หิมะทะเลทราย

หิมะทะเลทราย

Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
63Chapters
125views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ฮูหยินคนใหม่ของเขากำลังจะก้าวเข้าประตู ด้านนอกจวนโหวมีพลุสว่างไสวเฉลิมฉลองตลอดทั้งคืน ข้าโดนโยนออกมาเหมือนหมาตัวหนึ่ง เสียงเพลงแปลกประหลาเลอยเข้ามาในหัว ‘หมดความหวังนั่งน้ำตาริน ข้าวปลาไม่กิน นั่งรินกินแต่เหล้า...’ เห็นแก่เหล้าฟรีจนบางตาย

View More

Chapter 1

สายลมเหมันต์

ตอน ลูกบุญธรรม

นิชาสาวน้อยวัย 18 ปี ที่ได้ผู้มีพระคุณอุปการะเลี้ยงดูมาตั้งแต่เธออายุ 10 ขวบ นิชาเป็นเด็กกำพร้าที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่ง เมื่อเธอมีอายุครบ 10 ปีก็มีคนรวยคู่หนึ่งที่อยากมีลูกมาก มาอุปการะเธอไปเลี้ยงดูเป็น ลูกบุญธรรม และเลี้ยงดูเธอมาเป็นอย่างดี จนกระทั้งวันหนึ่ง ญาดา ( แม่บุญธรรมของเธอ ) ได้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต นิชาก็ได้ใช้ชีวิตอยู่กับ วันรบ ( พ่อบุญธรรมของเธอ ) จนกระทั้งหนึ่งปีหลังจากแม่บุญธรรมของเธอจากไป วันรบก็เริ่มเล่นการพนันอย่างหนัก ติดเหล้า ติดผู้หญิง ทำให้บริษัทของเขาเข้าขั้นวิกฤต จนเริ่มกู้หนี้ยืมสินมาเรื่อยๆ

@PPR คาสิโน

ตุ๊บ!!!

“ โอ้ย….. ”

วันรบที่ถูกลูกน้องของพายุ ไปลากตัวเขามาจากบริษัทของเขาที่จะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่

” นายครับ “

กวินลูกน้องคนสนิทมือขวาของพายุ เรียกผู้เป็นนาย ที่มองบุคคลตรงหน้าอยู่ด้วยสายตาราบเรียบ

” เท่าไหร่ “

พายุถามลูกน้องของเขาออกไป เพราะคนที่จะโดนลูกน้องของเขาลากตัวมาทีนี้ได้ ในห้องดำ คนคนนั้นจะต้องเป็นหนี้เขาแล้วไม่มีจ่าย หรือไม่ ก็เป็นพวกที่เป็นตัวปัญหาสำหรับเขาเท่านั่น เพราะห้องดำจะมีไว้ ใช้สำหรับพวกคนเหล่านี้

” คุณพายุ ครับ ผม ผมขอเวลาอีกสักนิดนะครับ “

วันรบรีบพูดด้วยความลนลาน เพราะกลัวบุคคลตรงหน้ามากๆ ถึง พายุ จะเป็นเด็กหนุ่มที่มีอายุน้อย แต่เขาก็ประสบความสำเร็จเร็ว และมีอำนาจมากจนล้นมือ ทำให้ไม่มีใครกล้ายุ่งกับเขา

” เท่าไหร่ กวิน “ พายุไม่ฟังเสียงพูดขอร้องของคนตรงหน้า แต่เขาถามลูกน้องของเขาย้ำอีกครั้ง

” 15 ล้านรวมดอกเบี้ยครับ “ กวินรายงานคนเป็นนายออกไป

” รู้ใช่มั้ยคนที่มันผิดคำพูดกับกู จุบจบมันเป็นยังไง “ พายุถามวันรบออกไป

” ผม ผมขอ “

พลั๊ว!!!!

