All Chapters of หิมะทะเลทราย: Chapter 51 - Chapter 60

63 Chapters

เลือดนอง

“ท่านจะทำอะไรรรรร!”องค์หญิงร้องลั่นเมื่อซือเหมยชักดาบโค้งใบกว้างสะท้อนแสงอาทิตย์ออกมา นางพุ่งทะยานร่างราวกับสายฟ้าแลบเข้าใส่พวกลัทธิปีศาจที่กำลังระดมยิงธนูใส่เรือนกลางฉับ! ฉับ!เพียงพริบตาเดียว ศีรษะของพวกมันสามคนก็กระเด็นออกจากบ่า เลือดสาดกระจายอาบชุดขันทีของซือเหมยจนกลายเป็นสีคล้ำ นางตีฝ่าวงล้อมเข้าไปในเรือนแล้ววางองค์หญิงลงในมุมมืด “เจ้ารออยู่นี่ ห้ามขยับเด็ดขาด!”เสียงดาบปะทะกันดังสนั่นสลับกับเสียงโหยหวนของคนตาย ไม่นานนักห่าธนูก็พุ่งทะลุหน้าต่างเข้ามาในห้องนับร้อยดอก องค์หญิงน้อยรีบหมอบราบกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ทันใดนั้น ปิ่นปักผมดาราสวรรค์ที่เสียบอยู่บนมวยผมของนางก็เปล่งแสงวาบ มันขยายตัวออกกลายเป็นโล่เหล็กกลมมนคลุมร่างของนางไว้ประดุจกระดองเต่าเหล็กกล้า ลูกธนูที่กระทบลงมาจึงทำได้เพียงส่งเสียงเคร้ง เคร้งแล้วหักสะบั้นไปเมื่อเสียงการปะทะด้านนอกสงบลง ประตูห้องก็ถูกชนกระแทกจนเปิดออก ร่างขององครักษ์ผู้หนึ่งล้มลงขาดใจตายจมกองเลือดต่อหน้าองค์หญิง ชายชุดดำคนหนึ่งก้าวเดินเข้ามาในห้อง แสยะยิ้มอำมหิตเมื่อเห็นเด็กสาวตัวน้อยเป็นเป้าหมายฟับ!! มันยังไม่ทันได้ขยับดาบในมือ แขนข้างที่ถืออาวุธ
Read more

ล้างด้วยเลือด

ข่าวการสวรรคตของอดีตจักรพรรดิและฮองเฮาคู่บัลลังก์ทำเอาฮองเฮาองค์ปัจจุบันถึงกับสลบพับ ชะตากรรมขององค์หญิงใหญ่ที่หายสาบสูญกลายเป็นปริศนาที่เขย่าขวัญคนทั้งวังหลวงฮ่องเต้ทรงล้มป่วยด้วยความเศร้าจนไม่อาจว่าราชการได้ ภาระทั้งหมดจึงตกอยู่ที่ไทเฮาผู้ต้องกล้ำกลืนความบอบช้ำจากคืนก่อน ออกมานั่งหลังม่านเหล็ก สั่งการให้ชิงเหยาเคลื่อนทัพแสนนายเข้าประชิดเมืองเพื่อควบคุมสถานการณ์ในเงามืดของกำแพงวัง แววตาแดงก่ำกระหายเลือดของเหล่ามือสังหารลัทธิมารจ้องมองทหารหลวงราวกับเห็นเหยื่อ พวกมันแทรกซึมไปทั่วทุกมุมเมือง รอคอยสัญญาณเพียงหนึ่งเดียวเพื่อเปลี่ยนงานรื่นเริงให้กลายเป็นทะเลเลือดซือเหมยยืนเด่นตระหง่านอยู่บนหอระฆังวัดใหญ่ มองดูเกล็ดหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาปกคลุมความโสโครกของโลกใบนี้ลมหนาวพัดโชยผ่านเสื้อคลุมบางเบา ผมยาวสยายปลิวไสวราวกับปีกกา ใต้ฝ่าเท้าคือเมืองหลวงที่กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิ เบื้องหน้าคือความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทุกขณะ“ปีนี้หนาวเย็นถึงกระดูกจริงๆ” นางถอนหายใจยาว ก่อนจะเลือนหายไปในความมืดประดุจภูตพรายจวนฉินอ๋องประตูห้องนอนใหญ่ถูกแง้มออกอย่างเบามือแสงเทียนริบหรี่ส่องให้เห็นเงาร่างบางที
Read more

