Todos os capítulos de องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร: Capítulo 21 - Capítulo 30

67 Capítulos

ฮ่องเต้ตัดสินความ

ฮ่องเต้ตัดสินความหวงกุ้ยเฟยโน้มหน้าลงมาใกล้กับองค์หญิงแล้วแสยะปากเป็นเชิงเย้ยหยันคราหนึ่ง ครั้งนี้นางเอาใหญ่เพราะกะจะกดองค์หญิงจิ่นซีให้จมลงดินไปเลยก็ว่าได้“ข้าจะบอกเจ้าให้นะ เจ้าเองก็เป็นเพียงแค่องค์หญิงตกอับที่ไม่มีมารดาคอยอุ้มชู ถึงแม้ว่าตอนนี้ฝ่าบาทจะโปรดปรานเจ้าที่พอจะมีสติปัญญาอยู่บ้าง แต่ทว่าสักวันหนึ่ง เจ้าก็ต้องระเห็จออกจากวังหลวงไปอยู่ดี ไม่มีผู้ใดเขาให้ความสำคัญกับเจ้าอย่างจริงจังหรอก อย่าได้มาผยองแถวนี้จะดีกว่า”หวงกุ้ยเฟยกล่าวไปก็เดินวนรอบๆ ทั้งสองคนไปด้วย เมื่อไม่มีการโต้ตอบกลับมา นางก็กล่าวขึ้นมาอีก“แล้วอีกอย่าง อย่าคิดว่าการที่เจ้าช่วยงานราชสำนักได้แล้วฝ่าบาทจะโปรดปราน เพราะอย่างไรเจ้าก็เป็นเพียงองค์หญิง อีกทั้งมารดาของเจ้ายังไม่สามารถคลอดบุตรชายออกมาได้สักคน ต่อให้คลอดเจ้าออกมาแล้วจะมีประโยชน์อันใด ข้าต่างหากที่เป็นคนคลอดโอรสองค์โตออกมาให้ฝ่าบาท ภายภาคหน้าโอรสของข้าก็ต้องได้เป็นองค์รัชทายาท ไม่มีทางที่จะเป็นเจ้าไปได้หรอก หากจะโทษก็อย่าได้โทษข้า ไปโทษมารดาของเจ้าที่ชิงตายไปก่อนถึงจะถูกต้อง”ทีแรกองค์หญิงจิ่นซีคิดว่าจะไม่ตอบโต้อะไรแล้ว เพียงแต่จะหาจังหวะพาองค์ชายเจ็
Ler mais

องค์ชายเจ็ด

องค์ชายเจ็ดฮ่องเต้ทรงขยับพระวรกายมายืนอยู่ด้านข้างขององค์หญิงจิ่นซีกับองค์ชายเจ็ด พลางมองบุตรสาวกับบุตรชายอย่างปลอบโยน ทำให้ทั้งสองรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา เพราะนี่คือครั้งแรกที่พระบิดาทรงปกป้องพวกเขาด้วยพระองค์เอง“หวงกงกง ไปที่ตำหนักไฉ่อี ริบคืนตราหงส์กลับมาให้แก่เรา” ฮ่องเต้ตรัสด้วยพระสุรเสียงที่เด็ดขาดครั้งนี้ถือเป็นการลงโทษครั้งใหญ่ ที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์นั้น ยังไม่เคยมีผู้ใดถูกริบคืนตราหงส์มาก่อน เพราะส่วนใหญ่แล้วผู้ถือครองตราหงส์นั้นจะเป็นฮองเฮา แต่ก็มีบ้างบางครั้งที่กุ้ยเฟยเป็นผู้ถือ อันเนื่องมาจากกรณีที่ฮองเฮาประชวรหรือไม่ก็สิ้นพระชนม์ไปก่อน แต่ว่าก็ไม่มีผู้ใดเคยถูกริบคืนเหมือนกับหวงกุ้ยเฟยคนนี้หวงกุ้ยเฟยทั้งเสียใจและเสียหน้า ถึงแม้ว่านี่เป็นแค่เรื่องของวังหลังก็จริง แต่ทว่าเป็นเรื่องการเสียศักดิ์ศรีที่สุดที่ของนาง สนมคนอื่นคนต้องสมน้ำหน้านางเป็นแน่ และนี่ไม่ได้หมายความเพียงแค่เสียหน้าเท่านั้น แต่หมายความถึงการเสียอำนาจในมือที่ตนเองมี รวมทั้งเสียโอกาสในการที่จะได้ขึ้นเป็นฮองเฮาอีกด้วย‘ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้าคนเดียว จิ่นซี ข้าจะต้องเอาคืนเจ้าอย่างสาสม’ หวงกุ้ยเฟยขององค์
Ler mais