ยังไม่ทันที่วันรบจะพูดจบ แท่งเหล็กที่อยู่ข้างมือของ พายุก็ฟาดเข้ามาที่หน้าของวันรบทันที และทำให้มีเลือดติดที่แท่งเหล็กของเขา

” กูไม่ชอบคนผิดคำพูด 15 ล้านของกู ต้องได้ภายในพรุ่งนี้ “ เขาพูดและจ้องหน้าชายวัยกลางคนด้วยสายตาคมนิ่ง เข้มขรึมและน่ากลัว

” ผมขอเวลาสักหน่อยได้มั้ยครับ ระหว่างนี้ผมจะให้ลูกสาวของผมมาขัดดอกไปก่อน “ วันรบที่ใบหน้าอาบไปด้วยเลือดรีบพูดและยื่นข้อเสนอให้เขา

” ถ้ากูรับผู้หญิงขัดดอก ป่านนี้กูมีเป็นร้อยคนไปแล้ว “

พายุพูดขึ้นมา เพราะถ้าเขารับผู้หญิงที่ลูกหนี้ของเขาต่างยื่นมาเป็นของขัดดอก ป่านนี้เขาคงยังเอาไม่ครบที ถึงพายุจะเป็นผู้ชาย แต่เขาก็ไม่เอาผู้หญิงที่ยอมมาเป็นของขัดดอกทำเมียให้เสียเวลา พราะถ้าเอาพวกเธอเลย มันจะยืดเยื้อ คนที่เป็นหนี้ของเขาจึงจะต้องหาเงินมาใช้หนี้เขาเท่านั้น หรือไม่จุบจบของคนที่คิดจะไม่ใช้หนี้เขาคือ ตาย

“ แต่ผมคิดว่า ถ้าคุณเจอลูกผม คุณจะยอมให้เวลาผมหาเงินมาใช้หนี้คุณ “

วันรบพูดต่อรองขอเขาอีกครั้ง เพราะวันรบมั่นใจว่า ถ้าพายุได้เจอกับนิชา เขาจะเปลี่ยนใจ ด้วยความที่ นิชา มีใบหน้าที่สวยหวาน ดวงตากลมโต ผิวพรรณขาวผ่องดังหยวกกล้วย

“ หึ มึงมั่นใจขนาดนั่น ”

พายุหัวเราะในลำคอ ทำไมไอคนนี้ถึงคิดว่าเขาจะยอมให้เวลามัน ลูกสาวมันเป็นนางฟ้ามาจากไหนกัน

“ ครับ ” วันรบพูดออกไปด้วยเสียงสั่น

“ ไปเอาตัวลูกสาวมันมา ”

พายุหันไปสั่งกวิน เพราะเขาก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าลูกสาวของมันจะเป็นยังไง ทำไมมันถึงคิดว่าเขาจะเปลี่ยนใจ แต่ถ้าเขาเจอเธอแล้ว เธอไม่อาจทำให้เขาเปลี่ยนใจได้ เขาจะให้จุบจบมันวันนี้เลย

“ ครับนาย ” กวินรับคำสั่งจากคนเป็นนาย และรีบออกไปที่บ้านของวันรบทันที

@บ้านวันรบ

กวินและลูกน้องอีกสี่คนเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ที่เงียบสนิทเหมือนไม่มีคนอยู่ แต่พอเขาเดินเข้ามาจนกระทั่งถึงห้องรับแขก ก็เห็นมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่

“ คุณ มาหาใครค่ะ ”

นิชาที่เห็นคนแปลกหน้า ท่าทางน่ากลัวเดินเข้ามา เธอก็รีบลุกขึ้นและถามออกไป

“ ลูกสาววันรบใช่ไหม ” กวินถามเด็กผู้หญิงคนนี้ออกไป

“ คุณพ่อ คุณมาหาคุณพ่อเหรอคะ ”

นิชาถามคนตรงหน้าออกไป เพราะถ้าเขารู้จักชื่อพ่อของเธอก็คงจะเป็นแขกของคุณพ่อหรือคนรู้จักมั้ง

“ ตอบมา ว่าเธอใช่ลูกสาววันรบใช่มั้ย ” กวินไม่ตอบคำถามเด็กผู้หญิงคนนี้แต่ยังคงถามเธอออกไป

“ ค่ะ ” นิชาเลยตอบเขาออกไป

“ งั้นไปกับเรา พ่อคุณรออยู่ ” กวินพูดออกไป และเดินเข้ามาเพื่อจะพาตัวเธอไป แต่นิชาถอยหลัง

