Lahat ng Kabanata ng นักธุรกิจพ่อลูกอ่อน: Kabanata 31 - Kabanata 40

70 Kabanata

บทที่ 8/1 ปรับความเข้าใจ

รณภพเลิกงอน ครางรับในลำคอส่งมือมาให้แต่กลับไม่ยอมมองหน้าหล่อนให้เสียศักดิ์ศรี จังหวะจะเดินตามเขาเกือบก้าวพลาดทำให้ต้องใช้แขนอีกข้างตวัดมากอดต้นคอเล็ก เพื่อถัวเฉลี่ยน้ำหนักตัวเองให้พอดีกันจะได้ไม่หกล้มหัวคะมำ แอบตกใจไปเองเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะเข้าไปกอดหล่อนรณภพลากขาแรงๆ ตามหล่อนไปยังลิฟต์ เฟื่องลดาตัวเล็กนิดเดียวแต่พยุงเขาลากเขาเข้าไปข้างในจนสำเร็จ กดลิฟต์ลงชั้นล่างจนกระทั่งเข้ามาถึงในห้อง“นั่งก่อน” กระซิบบอกชายเจ้าอารมณ์ หยีตาเล็กน้อยขณะส่งเขานั่งลงบนเตียง ตัวเขาหนักมากหล่อนเจ็บไหล่ ต้องนวดสองสามครั้งความรู้สึกว่าไหล่เป็นไหล่ถึงกลับมา หล่อนรู้โดยสัญชาตญาณว่าเขาไม่สามารถอาบน้ำเองได้เพราะยังเดินไม่สะดวกอีกทั้งตามเนื้อตัวยังมีรอยฟกช้ำ ดูสภาพแล้วหล่อนแทบไม่ต้องคิดอะไรมากเลยก็รู้ ว่าทำไมท่านเจ้าสัวถึงไม่ไว้ใจมอบงานให้เขาทำ ก็ดูเขาทำตัวสิ เจ้าอารมณ์ ขี้โมโห ไม่แคร์ความคิดความรู้สึกคนอื่น คนรอบตัวไม่เคยบอกเขาเลยหรือไงนะถึงข้อเสียพวกนี้ เฟื่องลดาไม่อยากทำตัวเสี่ยงให้ถูกเขาตะเพิดไล่อีกจึงไปหาผ้าผืนเล็กกับภาชนะมาใส่น้ำ หล่อนไม่พูดอะไรกับเขา แค่วางท
Magbasa pa

บทที่ 8/2 ปรับความเข้าใจ

“เฟื่อง เฟื่องอยู่ไหม ขอยาพาราอีกหน่อย” เสียงไม่ได้ดังทว่าเฟื่องลดากลับได้ยินเพราะเพิ่งจะเคลิ้มหลับด้วยฤทธิ์ยาไปได้ไม่นาน เจ้าตัวสะดุ้งตื่นขึ้นนั่งบนโซฟาจำไม่ได้เลยว่าเผลอหลับตอนไหน จำได้ล่าสุดคือกำลังโทรหาคุณโสมตีสามใกล้ตีสี่แล้ว เฟื่องลดาค่อนข้างมึนงงกระทั่งได้ยินเสียงรณภพอีกครั้ง “เธออยู่ในนี้ไหม ขอยาพาราหน่อย ปวดหัวมาก”ย้ำความต้องการอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างป่วยและพัง เฟื่องลดาหันไปมองทางเตียงนอนมันมืดมากมองไม่เห็นอะไรจึงเดินไปเปิดไฟก่อนจะหายา ประคองหลังเขาให้ขยับขึ้นนั่งแล้วป้อนยากับน้ำเข้าไปในปากกระทั่งเขากลืนลงคอเปลือกตาเขาสะลึมสะลือมากเหมือนคนจะหลับแต่ก็จะตื่นหล่อนจึงแตะวัดอุณหภูมิร่างกาย ตัวเขาร้อนไม่มากไข้น่าจะเพิ่งขึ้นไม่นาน เฟื่องลดาวางตัวเขาลงนอน ไปหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดไล่ความร้อนออกจากร่างกาย เขาหลับไปแล้วแต่หล่อนยังคงเช็ดหวังแค่อยากให้ไข้ลดลงสักนิดตอนเช้าจะได้ไม่เหนื่อย ตาหล่อนจะปิดอยู่รอมร่อจึงต้องวางมือจุ่มน้ำมาตบหน้าหลังมือส่วนที่โดนความร้อนเปียกน้ำนานเข้าเริ่มจะเปื่อย มันเจ
Magbasa pa