หนี้เลือด

อีกด้านหนึ่งสุดขอบแผนดิน ทางตะวันตกเฉียงใต้ หุบเขาที่ไม่เคยเห็นแสงตะวัน พืชพันธุ์เต็มไปด้วยไอแห่งความตายและเหี่ยวเฉาต้นไม้แห้งกรังแตกกิ่งก้านลู่ลงราวกับกำลังยอมจำนนต่อความชั่วร้ายที่แผ่ซ่านอยู่ใต้ผืนดิน ใบไม้ที่ร่วงหล่นไม่เคยมีโอกาสได้ย่อยสลาย กลับกลายเป็นชั้นของความเน่าเปื่อยที่หนาทับถมกัน กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วราวกับแผ่นดินแห่งนี้ถูกสาปให้เป็นสุสานของสิ่งมีชีวิตกลางหุบเขามีป้อมปราการหินสีดำตั้งตระหง่าน กำแพงสูงชันที่ถูกแกะสลักด้วยลวดลายประหลาด ซึ่งมีเพียงแสงไฟสีเขียวจากตะเกียงน้ำมันวิญญาณส่องกระทบให้เห็นเป็นระยะ ราวกับดวงตานับพันที่จ้องมองมาจากความมืดเสียงอันแหบแห้งเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก ไฟวิญญาณบนตะเกียงน้ำมันวูบดับเงาร่างในชุดคลุมดำสะท้อนแสงไฟริบหรี่ ผนังหินรอบๆ ประดับด้วยอักขระสีเลือดที่เรืองแสงอ่อนๆ เมื่อมีเสียงกระซิบ“ล้ม... เหลว...” เสียงลากยาวเย็นเฉียบดั่งลมหายใจของความตาย“อย่างน้อยฮ่องเต้เฒ่านั่นก็ตายไปแล้ว งานของเราก็เหลืออีกแค่ครึ่งทาง!” เสียงหนึ่งตอบโต้ด้วยความร้อนรน มือที่ถือคทาสั่นเทาด้วยความโมโห“เจ้าโง่! ถ้าผิดพลาดขึ้นมา...” เสียงที่ดังมาจากหอค
Read more

มนุษย์

เสียงแหบพร่าลากสังขารมาล้มลงหน้าแม่ทัพชรา มือที่ขาดวิ่นจับชายเสื้อของเขาไว้แน่น แม้ชีวิตจะรินไหลแต่แววตายังคงมีไฟแห่งการแก้แค้น“พวกข้า... ขอ... ล้าง... แค้น...”แม่ทัพชราหลับตาลงช้าแล้วพยักหน้าพวกนางลากสังขารอันบอบช้ำด้วยใจที่แตกสลาย หยิบมีดสั้นขึ้นมาแล้วลงมือกระซวกกลุ่มกบฏจนตายด้วยน้ำมือพวกนางเองทว่า... คุณค่าในชีวิตได้ดับสูญลงแล้ว การจะอยู่ต่ออย่างไร้ศักดิ์ศรีนั้นไม่สามารถทำได้‘การุณฆ่า’ ทางเลือกที่พวกนางเห็นพ้องต้องกันแม่ทัพชราถอดหมวกเหล็กออกช้าๆ มือที่เคยจับดาบมั่นคงบัดนี้สั่นเทาราวกับใบไม้ไหวคนกว่าสามพันคนต้องตายอย่างไร้ค่า แม่นางน้อยบางคนอายุไล่เลี่ยกับหลานสาวของเขา พวกนางควรเป็นวัยที่ร่าเริง ศึกษาเรียนรู้และกลับบ้านแต่วันนี้... คนผมขาวต้องมานั่งส่งคนผมดำเป็นวันที่เขารู้สึกว่างเปล่ากว่าอยู่ในสนามรบบรรดาแพทย์และมือปราบเข้ามาจัดการศพทั้งหมด ร่างไร้วิญญาณของสามสตรีแห่งเทียนซานถูกคลุมด้วยผ้าขาวออกมาบนเปลไม้ พวกนางถูกวางรวมกับเพื่อนร่วมสำนักท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาและเสียงสวดมนต์ขอให้วิญญาณไปสู่สุขติซือเหมยยืนอยู่บนหอระฆัง มองภาพเบื้องล่างด้วยแววตาเรี
Read more

