All Chapters of หิมะทะเลทราย: Chapter 41 - Chapter 50

63 Chapters

ดุเดือด

“ท่านแม่ทัพ! กองทัพส่วนหน้าขอให้ส่งทัพเสริมขอรับ!”“จะเอามาจากไหน!!” เขาถลึงตาด่าลูกน้อง ก่อนจะชะงักเมื่อได้ยินเสียงปริศนา “เสียงอะไร?” แม่ทัพฉู่รีบปีนขึ้นหอสูงกลางค่าย เมื่อเห็นภาพเบื้องล่างก็ถึงกับตัวแข็ง “ป้องกันค่าย! เร็วเข้า!”ทหารที่กำลังเคลื่อนพลต่างตกอยู่ในอาการสับสน เมื่ออยู่ดีๆ ก็ให้เปลี่ยนกระบวนทัพกองหน้าที่บุกตีเมืองกำลังโหมกระหน่ำอย่างหนัก การถอยทัพอย่างกะทันหันย่อมเปิดช่องให้ศัตรูบนกำแพงเมืองไล่ฆ่าได้ง่ายดายแต่ถ้าไม่ถอย... แนวหลังของพวกมันกำลังจะถูกทหารม้าศัตรูบดขยี้คลื่นนนนนนคลื่นทัพม้าพุ่งทะยานลงจากเนินดินดุจมวนน้ำอันมหาศาลกีบม้าหมื่นกีบเหยียบย่ำลงบนพื้นดินพร้อมกัน เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะถล่ม ฝุ่นทรายที่ถูกเหยียบให้ปลิวฟุ้งกลายเป็นเมฆหมอกขนาดใหญ่ทหารศัตรูที่กำลังปรับกระบวนทัพถึงกับมือไม้อ่อน อาวุธหลุดจากมือ แววตาเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวังเมื่อเห็นกำแพงม้าสีเงินเคลื่อนที่เข้าหาตัวด้วยความเร็วสุดชีวิตทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่งและเคลื่อนที่ช้าๆภาพกีบม้าลอยมาช้าๆ เหยียบย่ำลงที่ใบหน้า ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะดับวูบลงในความมืดเพียงชั่วอึดใจ ปีกซ้ายของทัพฉู่ก็ถูกต
Read more

แม้เป็นเพียงตัวสำรอง...

แสงเทียนภายในห้องพักสั่นไหววูบวาบตามจังหวะการเคลื่อนไหวของคนด้านในเปลวเพลิงเล็กๆ เต้นระบำไปตามลมปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของเหล่าสตรีผู้ทรงพลัง เงาของพวกนางทอดยาวไปตามผนังห้อง ดูคล้ายภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้ด้วยชีวิตไร้ซึ่งเสียงกลองรบหรือการฉลองชัยชนะที่เอิกเกริก มีเพียงบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสุราอาหารและความลับ ผสานเสียงบรรเลงและการเต้นรำของสองฝาแฝดเจ้าหญิงผมสีเงิน ผู้มีนัยน์ตาสีฟ้าประดุจมหาสมุทรลึก นั่งจิบสุราพลางนัวเนียอยู่กับซือเหมยในร่างแม่ทัพวัยกลางคนอย่างไม่ถือตัว ใบหน้างามของนางแดงเรื่อจากฤทธิ์สุรา ผมสีเงินสยายหล่นลงบนบ่าเนียน ผิวขาวผ่องสะท้อนแสงเทียนเป็นประกายระยิบระยับ มือเรียวเล็กของนางลูบไล้ไปตามแขนของซือเหมยอย่างคุ้นเคย“นางเป็นใครอีกล่ะนั่น?” เยี่ยจือหานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดจะ แง่งอนเล็กน้อย แววตาคมคายของเขาฉายแววสับสนและความไม่พอใจที่ถูกกั้นไว้“เป็นบุรุษ... เหตุใดถึงทำท่าทางแง่งอนเช่นนั้นเล่า” ซือเหมยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะรวบตัวเขาลงมานั่งบนตักหนาจือหานพยายามดิ้น แต่เรี่ยวแรงของเขากลับสู้ซือเหมยไม่ได้ ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำด้วยความเขินอาย“นี่คือลูกบุญธรรมข้าเอง..
Read more

