากแน่นอน!หลีเยว่ส่ายหน้าปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด นางต้องหาท่านพ่อให้เจอโดยเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นท่านพ่อจะเป็นอันตรายตอนนี้ท่านพ่อคือที่พึ่งเดียวของนาง นางไม่กล้าจินตนาการเลยว่า หากท่านพ่อเป็นอะไรไปตามเนื้อเรื่องในหนังสือ ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร“งั้นก็ใช้ ร่างสัตว์อสูร เถอะ เร็วขึ้นได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น”พอพูดจบ บรรดาสามีอสูรกลับตกอยู่ในความเงียบงันทันทีหลีเยว่กะพริบตาด้วยความงุนงง: “มีอะไรหรือ? มีปัญหาตรงไหนหรือเปล่า?”โยวเลี่ยก้าวออกมาครึ่งก้าว ดวงตาสีแดงเข้มเหลือบมองนาง น้ำเสียงเยาะหยันแทบจะล้นออกมา: “เดินทางด้วยร่างสัตว์อสูรน่ะได้ แต่เจ้าวางแผนจะนั่งบนหลังใครล่ะ?”คำพูดนี้เหมือนก้อนหินที่ทุบเข้ากลางใจหลีเยว่ นางพลันนึกขึ้นได้ว่าเจ้าของร่างเดิมเคยดูถูกเหยียดหยามร่างสัตว์อสูรของพวกเขาไว้อย่างไรบ้างเจ้าของร่างเดิมเคยว่าร่างงูของโยวเลี่ยนั้นลื่นเมือก ดูแล้วน่าสะอิดสะเอียน แค่แตะก็รู้สึกสกปรกว่าร่างนกกระเรียนของซือฉีดูเหมือนจะสูงส่ง แต่ความจริงแล้วบื้อราวกับท่อนไม้ บินไปสะบัดปีกไปจนชวนเวียนหัว เสียแรงที่มีปีกใหญ่โตขนาดนั้นว่าร่างจิ้งจอกแดงของฉืออวี้ดูเจ้าเล่ห
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
หลันซีเดินไปที่ข้างถังไม้ หางปลาสะบัดเบาๆ ม้วนเอาโถเซรามิกใบเล็กที่ใส่เกลือขึ้นมา แล้วหย่อนลงในถุงหนังสัตว์ใบหนึ่งเมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว เหล่าสามีอสูรต่างสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะกลายร่างเป็นร่างสัตว์อสูรพร้อมกันโยวเลี่ยกลายร่างเป็นงูยักษ์สีเงินยวงไปทั้งตัว เกล็ดสะท้อนแสงแดดเป็นประกายเย็นเยียบ ลำตัวที่ขดอยู่นั้นหนากว่าถังน้ำเสียอีก ดูแล้วชวนให้ขนลุกขนพองซือฉีกลายร่างเป็นนกกระเรียนสีขาวสะอาดตา ปีกที่กางออกกว้างถึงสองเมตร ขนขาวราวกับหิมะ จงอยปากมีสีทองจางๆ ดูสง่างามราวกับปักษาสวรรค์ที่เพิ่งร่อนลงมาจากสรวงสวรรค์ร่างจิ้งจอกแดงของฉืออดี้นั้นสะดุดตายิ่งนัก ขนสีแดงสดใสราวกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชน หางฟูฟ่องดูเหมือนดอกไม้ปุยฝ้ายขนาดใหญ่ส่วนร่างสิงโตของจิ้นเหย่นั้นดูน่าเกรงขามที่สุด ลำตัวใหญ่กว่าสิงโตทั่วไปหนึ่งเท่าตัว แผงคอสีดำยิ่งดูองอาจไม่ธรรมดาหลันซียังคงอยู่ในร่างเงือก บาดแผลบนหางปลาเริ่มตกสะเก็ดแล้ว แต่เกล็ดใหม่ยังไม่ขึ้นมาแทนที่ ทำให้เห็นรอยแผลเป็นที่ดูน่ากลัวหลีเยว่มองภาพร่างสัตว์อสูรที่แตกต่างกันตรงหน้าแล้วอดไม่ได้ที่จะอุทานในใจด้วยความทึ่งสมกับเป็นบุรุษในโลกอสูร ร่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
หลีเยว่จ้องมองแส้ในมือด้วยอาการอึ้งกิมกี่ เครื่องหมายคำถามแทบจะพุ่งออกมาจากหัวนางไม่ได้ยื่นมือไปรับแส้หนังนั้น แต่กลับถามจิ้นเหย่อย่างสงสัยว่า “ตีเจ้า? ทำไมข้าต้องตีเจ้าด้วย?”จิ้นเหย่ราวกับได้ยินเรื่องที่เหลือเชื่อที่สุด ดวงตาสีฟ้าครามเบิกกว้างขึ้นฉับพลัน เขามองนางด้วยสีหน้าตกตะลึงสุดขีดเขาก้าวไปข้างหน้าครึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ทอดเงาลงมาปกคลุมร่างของหลีเยว่ ในแววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อเขาแกล้งให้นางต้องลำบากบนหลังถึงเพียงนี้ นางถึงขั้นอ้วกออกมา แขนยังสั่นไม่หาย แต่นางกลับไม่ตีเขาอย่างนั้นหรือ?เขารออยู่ครู่ใหญ่ ก็ไม่เห็นหลีเยว่จะมีทีท่าว่าจะลงมือ จึงขมวดคิ้วมุ่นพลางเอ่ยถาม “เจ้าจะไม่ตีจริงๆ หรือ?”หากเป็นเมื่อก่อน แค่เอาแส้หนังฟาดจะไปหายแค้นได้อย่างไร?อย่างน้อยก็ต้องเอาแส้ไปจุ่มน้ำเกลือ หรือไม่ก็ใช้ไม้ฟืนลนไฟร้อนๆ มานาบผิวไม่ใช่หรือ?หลีเยว่ไม่ใช่เจ้าของร่างเดิมเสียหน่อย นางไม่มีรสนิยมชอบทำร้ายคนเพื่อความบันเทิงอีกอย่าง บรรดาตัวร้ายพวกนี้แต่ละคนก็จดจ้องอยากจะฆ่านางใจจะขาด นางจะไปกล้าตีได้อย่างไร ต่อให้จิ้นเหย่จะมีรสนิยมชอบความรุนแรงหรืออยากโดนแส้ฟาดแค่ไหน ตอนนี้นางก็
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status