บทที่ 8/3 ปรับความเข้าใจ

“เอ่อ… น้องมานั่นแล้ว” โสมสุรีพูดไม่เต็มปากชี้นิ้วข้ามไปทางด้านหลังให้เจ้านายรู้ว่าน้องเฟื่องได้ยินหมดเลย หัวเราะแหะๆ แล้วเรียกน้องมานั่งด้วยกัน “มานั่งกินตรงนี้ค่ะน้องเฟื่อง พี่จองเก้าอี้ไว้รอแล้ว”“ขอโทษที่มาสายนะคะ” เฟื่องลดาก้มศีรษะลงแทนคำขอโทษ ถือจานอาหารค้างในมือ ยังไม่กล้านั่งร่วมโต๊ะกับรณภพ ยึกๆ ยักๆ สองสามครั้งเห็นเขาหันหน้าไปทางอื่นก็เลยตัดสินใจนั่งร่วม“เหลือเวลาอีกตั้งครึ่งชั่วโมงไม่สายหรอกจ้ะ รีบกินข้าวกัน พี่มาตั้งแต่แปดโมงครึ่งกินไปหลายจานมาก อร่อยๆ ทั้งนั้น พี่กินห่อหมกอันนี้ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่อร่อยมาก น้องเฟื่องลองชิมไหมพี่แกะให้”“ในจานเฟื่องก็เยอะแล้วกลัวกินไม่หมดค่ะ”“กลัวอะไร กินเข้าไปเยอะๆ จะได้มีเนื้อมีนวล พี่จะได้โทรไปรายงานคุณแขว่าน้องเฟื่องกินข้าวหมดสองจาน พี่อยากได้หน้า”พูดตรงไม่มีอ้อมค้อมซะขนาดนี้เฟื่องลดาจึงยอมกินอาหารเพิ่มมากกว่าเดิม หล่อนคุยกับพี่โสม กิน แล้วก็ยิ้มหลายครั้ง ไม่ทันสังเกตเลยว่ารณภพกำลังหันมามองหน้าตนเองอย่างสนใจ ทรงผมใหม่ขอ
Magbasa pa

บทที่ 8/4 ปรับความเข้าใจ

‘นี่เธอ! เธอนั่นแหละ ชื่ออะไร เป็นเพื่อนกับน้องเอยใช่ไหม’ เป็นเสียงของรณภพไม่ผิดแน่แม้จะไม่ได้เห็นหน้าแต่หล่อนก็จำได้ เฟื่องลดาจำได้ว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เขาคุยกับหล่อนราวสามปีก่อน หล่อนหันกลับมามองแล้วพยักหน้ารับ เขาใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการค้นหาอะไรบางอย่างยื่นมาตรงหน้า วันนั้นหล่อนดีใจมาก‘ขอบคุณนะคะ’ จะส่งมือไปรับทว่าเขาดึงกลับ‘ขอบคุณทำไม ไม่ได้ให้เธอ แต่ฉันจะฝากไปให้น้องเอย’‘อ๋อ…’ แล้วหล่อนก็รับการ์ดอวยพรวันเกิดใบนั้นมาด้วยอาการหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ เพิ่งจะรู้สึกเสียใจก็วันนี้ที่หล่อนดันเกิดวันเดือนปีเดียวกันกับเอย อาทิตยาเป็นเพื่อนสนิทที่นิสัยดีมาก เอยเป็นผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งหล่อนเคยพยายามเลียนแบบบุคลิกภาพ เผื่อว่าจะสวย ใจดี เฟรนด์ลี่ เพื่อนเยอะอย่างเอยบ้าง แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการพยายามเป็นคนอื่นตลอดเวลา อึดอัดใจอยู่พักหนึ่งหล่อนจึงพาตัวเองกลับมาอยู่ในจุดธรรมชาติ เป็นตัวของตัวเองแม้ว่าการเป็นตัวเองจะไม่ได้มีเพื่อนเยอะ หรือมีเสน่ห์ดึงดูดคนอื่นให้เข้ามาคบหรือสนใจก็ตามเวลา
Magbasa pa

