หิมะทะเลทราย

หิมะทะเลทราย

Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
63Chapters
320views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ฮูหยินคนใหม่ของเขากำลังจะก้าวเข้าประตู ด้านนอกจวนโหวมีพลุสว่างไสวเฉลิมฉลองตลอดทั้งคืน ข้าโดนโยนออกมาเหมือนหมาตัวหนึ่ง เสียงเพลงแปลกประหลาเลอยเข้ามาในหัว ‘หมดความหวังนั่งน้ำตาริน ข้าวปลาไม่กิน นั่งรินกินแต่เหล้า...’ เห็นแก่เหล้าฟรีจนบางตาย

View More

Chapter 1

สายลมเหมันต์

A mechanical voice sounded, "Welcome to the Family of Four game instance. Please play your role as "Mom."

"Clear condition: Survive 10 days and safely board the plane back to the real world. Players: 100. Survivors: 100.

"Your real-world body is currently in a vegetative state. Only clearing the game will wake you. Death in-game means real death. Enjoy your stay."

I was a housewife on my way back from grocery shopping when the car accident happened. When I opened my eyes, I found myself inside a game world.

The title "Family of Four" screamed wholesome parenting sim to me.

I quietly looked around at the other players who had entered with me. A lot of them were terrified of this new environment, and several men were cursing loudly.

Among the crowd, a veteran player named Mike Bates started explaining the situation. "This is an infinite horror game. The only way to clear it and revive is by getting an SSS rating. Otherwise, you will be killed by the boss."

"How do you even get that kind of rating?" a college girl asked.

Mike sighed. "You need to raise the favorability of every boss in the instance to 100. So far, no player has ever made it."

The girl broke down, clutching her head and crying, "I want to go home! I want my mom!"

The other players started tearing up as well. Only I didn't understand what all the fuss was about.

"Isn't this just a parenting game? Why are they so terrified?" I decided to clear this thing quickly and leave.

If I weren't home, who would pick up my daughter from school? Who would clean the kitchen? Who would help with her homework?

And my husband would just climb into bed without a bath. Just thinking about it made my blood pressure shoot up.

The veteran players in the crowd stared at me strangely.

"Is this newbie crazy? This is a life-or-death game!"

"She's calm now, but she'll be crying later. This is the Family of Four instance!"

Bullet comments flew rapidly across the top of my vision.

[This rookie really is fearless. I bet she starts crying the second she goes in. I've never seen anyone clear the Family of Four with all their limbs attached.]

[She probably doesn't even know that if her SAN value drops to 0, she'll die for real.]

[Can't wait to see the boss blow her head off, hahaha!]

The mechanical voice rang out again. "All players, please proceed to your homes according to the number on your card."

I reached into my pocket and pulled out a card that read 1001.

Following the system's instructions, I came to the tenth floor of the apartment building. It clearly belonged to a wealthy family; only one unit occupied the entire level.

My eyes lit up. That meant so much space to clean!

I had severe OCD and a serious cleanliness obsession. Ever since I was little, I loved cleaning and couldn't stand the tiniest bit of dirt.

After I became a housewife, it only got worse. I only felt comfortable when the house was spotless.

I once washed a black shirt until it turned white and polished the floors until they could reflect like a mirror. The dishes in the kitchen were arranged in perfect rows like soldiers standing at attention.

My husband and daughter complained bitterly about it and often argued with me.

Staring at the large apartment in front of me, I felt like I had found the perfect place to apply my skills again.

