หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต

หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต

last updateLast Updated : 2026-02-03
By:  BigM00NUpdated just now
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
15Chapters
53views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ชาติก่อนนางทำทุกอย่างเพื่อเขาผลักดันเขาจนขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต แต่ที่ได้รับคืนกลับมาคือการทรยศหักหลัง ชาตินี้นางจึงไม่คิดจะเป็นภรรยาของเขาอีก คิดไม่ถึงว่าน้องสาวต่างมารดาของนางก็ได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังแสดงเจตจำนงว่าจะเป็นภรรยาของเขาด้วย ผีเน่ากับโลงผุอยากจะอยู่ด้วยกันนักแล้วนางจะขัดขวางไปทำไม ในเมื่อน้องสาวของนางอยากจะลงขุมนรกที่นางพึ่งจะปีนขึ้นมาได้นักนางก็พร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ชาตินี้นางตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อผู้ใดอีก จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในฐานะพระชายาม่ายผู้ร่ำรวยก็พอ

View More

Chapter 1

บทที่ 1 อดีตชาติของซูหลีหลี่

แสงจันทร์ที่สาดส่องลอดผ้าม่านเข้ามาทำให้ดวงตาอันพร่ามัวของซูหลีหลี่พลันกระจ่างใส่ขึ้น ร่างกายของนางอีกไม่นานก็คงจะดับสิ้นแล้ว หลายปีที่ต้องตรากตรำอยู่ในสนามรบกับสามี หลายเดือนที่ต้องตรากตรำใช้ความคิดเพื่อผลักดันให้สามีสามารถผลัดเปลี่ยนราชวงศ์และได้ครอบครองราชบัลลังก์ได้สำเร็จ ยามนี้ยังมีทุกโมงยามที่นางต้องระมัดระวังและคอยแย่งชิงอำนาจจากบรรดาสตรีของสามี

“สวรรค์ข้าเหนื่อยเหลือเกิน ชีวิตนี้ข้าทำเพื่อผู้อื่นมามาก เหตุใดชีวิตของข้าจึงไม่ได้รับความสุขอย่างที่ควรจะเป็นสักที” ซูหลีหลี่เอ่ยพึมพำออกมาเสียงเบา ยามนี้พอนางสิ้นไร้กำลัง แม้แต่สาวใช้ข้างกายก็ไม่อาจจะปกป้อง หากไม่ตายก็ล้วนถูกขังคุก ทั้งตงชิง ตงผิง ตงหนานและเผิงซีล้วนจากนางไปหมดแล้ว

“นางตายหรือยัง” เสียงของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่พลันขมวดคิ้วในทันที ในใจก็ได้แต่คิดว่าเพราะเหตุใดน้องสาวต่างมารดาของนางจึงได้เข้ามาอยู่ในห้องนี้

“ทูลเต๋อเฟย พระนางน่าจะยังทรงบรรทมอยู่เพคะ” คำเรียกขานที่นางกำนัลใบ้เรียกขานซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่เพ่งสายตาไปที่เงาร่างของสตรีที่อยู่หลังม่านในทันที

“ปิดหน้าต่างบานนั้นเสีย ปิดบานประตูด้านหน้าด้วย บอกกับผู้อื่นว่าข้าอยากจะปรนนิบัติซูฮองเฮาด้วยตนเอง” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็ค่อยๆ ดึงเข็มที่ตนเองซุกซ่อนเอาไว้ในแขนเสื้อออกมา น้องสาวของนางเป็นคนลงมือโหดเหี้ยมและไร้เมตตามากเพียงใดนางรู้ดี อีกทั้งยังเป็นคนที่ไร้หัวคิดเป็นอย่างมากอีกด้วย ไม่ต้องคาดเดาก็รู้ว่ายามนี้ซูหลีเซียงคงจะคิดว่าหากกำจัดฮองเฮาเช่นนางไปได้ตำแหน่งฮองเฮาของฮั่วจิ่นหลงฮ่องเต้ก็คงจะว่างลง

“เซียงเซียง เจ้าคิดจะทำอันใด” น้ำเสียงที่ทั้งแหบพร่าและไร้เรี่ยวแรงของนางทำให้ซูหลีเซียงหัวเราะออกมาในทันที

“ก็กำลังจะลงมือปรนนิบัติพี่หญิงให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บเร็วๆ อย่างไรเล่า” ซูหลีเซียงเอ่ยพลางปัดผ้าม่านที่บดบังระหว่างพวกนางออกแล้วก็ชะโงกใบหน้าเข้ามามองซูหลีหลี่ที่ในยามนี้กลายเป็นเนื้อหุ้มกระดูกหมดความงามไปนานแล้ว

