Semua Bab ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง : Bab 201 - Bab 210

251 Bab

บทที่ 201 รู้จักหึงหวง

หลังจากออกจากสวนบุปผาแดง เอ้อร์กัวก็พาลิลี่กลับไปที่เรือนซึ่งเขาเคยถูกจงหลิงคุมขัง ที่นี่แม้เคยเป็นสถานที่กักขังเขา แต่ก็ปลอดภัยและอยู่ใกล้ที่สุดสำหรับภรรยาที่เหนื่อยล้า เพราะลิลี่สั่งให้จงเหยี่ยนห้ามขันทีและสาวใช้เข้ามาในตำหนักองค์หญิง ที่นี่จึงไม่มีผู้ใดคอยรับใช้ ตำหนักที่ยิ่งใหญ่จึงมีเพียงลิลี่กับเอ้อร์กัวเท่านั้นในช่วงที่องค์หญิงจงหลิงยังมีชีวิตอยู่ นางมีอำนาจสูงสุดในวังหลัง เนื่องจากไทเฮาถูกขังในตำหนักเย็น ฮ่องเต้จงเหยี่ยนก็ยังไม่แต่งงาน ทำให้ตำหนักของนางมีทุกสิ่งครบครัน รวมถึงห้องครัวเล็กๆ ส่วนตัว ที่ปกติแล้วจะมีเพียงแค่ไทเฮา ฮองเฮาหรือสนมที่ฮ่องเต้โปรดปรานเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาต เอ้อร์กัวจึงสามารถดูแลลิลี่ได้อย่างสะดวก เขาตักน้ำมาต้มเพื่ออาบน้ำชำระล้างคราบเลือดและสิ่งสกปรกให้แก่ภรรยาอย่างเบามือ เขายังคงเตรียมอาหารมังสวิรัติที่นางโปรดปรานไว้ทุกวันด้วย เผื่อนางตื่น จะได้มีอาหารพร้อมกิน แม้ว่านางจะยังหลับอยู่ก็ตาม ด้วยความห่วงใยว่าลิลี่จะไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เขาจึงค้นหาทั่วตำหนักองค์หญิงและพบกำยานกลิ่นหอม ซึ่งผสมด้วยสมุนไพรที่ช่วยให้หลับสบายเอ้อร์กัวนำมาจุดในห้องที่ลิ
Baca selengkapnya

บทที่ 202 คำกล่าวโทษ

เช้าวันนั้น บริเวณหน้าพระราชวังที่มักเงียบสงัดกลับเต็มไปด้วยผู้คน อาจารย์ซางป๋อ นำเหล่าบัณฑิตจากสำนักหมื่นอักษรกว่าสองร้อยคนมาคุกเข่าเรียงรายอยู่ตรงลานหินหน้าพระราชวัง พวกเขาประสานมือ ก้มศีรษะ คุกเข่า และตะโกนประณามเสียงกึกก้องสะท้อนกำแพง “องค์หญิงทำผิดศีลธรรม!”“วังหลังที่สูงส่งแปดเปื้อนด้วยราคี!”พวกเขาเสียงดังราวกับเสียงกลองศึก บัณฑิตบางคนแต่งบทกวีโจมตีองค์หญิง กล่าวหาว่าพระนางไม่รักษาคุณธรรมสตรี ทั้งยังกักขังบุรุษไว้เลี้ยงดู โดยไม่ยอมแต่งงานให้เหมาะสม บางคนถึงขั้นกล่าวโทษว่านางจับกุมบุรุษผู้มีคุณธรรมมาเป็นทาสเพื่อสนองตัณหา ขณะที่หลายเสียงพากันยกย่องบัณฑิตหลี่ว่าเป็นบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ไม่สมควรถูกดูหมิ่นหรือกลั่นแกล้ง บางคำกล่าวหายังลามไปถึงเบื้องสูง ตำหนิว่าฮ่องเต้ไม่ทรงรักษาคุณธรรม คนดีจึงต้องพลอยเดือดร้อนอาจารย์ซางป๋อคุกเข่าอยู่ด้านหน้าสุด ใบหน้าสงบนิ่ง แผ่นหลังตั้งตรงราวกับขุนเขา “องค์หญิงชั่วช้า! ไม่รู้จักกตัญญูต่ออาจารย์! คิดแย่งชิงสามีของผู้อื่น! การกระทำเช่นนี้เป็นการบ่อนทำลายรากฐานของบัลลังก์และระเบียบของสังคม ทำให้แผ่นดินเสื่อมทราม! องค์หญิงสร้างเรื่องอื้อฉาวใหญ่หลวง ทำล
Baca selengkapnya

