Alle Kapitel von หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต: Kapitel 61 – Kapitel 69

69 Kapitel

บทที่ 61 ฮองเฮา

ในขณะที่ซูหลีหลี่กำลังหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจเมื่อรู้ว่าบุตรชายของนางคือซูฉางเยว่ แต่คนที่ไม่รู้ความคิดของนางอย่างฉู่เทียนเสียงกลับรู้สึกร้อนใจขึ้นมาในทันทีเมื่อได้เห็นว่าอยู่ๆ นางก็ร้องไห้ออกมาเช่นนี้“ทำไมเจ้าจึงได้ร้องไห้เช่นนี้กันเล่า เขาออกแรงมากเกินไปจนทำให้เจ้ารู้สึกเจ็บใช่ไหม ให้ข้าเรียกแม่นมมาช่วยเจ้าดูแลเขาดีหรือไม่” คำถามของฉู่เทียนเสียงทำให้ซูหลีหลี่ส่ายหน้า ยามนี้นางรู้สึกตื้นตันจนไม่สามารถเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้“เอ๋ หรือว่าเจ้าเสียใจที่ลูกของพวกเรามีปานแดงที่หัวไหล่” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็ส่ายหน้า“เปล่านะเพคะ” น้ำเสียงสั่นเครือของซูหลีหลี่ทำให้ฉู่เทียนเสียงพลันนิ่วหน้าในทันที เมื่อนางเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของเขาจึงได้เอ่ยอธิบายออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ฝ่าบาทพระองค์ทรงจำตอนที่พวกเราพึ่งจะแต่งงานกันใหม่ๆ ได้ไหมเพคะ ช่วงนั้นหม่อมฉันเคยสั่งให้คนตามหาเด็กชายคนหนึ่งที่หม่อมฉันรู้สึกถูกชะตาด้วยและตั้งใจว่าจะรับเขามาอุปการะเป็นบุตรบุญธรรมของหม่อมฉัน” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เขาก็พยักหน้าพลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ“ข้าย่อมจะจำได
Mehr lesen

บทที่ 62 ความสุขเพียงหนึ่งเดียว

เมื่อหลายวันก่อนหยางไหวพึ่งจะมากราบทูลขอพระราชทานสมรสกับเผิงซี แต่เพราะฉู่เทียนเสียงเห็นว่าเป็นคนของนางเขาจึงยังไม่ได้รับปาก ตัวนางเองก็ไม่คิดจะบังคับให้คนของตนแต่งงาน นางจึงได้ชะลอเรื่องนี้เอาไว้ก่อนประจวบเหมาะกับที่ตัวนางเองต้องเตรียมตัวคลอดพอดีนางก็เลยเหนี่ยวรั้งเรื่องการแต่งงานของเผิงซีเอาไว้ ชาตินี้มีหลายเรื่องที่นางสมหวังแล้วแต่ความโลภของนางกลับไม่มีที่สิ้นสุด ไม่เพียงคาดหวังให้ตนเองและครอบครัวมีความสุข แม้แต่คนสนิททั้งสี่และทุกคนที่นางรู้จักนางล้วนคาดหวังว่าคนเหล่านี้จะได้พบกับความสุข“เผิงซีเจ้าคิดว่าใต้เท้าหยางเป็นคนเช่นไร” คำถามนี้ของซูหลีหลี่ทำให้เผิงซีเลิกคิ้วขึ้นแล้วนางก็เอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมีพิรุธ“ฮองเฮาหมายถึงใต้เท้าหยางคนไหนเล่าเพคะ คนพี่หรือว่าคนน้อง หากเป็นคนพี่หม่อมฉันคิดว่าฮองเฮาถามตงชิงน่าจะได้ฟังแต่คำตอบในแง่ดีอย่างแน่นอนเพคะ” เมื่อเผิงซีเอ่ยเช่นนี้ตงชิงก็พลันมีสีหน้าขัดเขินในทันที ส่วนตงหนานและตงผิงก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน“เผิงซีเจ้าอย่าได้พูดดีไป หากถามถึงคนน้องเจ้าก็คงจะให้คำตอบในแง่ดีเช่นกัน ส่วนพวกเจ้าเล่าทั้งตงผิงและตงหนาน หากฮองเฮาถามพ
Mehr lesen