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
63 Chapters
วสันตฤดู
ภายในห้องหอที่สว่างไสวด้วยแสงเทียนวูบไหว ร่างของบิดาที่ถูกส่งกลับมา ทว่าไม่ใช่เพียงหนึ่ง เบื้องหน้ากลับเป็นโลงศพที่วางเรียงราย... กลิ่นธูปคละคลุ้งปนเปกับกลิ่นคาวเลือดที่ยังไม่จางหาย ร่างไร้วิญญาณของพี่ชายและพี่สะใภ้ทั้งสาม ความเสียใจถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อรู้ความจริงนางนั่งมองโลงศพที่ตั้งเรียงรายอยู่ในโถงบรรพชนตระกูลหาญ ท่ามกลางเหล่าขุนศึกสหายร่วมรบของบิดาที่รอดกลับมา และบรรดาสหาย ที่มาร่วมงาน กลิ่นธูปคละคลุ้งปนเปกับกลิ่นคาวเลือดที่ยังไม่จางหาย หาญซือเหมยมอง ‘หาญหลิงอวิ๋น’ น้าสะใภ้ที่ร่างกายสั่นเทา จดหมายลับฉบับหนึ่งถูกส่งให้นาง ด้วยมือที่หยาบกร้านของน้าสะใภ้ผู้กลายเป็นสตรีม่าย นางมองน้าสะใภ้ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยผ้าพันแผล“พี่ชายและพี่สะใภ้ของเจ้า... ทั้งหมดถูกซุ่มโจมตีตอนที่นำร่างของพ่อเจ้ากลับ พร้อมกับกองทัพที่กำลังถอยกลับเมือง”“พวกเขาสิ้นชีพอย่างสมศักดิ์ศรี... ไหมเจ้าค่ะ” นางถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือน้าสะใภ้พยักหน้าทั้งน้ำตา “พวกเขาสิ้นชีพอย่างสมศักดิ์ศรี...” คำนั้นช่างขมปร่าในความรู้สึก สมศักดิ์ศรีแล้วอย่างไร ในเมื่อสุดท้ายแล้วเหลือเพียงร่างที่ไร้วิญญาณและจดหมายลับที
Read more
เหล้าพิษ
สายตาคมกริบของชายหนุ่มจดจ้องมองตามแผ่นหลังที่เหยียดตรงของซือเหมยด้วยความโกรธกริ้วที่พลุ่งพล่านจนแทบระงับไม่อยู่ สำหรับเขา... นางเคยเป็นเพียงสตรีที่คอยเดินตามหลังและยอมสยบให้เขาเสมอมา ทว่ายามนี้ นางกลับเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะเหลือบแลหรือให้เกียรติเขาในฐานะสามีแม้แต่น้อย ความเย็นชาของนางประดุจคมดาบที่กรีดลงบนศักดิ์ศรีของบัณฑิตอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน“สามหาวนัก! นางนึกว่าตนเองเป็นใครกัน!” เขาพึมพำลอดไรฟัน มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน‘ท่านยังไม่เข้าพิธีแต่งงานกันเลย จะเป็นอะไรกันได้’ บรรดาบ่าวในจวนต่างคิดไปในทางเดียวกันชายที่หายไปหลายปี กลับมาพร้อมหญิงสาวในอ้อมกอด ซ้ำยังพาขี่ม้าเข้าเมืองมาเหมือนประกาศให้ทั้งเมืองรับรู้ แบบนี้ใครเล่าจะยอมรับเขาสะบัดหน้ากลับมาทางบ่าวรับใช้ที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นเทา ก่อนจะตวาดถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ในตอนที่ข้าไม่อยู่ เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่กันแน่! แล้วท่านแม่ข้าไปไหน เหตุใดนางถึงไม่มาต้อนรับข้า!”เหล่าคนรับใช้ต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความลำบากใจ บรรยากาศรอบกายพลันเย็นยะเยือกขึ้นมาถนัดตา “ระ... เรียนคุณท่าน ฮูหยินผู้เฒ่า... อยู่ที่ห้องบรรพชนขะ... ขอรับ”“
Read more
กำแพงเหนือขุนเขา
หาญซือเหมยใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายคลานไปบนพรมหิมะที่ขาวโพลนและเหน็บหนาว หยาดน้ำตาที่อาบแก้มถูกลมพัดจนแข็งเป็นเกล็ดติดอยู่บนผิว ในนาทีที่ลมหายใจเริ่มรวยริน นางสาบานต่อดวงวิญญาณของเหล่าบรรพชนด้วยเพลิงแค้น... ความอบอุ่นเดียวที่นางเคยโหยหาจากเขา บัดนี้มันได้ตายจากไปพร้อมกับศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี!นางเอนกายพิงกองหิมะหนาอย่างหมดแรง ในใจพลันนึกถึงบทเพลงประหลาดที่เคยได้ยินมา ‘หมดความหวังนั่งน้ำตาริน ข้าวปลาไม่กิน นั่งรินกินแต่เหล้า...’ หากบรรยากาศไม่พาไปนางคงไม่คิดเช่นนี้“บางที... ข้าไม่ควรเห็นแก่เหล้าฟรี... ดื่มเยอะไปจริงๆ...”ซือเหมยนั่งหัวเราะจนตัวโยกให้กับความตะกละของตนเอง แม้ในยามที่มัจจุราชยืนอยู่ตรงหน้า นางก็ยังอดสมเพชตัวเองไม่ได้ที่เห็นแก่ของฟรีจนดื่มไม่หยุดจนเสียเรื่องเสียราวเพียงนี้ก่อนที่สติอันเลือนรางจะดับวูบลง หญิงสาวนางหนึ่งกางร่มคันใหญ่เดินฝ่าพายุหิมะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้านาง “หลี่... เยี่ยน...” นั่นคือชื่อสุดท้ายที่ซือเหมยเอ่ยออกมา ก่อนที่โลกทั้งใบจะมืดมิดลงหลี่เยี่ยนกัดฟันแน่น เดินฝ่าพายุหิมะที่พัดกระหน่ำ นางเป็นเพียงสตรีในห้องหอที่บอบบางและไม่เคยฝึกศิลปะกา
Read more
คนดวงซวย
บนยอดหอคอยของปราการเหล็กดำ ที่ก่อขึ้นจากศิลาสีนิลขรึมขลัง หาญซือเหมย ทอดสายตามองออกไปสุดขอบฟ้า เบื้องหลังของนางคือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ป่าเถื่อนนอกด่าน ส่วนเบื้องหน้าคือแผ่นดินภาคกลาง อันอุดมสมบูรณ์ที่เคยเป็นบ้าน... และเป็นสุสานของความฝันสายลมเหมันต์พัดผ่านใบหน้าที่ซีดขาว สองวันหลังจากฟื้นจากการหลับใหล นางพยายามโคจรลมปราณอย่างช้าๆ แม้เส้นเอ็นจะยังไม่สมานดีจนไม่อาจทะลวงขั้นยุทธ์ได้ แต่ความเย็นจากยอดเขาช่วยให้ใจที่เคยร้อนรุ่มด้วยเพลิงแค้นเริ่มตกตะกอน“ท้องฟ้า ผืนดิน สายลม...” ซือเหมยพึมพำกับตัวเอง “ข้าไม่เข้าใจเลย โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่นัก เหตุใดข้าถึงเคยยึดติดกับชายผู้นั้น... จนยอมให้ตระกูลต้องล่มสลาย”“หลานข้า เจ้าขึ้นมาตากลมเย็นทำไมกัน ร่างกายยังไม่หายดีไม่ใช่หรือ” เสียงเข้มทว่าเปี่ยมด้วยความห่วงใยดังขึ้นจากบันไดหินซือเหมยหันไปมอง ท่านน้าหญิงหาญเซี่ยว ที่เดินมานั่งลงข้างๆ “ท่านน้า... ข้าขอโทษ” ซือเหมยเอ่ยเสียงแผ่วพร่า หยดน้ำตาที่ขังอยู่ร่วงหล่นลงบนเกราะเหล็ก “ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย และพี่สะใภ้... ข้าเป็นคนส่งพวกเขาไปตายเอง หากข้าเชื่อคำเตือนของท่านพ่อตั้งแต่แรก เรื่องคงไม่เป็นเช่นนี้
Read more
คนซวยที่ดวงแข็ง
บนยอดหอคอยของปราการเหล็กดำ ที่ก่อขึ้นจากศิลาสีนิลขรึมขลัง หาญซือเหมย ทอดสายตามองออกไปสุดขอบฟ้า เบื้องหลังของนางคือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ป่าเถื่อนนอกด่าน ส่วนเบื้องหน้าคือแผ่นดินภาคกลาง อันอุดมสมบูรณ์ที่เคยเป็นบ้าน... และเป็นสุสานของความฝันสายลมเหมันต์พัดผ่านใบหน้าที่ซีดขาว สองวันหลังจากฟื้นจากการหลับใหล นางพยายามโคจรลมปราณอย่างช้าๆ แม้เส้นเอ็นจะยังไม่สมานดีจนไม่อาจทะลวงขั้นยุทธ์ได้ แต่ความเย็นจากยอดเขาช่วยให้ใจที่เคยร้อนรุ่มด้วยเพลิงแค้นเริ่มตกตะกอน“ท้องฟ้า