บทที่ 9/1 รอยแผลกลางใจ

ดอกซ่อนกลิ่นผลิดอกออกมาขาวนวลชวนให้หลงใหล มันสวยเหลือเกินในมุมมองของเฟื่องลดาแต่คนไทยหลายคนกลับมองว่ามันเป็นดอกไม้อัปมงคลมีไว้ใช้ในงานศพ ห้ามปลูกในบ้านเด็ดขาด เจ้าดอกไม้เพิ่งจะถูกเด็ดมาไม่นานจำเป็นต้องทิ้งไว้ในถังขยะระหว่างทางเพราะคุณโสมสุรีเป็นคนหัวโบราณ กลัวเจ้าดอกไม้ตัวปัญหาจะทำให้เกิดเรื่องร้ายระหว่างการเดินทางเฟื่องลดายอมทำตามแม้ในใจจะเสียใจอยากเก็บกลับมา หล่อนไม่ได้มองว่ามันเป็นดอกไม้น่ากลัว ความรู้สึกของหล่อนที่มีต่อดอกไม้มันเหมือนผู้หญิงบางคนที่พบเจอกับชะตากรรมชีวิตที่เลวร้าย เจ็บปวดจากการถูกหลอกลวงหรือทารุณกรรมมาตั้งแต่เด็ก แล้วเกิดความชอบส่วนตัว แปลก แบบแปลกมากๆ เช่นการอยากเลี้ยงงู หลงใหลในสีสัน ความสวยงาม อยากใช้ชีวิตร่วมอยากหลับนอนกับมันในจำนวนมากกว่าคนปกติที่ชื่นชอบในด้านนี้ ไม่ได้มองว่าคนพิเศษกลุ่มนั้นโรคจิต เข้าใจว่ามันเป็นกลไกการปกป้องความรู้สึกเจ็บปวดที่สะสมลึกอยู่ในใจงูเป็นสัตว์น่ากลัวแต่ชะตากรรมที่เคยเผชิญมามันน่ากลัวมากกว่า ในเมื่อเก่งพอที่จะผ่านมันมาได้ทำไมจะต้องกลัวอะไรอีก แต่ไม่ต้องตกใจไป หล่อนแค่เข้าใจ แต่ไม่ได้ชอบเลี้ยงสัตว์แ
Magbasa pa

บทที่ 9/2 รอยแผลกลางใจ

รถเมล์ราคาประหยัดก็จริงแต่คนขับชอบขับเร็วเหมือนไปโกรธใครมา จะขึ้นจะลงทีลากกระเป๋าตัวแทบไถลล้มหน้าคว่ำ เฟื่องลดาเดินทางมาจนใกล้ถึงบ้านนั่งวินมอเตอร์ไซค์กอดกระเป๋าลากไว้ ค่าวินสิบบาท หล่อนยืนจ่ายหน้าบ้านและในขณะนั้นเองรถของรณภพก็เพิ่งมาถึงบ้าน เขากดรีโมตอัตโนมัติเปิดและขับด้วยความเร็วเข้าในบ้าน ทำเหมือนบ้านตัวเองเป็นสนามแข่งงั้นแหละหล่อนรับเงินทอนก่อนจะเดินเข้ามาในประตูช่องเล็ก ก้มศีรษะลงเล็กน้อยเชิญขอบคุณลุงป้อมยามที่เข้ามาช่วยไขกุญแจ“มาครับ ช่วยถือกระเป๋าไปส่งข้างใน”“ไม่เป็นไรค่ะ กระเป๋าเบา เฟื่องไม่อยากรบกวน”หล่อนเป็นแค่คนมาขออาศัยจะไปใช้งานคนของที่บ้านได้ยังไง เพราะเจียมตัวหล่อนถึงชอบไปขลุกอยู่ในครัวช่วยสาวใช้กับแม่บ้านทำอาหารเป็นประจำ แกล้งมองไม่เห็นป้าอนงค์ อยู่ด้วยกันมาก็นานยังไม่หายเกลียดหน้ากันอีก หลังมือหล่อนดีขึ้นได้เพราะยาน้องยม ดีนะไม่เปื่อย ใกล้จะหกโมงเย็นแล้วเฟื่องลดาเหนื่อยล้าลากกระเป๋าผ่านโรงจอดรถ กำลังจะเข้าบ้านทางประตูด้านหน้า ก็พบว่ารณภพกำลังยืนดักรออยู่แล้ว หน้าตึงมาก เฟื่องลดารู้สึกเบื่อกลับมาเหนื่อยๆ ขี้เกี
Magbasa pa