บทที่ 63 องค์รัชทายาท

พิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ด้วยวัยแค่เพียงเจ็ดขวบองค์รัชทายาทฉู่ฉางเยว่ทำให้ผู้ที่มาเข้าร่วมในพิธีแต่งตั้งต่างพากันรู้สึกชื่นชมในตัวเขา คนทั่วทั้งเมืองหลวงต่างรู้กันดีว่าองค์รัชทายาทฉู่ฉางเยว่เชี่ยวชาญการใช้ศาสตราวุธและเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ทางด้านวิชาการต่อสู้ แต่กลับไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าในยามที่ต้องเข้าร่วมพิธีการของราชสำนัก องค์รัชทายาทจะมีท่วงท่าสง่างามและมีบุคลิกโดดเด่นได้มากถึงเพียงนี้ ท่าทีราวกับผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยความสุขุมเยือกเย็นของเขาทำให้ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสมแล้วที่เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาททั้งที่มีอายุยังน้อยถึงเพียงนี้ในฐานะพระโอรสเพียงองค์เดียวของฉู่เทียนเสียงฮ่องเต้ทำให้เขาไม่ต้องแย่งชิงกับผู้ใด มีทั้งบิดาและมารดาคอยตามใจใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขในวังหลวง แต่ถึงกระนั้นองค์รัชทายาทผู้นี้ก็ยังมีเรื่องให้รู้สึกกังวลใจอยู่บ้าง ในฐานะที่เป็นพระโอรสเพียงองค์เดียวย่อมจะได้รับความใส่ใจจากบิดาและมารดาอย่างเต็มที่จนบางครั้งก็ทำให้เขารู้สึกว่ามันมากจนเกินไปแล้ว“เสด็จพ่อ หากไม่อยากให้มีคนแบบสกุลเหยียนอีกทางที่ดีเสด็จพ่อควรจะมีน้องให้ลูกได้แล้วน
Mehr lesen

บทที่ 64 ความวุ่นวาย

ยามที่ฉู่ฉางเยว่มีอายุได้เก้าขวบ ซูหลีหลี่ก็คลอดทารกฝาแฝดหงส์คู่มังกรออกมาคู่หนึ่ง สร้างความยินดีให้กับทุกคนโดยเฉพาะฉู่ฉางเยว่ที่เคยอยากมีน้องเป็นของตนเองมาโดยตลอด ทุกเวลาที่เขาว่างจากการเรียนก็มักจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้น้องชายและน้องสาว ทั้งซูหลีหลี่และฉู่เทียนเสียงต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าตั้งแต่มีน้องรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็มีความอ่อนโยนขึ้นมากท่ามกลางการยืนยันอันหนักแน่นและการลงโทษอย่างเด็ดขาดของฉู่เทียนเสียงทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงเรื่องการรับพระสนมเข้าวังอีก ยิ่งยามนี้ในวังหลวงมีองค์ชายและองค์หญิงเพิ่มขึ้นมาอย่างละหนึ่งคนแล้ว ก็ยิ่งทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงเรื่องการแตกกิ่งก้านสาขาอีกเลย ซูหลีหลี่จึงใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงได้อย่างสงบสุข ทุ่มเทเวลาทั้งหมดของตนเองเพื่อดูแลลูกและสามีช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเสมอ ผ่านไปแค่เพียงไม่กี่ปี องค์ชายน้อยและองค์หญิงน้อยก็กระโดดโลดเต้นสร้างความวุ่นวายไปจนทั่ววังหลวงแล้ว องค์หญิงน้อยฉู่ฉางเล่อยังไม่สร้างปัญหาเท่าใดนักเพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นสตรี แต่องค์ชายน้อยอย่างฉู่ฉางซินกลับสร้างความปั่นป่วนจนผู้คนต่างเอือมระอา
Mehr lesen