“ท่านหมอซู จนถึงยามนี้แล้วก็ยังไม่อาจจะรักษาอาการป่วยของตนเองได้เลยหรือ ไหนว่ามีความสามารถทางด้านการรักษาจนแม้กระทั่งท่านหมอเทวดาหลี่ก็ยังต้องเอ่ยปากชื่นชมอย่างไรเล่า” ซูหลีเซียงเอ่ยพลางหยิบผ้าห่มผืนหนาขึ้นมา

“เจ้าจะทำอันใด ถ้าข้าตายไปเจ้าก็อย่าได้คิดว่าตำแหน่งฮองเฮาจะตกไปถึงมือเจ้าเลย” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้ซูหลีเซียงก็หัวเราะออกมาในทันที

“เมื่อก่อนพี่หญิงก็เคยบอกกับข้าว่าภรรยาม่ายของท่านอ๋องจากราชวงศ์ก่อนเช่นข้า เป็นได้แค่เพียงชู้รักอันต่ำต้อยของฝ่าบาทมิใช่หรือ ซูหลีหลี่ยามนี้เจ้าจงดูให้ดีว่าชู้รักอันต่ำต้อยเช่นข้ายามนี้ได้เป็นถึงเต๋อเฟยแล้วและอีกไม่นานตำแหน่งฮองเฮาที่ควรจะเป็นของข้าก็จะเป็นของข้าอย่างที่ควรจะเป็นไปได้เสียที” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พลันหัวเราะออกมาเบาๆ

“เป็นของเจ้าหรือตำแหน่งฮองเฮานี้ควรจะเป็นของเจ้าได้อย่างไร” คำถามของซูหลีหลี่ทำให้ซูหลีเซียงเอ่ยออกมาด้วยความแค้นเคือง

“เดิมทีคู่หมายของฝ่าบาทก็คือข้า คนที่ควรจะได้เป็นภรรยาเอกแล้วได้ครอบครองตำแหน่งฮองเฮาของฝ่าบาทย่อมจะต้องเป็นข้า เป็นพี่หญิงที่แย่งชิงฝ่าบาทไปจากข้า” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่พลันยิ้มเย็นออกมาแล้วจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันเชือดเฉือนอีกทั้งยังตั้งใจเปล่งเสียงให้ดังมากขึ้นกว่าปกติอีกด้วย นางรู้ดีว่ายามนี้คนผู้หนึ่งมาถึงแล้วและเขากำลังยืนฟังบทสนทนาของพวกนางอยู่

“เจ้าอย่าได้ลืมสิว่าเป็นเจ้าเองที่ละทิ้งตำแหน่งฮูหยินของแม่ทัพเพื่อจะได้แต่งเข้าไปเป็นพระชายาเอกของจวนอ๋อง แล้วยามนี้มาใช้คำว่าข้าแย่งชิงฝ่าบาทไปได้อย่างไรเป็นเจ้าต่างหากที่ละทิ้งฝ่าบาทที่ในยามนั้นเป็นแค่เพียงแม่ทัพประจำชายแดนอันห่างไกล น่าเสียดายที่ฝ่าบาทและเจ้าต่างก็ลืมเลือนเรื่องนี้ไป มีเพียงข้านี่แหละที่จดจำได้ว่าน้องสาวเช่นเจ้าทำอย่างไรบ้างเพื่อจะได้ทอดทิ้งการแต่งงานกับฝ่าบาท” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ซูหลีเซียงเม้มปากแน่น

อันที่จริงแล้วนางไม่เคยลืมการตัดสินใจอันผิดพลาดของตนเอง เพราะอยากจะเป็นพระชายาอ๋อง นางต้องแสร้งทำเป็นว่าจะขอยอมตายหากไม่ได้แต่งเข้าจวนอ๋อง ทำให้บิดาที่ทั้งรักและเอ็นดูในตัวนางยินยอมทำเรื่องสับเปลี่ยนตัวเจ้าสาว ทำให้นางได้แต่งเข้าจวนอ๋องและส่วนพี่สาวของนางให้แต่ออกไปยังจวนแม่ทัพที่อยู่ติดกับชายแดนแทน

“ผู้ใดจะรู้กันเล่า ว่าแม่ทัพเล็กๆ ผู้หนึ่งที่ตรากตรำอยู่แต่แถบชายแดนจะได้เป็นใหญ่เฉกเช่นวันนี้ แต่ช่างเถิดต่อให้ครั้งนั้นข้าเลือกผิดไปแต่ครั้งนี้ข้าเลือกไม่ผิดหรอก พี่หญิงถึงเวลาแล้วที่ท่านจะหมดเคราะห์หมดโศกหายจากโรคภัยที่รุมเร้าได้เสียที” ซูหลีเซียงเอ่ยพลางยกผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาปิดปากปิดจมูกของพี่สาวเอาไว้แล้วใช้ฝ่ามือกดไม่ให้นางสามารถหายใจได้

