42หารือเรื่องต่างแคว้น ยามรุ่งสางระฆังวังหลวงดังกังวานสามครั้ง ตามด้วยเสียงฆ้องทองประสานกันเป็นจังหวะ ชักนำให้เหล่าขุนนางทยอยกันเข้าสู่ท้องพระโรงทีละคน แสงอาทิตย์อ่อนแรกยามเช้าสาดลอดบานหน้าต่างสูง โปรยลงบนพื้นหินหยกเงางาม สะท้อนเงาลายมังกรที่แกะสลักบนเสาพระที่นั่งอย่างน่าเกรงขาม กลุ่มขุนนางฝ่ายบุ๋นในชุดสีเข้มยืนเรียงรายอยู่ฝั่งหนึ่ง ส่วนฝ่ายบู๊ในชุดเกราะพิธีการยืนตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้าม บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมเงียบงัน จนแทบได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน เบื้องหน้าท้องพระโรงบริเวณตำแหน่งขุนนางขั้นหนึ่ง มีสี่บุรุษยืนเด่นอยู่แถวหน้า คนทั้งแคว้นต่างเรียกขานพวกเขาว่า ‘สี่เสาหลักแห่งต้าหยาง’ คนแรกคือ ซูเหวินอัน มหาเสนาบดีฝ่ายบุ๋น อัครมหาเสนาบดีกรมมหาดไทย รูปร่างผอมสูง ผมหงอกประปรายใต้หมวกขุนนาง ดวงตาลึกแต่ยังสุกใส เคราขาวสั้นถูกเล็มอย่างเป็นระเบียบ เป็นผู้ทรงภูมิปัญญาและเชี่ยวชาญการเมืองในราชสำนักมายาวนาน คนที่สองคือ ลู่จิ่งเฉิง เสนาบดีว่าการกรมทหาร อดีตแม่ทัพผู้เคยผ่านศึกชายแดน รูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง หลังยังเหยียด
Читайте больше