บทที่ 203 ผู้คนมากมาย

หญิงสาวร่างเล็กมุ่งตรงไปยังโรงเตี๊ยมที่จิ่นถูและเถี่ยจงชิ่งเคยพักอยู่ แต่เมื่อไปถึงก็ไม่พบใคร นางจึงตัดสินใจไปยังจวนตระกูลเถี่ยที่อยู่ห่างออกไปทางตะวันตกของเมืองหลวงนางร่อนลงสู่ลานบ้านอย่างเงียบเชียบ ที่นั่นนางถูกบ่าวไพร่ของตระกูลเถี่ยวิ่งเข้ามาล้อมรอบ ทุกคนถือกระบองไม้ในมือ กล่าวหาว่านางเป็นขโมย “ขโมย! มีขโมย!!”“ข้ามาพบคุณชายเถี่ยและเจ้าเด็กเปรตนั่น” ลิลี่ไม่อยากสู้หรือทำร้ายพวกเขา นางจึงพูดออกไปเช่นนั้น ยอมอยู่นิ่งๆไม่นานจิ่นถูที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยากก็ถูกบ่าวไพร่ยกออกมาด้านนอก“อาจารย์หญิง! เจ้า..เจ้ากลับมาได้อย่างไร” จิ่นถูอุทานด้วยความตกใจ เมื่อเห็นลิลี่เขาก็รีบโบกมือให้คนใช้พาเขาเข้าไปใกล้นางทันที ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจระคนยินดี “เอ้อร์กัวช่วยข้าไว้” ลิลี่ตอบสั้นๆ“..ดี ดีแล้ว” จิ่นถูที่เคยปากเสียกับอาจารย์หญิงเสมอ วันนี้กลับถอนหายใจอย่างโล่งอกที่นางยังปลอดภัยดี ราวกับคำอธิบายว่าเอ้อร์กัวช่วยภรรยาได้นั้นไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ในใจของเด็กชาย เอ้อร์กัวไม่ต่างจากเทพเซียน“จงชิ่ง..เป็นอย่างไรบ้าง”“ศิษย์พี่ปลอดภัย..ไม่ต้องห่วง” เด็กน้อยตอบเมื่อจิ่นถู
Baca selengkapnya

บทที่ 204 กลหมากของจงหลิง

“เป็นอย่างไรเล่า ทั้งหมดก็เพราะข้าแบกความรับผิดชอบนี้ไว้บนบ่า ข้าเก่งใช่หรือไม่ ชมข้าสิ” จิ่นถูประชดประชันลิลี่มองเขา สีหน้าเรียบเฉยดังเดิม แต่แววตากลับสั่นไหวเล็กน้อย หลังจากรับฟังทุกสิ่ง นางรู้สึกอบอุ่นในอกแปลกๆ“อืม..เก่ง” นางเอ่ยเสียงเบา เพียงคำสั้นๆ นั้น ทำให้จิ่นถูชะงักค้าง แววตาเย้ยหยันเต็มไปด้วยความงุนงงราวกับถูกชกตรงหน้าอก เขาอ้าปากแต่กลับพูดไม่ออก หญิงบ้าผู้นี้ยอมชมเขาแล้ว ทั้งที่ปกตินางไม่ชายตามองเขาเสียด้วยซ้ำ หรือเมื่อครู่เขาฟังผิดเถี่ยจงชิ่งหัวเราะแผ่วเบา พลางส่ายศีรษะ “อาจารย์หญิงชมเจ้า รีบขอบคุณเร็ว” เขาสั่งศิษย์น้อง“..ขะ..ขอบคุณ..อาจารย์หญิง” จิ่นถูพูดเสียงเบา คล้ายยังไม่อยากเชื่อว่าจะได้รับคำชมบรรยากาศเคร่งเครียดระหว่างลิลี่กับจิ่นถูค่อยๆ คลายลงเล็กน้อย ความเงียบงันที่เหลืออยู่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่มากพอจะทำให้ลิลี่ตระหนักบางอย่างลิลี่เป็นคนที่ทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวเสมอมา เวลาอยากได้อะไรก็ต้องทำด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่เคยมีใครทำอะไรให้นางโดยไม่หวังผลตอบแทนการที่จิ่นถูและตระกูลเถี่ยยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือหนุ่มเนิร์ดของนางโดยที่ไม่มีใครสั่ง ทำให้ลิลี่รู
Baca selengkapnya