ซูหลีหลี่ดิ้นรนอย่างเต็มที่เท่าที่กำลังของนางจะทำได้ แม้ว่าอยากจะหลุดพ้นจากสภาพร่างกายอันเจ็บป่วยนี้แต่นางก็ไม่ยินดีที่จะต้องตายด้วยเงื้อมมือของน้องสาวต่างมารดาของตนเอง

“อึก อึก” นางส่งเสียงออกมาพลางเค้นพละกำลังที่เหลือของตนเองไปที่มือที่กำลังถือเข็มอยู่ แล้วลงมือแทงเข็มเข้าไปในจุดตายของร่างกายของน้องสาว

“เฮือก!” ซูหลีเซียงตาเหลือกขึ้นไปมองด้านบนแล้วล้มลงไปนอนชักอยู่บนพื้น นางกำนัลที่ติดตามมาด้วยรีบวิ่งเข้ามาแล้วส่งเสียงเรียกคนด้านนอกในทันที

“ช่วยด้วย! ช่วยเต๋อเฟยด้วยพระนางถูกฮองเฮาทำร้าย” เสียงเรียกคนของนางกำนัลกลับไร้ซึ่งเสียงตอบรับ แต่ฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในห้องกลับทำให้นางพลันเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความยินดี ฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้แค่เพียงส่งสัญญาณมือเพียงครั้งเดียวขันทีที่ติดตามมาทางด้านหลังก็เข้ามาปิดปากปิดจมูกแล้วลากตัวนางกำนัลผู้นั้นออกไปในทันที

“ยังลงมืออย่างเด็ดเดี่ยวอยู่เช่นเดิม เสียดายที่เรี่ยวแรงของเจ้ายังไม่ค่อยจะเพียงพอนัก” ฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้เอ่ยพลางย่อกายลงไปกระแทกฝ่ามือกดเข็มที่ปักอยู่กลางกระหม่อมของซูหลีเซียงลงไปจนมิดด้ามทำร่างที่ดิ้นทุรนทุรายของซูหลีเซียงสงบลงและสิ้นใจไปในทันที

“น่าเสียดายจริงๆ เดิมทีข้าเคยสงสารนางและคิดว่าเป็นเพราะเจ้าแย่งชิงการแต่งงานของนางมา จนทำให้นางต้องไปลงเอยด้วยการเป็นพระชายาม่ายของเสียนอ๋อง คิดไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วจะเป็นเจ้าที่ถูกนางแย่งชิงการแต่งงานไป” ฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้ทรงตรัสออกมาพลางจ้องมองเงาร่างที่ใกล้จะแตกดับที่นอนอยู่บนแท่นบรรทม

“ในเมื่อฝ่าบาททรงเสด็จมายืนฟังอยู่ตั้งนานแล้วเหตุใดจึงไม่เสด็จเข้ามาเล่าเพคะ” ซูหลีหลี่เอ่ยถามถึงช่วงเวลาที่นางถูกซูหลีเซียงใช้ผ้าห่มปิดปากปิดจมูก นางอยากถามเขาว่าเพราะเหตุใดเขาจึงได้ยืนมองนางถูกคนทำร้ายโดยไม่คิดจะทำอะไรเลย

“ซูหลีเซียงพูดถูกอยู่อย่างหนึ่ง เจ้าทนทุกข์ทรมานกับอาการป่วยไข้มานานแล้ว ถึงเวลาแล้วที่เจ้าควรจะผ่านพ้นความทรมานจากการเจ็บป่วยนี้ได้เสียที” เขาเอ่ยพลางนั่งลงบนแท่นบรรทมแล้วจ้องมองนางด้วยสายตาที่ไร้ความเมตตา

“หม่อมฉันหมดประโยชน์แล้ว ไม่สมควรจะเก็บเอาไว้แล้วสินะเพคะ” คำถามของซูหลีหลี่ทำให้ฮั่วจิ่นหรงพยักหน้า

“ก่อนที่หม่อมฉันจะตาย ขอบังอาจถามพระองค์สักประโยคได้ไหมเพคะ” ซูหลีหลี่เอ่ยถามพลางหอบหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อนเมื่อครู่นี้ตอนที่แทงเข็มลงไปกลางศีรษะของซูหลีเซียงนางได้ใช้พละกำลังเฮือกสุดท้ายของตนเองไปแล้ว