“ ไปไหน ไปทำไม ” นิชาถามออกไป เพราะคนตรงหน้าดูท่าทางไม่น่าไว้ใจและน่ากลัวมาก

“ ถ้าไม่อยากให้พ่อเธอ ตายไวไปกับเรา ”

กวินพูดขึ้นอีกครั้ง และนิชาที่ได้ยินคำว่า ไม่อยากให้พ่อตาย เธอเลยรีบตัดสินใจและไปกับเขา เธอไม่รู้เลยว่า คนพวกนี้จะพาเธอไปไหน แต่คำว่า พ่อ ยังไงเธอก็จะต้องไปช่วย

นิชานั่งรถมากับคนพวกนี้ เธอมีท่าทางเกร็งและกลัวมาก เธอพยายามมองไปรอบๆ โชคดีที่เป็นถนนใหญ่ถึงจะเป็นทางที่เธอไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็ยังเป็นถนนใหญ่ เธอนั่งรถมากับคนพวกนี้ประมานั่งสองชั่วโมง รถก็มาจอดที่ตึกแห่งหนึ่ง แต่เธอดูจากทางเข้าแล้วค่อนข้างน่ากลัวมาก

“ ลงมา ”

กวินบอกกับเธอ และนิชาก็ลงมาและเดินตามเขาเข้ามาเงียบๆ แต่สายตาเธอพยายามมองหาทางหนีทึไล่ไว้ เผื่อคนพวกนี้โกหกเธอ เธอจะได้หาทางหนีได้ถูก

แกร๊ก

“ พ่อ ”

ทันทีที่ประตูห้องดำถูกเปิดออก นิชาก็ได้เห็นคนเป็นพ่อของเธอนั่งอยู่ที่พื้น และเสื้อผ้าของผู้เป็นพ่อมีคราบเลือดติดอยู่ เธอเห็นพ่อ เธอเลยรีบวิ่งเข้ามา

“ นิชา ” วันรบเรียกชื่อลูกสาวบุญธรรมออกไป

“ มันเกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมหน้าพ่อ แล้วพวกเขาคือใคร ”

นิชาถามพ่อตัวเองออกไป และมองคนที่อยู่ในห้องนี้ไปด้วย

พายุที่ได้ยินเสียงหวานของคนที่เข้ามา เขาเลยหันมามอง ก็ได้เห็นใบหน้าของคนที่เป็นลูกสาวของลูกหนี้เขา พายุถึงกับจ้องมองคนตัวเล็กที่รัวคำถามใส่คนเป็นพ่อตัวเองเงียบๆ

“ พวกเขาคือเจ้าหนี้พ่อ ” วันรบบอกกับนิชาออกไป

“ แล้วทำไมเขาต้องทำร้ายพ่อแบบนี้ด้วย ” นิชาถามด้วยน้ำเสียงสั่น และใบหน้าสวยก็เริ่มมีน้ำตา

“ นิชาฟังพ่อนะ นิชาต้องไปอยู่กับเขา และพ่อจะรีบหาเงินมาใช้หนี้ ”

วันรบบอกลูกสาวบุญธรรมของตัวเองออกไป เขาก็ไม่มั่นใจว่าพายุ จะให้นิชาไปอยู่ด้วยมั้ย

“ รำลากันเสร็จยัง ” พายุพูดออกไปด้วยเสียงเรียบ และก็จ้องมองคนตัวเล็กที่ใบหน้าสวยตอนนี้มีแต่น้ำตา

“ ครับ ตกลงคุณพายุให้นิชาไปขัดดอกก่อนใช่มั้ยครับ “ เมื่อได้ยินเสียงพายุ วันรบก็รีบหันมาถามเขาทันที

” กูให้เวลามึง สามเดือน เอามันออกไป “

เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้โอกาสลูกหนี้ตัวเอง แค่เขาได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า มันทำให้เขาเหมือนโดนมนต์สะกด ประโยคแรกเขาพูดกับวันรบ และอีกประโยคเขาพูดกับพวกลูกน้องของเขา