งานเลี้ยง

เสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อมผู้คนในงาน อาหารมากมายถูกยกออกมาจากครัวไม่ขาดสาย บรรดาฮูหยินจากจับกลุ่มพูดคุยอย่างเมามันส์ ส่วนใหญ่ถ้าไม่คุยทับกันก็มักจะนินทาเรื่องบนเตียงอย่างออกรส เสียงหัวเราะคิกคักแทรกอยู่ในจังหวะดนตรี สร้างบรรยากาศที่ดูคึกคักแต่แฝงด้วยเล่ห์เหลี่ยมราชองครักษ์และองครักษ์เงาแฝงอยู่ทุกที่ ราชองครักษ์สามตำหนักพร้อมทหารยอดฝีมือหลายพันซุ่มซ่อนอยู่ทุกที่ แม้แต่ในงานเลี้ยง นางกำนัลที่ยกอาหารก็เป็นราชองครักษ์ที่จงใจสับเปลี่ยนเข้ามา ทุกคนต่างทำตัวเป็นปกติ แต่แววตากลับสอดส่ายไม่ขาด“ฮ่องเต้เสด็จ!!!”หม่ากงกงก้าวเข้ามาในงาน เสียงกังวานตัดผ่านความเอิกเกริก บรรดาขุนนางและแขกทั้งหลายพากันเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเอง ทันทีที่มองไปยังแท่นประทับ นอกจากบัลลังก์คู่ของฮ่องเต้และฮองเฮาแล้ว ยังมีที่ว่างอยู่ที่หนึ่ง ติดกับที่นั่งของไทเฮา และกว้างเป็นพิเศษ—ที่สำหรับผู้มีเกียรติสูงสุดในค่ำคืนนี้ฮ่องเต้ในชุดมังกรทองเดินคู่มากับฮองเฮาที่รัศมีนางพญาจับ พระพักตร์เปื้อนยิ้มแต่แววตาคมกริบ จ้องมองไปทั่วท้องพระโรงราวกับกำลังอ่านสถานการณ์แต่ที่ทุกคนต้องตาค้างก็คือการปรากฏตัวของซือเหมย เสียงซุบซิบดังมากพอให
Read more

ล้างตระกูล

ซือหลิงเดินเข้ามาเอ่ยไล่คนทั้งหมดออกไปจากสวน เสียงนางเรียบเย็น แต่แววตากลับเคร่งเครียดผิดปกติ“พวกมันมาแล้ว”“เท่าไหร่”“สองแสน”ซือเหมยยืนเงียบ ไม่ได้พูดอะไร มีเพียงมือที่ค่อยๆ กำแน่น สายตาจับจ้องไปยังนอกเรือนที่มืดมิดนางบอกให้ชิงเหยาตามออกไปนอกจวน แต่ก็ไม่ลืมบอกเยี่ยจือหานว่าจะออกไปตรวจดูในเมือง“เจ้าระวังตัวด้วยนะ” เขารีบกลับไปเอาชุดกับดาบมาให้ซือเหมยอย่างรู้งาน มือที่ส่งดาบให้สั่นน้อยๆ แต่แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใย ซือเหมยหอมแก้มเขาหนึ่งทีเป็นรางวัล แล้วเดินออกไปพร้อมชิงเหยา“คืนนี้เงียบดีนะ เราไปจวนสกุลฉู่กันหน่อย”“เจ้าค่ะ”ทว่าตลอดทาง นอกจากทหารม้ากับราชองครักษ์แล้ว ก็เงียบเกินไปจนน่ากลัว ถนนที่เคยคึกคักยามวิกาลบัดนี้กลับว่างเปล่า ร้านค้าปิดเงียบ แม้แต่ย่านโคมแดงก็ไร้ผู้คน ทั้งที่ยังไม่ทันดึกมากนักปั้งๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นในความเงียบ แต่ไม่มีผู้ใดตอบรับสองสาวมองหน้ากันอย่างฉงน เพราะในจวนและโดยรอบมันเงียบเกินไป ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าหรือเสียงของแมลง“เกิดอะไรขึ้น...”“มันเงียบเกินไป พี่ใหญ่ ข้าว่าเราเข้าไปดูหน่อยดีกว่า”“อืม”ทั้งคู่ใช้วิชาตัวเบากระโดดข้ามกำแพงเข้าไปด้านในป
Read more