“ได้สิ เชิญเจ้าถามมาได้เลย” เมื่อฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้ทรงตรัสมาเช่นนี้ซูหลีหลี่จึงได้ถามออกมาตามตรง

“พระองค์ทรงเคยรักหม่อมฉันบ้างหรือไม่เพคะ” คำถามของนางทำให้เขาพยักหน้า

“เคยสิ ข้าเคยรักเจ้ามาก เจ้าทั้งงดงามและเก่งกาจ เพียงแต่ช่วงหลังมานี้ความเก่งกาจของเจ้าออกจะเกินหน้าข้าจนเกินไป เจ้าคงจะไม่รู้กระมังว่ายามนี้อดีตแม่ทัพนายกองที่เชื่อฟังคำสั่งของเจ้าถูกข้ากำจัดทิ้งไปหมดแล้ว” คำตอบของฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้ทำให้สายตาของซูหลีหลี่พลันมืดมัวลง

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
15 Chapters
บทที่ 1 อดีตชาติของซูหลีหลี่
แสงจันทร์ที่สาดส่องลอดผ้าม่านเข้ามาทำให้ดวงตาอันพร่ามัวของซูหลีหลี่พลันกระจ่างใส่ขึ้น ร่างกายของนางอีกไม่นานก็คงจะดับสิ้นแล้ว หลายปีที่ต้องตรากตรำอยู่ในสนามรบกับสามี หลายเดือนที่ต้องตรากตรำใช้ความคิดเพื่อผลักดันให้สามีสามารถผลัดเปลี่ยนราชวงศ์และได้ครอบครองราชบัลลังก์ได้สำเร็จ ยามนี้ยังมีทุกโมงยามที่นางต้องระมัดระวังและคอยแย่งชิงอำนาจจากบรรดาสตรีของสามี“สวรรค์ข้าเหนื่อยเหลือเกิน ชีวิตนี้ข้าทำเพื่อผู้อื่นมามาก เหตุใดชีวิตของข้าจึงไม่ได้รับความสุขอย่างที่ควรจะเป็นสักที” ซูหลีหลี่เอ่ยพึมพำออกมาเสียงเบา ยามนี้พอนางสิ้นไร้กำลัง แม้แต่สาวใช้ข้างกายก็ไม่อาจจะปกป้อง หากไม่ตายก็ล้วนถูกขังคุก ทั้งตงชิง ตงผิง ตงหนานและเผิงซีล้วนจากนางไปหมดแล้ว“นางตายหรือยัง” เสียงของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่พลันขมวดคิ้วในทันที ในใจก็ได้แต่คิดว่าเพราะเหตุใดน้องสาวต่างมารดาของนางจึงได้เข้ามาอยู่ในห้องนี้“ทูลเต๋อเฟย พระนางน่าจะยังทรงบรรทมอยู่เพคะ” คำเรียกขานที่นางกำนัลใบ้เรียกขานซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่เพ่งสายตาไปที่เงาร่างของสตรีที่อยู่หลังม่านในทันที“ปิดหน้าต่างบานนั้นเสีย ปิดบานประตูด้านหน้าด้วย บอกกับผู้อื่นว
last updateLast Updated : 2026-02-02
Read more
บทที่ 2 ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่
ซูหลีหลี่มองฮั่วจิ่นหรงด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเสียใจและความเสียดาย ฮั่วจิ่นหรงยังคงไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด ทำทุกสิ่งด้วยอารมณ์ ทะเยอทะยานและมีจิตใจที่คับแคบ คนเหล่านั้นที่เขากำจัดทิ้งไปล้วนเป็นคนที่ช่วยให้เขาได้นั่งบัลลังก์มังกรได้สำเร็จ ยามนี้สิ้นพวกเขาไปแล้วราชบัลลังก์ของเขาก็ยากจะมั่นคง ถึงยามนั้นแคว้นต้าเหลียงแห่งนี้ก็คงจะลุกโชนด้วยไฟสงครามอีกครั้ง ประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็คงจะได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าอีก“ในเมื่อสิ้นพวกเขาไปแล้ว แล้วต่อไปผู้ใดจะคอยช่วยประคับประคองราชบัลลังก์ให้ฝ่าบาทเล่าเพคะ” คำถามของนางทำให้ฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้พลันแย้มพระสรวลออกมา“ก็เพราะเจ้าเป็นเช่นนี้อย่างไรเล่า