” ครับ ขอบคุณครับ “ วันรบรีบยกมือไหว้พายุ และรีบลุกลนลานออกไป ทิ้งนิชาไว้ในห้องนี้

” คุณพ่อ คุณพ่อ “

นิชาเรียกตามหลังคนเป็นพ่อ และพยายามลุกตามวันรบออกไป แต่เธอก็ไม่สามารถตามออกไปได้เนื่องจากโดนคนของพายุขวางไว้ เธอจึงหันกลับมาหาเขา

” ปล่อยหนูไปเถอะนะคะ ถ้าคุณพ่อเป็นหนี้หนูจะหาเงินมาใช้คุณ ขอร้องปล่อยหนูไปเถอะ “

คนตัวเล็กยกมือไหว้ขอความเห็นใจจากเขา แต่กลับไม่ได้คำตอบอะไรกลับมา เพียงแต่เขามองหน้าเธอนิ่ง

เขามองเด็กผู้หญิงคนนี้ที่เอาแต่ร้องไห้อ้อนวอนเขาอยู่สักพักก็ลุกขึ้นและเดินมาหาเธอ

“ ไปกลับฉัน ” พายุพูดออกไป

“ ไปไหนคะ ไม่ไปนะ ” นิชาพูดออกมา แต่แขนเล็กของเธอก็โดนเขาดึงขึ้นให้เดินตามมาแล้ว

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
63 Chapters
วสันตฤดู
ภายในห้องหอที่สว่างไสวด้วยแสงเทียนวูบไหว ร่างของบิดาที่ถูกส่งกลับมา ทว่าไม่ใช่เพียงหนึ่ง เบื้องหน้ากลับเป็นโลงศพที่วางเรียงราย... กลิ่นธูปคละคลุ้งปนเปกับกลิ่นคาวเลือดที่ยังไม่จางหาย ร่างไร้วิญญาณของพี่ชายและพี่สะใภ้ทั้งสาม ความเสียใจถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อรู้ความจริงนางนั่งมองโลงศพที่ตั้งเรียงรายอยู่ในโถงบรรพชนตระกูลหาญ ท่ามกลางเหล่าขุนศึกสหายร่วมรบของบิดาที่รอดกลับมา และบรรดาสหาย ที่มาร่วมงาน กลิ่นธูปคละคลุ้งปนเปกับกลิ่นคาวเลือดที่ยังไม่จางหาย หาญซือเหมยมอง ‘หาญหลิงอวิ๋น’ น้าสะใภ้ที่ร่างกายสั่นเทา จดหมายลับฉบับหนึ่งถูกส่งให้นาง ด้วยมือที่หยาบกร้านของน้าสะใภ้ผู้กลายเป็นสตรีม่าย นางมองน้าสะใภ้ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยผ้าพันแผล“พี่ชายและพี่สะใภ้ของเจ้า... ทั้งหมดถูกซุ่มโจมตีตอนที่นำร่างของพ่อเจ้ากลับ พร้อมกับกองทัพที่กำลังถอยกลับเมือง”“พวกเขาสิ้นชีพอย่างสมศักดิ์ศรี... ไหมเจ้าค่ะ” นางถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือน้าสะใภ้พยักหน้าทั้งน้ำตา “พวกเขาสิ้นชีพอย่างสมศักดิ์ศรี...” คำนั้นช่างขมปร่าในความรู้สึก สมศักดิ์ศรีแล้วอย่างไร ในเมื่อสุดท้ายแล้วเหลือเพียงร่างที่ไร้วิญญาณและจดหมายลับที
Read more
เหล้าพิษ
สายตาคมกริบของชายหนุ่มจดจ้องมองตามแผ่นหลังที่เหยียดตรงของซือเหมยด้วยความโกรธกริ้วที่พลุ่งพล่านจนแทบระงับไม่อยู่ สำหรับเขา... นางเคยเป็นเพียงสตรีที่คอยเดินตามหลังและยอมสยบให้เขาเสมอมา ทว่ายามนี้ นางกลับเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะเหลือบแลหรือให้เกียรติเขาในฐานะสามีแม้แต่น้อย