บทที่ 205 บทกวีเตือนใจ

“อืม..ทำได้สิ แผนการและกลหมากก็เหมือนตัวเลข ข้าเพียงวางตัวหมากสำคัญไว้ในจุดที่มันควรเป็น เหมือนการตั้งโจทย์คณิตศาสตร์ ผลลัพธ์ก็จะเปิดเผยออกมาเอง” เขาอธิบายเรียบง่าย “..คนนะ ไม่ใช่ตัวเลข” นางแย้ง“ก็อาจเป็นเช่นนั้น แต่อย่างที่ข้าบอก ข้าพบว่าแผนการของนางมักตั้งอยู่บนหลักการเดินหมากของท่านปรมาจารย์ซางป๋อ นางเป็นสตรีเจ้าระเบียบ ทุกแผนการของนางจึงต้องเดินไปตามกลไกที่วางไว้ หากนางไม่ใช่สตรีเช่นนั้น และทำทุกอย่างทำตามอารมณ์ ข้าอาจไม่พบแผนการของนางและโชคดีที่นางพาข้าไปลงทัณฑ์ต่อหน้าเหล่าบัณฑิต นางต้องการให้ทุกคนรับรู้ว่าข้าเป็นเพียงชายบำเรอของนาง เพื่อตัดความเป็นไปได้ที่ข้าอาจจะเข้าร่วมกับอ๋องจงเจี้ยนหรืออ๋องจงเสียน แต่กลับทำให้ข้าได้เดินหมากกับปรมาจารย์ซางป๋อ และเรียนรู้กลหมากของเขาทั้งหมดในคืนนั้น”“อะไรนะ เจ้าใช้เวลาคืนเดียวเพื่อเรียนรู้กลหมากของเขาหรือ” ลิลี่ตกใจ นางรู้ว่าเขาสุดยอด แต่ไม่ว่าเมื่อไร การคำนวณของเขาก็ทำให้นางประหลาดใจได้เสมอ ‘มนุษย์ทำแบบเขาได้จริงๆ ใช่ไหม’ นางเริ่มไม่แน่ใจ“ใช่ เขาพยายามเอาชนะข้า ดึงกลหมากทุกอย่างออกมาเพื่อล้มข้าให้ได้ เขาเก่งมากจริงๆ ข้าแพ้เขาด้วยนะ” เอ้
Baca selengkapnya

บทที่ 206 ห้องหนังสือจวนอ๋อง

หลังจากนั้น ประตูวังหลวงที่เคยปิดสนิทก็เปิดออก ฮ่องเต้จงเหยี่ยนผู้เคยสั่งให้เหล่าบัณฑิตหุบปาก กลับเสด็จออกมาพร้อมฉลองพระองค์สีขาวเรียบง่าย ทำจากผ้าฝ้ายหยาบ ไร้การปักตกแต่งใดๆ ราวกับนักบวชผู้สละโลก มิใช่โอรสสวรรค์ผู้สูงส่ง ฉลองพระองค์สีขาวคือสัญลักษณ์แห่งการสำนึกผิดและความโศกเศร้าอย่างที่สุดในพระหัตถ์ของฮ่องเต้หนุ่ม ถือหนังสือคำสารภาพของนางกำนัลและขันทีทั้งหลาย เอกสารที่เปิดโปงความผิดชัดเจนว่าองค์หญิงจงหลิงได้กระทำการอันชั่วร้าย ดั่งที่ปรมาจารย์ซางป๋อกล่าวหา พระองค์ทรงยอมรับต่อหน้าฟ้าดิน ว่าเป็นความผิดของตนที่ไม่อาจสั่งสอนพระเชษฐภคินีได้ ปล่อยให้ความประพฤติของนางบกพร่อง สร้างความเดือดร้อนแก่บัณฑิต และทำให้แคว้นจงหลิงเสื่อมเสีย โอรสสวรรค์ถึงกับทรุดพระวรกายลงคุกเข่าต่อหน้าบัณฑิตทั้งปวง พระสุรเสียงที่เปล่งออกมานั้นหนักแน่นแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด พระองค์ยังบอกว่าจะรับผิดชอบด้วยการประหารองค์หญิงจงหลิงต่อหน้าธารกำนัล พร้อมทั้งประกาศปลีกวิเวกเจ็ดวัน เพื่อสำนึกผิดและแสดงความรับผิดชอบอย่างถึงที่สุดเมื่อโอรสสวรรค์ผู้สูงศักดิ์ถึงกับยอมก้มพระเศียรลงโดยไม่ทรงแยแสต่อเกียรติยศของราชวงศ์ นั่นไม่ใ
Baca selengkapnya