เอกสารลับ

“ถูกต้อง” ซุนหลี่พยักหน้า “พวกมันต้องการใช้พลังนี้เพื่อยึดโลกทั้งใบ แล้วเปิดทางให้พวกมันก้าวออกมาจากมิติมืด”นางมองบันทึกทั้งหมดด้วยหัวใจที่เต้นรัว มือที่ถือเอกสารเริ่มสั่นเทา“อ่า... นี่มันเกินความเข้าใจของข้าไปมากแล้ว” ซือเหมยถอนหายใจยาว“ไม่นานเจ้าก็จะเข้าใจเอง” ซุนหลี่มองแท่งเหล็กเย็นที่ซ่อนอยู่ในแท่งหยกที่เพิ่งเปิดออกมันคือกุญแจรูปทรงประหลาด ที่มีแสงเรืองรองอ่อนๆ ราวกับมีชีวิต“เก็บสิ่งนี้ไว้ให้ดี” ซุนหลี่ส่งให้ซือเหมย “มันคือกุญแจสำคัญที่จะไขความจริงทั้งหมด”ร่างของฉู่ฮูหยินคนใหม่ถูกทำความสะอาด แต่ตัวทำผมให้อยู่ในสภาพเดียวกันกับตอนมีชีวิตอยู่ ใบหน้าถูกแต่งแต้มให้ดูสงบนิ่งราวกับเพียงแค่หลับ แล้วบรรจุลงโลงเคลื่อนย้ายไปยังสุสานตระกูลฉู่พร้อมกับเสนาบดีเฒ่าและลูกอีกสองคนซือเหมยยืนมองขบวนศพที่เคลื่อนออกไปอย่างเงียบเชียบ“พี่ใหญ่” ชิงเหยาเดินเข้ามารายงาน “เจอแท่งหยกอีกสามแท่ง”“ดี” ซือเหมยรับมา เปิดดูทีละอัน ทุกอันล้วนมีช่องว่างซ่อนเอกสารลับและของมีค่าทั้งนั้น“นี่สินะ... สมบัติที่แท้จริงของตระกูลฉู่” นางพึมพำบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเชียบ มันเป็นเหมือนเรื่องตลกร้ายสำหรับแม่ทัพสาว น
Read more

ตัวปลอม

เช้าวันต่อมา ชิงเหยาก็กลับมาพร้อมซือหลิงรถม้าทหารคันหนึ่งแล่นเข้ามาในเมืองหลวงอย่างเงียบเชียบ ฝนตกปรอยๆ ตั้งแต่เช้า ทำให้ถนนลื่นเป็นทางน้ำ รังไม้ใบใหญ่ที่วางอยู่ด้านหลังรถม้าถูกคลุมด้วยผ้าสีดำหนา ทหารหน้าประตูเมืองไม่สนใจจะเอ่ยถามด้วยซ้ำเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนบังคับรถม้า เพราะผู้ถือบังเหียนคือชิงเหยา และข้างๆ คือซือหลิง สองมือขวาของแม่ทัพซือที่ใครก็รู้จัก“ตายหรือยัง”ซือเหมยมองลงไปในลังไม้ที่ว่างไว้ในห้องใต้ดิน แสงเทียนริบหรี่ส่องลงบนใบหน้าของสตรีสาวที่นอนนิ่งอยู่ภายใน เธอถูกห่อด้วยผ้าหนา สภาพน่าสงสาร“ยัง” เยี่ยฉินตอบ “แต่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เย็น เพราะต้องรักษาสภาพร่างกายนางไว้” นางชี้ไปที่ก้อนน้ำแข็งที่วางรอบตัวผู้ป่วย “นางโดนฝังทั้งเป็น ถ้าอีกไปอีกสองชั่วยามคงได้ตายจริงแน่”ซือเหมยกัดฟัน “กี่วันแล้ว”“เมื่อคืน” ชิงเหยาตอบ มือกุมดาบแน่น “สถานทูตแคว้นฉี... พวกมันขังนางไว้ในห้องใต้ดิน ทรมานนางทุกวัน”ซือเหมยไม่พูดอะไร มือของนางหยิบเข็มเงินที่ฝังไว้ที่ต้นคอขององค์หญิงออกมาเบาๆ“จุดประสาทรวมก้านสมอง” เยี่ยฉินอธิบาย “ใช้ลบความจำ ทำให้คนกลายเป็นเหมือนคนสติไม่ดี พวกที่ใช้วิชาแปลงกายชอบใช้
Read more