ความเย็นชาของนางประดุจคมดาบที่กรีดลงบนศักดิ์ศรีของบัณฑิตอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน“สามหาวนัก! นางนึกว่าตนเองเป็นใครกัน!” เขาพึมพำลอดไรฟัน มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน‘ท่านยังไม่เข้าพิธีแต่งงานกันเลย จะเป็นอะไรกันได้’ บรรดาบ่าวในจวนต่างคิดไปในทางเดียวกันชายที่หายไปหลายปี กลับมาพร้อมหญิงสาวในอ้อมกอด ซ้ำยังพาขี่ม้าเข้าเมืองมาเหมือนประกาศให้ทั้งเมืองรับรู้ แบบนี้ใครเล่าจะยอมรับเขาสะบัดหน้ากลับมาทางบ่าวรับใช้ที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นเทา ก่อนจะตวาดถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ในตอนที่ข้าไม่อยู่ เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่กันแน่! แล้วท่านแม่ข้าไปไหน เหตุใดนางถึงไม่มาต้อนรับข้า!”เหล่าคนรับใช้ต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความลำบากใจ บรรยากาศรอบกายพลันเย็นยะเยือกขึ้นมาถนัดตา “ระ... เรียนคุณท่าน ฮูหยินผู้เฒ่า... อยู่ที่ห้องบรรพชนขะ... ขอรับ”“
Read more
กำแพงเหนือขุนเขา
หาญซือเหมยใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายคลานไปบนพรมหิมะที่ขาวโพลนและเหน็บหนาว หยาดน้ำตาที่อาบแก้มถูกลมพัดจนแข็งเป็นเกล็ดติดอยู่บนผิว ในนาทีที่ลมหายใจเริ่มรวยริน นางสาบานต่อดวงวิญญาณของเหล่าบรรพชนด้วยเพลิงแค้น... ความอบอุ่นเดียวที่นางเคยโหยหาจากเขา บัดนี้มันได้ตายจากไปพร้อมกับศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี!นางเอนกายพิงกองหิมะหนาอย่างหมดแรง ในใจพลันนึกถึงบทเพลงประหลาดที่เคยได้ยินมา ‘หมดความหวังนั่งน้ำตาริน ข้าวปลาไม่กิน นั่งรินกินแต่เหล้า...’ หากบรรยากาศไม่พาไปนางคงไม่คิดเช่นนี้“บางที... ข้าไม่ควรเห็นแก่เหล้าฟรี... ดื่มเยอะไปจริงๆ...”ซือเหมยนั่งหัวเราะจนตัวโยกให้กับความตะกละของตนเอง แม้ในยามที่มัจจุราชยืนอยู่ตรงหน้า นางก็ยังอดสมเพชตัวเองไม่ได้ที่เห็นแก่ของฟรีจนดื่มไม่หยุดจนเสียเรื่องเสียราวเพียงนี้ก่อนที่สติอันเลือนรางจะดับวูบลง หญิงสาวนางหนึ่งกางร่มคันใหญ่เดินฝ่าพายุหิมะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้านาง “หลี่... เยี่ยน...” นั่นคือชื่อสุดท้ายที่ซือเหมยเอ่ยออกมา ก่อนที่โลกทั้งใบจะมืดมิดลงหลี่เยี่ยนกัดฟันแน่น เดินฝ่าพายุหิมะที่พัดกระหน่ำ นางเป็นเพียงสตรีในห้องหอที่บอบบางและไม่เคยฝึกศิลปะกา
Read more
คนดวงซวย