รวมแคว้น

สามวันหลังจากสมรภูมิที่ลู่เกา กองทัพใหญ่สองแสนนายมุ่งหน้าตรงสู่นครหลวงแคว้นฉู่เสียงกีบเท้าม้านับหมื่นดังกึกก้องราวกับเสียงกลองมรณะ สะท้านไปทั่วทั้งหุบเขาและทุ่งหญ้า ฝุ่นทรายที่ถูกเหยียบให้ปลิวฟุ้งกลายเป็น เมฆหมอกขนาดใหญ่ที่ปกคลุมเส้นขอบฟ้า แนวขบวนทหารทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เกราะเหล็กและอาวุธในมือสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าเป็นประกายวาววาบราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านทะเลทรายโดยมีแม่ทัพนักรบสุริยะควบม้าตามมาห่างๆ เพื่อรอชม “ความสนุก” ที่กำลังจะเกิดขึ้นเขาขี่ม้าอยู่บนเนินสูง มองดูกองทัพของซือเหมยที่เคลื่อนพลอย่างเป็นระเบียบด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก บ้างก็ว่าเขาคือสุนัขจิ้งจอกที่ฉลาด บ้างก็ว่าเขาคือหมาป่าที่รอจังหวะฉกเหยื่อ แต่ไม่ว่าอย่างไร วันนี้เขาเลือกที่จะเป็นผู้ชม ไม่ใช่ผู้เล่นในเกมนี้ อีกอย่างลูกค้าประจำที่กระเป๋าหนักแบบนี้คงหาที่ไหนไม่ได้อีก ขาทองคำเขาต้องเกาะไว้ให้แน่ที่ท้ายขบวนคือภาพที่ผู้คนจะจดจำไปชั่วชีวิต...แม่ทัพใหญ่แคว้นฉู่และฮุยถูกขังในกรงเหล็กแคบๆ ที่ไม่มีพื้นรองรับ พวกเขาถูกลากไปกับพื้นถนนด้วยโซ่เส้นยักษ์ เสียงกรงเหล็กครูดกับหินดังแสบแก้วหูสลับกับเสียงร้องโหยหวน“ข้า... ข้ายอมแล
Read more

หญ้าเขียวขจี

ณ พระราชวังใหญ่นครหลวงจินหลิง บรรยากาศที่เคยตึงเครียดกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะกึกก้อง“ฮ่าๆๆๆๆๆ! เค่กๆ!”ฮ่องเต้แคว้นจ้าวหัวเราะลั่นจนสำลัก ไอออกมาอย่างรุนแรงจนหม่ากงกงต้องรีบเข้าไปลูบหลังถวายการปรนนิบัติอย่างระมัดระวัง“ฝ่าบาท ทรงพระเกษมสำราญเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ ประเดี๋ยวพระวรกายจะรับไม่ไหว” หม่ากงกงทูลด้วยความเป็นห่วง มือที่ลูบหลังยังคงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความคุ้นชินจากการปฏิบัติมาช้านาน“ข่าวดี... มันเป็นข่าวดีจริงๆ หม่ากงกง!” ฮ่องเต้ตรัสพลางปาดน้ำตาจากความจี้เส้น พระพักตร์ที่เคยเคร่งขรึมบัดนี้กลับสดชื่นราวกับได้พบกับฤดูใบไม้ผลิ“เกิดอะไรขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ เหตุใดถึงทรงพระสรวลเสียงดังไปถึงตำหนักหน้า” หม่ากงกงทูลถามด้วยความฉงน มือที่ลูบหลังเริ่มช้าลงเมื่อเห็นว่าพระอาการเริ่มทรงตัว“ข่าวจากชายแดนน่ะสิ...”ฮองเฮาผู้สง่างามซึ่งประทับอยู่ข้างกายตรัสตอบด้วยรอยยิ้มละไมทว่าแฝงความนัย พระหัตถ์เรียวบางยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสงบนิ่ง ราวกับเรื่องที่กำลังพูดถึงเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยในราชสำนัก“แม่ทัพของพวกเราไม่เพียงแค่ชนะศึก แต่ยัง ‘รวบ’ แคว้นฉู่และแคว้นฮุยมาไว้ในกำมือเรียบร้อยแล้ว”นางจิบชาช้าๆ
Read more