บทที่ 65 ภายใต้ความสงบสุข

ซูหลีหลี่มองขึ้นไปด้านบนของต้นอู่ถงด้วยความปวดใจ นางย่อมเป็นห่วงบุตรสาวของตนเองอยู่แล้ว แต่ต้นอู่ถงต้นนี้ฉู่ฉางเล่อถูกพี่ชายตัวแสบอย่างฉู่ฉางซินหลอกให้ปีนขึ้นไปจนนางสามารถปีนขึ้นลงได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว แต่เด็กสาวอีกคนที่กำลังปีนขึ้นไปกลับทำให้นางรู้สึกเป็นกังวลมากกว่า“กุ้ยหนิง เจ้าระวังนะ” ซูเหม่ยจีเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง นางเคยเห็นองค์หญิงน้อยปีนขึ้นลงต้นอู่ถงแห่งนี้จนชินตาแล้ว แต่นางไม่เคยรู้เลยว่าเสิ่นกุ้ยหนิงจะปีนขึ้นต้นไม้อย่างคล่องแคล่วได้เช่นนี้“องค์หญิงอย่าปีนขึ้นไปอีกเลยเพคะ กิ่งที่อยู่ด้านบนดูเหมือนว่าจะเปราะแล้ว” เสียงของเสิ่นกุ้ยหนิงทั้งมั่นคงและเต็มไปด้วยความมั่นใจทำให้ความกังวลใจของซูหลีหลี่พลันผ่อนคลายลง นางหันไปถามท่านหญิงผิงอันผู้เป็นพี่สะใภ้ของตนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาในทันที“นางคือคุณหนูจากจวนใดหรือ” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยถามเช่นนี้ท่านหญิงผิงอันก็เอ่ยตอบในทันทีเช่นกัน“บุตรสาวคนโตของแม่ทัพเสิ่น เสิ่นกุ้ยหนิง” คำตอบของพี่สะใภ้ทำให้ซูหลีหลี่นิ่งงันไปในชาติก่อนทัพสกุลเสิ่นเคยให้การสนับสนุนและคอยเป็นกำลังหนุนช่วยเหลือทัพของซูฉางเยว่อยู่หลายครั้ง หากนางจำไม่ผิดในชาติที่แ
Mehr lesen

บทที่ 66 รอยยิ้มแห่งความสุข

หลังจากท่านหญิงผิงอันและบรรดาคุณหนูที่ติดตามมาขอลากลับไปแล้ว ซูหลีหลี่ก็สั่งให้คนตามหาบุตรชายและบุตรสาวทั้งสามในทันที แต่นางรู้ดีว่าฉู่ฉางเยว่มีความเชี่ยวชาญในการหลบหนีความผิดยิ่งนัก นางจึงไม่ได้คาดหวังว่าจะมีผู้ใดสามารถพาพวกเขากลับมาให้นางลงโทษได้“ทูลฮองเฮา ฝ่าบาทเสด็จมาแล้วเพคะ” เสียงของนางข้าหลวงคนสนิททำให้ซูหลีหลี่ลืมตาขึ้นมาจากการพักสายตา เมื่อนางเห็นว่าฉู่เทียนเสียงเดินเข้ามาในห้องแล้วนางจึงได้โบกมือไล่นางข้าหลวงให้ออกไปให้หมด“หลีหลี่ ข้าจับตัวพวกเขามาให้เจ้าแล้ว” ฉู่เทียนเสียงเอ่ยพลางผายมือไปทางด้านหลัง ฉู่ฉางเยว่ ฉู่ฉางซินและฉู่ฉางเล่อถูกมัดด้วยเชือกเส้นโตในปากของพวกเขามีผ้ายัดเอาไว้ ฉู่ฉางเยว่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเคือง ส่วนฉู่ฉางซินและฉู่ฉางเล่อกำลังหลั่งน้ำตาออกมาและส่งสายตาอ้อนวอนมาที่นาง“ข้าช่วยเจ้าระบายโทสะแล้วดีหรือไม่ หรือว่าเจ้าจะเป็นคนโบยตีพวกเขาด้วยตนเองอีกครั้งก็ตามแต่ใจของเจ้าเลย” เมื่อฉู่เทียนเสียงเอ่ยเช่นนี้ก็ได้รับสายตาขุ่นเคืองจากนางในทันที“เท่าที่หม่อมฉันรู้มา ความวุ่นวายในวันนี้ฝ่าบาทก็มีส่วนร่วมด้วยมิใช่หรือเพคะ” เมื่อได้ยินซูหลีหลี่เอ่ยออกมาเช่นนี้ฉู
Mehr lesen