ฐานลับใต้เมือง

ซือเหมยตกใจเมื่อเห็นแสงสีฟ้ารวมตัวกันเป็นรูปทรงคน หญิงสาวในชุดคลุมสีขาว ผมยาวสยาย ใบหน้าสวยคม แต่แววตาเรียบเย็นราวกับไม่มีชีวิตนางลองเอามือไปแตะมือของนางทะลุผ่านร่างนั้นไป“นี่มันคืออะไร!”“เราเรียกมันว่าภาพเสมือน” ซือหลิงตอบพลางยิ้มกับความตกใจของแม่ทัพสาว“ข้าคือผู้ดูแลฐานทัพหลักประจำเขต... ต้าซ่ง...”“ต้าซ่ง...” ซือเหมยหันไปถามซือหลิง “ราชวงศ์ไหนกัน?”“ปัญญาประดิษฐ์” ซือหลิงอธิบาย “มันมาจากอีกยุค ข้าบอกแล้วว่าโลกของเจ้าเปลี่ยนมาแล้วสามรอบ”ซือเหมยนวดขมับเบาๆ มองดูจอภาพที่แสดงภาพรอบนครหลวง ทุกที่ล้วนเป็นจุดสำคัญ มีเส้นทางเดินใต้ดินเชื่อมต่อถึงกันเป็นร่างแหซือเหมยนวดขมับเบาๆ มองดูจอภาพที่แสดงภาพรอบนครหลวง ทุกที่ล้วนเป็นจุดสำคัญ ซือหลิงก้มหน้าทำอะไรสักอย่างแล้วก็ยกกล่องที่ยาวเพียงผ่ามือขึ้นมาแล้วพูดกับมัน“คนบ้าอะไรพูดกับกล่อง” ซือเหมยส่ายหัว แล้วหันมาเล่นกับภาพสะเหมือน ที่กำลังเปลี่ยนชุดเป็นแบบต่างๆ ตามคำสั่งของนางซือหลิงก้มหน้าทำอะไรสักอย่างที่แผงควบคุม แล้วก็ยกกล่องเล็กๆ ที่ยาวเพียงคืบขึ้นมา แล้วพูดกับมันด้วยภาษาที่ซือเหมยไม่เข้าใจ“คนบ้าอะไรพูดกับกล่อง” ซือเหมยส่ายหน้า แต่แววตา
Read more

พบหน้า

ทางด้านซือเหมยที่มาถึงห้องก็เจอกับถังจื่อเยว่ยืนรออยู่พร้อมกับใครบางคนที่ยืนอยู่ สองคนในชุดคลุมปิดบังเหมือนพวกนักบวชของลัทธิมากมายที่ชอบมาตั้งแผงหาคนไปเข้าร่วมสำนัก“เชิญพวกท่านเข้ามาเถอะ”ซือเหมยเดินเข้ามาในห้อง ก็เจอกับลู่เฟินและเยี่ยฮูหยินที่นั่งอยู่โต๊ะหนังสือกำลังช่วยกันตรวจบัญชีร้านค้า“พวกเจ้าไม่พักหน่อยหรือ” นางเอ่ยทักทั้งคู่“เจ้ามีแขกหรือ” เยี่ยฮูหยินชำเลืองมอง “แล้วทำไมแต่งตัวแบบนั้นเดินออกมาจากห้องอาบน้ำ อย่างน้อยลูกข้าก็เป็นชายน่ะ”“ข้าไปดูเขามาแล้ว อาการหนักพอสมควร ตอนนี้หลับไปแล้ว”“เดี๋ยวข้าไปยกน้ำชามาให้” ลู่เฟินตอบแล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเยี่ยฮูหยินถังจื่อเยว่นั่งลงแล้วเริ่มเข้าเรื่อง “ข้าจะมาอยู่ที่นี่เพื่อฝึกเจ้า แล้วก็นาง... นางจะเป็นครูฝึกด้านจิตวิญญาณให้เจ้า”หญิงสาวในชุดคลุมเปิดผ้าคลุมออก เผยให้เห็นผิวที่ขาวดุจหยกใส แต่งกายดูหรูหรา จนนางแสบตาเมื่อชุดกับผิวมันขับกันจนเกิดแสงสว่างจ้าหญิงสาวอีกคนมีสีผิวคล้ำดูแปลกตา ขนตาสีเงิน แม้แต่เส้นผมก็ยังเป็นสีเงิน ตาก็ยังเป็นสีเงิน ต่างกับอีกคนที่เป็นสีทองแม้กระทั่งนัยน์ตา ดวงตาของพวกนางดูใสเหมือนท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่ด
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status