ผืนดิน สายลม...” ซือเหมยพึมพำกับตัวเอง “ข้าไม่เข้าใจเลย โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่นัก เหตุใดข้าถึงเคยยึดติดกับชายผู้นั้น... จนยอมให้ตระกูลต้องล่มสลาย”“หลานข้า เจ้าขึ้นมาตากลมเย็นทำไมกัน ร่างกายยังไม่หายดีไม่ใช่หรือ” เสียงเข้มทว่าเปี่ยมด้วยความห่วงใยดังขึ้นจากบันไดหินซือเหมยหันไปมอง ท่านน้าหญิงหาญเซี่ยว ที่เดินมานั่งลงข้างๆ “ท่านน้า... ข้าขอโทษ” ซือเหมยเอ่ยเสียงแผ่วพร่า หยดน้ำตาที่ขังอยู่ร่วงหล่นลงบนเกราะเหล็ก “ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย และพี่สะใภ้... ข้าเป็นคนส่งพวกเขาไปตายเอง หากข้าเชื่อคำเตือนของท่านพ่อตั้งแต่แรก เรื่องคงไม่เป็นเช่นนี้
Read more
สายน้ำ
“ข้างหน้าคือเมืองใหญ่ก่อนข้ามแม่น้ำเจ้าค่ะ ทหารลาดตระเวนรายงานว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าประหลาด จนเรือข้ามฟากไม่สามารถออกจากท่าได้”ซือเหมยนิ่งเงียบ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ช่วงเวลานี้ไม่ใช่ฤดูน้ำหลาก และตามสถิติหลายสิบปีที่ผ่านมาแม่น้ำสายนี้ไม่เคยหลากท่วมกะทันหัน ลางสังหรณ์บอกนางว่านี่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ... แต่เป็นฝีมือของใครบางคนที่จงใจสกัดกั้นนาง“เข้าเมืองก่อน... แล้วค่อยว่ากัน” ซือเหมยสั่งเสียงเรียบ “สั่งทุกคนให้ระวังตัว อย่าเพิ่งเปิดเผยฐานะจนกว่าข้าจะอนุญาต”“รับบัญชาเจ้าค่ะ!” ชิงเหยาชักม้ากลับไปถ่ายทอดคำสั่งทันทีซือเหมยเอนหลังพิงอานรถม้า หลับตาลงเพื่อพักผ่อนท่ามกลางเสียงอื้ออึงของผู้อพยพที่หนีน้ำท่วม ข่าวซุบซิบของชาวบ้านดังแว่วเข้ามาจนน่าปวดหัว จนกระทั่งชิงเหยาก้าวขึ้นมาบนรถม้าอีกครั้งพร้อมม้วนไม้ไผ่“ท่านแม่ทัพ”“มีเรื่องอะไรว่ามา...” ซือเหมยลืมตาขึ้นด้วยความเบื่อหน่ายมีข่าวจากสายลับเจ้าค่ะ” ชิงเหยาส่งม้วนไม้ไผ่ให้นางก่อนจะรีบออกไป‘เขื่อนพัง’... คำนี้ทำให้นางหวนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต********สายลมตะวันออกพัดเข้าสู่แดนเหนือ ณ หมู่บ้านใหญ่ใต้เขื่อนเก็บน้ำบนภูเขา
Read more
เว่ยไท่เฟย
“ข้า... ผู้บัญชาการกองทหารม้าลาดตระเวน ซือเหมย!” เสียงของนางดังกึกก้องประดุจสายฟ้าฟาดเหนือกำแพงเมืองอี้อวิ๋น “หัวหน้าพวกเจ้าอยู่ที่ไหน!”หัวหน้ากองผู้คุมประตูวิ่งกระหืดกระหอบออกมาด้วยสภาพสะบักสะบอม “พวกท่าน... ทำไมมีเพียงเท่านี้ แล้วกำลังเสริมเล่า อยู่ที่ไหน!”“จมหายไปกับสายน้ำหมดแล้ว” ซือเหมยตอบเสียงเรียบคำตอบนั้นประดุจสายฟ้าฟาดลงกลางใจคนฟัง หัวหน้ากองถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น “พินาศแล้ว... แบบนี้เมืองอี้อวิ๋นไม่รอดแน่!”“ท่านอ๋องรองอยู่ที่ไหน” ซือเหมยถามตัดบท“ที่จวนขอรับ... ในเมืองวุ่นวายจนเกินควบคุมแล้ว”“ป้องกันประตูไว้ อดทนหน่อย คืนนี้พวกมันยังไม่บุกเข้ามาแน่” ซือเหมยสั่งการทิ้งท้าย ก่อนจะนำทหารม้าบุกฝ่าฝูงชนที่หิวโหยตลอดสองข้างทาง มุ่งตรงสู่จวนใหญ่ของอ๋องรองทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องโถงกลาง กลิ่นคาวเลือดและยาสมุนไพรก็ตีเข้าจมูก ท่านอ๋องรองนอนอยู่บนเตียงสภาพร่อแร่ บาดแผลจากพิษร้ายกลายเป็นสีดำคล้ำ“คนจะตายแหล่มิตายแหล่เช่นท่าน มาทำอะไรที่ชายแดนเกิดตายไปแล้วพระนางจะทำอย่างไร” ซือเหมยเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงติดประชดท่านอ๋องรองแค่นยิ้มอย่างยากลำบาก ดวงตาพร่ามัวมองสตรีที่เขาโหยหา “เหมย