บนยอดหอคอยของปราการเหล็กดำ ที่ก่อขึ้นจากศิลาสีนิลขรึมขลัง หาญซือเหมย ทอดสายตามองออกไปสุดขอบฟ้า เบื้องหลังของนางคือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ป่าเถื่อนนอกด่าน ส่วนเบื้องหน้าคือแผ่นดินภาคกลาง อันอุดมสมบูรณ์ที่เคยเป็นบ้าน... และเป็นสุสานของความฝันสายลมเหมันต์พัดผ่านใบหน้าที่ซีดขาว สองวันหลังจากฟื้นจากการหลับใหล นางพยายามโคจรลมปราณอย่างช้าๆ แม้เส้นเอ็นจะยังไม่สมานดีจนไม่อาจทะลวงขั้นยุทธ์ได้ แต่ความเย็นจากยอดเขาช่วยให้ใจที่เคยร้อนรุ่มด้วยเพลิงแค้นเริ่มตกตะกอน“ท้องฟ้า ผืนดิน สายลม...” ซือเหมยพึมพำกับตัวเอง “ข้าไม่เข้าใจเลย โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่นัก เหตุใดข้าถึงเคยยึดติดกับชายผู้นั้น... จนยอมให้ตระกูลต้องล่มสลาย”“หลานข้า เจ้าขึ้นมาตากลมเย็นทำไมกัน ร่างกายยังไม่หายดีไม่ใช่หรือ” เสียงเข้มทว่าเปี่ยมด้วยความห่วงใยดังขึ้นจากบันไดหินซือเหมยหันไปมอง ท่านน้าหญิงหาญเซี่ยว ที่เดินมานั่งลงข้างๆ “ท่านน้า... ข้าขอโทษ” ซือเหมยเอ่ยเสียงแผ่วพร่า หยดน้ำตาที่ขังอยู่ร่วงหล่นลงบนเกราะเหล็ก “ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย และพี่สะใภ้... ข้าเป็นคนส่งพวกเขาไปตายเอง หากข้าเชื่อคำเตือนของท่านพ่อตั้งแต่แรก เรื่องคงไม่เป็นเช่นนี้
Read more
คนซวยที่ดวงแข็ง
บนยอดหอคอยของปราการเหล็กดำ ที่ก่อขึ้นจากศิลาสีนิลขรึมขลัง หาญซือเหมย ทอดสายตามองออกไปสุดขอบฟ้า เบื้องหลังของนางคือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ป่าเถื่อนนอกด่าน ส่วนเบื้องหน้าคือแผ่นดินภาคกลาง อันอุดมสมบูรณ์ที่เคยเป็นบ้าน... และเป็นสุสานของความฝันสายลมเหมันต์พัดผ่านใบหน้าที่ซีดขาว สองวันหลังจากฟื้นจากการหลับใหล นางพยายามโคจรลมปราณอย่างช้าๆ แม้เส้นเอ็นจะยังไม่สมานดีจนไม่อาจทะลวงขั้นยุทธ์ได้ แต่ความเย็นจากยอดเขาช่วยให้ใจที่เคยร้อนรุ่มด้วยเพลิงแค้นเริ่มตกตะกอน“ท้องฟ้า ผืนดิน สายลม...” ซือเหมยพึมพำกับตัวเอง “ข้าไม่เข้าใจเลย โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่นัก เหตุใดข้าถึงเคยยึดติดกับชายผู้นั้น... จนยอมให้ตระกูลต้องล่มสลาย”“หลานข้า เจ้าขึ้นมาตากลมเย็นทำไมกัน ร่างกายยังไม่หายดีไม่ใช่หรือ” เสียงเข้มทว่าเปี่ยมด้วยความห่วงใยดังขึ้นจากบันไดหินซือเหมยหันไปมอง ท่านน้าหญิงหาญเซี่ยว ที่เดินมานั่งลงข้างๆ “ท่านน้า... ข้าขอโทษ” ซือเหมยเอ่ยเสียงแผ่วพร่า หยดน้ำตาที่ขังอยู่ร่วงหล่นลงบนเกราะเหล็ก “ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย และพี่สะใภ้... ข้าเป็นคนส่งพวกเขาไปตายเอง หากข้าเชื่อคำเตือนของท่านพ่อตั้งแต่แรก เรื่องคงไม่เป็นเช่นนี้
Read more
สายน้ำ