ความรักที่ข้ามอบให้เจ้าจึงได้หมดสิ้นไป เหตุใดจึงไม่ทรงทำเช่นนี้เล่าเพคะ เหตุใดจึงไม่ทรงทำเช่นนั้นเล่าเพคะ ถามจริงๆ เถิดข้าเป็นสามีของเจ้าหรือว่าข้าเป็นบุตรชายของเจ้ากันแน่ ซูหลีหลี่ ข้าเป็นถึงฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าเหลียง แล้วเหตุใดข้าจึงจะต้องทนอยู่ใต้อำนาจการสั่งการของเจ้าด้วย” คำถามของฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้ทำให้ซูหลีหลี่พลันยิ้มออกมา“ที่แท้ก็เพราะเช่นนี้ ทรงหมางเมินหม่อมฉัน ทรงตั้งใจทำให
last updateLast Updated : 2026-02-02
Read more
บทที่ 3 คู่หมายและการแต่งงาน
ซูหย่งเหอนายท่านใหญ่สกุลซูผู้เป็นบิดาของซูหลีหลี่ในยามนี้เขาดำรงตำแหน่งรองเจ้ากรมพิธีการ หน้าที่การงานถือว่าไม่สูงไม่ต่ำในราชสำนัก เดิมทีสกุลซูไม่ใช่สกุลขุนนางแต่อย่างใดแต่เพราะซูหย่งเหอมีโชคทางด้านสตรี ฮูหยินคนแรกของเขาเป็นบุตรสาวของอดีตหัวหน้าสำนักแพทย์หลวง สินเจ้าสาวที่ติดตัวมาของนางเพียงพอให้เขาสามารถใช้ซื้อตำแหน่งขุนนางเล็กๆ พอให้เขามีหน้ามีตาขึ้นมาได้บ้าง พอสิ้นฮูหยินคนแรกไปเขาก็แต่งกับฮูหยินคนที่สองจากจวนสกุลหวังซึ่งเป็นจวนของอัครเสนาบดี หลังจากนั้นตำแหน่งขุนนางของเขาก็พลันก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ดังนั้นฮูหยินคนที่สองผู้นี้นางชี้นกเขาก็ต้องบอกว่าเป็นนก นางชี้ไม้เขาก็ย่อมจะต้องตอบว่าไม้โดยไม่กล้ามีความเห็นเป็นอย่างอื่นหวังเจียหรานผู้เป็นฮูหยินคนที่สองของเขา แม้ว่าจะถือกำเนิดจากอนุของท่านอัครเสนาบดีแต่ก็นางถือว่าเป็นบุตรสาวคนโปรดของบิดา ไม่เพียงช่วยเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงานของเขาได้ แต่นางยังทั้งงดงามและอ่อนเยาว์แถมยังสามารถคลอดบุตรชายและบุตรสาวให้เขาอย่างละหนึ่งคน ทำให้บุตรสาวคนโตที่ถือกำเนิดจากฮูหยินคนแรกกลายเป็นส่วนเกินของครอบครัวของเขาในทันทีเดิมทีเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าซูหลี
last updateLast Updated : 2026-02-02
Read more
บทที่ 4 รู้เขารู้เรา
เมื่อซูหลีหลี่รู้ว่าน้องสาวของตนเองได้ย้อนเวลากลับมาเช่นเดียวกันแล้วนางก็พยายามเก็บงำคำพูดและท่าทางของตนเองเอาไว้ปล่อยให้ซูหลีเซียงคิดว่าตนเองได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่เพียงผู้เดียวก็พอ ชาติก่อนซูหลีเซียงตายเพราะฝีมือของนาง ชาตินี้ซูหลีเซียงจะต้องหาวิธีฆ่านางเพื่อแก้แค้นให้ตนเองแน่“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้อยืนยันว่าข้าจะแต่งกับแม่ทัพฮั่ว ในเมื่อท่านตาของข้าเลือกตำแหน่งฮูหยินแม่ทัพให้ข้า ข้าก็พร้อมจะยอมรับ ส่วนพี่หญิงหลีหลี่นั้นในเมื่อท่านตาของนางอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อให้นางได้เป็นพระชายาอ๋องลูกก็ไม่คิดจะแย่งชิงเจ้าค่ะ” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่ลอบยิ้มเย็นอยู่ในใจชาติที่แล้วซูหลีเซียงตั้งอกตั้งใจแย่งชิงตำแหน่งพระชายาของนางเป็นอย่างยิ่ง