ความลับกลางหิมะ

พรืดดด!น้ำชาในปากเยี่ยฮูหยินพุ่งปรี๊ดออกมาทันที ของเหลวร้อนกระเด็นเปรอะเลอะชุดผ้าไหมบางเบา มู่ฉิงต้องรีบหยิบผ้าซับให้“แม้แต่เมียขุนนางที่จ้องจะฆ่านาง... นางก็ยังไม่เว้น!”เยี่ยฮูหยินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ผสมระหว่างความตกใจและขบขัน “นางนี่มัน... มัน...”“มันบ้าบิ่นใช่ไหมเจ้าคะ?” หลี่เยี่ยนเสริม “ข้าก็บอกนางเหมือนกัน แต่ท่านแม่ทัพบอกว่า ‘ยิ่งเป็นเมียขุนนางที่คิดร้าย ยิ่งต้องเอามาไว้ในกำมือ จะได้ไม่มีใครกล้าก่อการ’”“แล้วนางก็เชื่อ?”“นางไม่เชื่อหรอกเจ้าค่ะ” หลี่เยี่ยนหัวเราะ “แต่ฮูหยินผู้นั้น... ยอมจำนนด้วยน้ำพักน้ำแรงต่างหาก”เยี่ยฮูหยินหน้ามืดตามัว ต้องนั่งลงกับเตียงอย่างรวดเร็ว“มู่ฉิงเจ้าก็เตรียมตัวให้ดี! เจ้าอาจต้องช่วยลูกชายข้า”“เจ้าค่ะนายหญิง” มู่ฉิงรับคำด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก“ข้าหมายถึง... ให้เจ้าช่วยดูแลลูกข้า!” เยี่ยฮูหยินรีบแก้ “อย่าให้เขาโดนพวกนางรุมรังแกอีก!”“เจ้าค่ะ” มู่ฉิงตอบ แต่แววตากลับขบขันไม่ต่างจากหลี่เยี่ยนหลี่เยี่ยนลุกขึ้นเดินไปเปิดหน้าต่าง แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องเข้ามาในห้อง กระทบกับละอองฝุ่นที่ลอยว่อน“อีกไม่นาน... ซือเหมยจะกลับมา” นางเอ่ยเบาๆ “แล้วเมืองหลว
Read more

เศษซากจากอดีต

“นี่มันเหมือน... ทางเข้าสุสานโบราณในบ้านเกิดข้าเลย” ชิงชิงมองดูผนังถ้ำด้วยความตื่นตะลึง มือบางลูบไปตามรอยสลักที่เต็มไปด้วยฝุ่น “ในอดีต... ที่นี่อาจเป็นป้อมปราการสุดท้ายของเหล่านักรบในอดีตกาล โลกใบนี้...”นางเว้นช่วงไว้แล้วมองดูรูปหญิงสาวถือดาบใหญ่และสวมมงกุฎแห่งราชา ในนิ้วมือยังมีแหวนแห่งอำนาจที่เปล่งประกายเจิดจ้าแม้เป็นเพียงภาพสลัก“สองครั้ง” ชิงชิงพูดต่อ “โลกนี้อาจเคยข้ามผ่านวิทยาการขั้นสูงสุดมาแล้ว”“วิทยาการคืออะไร...” ซือเหมยหันไปถามกูลูกูลูถอนหายใจ “มันคือสิ่งที่มนุษย์คิดค้นและสร้างมันขึ้นมาด้วยปัญญาของตนเอง ไม่ใช่พลังวิเศษหรือพรแสวงที่เทพเจ้ามอบให้”“แต่วิทยาการก็มีขีดจำกัด” เยี่ยฉินเสริม มองดูภาพสลักเมืองลอยได้ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “ยังมีอีกสิ่งที่เหนือกว่า...”“ใช่...” กูลูพยักหน้า “มันคือเทววิทยา สิ่งที่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ พลังที่มาจากมิติอื่น พลังที่พวกเราผู้พิทักษ์ใช้ต่อสู้”ซือเหมยมองภาพสลักที่เมืองลอยได้ค่อยๆ แตกสลายลงสู่พื้นดิน ผู้คนนับหมื่นตกลงมาจากฟากฟ้า ภาพแห่งความพินาศที่แม้แต่จินตนาการยังยากจะสร้าง“มาเถอะ” นางหันไปบอกทุกคนด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “พวกเรารีบส
Read more