บทที่ 207 คำพูดข้างตลาด

แสงแดดยามสายสาดส่องลงบนถนนสายใต้ของเมืองหลวง ที่นี่พลุกพล่านเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าและผู้คนสัญจร แผงสินค้าเรียงรายแน่นขนัดสองข้างทาง เสียงตะโกนขายของแข่งกันดังข้ามไปมา ประสานไปกับท่วงทำนองจากกล่องดนตรีไม้ไผ่ของนักร้องพเนจร เด็กน้อยข้างทางก็หมุนกล่องดนตรีซ้ำๆ ท่วงทำนองบรรเลงดังแว่วกระจายไปทั่วทุกตรอก ราวกับเมืองทั้งเมืองกำลังหายใจตามจังหวะเดียวกัน เอ้อร์กัวไหล่ลู่ลง แผ่นหลังโก่งงอเพราะต้องแบกห่อผ้าหนาที่มีหม้อดินหนักอึ้ง ฟืนถ่านที่มัดรวมทับอยู่บนหลัง และสิ่งของจำเป็นสำหรับบ้านใหม่ ทุกย่างก้าวหนักราวกับเขาเป็นลาที่มีหน้าที่ลากเกวียนให้ภรรยา ขณะที่ลิลี่เดินนำหน้าอย่างสำราญ แววตาสดใสไล่มองตามร้านขายเครื่องประดับและร้านสมุนไพรหลังจากได้ออกมาจากตำหนักขององค์หญิง เขากับลิลี่ก็ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ที่กว้างเกินจะอยู่กันลำพังสามคน แต่เพราะจิ่นถูอ่อนแอ ออกมาซื้อของไม่ไหว เถี่ยจงชิ่งต้องคอยไปดูแลการสร้างกล่องดนตรีที่ร้านค้าของตระกูล และลิลี่ก็ไม่ยอมจ้างสาวใช้ เอ้อร์กัวจึงต้องกลับไปเป็นวัวเป็นม้าให้ภรรยาใช้อีกครั้ง..ระหว่างที่พวกเขาเดินซื้อสิ่งของจำเป็นเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงกล่องดนตรี
Baca selengkapnya

บทที่ 208 เรียกพบ

“ใจเย็นๆ ท่านเทพไม่ได้ทำสิ่งใดอีก เพราะเมื่อเสียงแห่งฟ้าแผ่ไปทั่วหล้า ลมอุ่นก็พัดผ่านฤดูหนาว มีหิมะโปรยปรายในฤดูร้อน ด้วยพลังแห่งปัญญาและการตื่นรู้ แคว้นจึงเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง ปราศจากความทุกข์ระทม” นักเล่านิทานว่า“จบเท่านี้หรือ” บัณฑิตยากจนผู้หนึ่งเอ่ยถาม“ใช่แล้ว จบเท่านี้”“ไร้สาระสิ้นดี นิทานอะไรของเจ้า” ชายตัดฝืนคนหนึ่งแย้ง“ไม่ไร้สาระเลย เจ้าเป็นเพียงคนหยาบช้าจะเข้าใจสิ่งใด นิทานเรื่องนี้ล้ำลึกยิ่งนัก โอรสสวรรค์เปลี่ยนจากทรราชเป็นปราชญ์มีคุณธรรม แต่ผู้คนต่างรู้ว่าผู้ซึ่งชี้ทางให้นั้น คือเซียนผู้มองเห็นอนาคต แผ่นดินจึงสงบสุข” บัณฑิตผู้นั้นอธิบาย“ใช่ เหมือนกับฮ่องเต้แคว้นจงหลิงเราไม่มีผิด”“ใช่ๆ ข้าก็แอบคิดเช่นนั้น” หลายคนเริ่มกระซิบ“ว่ากันว่า..คดีขององค์หญิงครั้งนั้น ไม่ใช่เพราะโอรสสวรรค์ทรงตัดสินใจเด็ดขาดเพียงลำพัง แต่มีเสียงกระซิบจากเซียนผู้หนึ่งชี้ทาง ฝ่าบาทถึงกล้าตัดสินด้วยพระทัยแน่วแน่” ผู้คนในโรงน้ำชาพึมพำสนับสนุน “ใช่แล้ว หากไม่มีผู้แนะนำ ฮ่องเต้จะกล้าหรือ อย่าลืม ทรงถึงกับคุกเข่าต่อหน้าหมู่บัณฑิตเพื่อขอโทษ นั่นไม่ใช่เครื่องพิสูจน์หรือว่าเบื้องหลังมีเงาของเซียนจริง
Baca selengkapnya