จนถึงขั้นบอกกับผู้อื่นว่าตนเองมีใจปฏิพัทธ์กับเสียนอ๋อง ยามที่ซูหลีเซียงขึ้นเกี้ยวเข้าจวนอ๋องยังจงใจพูดจาเย้ยหยันซูหลีหลี่เสียด้วยซ้ำว่าคนเช่นนางไม่เหมาะที่จะแต่งเข้าราชวงศ์ การทุ่มเทแรงกายแรงใจของท่านอดีตหัวหน้าสำนักแพทย์หลวงผู้เป็นท่านตาของนางซูหลีเซียงจะขอรับเอาไว้เอง ยามนั้นนางทั้งเจ็บแค้นและเสียใจแต่เพราะต้องการได้รับการยอมรับจากบิดาว่านางเ
last updateLast Updated : 2026-02-02
Read more
บทที่ 5 ช่วยคน
เป็นอย่างที่ซูหลีหลี่คาดการณ์เอาไว้ ตงเสวี่ยสาวใช้ของซูหลีเซียงเป็นคนที่สามารถซื้อใจได้ง่าย ยิ่งพอรู้ว่าซูหลีหลี่รู้เรื่องที่นางและซูอวิ้นผู้เป็นคุณชายรองของจวนมีความสัมพันธ์กัน นางก็ยิ่งหวาดหวั่นกลัวว่าซูหลีหลี่จะเปิดเผยเรื่องของนางและซูอวิ้นให้ผู้อื่นล่วงรู้ สำหรับซูอวิ้นแล้วหากมีผู้อื่นล่วงรู้ย่อมไม่เป็นอะไร แต่สำหรับนางแล้วคงยากจะรอดชีวิต ซูหลีเซียงเคยโบยตีตงหลินสาวใช้คนสนิทข้างกายอีกคนจนตายเพียงเพราะแค่ได้รู้ระแคะระคายว่าน้องชายและสาวใช้แอบมีสัมพันธ์รักต่อกัน หากซูหลีเซียงรู้ว่านางเองก็มีความสัมพันธ์กับคุณชายรองเช่นเดียวกันโทษตายของนางก็คงจะหนีไม่พ้น“นางบอกกับข้าว่าขอแค่คุณหนูไม่บอกกล่าวเรื่องนี้กับผู้ใดนางจะยอมเป็นวัวเป็นม้ารับใช้คุณหนูเจ้าค่ะ” เผิงซีกลับมาเล่าเรื่องที่นางและตงเสวี่ยได้พูดคุยกันด้วยรอยยิ้ม“บ่าวก็เลยบอกกับนางไปว่าขอแค่เพียงนางยินยอมทำงานให้คุณหนู ไม่เพียงเรื่องของนางและคุณชายรองจะไม่ถูกเปิดเผย นางยังจะได้มีเงินทองเอาไว้ใช้ไม่ขาดมืออีกด้วย หากสะสมดีๆ นางก็จะสามารถไถ่ถอนตนเองไม่ต้องอยู่อย่างหวาดหวั่นข้างกายของคุณหนูรองอีก ไม่แน่ว่าวันหน้าเมื่อนางเป็นอิสระแล้วเรื่
last updateLast Updated : 2026-02-02
Read more
บทที่ 6 ท่านลุงเหอ
ทางด้านซูหลีหลี่นางค่อยๆ ย่อกายลงแล้วดึงเข็มออกมาอีกสี่เล่มแล้วปักลงไปตามจุดต่างๆ ของร่างกายของชายวัยกลางคนผู้นั้น นางดึงยาลูกกลอนออกมาแล้วยื่นให้เหอจงด้วยสีหน้าเรียบเฉย“ยาลูกกลอนนี้ช่วยขับไล่พิษของหนอนกู่ได้ ท่านจงรีบนำไปป้อนให้เจ้านายของท่านกินเสีย” เมื่อซูหลีหลี่ยื่นยาให้เหอจงก็พลันมีสีหน้าลังเล นางจึงทอดถอนใจออกแล้วยื่นมือไปบิยาลูกกลอนออกมาแล้วกินลงไปในทันที“ท่านคงเห็นแล้วกระมังว่าข้าไม่ได้คิดจะวางยาเจ้านายของท่าน รีบลงมือเสียหากชักช้าแล้วหนอนกู่แผลงฤทธิ์ขึ้นมา เขาคงจะคลุ้มคลั่งเพราะอาการเจ็บปวดอีกครั้ง แล้วครั้งนี้คงยากที่จะกำราบหนอนกู่ได้แล้ว” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอจงก็ไม่รอช้ารีบลงมือป้อนยาให้เจ้านายของเขาในทันที ส่วนซูหลีหลี่ยามนี้นางกำลังสอดส่ายสายตาหาทารกน้อยเพื่อจะรับเขากลับไปด้วย เพียงครั้งนี้กลับไร้ซึ่งเสียงร้องของเด็กทารกอย่างที่ควรจะเป็น“อึก อ็อก อ็อก...” ชายวัยกลางคนที่นอนอยู่ถูกป้อนยาลูกกลอนได้ไม่นานก็มีท่าทีอึดอัดแล้วก็ขย้อนเลือดและตัวหนอนเนื้อตัวอวบอ้วนสีแดงสดออกมาในทันที“รีบฆ่าหนอนกู่นั่นเสีย อย่าปล่อยให้มันหนีออกไปทำร้ายผู้คนอีก” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี
last updateLast Updated : 2026-02-02
Read more
บทที่ 7 ติดค้างบุญคุณ
เสียงหัวเราะของซูหลีหลี่ทำให้ทั้งเหอจงและเหอเจวี๋ยต่างก็พากันคาดเดาได้ในทันทีว่าความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกของซูหลีหลี่และซูหย่งเหอไม่ค่อยจะดีเท่าใดนัก“ข้าออกมานานแล้วหากไม่รีบกลับสาวใช้ที่คอยรับหน้าให้ข้าที่จวนคงจะร้อนรนแย่แล้ว ดังนั้นข้าจึงต้องขอตัวก่อน หวังว่าวันหน้าเมื่อได้พบกันอีกท่านลุงเหอและท่านอาเหอคงจะสามารถหาคนที่คิดร้ายกับพวกท่านได้ในเร็ววัน” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้ทั้งเหอเจวี๋ยและเหอจงต่างก็ยิ้มออกมา โดยเฉพาะเหอจงเขาไม่คิดว่าคุณหนูใหญ่ในจวนขุนนางอย่างซูหลีหลี่จะลดตัวลงมาเอ่ยเรียกเขาว่าท่านอาเช่นนี้ทำให้เขาอดรู้สึกดีกับนางมากยิ่งขึ้นไม่ได้“ข้าเองก็หวังว่าวันหน้าเมื่อได้พบกันเจ้าจะไม่มีเรื่องร้อนใจใดๆ จนต้องออกปากขอความช่วยเหลือจากพวกข้า” เมื่อเหอเจวี๋ยเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็ยิ้มออกมาซูหลีหลี่รู้อยู่แล้วว่าเหอเจวี๋ยผู้นี้เป็นคนหลักแหลมอย่างหาตัวจับได้ยาก หากไม่ใช่เพราะพิษของหนอนกู่ที่ยังตกค้างอยู่เขาย่อมจะเป็นคนที่แค่เพียงนางเอ่ยออกมาไม่กี่ประโยคเขาก็สามารถคาดเดาความต้องการของนางได้แล้ว ส่วนเหอจงแม้ว่าจะเป็นคนหลักแหลมเช่นเดียวกันแต่ก็ยังต้องใช้เวลาลับคมอีกหลายปีชาติที่แล้วสอง
last updateLast Updated : 2026-02-02
Read more
บทที่ 8 ยัดเยียดข้อกล่าวหา
ซูหลีเซียงจ้องมองสาวใช้ของซูหลีหลี่ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันยิ่งสาวใช้ทั้งสองพยายามบ่ายเบี่ยงก็ยิ่งหมายความว่าการคาดเดาของนางล้วนถูกต้อง ชาติที่แล้วเพราะนางกำลังดีอกดีใจที่จะได้เป็นแต่งออกจากจวนไปเป็นพระชายาของเสียนอ๋องจึงไม่ได้ให้ความสนใจเมื่อญาติผู้น้องจากจวนสกุลหวังของนางบอกว่าเห็นซูหลีหลี่สวมชุดสาวใช้พูดคุยกับคนของกองกำลังรักษาเมืองอย่างสนิทสนมในตลาด แต่ชาตินี้กลับไม่เหมือนกันทุกเรื่องที่อาจจะก่อให้เกิดหายนะกับซูหลีหลี่ได้นางล้วนใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง“เจ้าไปตามท่านพ่อและท่านแม่มา บอกกับท่านพ่อและท่านแม่ว่าพี่หญิงของข้าประพฤติตนผิดธรรมเนียม อีกทั้งยังลักลอบออกไปหาลูกลับๆ ของนางที่อยู่นอกจวนด้วย” ซูหลีเซียงหันไปเอ่ยกับตงเสวี่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจทำให้หวังเหม่ยฉีที่ติดตามมาดูเรื่องสนุกรีบกระซิบโต้แย้งคำสั่งของซูหลีเซียงในทันที“พี่เซียงเซียง ข้าแค่บอกว่าเห็นนางแต่งกายเป็นสาวใช้พูดคุยกับคนของกองกำลังรักษาเมืองอย่างสนิทสนม เหตุใดท่านจึงได้แต่งเสริมเติมแต่งจนกลายเป็นว่านางไปลักลอบมีลูกอยู่นอกจวนเล่า” เมื่อหวังเหม่ยฉีเอ่ยเช่นนี้ซูหลีเซียงก็หัวเราะออกมาเบาๆ“เจ