หิมะ

ติ๊ด... ฟู่...ประตูบานใหญ่สุดทางเดินเปิดออก“เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมพ่อเจ้าถึงตาย แม่เจ้าถึงต้องสังเวยชีวิต” นางหันกลับมาพูดกับซือเหมยที่กำลังมองสิ่งต่างๆ อย่างตื่นเต้น“ข้ารู้แค่ว่าคนพวกนั้นอิจฉาท่านพ่อ และท่านย่าที่ต้องการให้ไอ้สารเลวนั่นเป็นผู้นำตระกูล”“ไม่... เป็นเพราะของพวกนี้ ที่นี่... ข้าเคยพบทั้งคู่ และช่วยทั้งคู่ แล้วก็เจ้า... เจ้าเกิดที่นี่ เจ้าคิดไหมว่าทำไมถึงแตกต่างจากคนอื่น”นางหันกลับมายิ้มให้ซือเหมย พลางเปิดประตูบานเล็ก “นี่เป็นห้องพักในตอนนั้น”“ที่นี่ไม่ได้ถูกทิ้งร้างหรือ?” ซือเหมยถามกลับ“ใช่ พวกข้ากำลังซ่อมมัน กว่าจะติดต่อกองกำลังหลักได้มันยากมากเลยน่ะ” นางยิ้มตอบพลางส่งรูปเหมือนของพ่อกับแม่ซือเหมยให้“นี่คือ...”“พวกเราเรียกมันว่า ‘ภาพถ่าย’... เด็กน้อยที่นั่งอยู่คือเจ้า”“ทำไมข้าจำอะไรไม่ได้เลย”นางมีสีหน้าเปลี่ยนไป “หรือว่าลบความทรงจำ?” เยี่ยฉินถาม“ใช่ พ่อของนางเป็นคนขอให้ข้าปรับเปลี่ยนความทรงจำ”“พวกมันต้องการอะไรกันแน่” ซือเหมยเริ่มไม่เข้าใจว่าสรุปแล้วคนพวกนั้นต้องการอะไร แล้วตอนนี้มันเรื่องอะไรกัน สรุปแล้วมันเกิดอะไรขึ้น“เจ้าอาจต้องการเวลามากกว่านี้ แต่เวลาไม
Read more

หิมะสีเลือด

“เวลาของเจ้าหมดลงแล้ว”เสียงทุ้มลึกดังขึ้นตรงข้ามกับนาง ห่างเพียงสามสิบก้าว บนหลังคารอบๆ นางเต็มไปด้วยนักฆ่าที่ล้อมรอบนางอยู่ซือเหมยแสยะยิ้มเย็น“พวกเจ้าครึ่งร้อย... มาเพื่อฆ่า... ข้าคนเดียวหรือ” นางเอ่ยเสียงเรียบ “เป็นเกียรตินัก”รอยยิ้มเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากบาง นางดึงดาบออกจากฝักที่ขาวราวหิมะช้าๆ ดุจหิมะที่โปรยปรายอย่างแผ่วเบาซ่า...เสียงดาบเสียดสีกับปลอกดังแผ่วเบาในความเงียบ ราวกับเสียงกระซิบของมัจจุราชเกล็ดหิมะตกลงบนปลายดาบ ฝักดาบถูกต่อกลายเป็นดาบยาวที่นางเคยใช้แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนใบดาบสีเงินวาววับ สะท้อนให้เห็นดวงตาของนักฆ่าที่เรียงรายอยู่บนหลังคา—เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความตึงเครียดลมหายใจเข้าช้าๆ...ลมหายใจออกช้าๆ...ลมหายใจของนางเข้าออกอย่างสม่ำเสมอท่ามกลางอากาศที่เย็นจนเข้ากระดูก“ฆ่า!!”เสียงตะโกนดังขึ้น เสียงธนูหลายร้อยสายถูกปล่อยออกมาพร้อมกันซือเหมยไม่ขยับมีเพียงมือที่ค่อยๆ ยกดาบขึ้นข้างหน้า ช้าๆ ราวกับไม่มีอะไรเร่งเร้าลูกธนูนับร้อยพุ่งทะยานเข้าหานางจากทุกทิศทางนางยังไม่ขยับรอ...รอ...รอ...ตึง!ในพริบตาที่ลูกธนูใกล้ถึงตัว นางเคลื่อนไหวหลบลูกธนู“ฆ่า!!”มัน
Read more