บทที่ 9/3 รอยแผลกลางใจ

จิตวิญญาณของหญิงสาวล่องลอยออกห่างจากโลงศพเรื่อยๆ มาเห็นฉากหนึ่งในห้องคลอดของโรงพยาบาล ต้นตอของเสียงเด็กร้องมาจากทารกเพศชายคนนี้แกร้องไห้อย่างหนัก ทว่าคุณหมอกลับไม่มีเวลาจะดูแลเพราะกำลังช่วยยื้อชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่ลมหายใจกำลังแผ่วลงเรื่อยๆ ในไม่ช้าร่างกายนี้อาจจะดับสิ้นลงทุกครั้งที่มือคู่นั้นกดลงบริเวณหัวใจมันมักจะกระแทกมาถึงร่างของหล่อน เจ็บปวดทุรนทุรายร้องไห้ไม่สามารถห้ามกายตัวเองได้ หล่อนทิ้งกายลงนอนบนพื้นแผดเสียงที่ไม่มีใครได้ยินร้องออกมา กลัวหยาดเลือดที่ไหลซึมออกจากช่องคลอดอย่างไม่มีขีดจำกัด มันแดงฉานและเจิ่งนองเต็มพื้นโรงพยาบาล มือคุณหมอเพิ่มแรงกดให้มากขึ้นจนกระทั่งร่างต้นของหล่อนกลับมามีลมหายใจอีกครั้งแม้จะแผ่วบางนี่มันเรื่องอะไรกัน น่ากลัว หล่อนกอดร่างตัวเองตัวสั่นระริกกลัวจนแทบลืมหายใจ กวาดดวงตาคู่ขลาดเขลามองทุกการกระทำของหมอและพยาบาล ในห้องคลอดยังคงวุ่นวายดวงตาแดงก่ำมองเห็นหนึ่งในพยาบาลอุ้มทารกน้อยขึ้นมาวางบนอก ทารกน้อยจำสัมผัสได้หยุดร้องไห้ซบใบหน้าลงทำปากจุ๊บจิ๊บอยากจะดื่มน้ำนมที่ใกล้จะเสียชีวิต ราวกับปาฏิหาริย์ เปลือกตาของแม่ก็ค่อยๆ ลืมขึ้นมองหน้าลูกรักท
Magbasa pa

บทที่ 10/1 คน(เคย)ใจร้าย

นาฬิกาปลุกสองรอบไม่ตื่นเดือดร้อนน้องยมต้องขึ้นมาตามถึงบนห้องนอนเพราะตอนนี้หกโมงครึ่งเข้าไปแล้ว เฟื่องลดาตื่นมาด้วยอาการอ่อนเพลีย เอ่ยขอบคุณแล้วฝากน้องให้ช่วยดูแลลูก เมื่อวานรณภพเปลี่ยนใจอุ้มลูกไปนอนด้วย สลับกันดูแล ส่วนถ้าวันไหนเขาอยากออกไปเที่ยวกลางคืน ไปสนุกตามประสาผู้ชายเขาก็มักจะลืมลูกไปซะสนิท น่าน้อยใจแต่จะไม่ร้องไห้เฟื่องลดาอาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าทำผมด้วยความรวดเร็ว เลือกหาชุดใหม่ของคุณรันมาสวมใส่ กลบไม่ให้ใครเห็นว่าเศร้าสะพายกระเป๋าผ้าใบเก่าทว่าแข็งแรงลงมาหาลูกข้างล่าง เห็นรณภพนั่งป้อนข้าวลูกรออยู่แล้วจึงเข้าไปช่วยเขาป้อน“หม่ำๆ นะครับ” เด็กน้อยเริ่มซนเวลากินข้าวมักจะไม่ยอมอยู่นิ่ง เฟื่องลดากลัวโจ๊กจะร้อนเป่านานมากแต่ก่อนจะชิมให้ด้วยแต่เช้านี้หล่อนแต่งแต้มริมฝีปากด้วยลิปสติกสีแดงอ่อนจึงกลัวลูกจะได้กินเจ้าลิปสติกไปด้วย กัปตันบีบเป็ดน้อยตัวเดิม ลูกชอบมาก มีน้องเป็ดเต็มบ้านไปหมดทั้งในอ่างอาบน้ำและในห้องนอน“คุณแขไขจะกลับบ้านมารับหรือคุณภพจะไปส่งลูกคะ”ป้อนไปได้พักหนึ่งหญิงสาวหันไปชวนคุย เขาดื่มกาแฟเงียบๆ
Magbasa pa