“ข้างหน้าคือเมืองใหญ่ก่อนข้ามแม่น้ำเจ้าค่ะ ทหารลาดตระเวนรายงานว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าประหลาด จนเรือข้ามฟากไม่สามารถออกจากท่าได้”ซือเหมยนิ่งเงียบ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ช่วงเวลานี้ไม่ใช่ฤดูน้ำหลาก และตามสถิติหลายสิบปีที่ผ่านมาแม่น้ำสายนี้ไม่เคยหลากท่วมกะทันหัน ลางสังหรณ์บอกนางว่านี่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ... แต่เป็นฝีมือของใครบางคนที่จงใจสกัดกั้นนาง“เข้าเมืองก่อน... แล้วค่อยว่ากัน” ซือเหมยสั่งเสียงเรียบ “สั่งทุกคนให้ระวังตัว อย่าเพิ่งเปิดเผยฐานะจนกว่าข้าจะอนุญาต”“รับบัญชาเจ้าค่ะ!” ชิงเหยาชักม้ากลับไปถ่ายทอดคำสั่งทันทีซือเหมยเอนหลังพิงอานรถม้า หลับตาลงเพื่อพักผ่อนท่ามกลางเสียงอื้ออึงของผู้อพยพที่หนีน้ำท่วม ข่าวซุบซิบของชาวบ้านดังแว่วเข้ามาจนน่าปวดหัว จนกระทั่งชิงเหยาก้าวขึ้นมาบนรถม้าอีกครั้งพร้อมม้วนไม้ไผ่“ท่านแม่ทัพ”“มีเรื่องอะไรว่ามา...” ซือเหมยลืมตาขึ้นด้วยความเบื่อหน่ายมีข่าวจากสายลับเจ้าค่ะ” ชิงเหยาส่งม้วนไม้ไผ่ให้นางก่อนจะรีบออกไป‘เขื่อนพัง’... คำนี้ทำให้นางหวนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต********สายลมตะวันออกพัดเข้าสู่แดนเหนือ ณ หมู่บ้านใหญ่ใต้เขื่อนเก็บน้ำบนภูเขา
Read more
เว่ยไท่เฟย
“ข้า... ผู้บัญชาการกองทหารม้าลาดตระเวน ซือเหมย!” เสียงของนางดังกึกก้องประดุจสายฟ้าฟาดเหนือกำแพงเมืองอี้อวิ๋น “หัวหน้าพวกเจ้าอยู่ที่ไหน!”หัวหน้ากองผู้คุมประตูวิ่งกระหืดกระหอบออกมาด้วยสภาพสะบักสะบอม “พวกท่าน... ทำไมมีเพียงเท่านี้ แล้วกำลังเสริมเล่า อยู่ที่ไหน!”“จมหายไปกับสายน้ำหมดแล้ว” ซือเหมยตอบเสียงเรียบคำตอบนั้นประดุจสายฟ้าฟาดลงกลางใจคนฟัง หัวหน้ากองถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น “พินาศแล้ว... แบบนี้เมืองอี้อวิ๋นไม่รอดแน่!”“ท่านอ๋องรองอยู่ที่ไหน” ซือเหมยถามตัดบท“ที่จวนขอรับ... ในเมืองวุ่นวายจนเกินควบคุมแล้ว”“ป้องกันประตูไว้ อดทนหน่อย คืนนี้พวกมันยังไม่บุกเข้ามาแน่” ซือเหมยสั่งการทิ้งท้าย ก่อนจะนำทหารม้าบุกฝ่าฝูงชนที่หิวโหยตลอดสองข้างทาง มุ่งตรงสู่จวนใหญ่ของอ๋องรองทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องโถงกลาง กลิ่นคาวเลือดและยาสมุนไพรก็ตีเข้าจมูก ท่านอ๋องรองนอนอยู่บนเตียงสภาพร่อแร่ บาดแผลจากพิษร้ายกลายเป็นสีดำคล้ำ“คนจะตายแหล่มิตายแหล่เช่นท่าน มาทำอะไรที่ชายแดนเกิดตายไปแล้วพระนางจะทำอย่างไร” ซือเหมยเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงติดประชดท่านอ๋องรองแค่นยิ้มอย่างยากลำบาก ดวงตาพร่ามัวมองสตรีที่เขาโหยหา “เหมย
Read more
ปล้นเงิน