Read more
ปล้นเงิน
แสงอาทิตย์วันใหม่พยายามสาดส่องผ่านม่านควันไฟดำทะมึน ที่มอดดับ เมืองอี้อวิ๋นเวลานี้ประดุจซากศพขนาดใหญ่ที่ถูกรุมทึ้ง บ้านเรือนพังทลายจากหินยักษ์ที่ถูกดีดเข้ามาตลอดคืน ซือเหมยนั่งพักที่บันไดหน้าประตูเมืองที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จ ร่างกายของนางอาบไปด้วยเขม่าและหยาดเหงื่อเบื้องล่างนั้น กองเพลิงเผาศพถูกจุดขึ้นสูงเสียดฟ้า กลิ่นเนื้อไหม้คละคลุ้งไปทั่วลานจวน ไม่มีเวลาสำหรับการไว้อาลัย ไม่มีพิธีการสำหรับ ผู้จากไป มีเพียงความเงียบงันของผู้ที่ยังมีลมหายใจที่มองดูสหายร่วมรบกลายเป็นเถ้าถ่านจดหมายจากแนวหลังที่ส่งมาพร้อมกับทหารสื่อสารยิ่งทำให้ใจคนสั่นคลอน เมืองซืออวิ๋นถูกตีแตกพินาศ ชาวเมืองถูกสังหารล้างเมืองจนไม่เหลือแม้แต่สุนัขสักตัวเดียว ข่าวร้ายนี้ไหลวนอยู่ในหัวของทุกคนเหมือน ยาพิษ“ท่านอ๋องเชิญท่านไปที่ห้องทำงานขอรับ” ทหารรับใช้เอ่ยด้วยเสียงอิดโรย“อืม เดี๋ยวข้าเดินไป”“ขอรับ”ซือเหมยลุกขึ้น ปัดฝุ่นดินออกจากกางเกง แบกเกราะหนักเดินเข้าจวนอย่างไม่ยี่หระ นางวางชุดเกราะลงบนเก้าอี้เสียงดังโครม ก่อนจะหันไปถามบุคคลผู้สูงศักดิ์ในห้อง “พวกท่านมีอะไร”อ๋องรองมองนางด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนจะส่งม
Read more
ลำนำดอกโบตั๋น
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและการเข่นฆ่าที่ดังกังวานบนลานน้ำแข็งเบื้องล่าง ในห้องถัดไปของหอน้ำค้างสวรรค์กลับเงียบสงัดและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมที่ขัดกับกลิ่นคาวเลือด“ลำนำดอกโบตั๋น หิมะเหมันต์โปรยปราย... สุราหอมหมื่นลี้ใต้ต้นโบตั๋น”หญิงสาวในชุดคลุมลวดลายประหลาดตาที่ไม่มีในแผ่นดินนี้ รินสุราสีใสลงในจอกกระเบื้องเคลือบ นางสูดดมกลิ่นหอมอ่อนจางก่อนจะจรดริมฝีปากลิ้มรส ความเย็นสุดขั้วที่ซ่อนอยู่ในรสหวานล้ำทำให้โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุน“ได้เวลาแล้วค่ะท่าน” ผู้ติดตามในชุดแปลกตาเอ่ยเตือน ขณะที่สายตามองรอยร้าวของมิติที่กำลังสั่นไหว“แด่ทวยเทพ...” นางวางจอกลงช้าๆ ยืนขึ้นทอดสายตามองพระจันทร์เสี้ยวที่โพล่งพ้นขอบฟ้า “สุราจอกนี้... หวังว่าเจ้าจะชอบนะ ‘ปักษาผู้ล่วงหล่น’”ม้วนไม้ไผ่โบราณและจดหมายที่จ่าหน้าถึงผู้ที่โลกลืมเลือนถูกวางเคียงข้างจอกสุราที่ยังมีควันจางๆ ก่อนที่ร่างของทั้งสองจะเลือนหายไปกลายเป็นเพียงอากาศธาตุ ทิ้งไว้เพียงระลอกคลื่นพลังมหาศาลที่สั่นสะเทือนมวลอากาศและกลิ่นหอมของดอกโบตั๋นที่เข้มข้นขึ้น“ใคร!”ซือเหมยกระแทกประตูห้องข้างๆ เข้ามา ทว่าความว่างเปล่าคือสิ่งเดียวที่ต้อนรับนาง ทันทีที่นางก้าวเท้
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status