บทที่ 10/2 คน(เคย)ใจร้าย

อนงค์กลัวสายตาเด็กคนนั้นรีบรุดกายเข้ามาในห้องนั่งเล่นคลานเข่าจะฟ้องเจ้านายที่ตนเองเคารพรักทว่าคุณภพกลับติดคุยโทรศัพท์ตนเองจึงไม่มีเวลาฟ้อง อ้ำๆ อึ้งๆ นานมากกระทั่งเขาวางสายเห็นจังหวะจะรายงานแต่ช้าไปซะแล้วเพราะยัยเด็กคนนั้นเดินผ่านตัวเองเข้ามาอุ้มคุณหนูน้อย อนงค์ไม่พอใจ ทำหน้าตาฮึดฮัดขัดใจกระทืบเท้ารีบเดินหลบออกไปปล่อยให้ยมกับรณภพงง“จะแปดโมงแล้วเรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวรถติด”“ค่ะ ปะ น้องยม ไปขึ้นรถกัน” คุณแม่ยังสาวยิ้มแย้มเมตตาเด็กรับใช้ ให้น้องถือกระเป๋าตามหลังตนเองออกมาข้างนอก ขึ้นมานั่งบนสปอร์ตคาร์คันหรูสองประตูสี่ที่นั่ง รณภพรอให้ทุกคนนั่งสบายแล้วก็ขับออกไปช้าๆ ไม่เร็วเหมือนเวลาขับคนเดียว เขาไม่ชอบใช้คนขับรถ ขับเองจะไปไหนก็ได้สะดวกสบาย แต่ก็มีหงุดหงิดบ้างช่วงรถติด ติดไฟแดงครั้งไหนเขาคอยแอบมองเฟื่องลดาหันหลังไปคุยกับลูก ภพ มึงอย่าบ้า เขาตบหน้าตัวเองในใจคนขับรถระดับวีไอพีพาพนักงานการตลาดตำแหน่งเล็กๆ มาส่งถึงหน้าบริษัท พนักงานแถวนั้นหันมองเป็นแถบแล้วซุบซิบกับเพื่อน เขากับหล่อนต่างเฉยเพราะถูกนินทาจนชินแล้วโดยเฉพาะเฟื่องลดา
Magbasa pa

บทที่ 10/3 คน(เคย)ใจร้าย

“น้องเฟื่องไงคะ ปริญญาตรีใบแรกเอกฝรั่งเศสเลยนะรสเคยเห็นประวัติ คุณภพอยากดูไหมรสไปติดต่อฝ่ายบุคคลมาให้”“ไม่เป็นไร ถ้าผมสนใจเดี๋ยวจะถามเจ้าตัวเอง คุณออกไปได้แล้ว” ก้มหน้าหล่อๆ ลงอ่านเอกสารของนายเอ็มบัปเป้คนนั้น รอให้เลขาออกไปจากห้องก็เริ่มสนใจอยากให้เฟื่องลดามาทำงานกับตนเอง บ้า เขาต้องบ้าไปแล้ว ทำไมต้องสงสารหล่อนขนาดนี้เขากดเบอร์ภายในหาหัวหน้าแผนกการตลาดบอกให้เฟื่องลดาติดต่อกลับมาหาเขาโดยด่วน หัวหน้าต้นเป็นคนรับสายประสานงานรวดเร็วแค่ไม่ถึงสองนาทีก็มีสายเข้า เขาเปลี่ยนหน้าจอเป็นมุมมองอื่นหากว่าหล่อนคุยโทรศัพท์จากเครื่องไหน‘โทรจากแผนกการตลาดค่ะ เฟื่องลดาพูดสาย’“รู้แล้วน่า ฉันตั้งใจโทรหาเธอถ้ามีคนอื่นโทรกลับสิแปลก มีงานล่ามภาษาฝรั่งเศสแปลเป็นไทยมาเสนอ งานง่ายๆ แค่นัดกินข้าวแล้วพูดคุยกันปกติอาจจะมีถามเรื่องงานบ้างเป็นส่วนน้อย”‘คุณคอนเฟิร์มวันกับทางนั้นหรือยัง ถ้าว่างเฟื่องแปลให้ก็ได้ ส่วนเงินก็แล้วแต่คุณจะให้’“สัปดาห์หน้า น่าจะวันจันทร์ไม่เกินนี้”‘วันจันทร์
Magbasa pa
PREV
1234567
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status