แสงอาทิตย์วันใหม่พยายามสาดส่องผ่านม่านควันไฟดำทะมึน ที่มอดดับ เมืองอี้อวิ๋นเวลานี้ประดุจซากศพขนาดใหญ่ที่ถูกรุมทึ้ง บ้านเรือนพังทลายจากหินยักษ์ที่ถูกดีดเข้ามาตลอดคืน ซือเหมยนั่งพักที่บันไดหน้าประตูเมืองที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จ ร่างกายของนางอาบไปด้วยเขม่าและหยาดเหงื่อเบื้องล่างนั้น กองเพลิงเผาศพถูกจุดขึ้นสูงเสียดฟ้า กลิ่นเนื้อไหม้คละคลุ้งไปทั่วลานจวน ไม่มีเวลาสำหรับการไว้อาลัย ไม่มีพิธีการสำหรับ ผู้จากไป มีเพียงความเงียบงันของผู้ที่ยังมีลมหายใจที่มองดูสหายร่วมรบกลายเป็นเถ้าถ่านจดหมายจากแนวหลังที่ส่งมาพร้อมกับทหารสื่อสารยิ่งทำให้ใจคนสั่นคลอน เมืองซืออวิ๋นถูกตีแตกพินาศ ชาวเมืองถูกสังหารล้างเมืองจนไม่เหลือแม้แต่สุนัขสักตัวเดียว ข่าวร้ายนี้ไหลวนอยู่ในหัวของทุกคนเหมือน ยาพิษ“ท่านอ๋องเชิญท่านไปที่ห้องทำงานขอรับ” ทหารรับใช้เอ่ยด้วยเสียงอิดโรย“อืม เดี๋ยวข้าเดินไป”“ขอรับ”ซือเหมยลุกขึ้น ปัดฝุ่นดินออกจากกางเกง แบกเกราะหนักเดินเข้าจวนอย่างไม่ยี่หระ นางวางชุดเกราะลงบนเก้าอี้เสียงดังโครม ก่อนจะหันไปถามบุคคลผู้สูงศักดิ์ในห้อง “พวกท่านมีอะไร”อ๋องรองมองนางด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนจะส่งม
Read more
ลำนำดอกโบตั๋น
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและการเข่นฆ่าที่ดังกังวานบนลานน้ำแข็งเบื้องล่าง ในห้องถัดไปของหอน้ำค้างสวรรค์กลับเงียบสงัดและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมที่ขัดกับกลิ่นคาวเลือด“ลำนำดอกโบตั๋น หิมะเหมันต์โปรยปราย... สุราหอมหมื่นลี้ใต้ต้นโบตั๋น”หญิงสาวในชุดคลุมลวดลายประหลาดตาที่ไม่มีในแผ่นดินนี้ รินสุราสีใสลงในจอกกระเบื้องเคลือบ นางสูดดมกลิ่นหอมอ่อนจางก่อนจะจรดริมฝีปากลิ้มรส ความเย็นสุดขั้วที่ซ่อนอยู่ในรสหวานล้ำทำให้โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุน“ได้เวลาแล้วค่ะท่าน” ผู้ติดตามในชุดแปลกตาเอ่ยเตือน ขณะที่สายตามองรอยร้าวของมิติที่กำลังสั่นไหว“แด่ทวยเทพ...” นางวางจอกลงช้าๆ ยืนขึ้นทอดสายตามองพระจันทร์เสี้ยวที่โพล่งพ้นขอบฟ้า “สุราจอกนี้... หวังว่าเจ้าจะชอบนะ ‘ปักษาผู้ล่วงหล่น’”ม้วนไม้ไผ่โบราณและจดหมายที่จ่าหน้าถึงผู้ที่โลกลืมเลือนถูกวางเคียงข้างจอกสุราที่ยังมีควันจางๆ ก่อนที่ร่างของทั้งสองจะเลือนหายไปกลายเป็นเพียงอากาศธาตุ ทิ้งไว้เพียงระลอกคลื่นพลังมหาศาลที่สั่นสะเทือนมวลอากาศและกลิ่นหอมของดอกโบตั๋นที่เข้มข้นขึ้น“ใคร!”ซือเหมยกระแทกประตูห้องข้างๆ เข้ามา ทว่าความว่างเปล่าคือสิ่งเดียวที่ต้อนรับนาง ทันทีที่นางก้าวเท้
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status