หวนคืนภาคกลาง

บรรดาทหารในหน่วยต่างก้มหัวให้นางเป็นแถว รอจนนางเดินห่างไปไกลแล้วจึงพากันเงยหน้าขึ้น“หัวหน้าท่านเป็นยอดคนจริงๆ” ทหารหนุ่มที่เพิ่งพูดไปก่อนหน้านี้เอ่ยขึ้นด้วยความเคารพ“นางเป็นต้นแบบที่ข้านับถือเลย” อีกนายเสริม“นายกอง!” ทหารคนหนึ่งที่กำลังเก็บกวาดศพอยู่มุมสวนร้องขึ้น “มาทางนี้ขอรับ”หยางอี้เดินเข้ามาด้วยสีหน้าง่วงๆ “มีอะไรกัน ไม่ทำงานหรือไง”“ข้าเจอในเสื้อของมันขอรับ” ทหารนายนั้นยื่นหนังสือเล่มเล็กๆ ให้ “เป็นของหัวหน้านักฆ่า”หยางอี้รับมาดู พลิกผ่านสองสามหน้า สีหน้าเริ่มเปลี่ยนไป“องครักษ์เงาแคว้นฉี...” เขาพึมพำ “พวกมันถ่อมาทำอะไรถึงที่นี่”“แคว้นฉีขอรับ?” ทหารที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถาม “พวกมันเป็นรัฐของเราไม่ใช่หรือ”“นั่นซิขอรับ” อีกนายเสริม “แล้วตกลงเราจะกลับนครหลวงหรือกลับเขตตะวันตกดี”หยางอี้ไม่ตอบในทันที เขามองหนังสือในมือ แล้วมองไปที่ศพที่เกลื่อนพื้น“ทหารของเราจะแยกกลับป้อมปราการหุบเขา” เขาตอบในที่สุด “จะมีทหารเพียงห้าหมื่นกลับเมืองหลวงพร้อมพี่ใหญ่”“ได้พักเสียที” ทหารหนุ่มถอนหายใจด้วยความโล่งอก“ข้าก็หวังอย่างนั้น” หยางอี้เก็บหนังสือใส่แขนเสื้อ พลางมองไปทางห้องอาบน้ำที่ซือเหมยเพิ่งเ
Read more

เขาเทียนซาน

บรรยากาศที่แสนวุ่นวายสงบลงเมื่อ องค์หญิงใหญ่วิ่งเข้ามากอดน้าสาวอย่างสุดรัก“ฮึบ!” องค์หญิงน้อยกระโดดหมุนตัวนั่งตักน้าสาวคนสวย“ลูกแม่... เจ้าเป็นองค์หญิงใหญ่ เจ้าควรทำตัวให้ดีหน่อย”“ท่านพี่อย่าดุนางเลย นางยังเด็กนัก”“เจ้าตามใจหลานมากไป ระวังนางจะเสียคน”ซือเหมยไม่สนใจ นางไม่ได้มามือเปล่า นางหยิบของที่ได้จากการหลอม ศิลาดาราสวรรค์ในถ้ำเหมันต์ออกมา มันคือดาบเงินสั้นที่งดงามทว่าเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายโบราณ“ของฝากจากน้าเอง”องค์หญิงใหญ่ยิ้มอย่างยินดี “ท่านน้านี่คืออะไร” นางมองดาบเงินแวววาวสวยงาม ยาวประมาณช่วงแขนพอดีจี๊ก!“โอ้ย! ข้าเจ็บน่ะ”“องค์หญิงเป็นอะไรไหมพ่ะย่ะค่ะ” บรรดานางกำนัลและพี่เลี้ยงรีบเข้ามาดู แต่ก็ต้องถอยกรูดเมื่อเจอสายตาตรงหน้าติ้ง!เลือดแดงข้นหยดลงบนใบดาบฟึบ!เมื่อเลือดขององค์หญิงหยดลงบนใบดาบ สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น! ดาบเล่มนั้นกลับย่อส่วนและเปลี่ยนรูปทรงกลายเป็น ปิ่นปักผมเหล็กดิ่ม ทองคำขาว ที่เปล่งประกายลึกลับ“อาเหมย... นี่มันของล้ำค่าระดับตำนาน เจ้ามอบให้เด็กคนนี้ง่ายๆ เช่นนี้หรือ?” ฮ่องเต้ตามองตาค้าง “แล้วของข้ามีหรือไม่”“ข้าเป็นแม่ทูนหัวของนาง ข้าให้นางผิดหรือ” ซือ
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status