บทที่ 209 อ๋องทั้งสอง

ห้องรับรองของจวนอ๋องจงเสียนเงียบสงบ กลิ่นหมึกและกลิ่นกำยานลอยคลุ้งในอากาศ ในห้องที่ประดับด้วยดอกไม้และภาพเขียนมากมาย มีสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นข้างผนัง เป็นโคมมังกรทะยานเมฆาทอง โคมที่ยามจุดไฟจะมีไอน้ำลอยขึ้น ตัวโคมจะหมุนไปรอบๆ สะท้อนเงามังกรออกมาบนผนังห้อง ขยับราวกับมีชีวิต โคมไฟที่ครั้งหนึ่งเอ้อร์กัวเคยสร้างให้บัณฑิตหลินนำไปถวายแก่อดีตฮ่องเต้!อ๋องจงเสียนยืนอยู่หลังโต๊ะยาว มือเรียวปาดพู่กันบนกระดาษอย่างมั่นคง อีกฝั่งหนึ่งคือบัณฑิตชราหลินเซียวเหวิน พวกเขาต่างคนต่างเขียนบทกวีอย่างจดจ่อ ราวกับเป็นพิธีสำคัญที่ไม่อาจรบกวน คล้ายพวกเขาไม่เห็นแขกผู้มาเยือนเอ้อร์กัวนั่งจนเข่าช้ำหลังปวด ตั้งแต่เขามาถึงที่นี่ เขาก็ถูกพามานั่งในห้องนี้ ไร้คำทักทายจากเจ้าบ้าน เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนฟ้าเริ่มมืด แต่สองคนนั้นยังคงเขียนบทกวีต่อไปอย่างเงียบงัน ราวกับเขาเป็นเพียงเศษธุลีที่ลอยอยู่ในห้องแต่เขาก็ทำได้เพียงอดทนต่อไปในที่สุด ความเงียบงันอันตึงเครียดนั้นก็หยุดลง ท่านอ๋องโบกมือเพียงเล็กน้อย สาวใช้หลายคนก็เข้ามาเก็บทุกอย่างออกไปโดยไร้เสียงฝีเท้าเอ้อร์กัวเฝ้ามองเหล่าสตรีน้อยที่ทำงานอย่างว่องไวคล่องแคล่ว ไม่นานก็มี
Baca selengkapnya

บทที่ 210 ยกย่อง

“หากท่านไม่ใช่เซียน คงไม่มีผู้ใดกล้ารับตำแหน่งเซียนแล้ว” อ๋องจงเจี้ยนยกย่อง“ท่านอ๋อง ข้าเป็นเพียงบัณฑิตต่ำต้อย ได้โปรดอย่าทำเช่นนี้เลยขอรับ ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ บางสิ่งไม่อาจก้าวล่วง” เอ้อร์กัวยังไม่อยากถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ที่สูงส่งกว่าฮ่องเต้ และอาจไม่สามารถรักษาชีวิตน้อยๆ ของเขาเอาไว้ได้“ฮ่าๆ ๆ ได้..ท่านเซียนว่าอย่างไรข้าก็ว่าตามนั้น ข้าจะไม่เรียกท่านว่าเซียน เรียกว่าท่านบัณฑิตเป็นอย่างไร” จงเจี้ยนทำตัวราวกับสาวกที่เชื่อฟังศาสดา“...” เอ้อร์กัวเพิ่งดีใจว่าไม่ถูกอีกฝ่ายกดข่มตักเตือน แต่เช่นนี้น่าหนักใจกว่าการถูกด่าอีกไม่ใช่หรือ!! เขาได้แต่ก้มหน้าไม่รู้ว่าควรรับมืออย่างไรดีทันใดเมื่อท่านอ๋องโบกมือ เหล่าผู้ติดตามของท่านอ๋องต่างคุกเข่าลงต่อหน้าเอ้อร์กัว เขาถึงกับงุนงงหวาดหวั่นรีบถอยหลัง “ท่านบัณฑิต ตัวข้าไร้ซึ่งสติปัญญา แต่หากท่านเห็นแก่ความสงบสุขของอาณาประชาราษฎร์ ได้โปรดมาเป็นกุนซือคอยชี้แนะอ๋องโง่เขลาเช่นข้าด้วยเถิด” อ๋องจงเจี้ยนโค้งหลังประสานมือ ให้เกียรติบัณฑิตยากจนผู้หนึ่งว่าเป็นผู้ทรงปัญญายิ่งกว่าเขา“ท่าน..” เอ้อร์กัวเริ่มเข้าใจแล้วว่าผู้สูงศักดิ์ต้องการสิ่งใดจากเขา แม้อากาศยามเ
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
1920212223
...
26
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status