บทที่ 67 บทสรุปที่ไม่มีสิ่งใดให้เสียใจ (ตอนจบ)

องค์รัชทายาทฉู่ฉางเยว่ขึ้นครองราชย์ในยามที่เขามีอายุแค่เพียงยี่สิบห้าชันษา ไท่ซ่างหวงฉู่เทียนเสียงใช้ข้ออ้างเรื่องสุขภาพสละราชบัลลังก์หลังจากที่ครองราชย์ยาวนานถึงยี่สิบห้าปี หลังจากนั้นฉู่เทียนเสียงก็พาซูหลีหลี่ออกจากวังไปใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขในตำหนักฤดูร้อนที่ตั้งอยู่นอกเมืองสองสามีภรรยาช่วยกันปลูกดอกไม้สร้างสวนสมุนไพรใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างสมถะและอิสรเสรี พอถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิก็มักจะจับหลานชายและหลานสาวแต่งกายเหมือนชาวบ้านทั่วไปออกท่องเที่ยวหาความสำราญตามประสาคนว่างงาน หลังจากนั้นก็จะพาหลานๆ กลับเข้าเมืองหลวงส่งคืนพ่อแม่ของพวกเขาในทุกฤดูหนาว พวกเขามักจะทำเช่นนี้เป็นประจำทุกปีจนทำให้ทั้งหลานชายและหลานสาวเบื่อหน่ายชีวิตในวังหลวงร่ำร้องที่จะอยู่แต่กับเสด็จปู่และเสด็จย่าการได้ใช้ชีวิตในรูปแบบนี้ทำให้ซูหลีหลี่ที่เคยต้องผจญกับความทุกข์ยากในชาติที่แล้วมักจะทอดถอนใจให้กับโชคชะตาในชาตินี้อยู่เสมอ ในใจของนางก็ได้แต่คิดว่าไม่ใช่แค่เพียงสวรรค์ที่เห็นใจนาง แต่สามีและลูกๆ ของนางต่างก็พากันเห็นใจและมักจะทำทุกอย่างเพื่อเอาอกเอาใจนางอยู่เสมอ สำหรับซูหลีหลี่แล้วความเห็นอกเห็นใจและความใส่ใจที
Mehr lesen