last updateLast Updated : 2026-02-02
Read more
บทที่ 9 ไม่สบาย
ยามที่เห็นว่าสาวใช้ทั้งสองคนของซูหลีหลี่เป็นลมล้มลงไปซูหลีเซียงก็คิดในใจว่าจะต้องมีสิ่งที่ผิดปกติแน่ จึงสั่งให้คนลากพวกนางให้พ้นทางแล้วรีบสั่งให้คนเปิดประตูเรือนให้นางในทันที“ลากพวกนางออกไปแล้วรีบเปิดประตูเรือนให้ข้า” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้บรรดาข้ารับใช้ของนางก็รีบลากตัวสาวใช้รุ่นใหญ่ทั้งสองคนของซูหลีหลี่ออกจากหน้าประตูเพื่อให้สามารถเปิดประตูเรือนได้อย่างสะดวก ส่วนบรรดาสาวใช้รุ่นเล็กของเรือนแห่งนี้เมื่อแกนนำหลักหวาดกลัวจนเป็นลมล้มลงไปแล้วพวกนางเองก็จำต้องล่าถอย แม้ว่าคุณหนูใหญ่ผู้เป็นเจ้านายของเรือนแห่งนี้จะตกรางวัลพวกนางเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าออกหน้าทัดทานคุณหนูรองผู้เป็นที่โปรดปรานของนายท่านและฮูหยินของจวนแห่งนี้“น้องหญิงรอง เจ้ามาเอะอะเพื่อจะบุกเข้าเรือนของผู้อื่นเช่นนี้ไม่ดีนะ” เสียงของซูจวิ้นทำให้ซูหลีเซียงหันไปมองเขาแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดูแคลน“ดีหรือไม่ก็เป็นเรื่องของข้า ส่วนเจ้าก็ไสหัวกลับเรือนของเจ้าไปเสีย ลูกอนุเช่นเจ้าถือดีอย่างไรมายุ่งเรื่องของคุณหนูเช่นข้า” คำพูดของนางทำให้ซูจวิ้นแค่เพียงเลิกคิ้วขึ้นแล้วยืนกอดอกจ้องมองซูหลีเซียงด้วยสายตา
last updateLast Updated : 2026-02-02
Read more
บทที่ 10 ลุกขึ้นมาตอบโต้
แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะละเลยต่อบุตรสาว เอาอกเอาใจหวังเจียหรานและบุตรสาวของนางอย่างออกนอกหน้า แต่เขาก็หาได้ลืมเลือนว่าซูหลีหลี่ก็เป็นบุตรสาวของเขาเช่นเดียวกัน ได้เห็นสภาพของนางที่เป็นเช่นนี้ความเห็นใจและความรู้สึกผิดของเขาที่มีต่อบุตรสาวคนโตจึงได้ผุดขึ้นมา“ท่านพ่อ ท่านสั่งให้คนค้นหาให้ละเอียด ข้าสงสัยว่านอกจากพี่หญิงจะลักลอบออกจากจวนแล้วนางยังนำคนกลับมาด้วย อีกทั้งคนที่นางนำมาอาจจะเป็นเด็กทารกที่นางไปคลอดทิ้งเอาไว้ข้างนอกด้วยเจ้าค่ะ” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่หรี่ตาแล้วเอ่ยกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ“ซูหลีเซียงนี่เจ้าใส่ความเรื่องที่ข้าออกนอกจวนไม่สำเร็จ ก็ใส่ความลามปามมาจนถึงเรื่องความบริสุทธิ์ของข้าเชียวหรือ เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาทำเช่นนี้กับข้า ก่อนหน้านี้ก็ฟูมฟายโวยวายจะแย่งการแต่งงานของข้า พอท่านพ่อมาขอให้ข้ายินยอมเจ้าก็กลับเป็นฝ่ายเปลี่ยนใจไม่แย่งชิงการแต่งงานด้วยตนเองแล้วมิใช่หรือ แล้วเหตุใดวันนี้เจ้าจึงได้จงใจมาหาเรื่องข้าจนถึงเรือนพักส่วนตัวของข้าอีก แถมครั้งนี้ยังหาเรื่องข้าจนถึงขั้นที่อาจจะทำลายชื่อเสียงความบริสุทธิ์ของข้าและทำลายเกียรติของสกุลซูของพวกเร
last updateLast Updated : 2026-02-02
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status