ตอนพิเศษที่1 : จากซูฉางเยว่เป็นฉู่ฉางเยว่

ฉางเยว่คือชื่อที่ท่านแม่บุญธรรมของข้าตั้งให้ นางรับข้ามาเลี้ยงตั้งแต่เด็กนอกจากจะตั้งชื่อให้ข้าแล้วยังทำให้ข้าได้มีชื่อในผังสกุลของสกุลซูอีกด้วย ข้ารู้ดีว่าตนเองเป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง แม้ว่าจะถูกมองว่าเป็นลูกนอกสมรสของท่านแม่บุญธรรมแต่ตัวข้าย่อมรู้ตนเองดีว่าข้านั้นไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับนางเลย“เยว่เอ๋อ เจ้าไม่ต้องพยายามเพื่อแม่ ทุกอย่างที่เจ้าเรียนรู้และฝึกฝนล้วนจะต้องทำเพื่อตัวของเจ้าเองเท่านั้น” ซูหลีหลี่ผู้เป็นแม่บุญธรรมของข้ามักจะเอ่ยเช่นนี้กับข้าอยู่เสมอ เพราะต้องการตอบแทนบุญคุณที่ท่านแม่เก็บข้ามาเลี้ยงข้าจึงได้พยายามพัฒนาตนเองและฝึกฝนตนเองให้เก่งกว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน เพื่อให้ท่านแม่ของข้ารู้สึกชื่นชมและภาคภูมิใจในตัวข้าและที่สำคัญข้าไม่อยากให้นางรู้สึกเสียใจที่เก็บเด็กกำพร้าอย่างข้ามาเลี้ยง“หลีหลี่ วันๆ เจ้าเอาแต่ใช้เวลาอยู่กับเด็กคนนี้ หากเจ้ายังทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เมื่อไหร่ท่านแม่ของข้าจะเชื่อเจ้าเล่าว่าเจ้าเด็กคนนี้คือเด็กที่เจ้าเก็บมาเลี้ยงจริงๆ หาใช่ลูกนอกสมรสของเจ้าไม่” ฮั่วจิ่นหรงเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าดูแคลน แม้ว่าปากของเขาจะเอ่ยเช่นนี้แต่สายตาที่เขาใช้จ้อ
Mehr lesen

ตอนพิเศษที่2 : ชีวิตที่สองของฉู่ฉางเยว่

ฮ่องเต้มิอาจจะขาดฮองเฮา แม้ว่าขุนนางหลายคนจะหวาดกลัวข้า แต่ก็มีหลายคนที่ไม่กลัวตายกล้าเสนอหน้ามาขอให้ข้ารับพระสนมและแต่งตั้งฮองเฮา ข้ารำคาญคนเหล่านั้นจึงได้บอกกับทุกคนว่าข้ารักใคร่เสิ่นกุ้ยหนิงที่ตายจากไปเป็นอย่างมาก ชั่วชีวิตนี้จะไม่ขอมีผู้ใดอีกนอกจากนาง คำพูดของข้าทำให้ชาวประชาต่างหลั่งน้ำตาและเรียกร้องให้ข้าแต่งตั้งสตรีที่ตายไปแล้วผู้นั้นขึ้นเป็นฮองเฮา“เสิ่นกุ้ยหนิงยังไม่ตาย ข้าเป็นคนช่วยนางไว้ และนางไม่อาจจะเป็นฮองเฮาได้เพราะนางคือสตรีของข้า” คำพูดของเยียนอ๋องทำให้พิธีแต่งตั้งฮองเฮาของข้าต้องหยุดชะงัก คำพูดของเขาทำให้ข้าชักกระบี่ออกมา เดิมทีตั้งใจว่าจะใช้ข่มขู่เยียนอ๋องผู้นั้นให้สงบปาก แต่เสิ่นกุ้ยหนิงกลับเผยตัวออกมาแล้วใช้มีดสั้นในมือรับคมกระบี่ที่ข้าตั้งใจจะใช้พาดคอเพื่อข่มขู่เยียนอ๋อง“ฝ่าบาท พวกเราไม่เคยเป็นสามีภรรยา ดังนั้นขอฝ่าบาทได้โปรดปล่อยหม่อมฉันไปเถิดเพคะ” คำพูดของนางหากเอ่ยกับบุรุษที่รักใคร่ในตัวนางคนผู้นั้นคงจะคลุ้มคลั่งแล้วลงมือฆ่านางไปแล้วโชคดีที่ข้าไม่ใช่ ข้ามองเยียนอ๋องแล้วก็มองนางสุดสุดท้ายจึงเอ่ยออกมาอย่างไม่ถือสา“กุ้ยหนิง เป็นข้าไม่ดีเองที่ไปช่วยเจ้าและท่านพ่
Mehr lesen
ZURÜCK
1234567
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status