ถึงวัยปักปิ่น

ถึงวัยปักปิ่นเวลาผ่านมาหลายปี ยามนี้องค์หญิงจิ่นซีอายุสิบสามปีแล้ว เป็นเด็กสาวที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงามยิ่ง ยิ่งเติบโตมากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งงดงามเหมือนอดีตฮองเฮามารดาของนาง ทำให้ทั้งฮ่องเต้และไทเฮาเอ็นดูนางมากขึ้นด้วย หลายคนที่เคยพบเห็นนางต่างก็เอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่านางงดงามดั่งเทพเซียน สมแล้วที่เป็นธิดาของฮ่องเต้ที่เกิดจากอดีตฮองเฮาอีกไม่ถึงปีก็จะถึงช่วงวัยปักปิ่น จากนั้นก็แต่งงานออกเรือน องค์หญิงจิ่นซีเองไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนกับเรื่องนี้เท่าใดนัก ในความคิดของนางตอนนี้ไม่มีเรื่องออกเรือนเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าเรื่องอื่นที่นางกำลังเตรียมการอยู่นั้นสำคัญยิ่งกว่า และนางยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำแต่ผู้ที่ดูจะเห็นเรื่องนี้สำคัญเร่งด่วนก็คือไทเฮา หลายวันมานี้พระนางค่อนข้างวุ่นวายเป็นพิเศษ เพราะอยากจะเริ่มเฟ้นหาคู่ครองที่เหมาะสมให้กับองค์หญิงจิ่นซี ทำให้องค์หญิงเองต้องเที่ยวไปออกงานอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะมีขุนนางตระกูลสูงศักดิ์ตระกูลไหนส่งเทียบเชิญมา พอไทเฮาเห็นว่าไม่เลว ก็ให้นางไปเข้าร่วมงานทันที ยิ่งยามนี้ชื่อเสียงขององค์หญิงจิ่นซีโด่งดังขึ้นมาก ทั้งยังเป็นที่รักของไทเฮาและฮ่องเต้ ไม่ใ
Ler mais

เจริญสัมพันธไมตรี

เจริญสัมพันธไมตรีหลังจากเสร็จพิธี องค์หญิงจิ่นซีก็ไม่คิดจะรั้งอยู่ต่อ นางขอตัวกลับวังทันทีเพราะอยู่ไปก็ไม่เห็นประโยชน์ ทั้งในใจยังคิดถึงน้องชาย แล้วคิดว่ากลับไปจะไปเดินหมากกับเขาคลายเครียดสักหน่อยส่วนบรรดาคุณหนูตระกูลอื่น ๆ ต่างก็โล่งใจที่องค์หญิงจิ่นซีกลับไปได้เสียที เพราะตลอดเวลาที่นางอยู่ สายตาของเหล่าคุณชายมักจะมองตรงไปที่นางแต่เพียงผู้เดียว ต่อให้จิบชาอยู่ถึงศาลาในสวน แต่พวกเขาก็มิวายที่จะจ้องมองมาอยู่ดีแต่ว่าตลอดระยะเวลาที่อยู่ในงานเลี้ยง นางก็จะจิบชาและทำหน้านิ่ง ๆ ราวกับเตือนไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้ จึงทำให้ไม่มีคุณชายคนไหนกล้าเข้ามาสนทนาด้วยเลยสักคน เพียงแต่แอบมองนางอยู่ไกล ๆ เท่านั้นองค์หญิงจิ่นซีกลับมาถึงวังหลวงก็ตรงไปที่ตำหนักอวิ๋นผิงทันที“ทูลเพื่อรายงานไทเฮาเพคะ เรื่องที่หลานไปงานพิธีสวมกวานของซื่อจื่อจวนเหรินอันโหวมา หลานได้มอบของขวัญให้เรียบร้อยแล้ว และงานพิธีก็เป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งเพคะ”องค์หญิงทูลรายงานออกไปตามความจริง“ไม่มีอะไรนอกจากนี้อีกหรือ” ไทเฮาตรัสถามอย่างมีความหวัง“ไม่มีเพคะ” องค์หญิงกล่าวขึ้นอีกครั้งพอรู้ว่างานคราวนี้ล้มเหลวอีกแล้ว ไทเฮาก็ถึงกับทอดถอนพระท
Ler mais

คณะราชทูต

คณะราชทูตเมื่อเทียบเชิญส่งถึงมือฮ่องเต้แต่ละแคว้นแล้ว พวกเขาก็ตอบรับด้วยความยินดี เป็นเพราะว่าพวกเขาเองก็หวาดกลัวพวกเป่ยเหลียงเช่นกัน ดังนั้นผูกมิตรกับผู้ใดได้ก็ยินดี เพราะอย่างน้อยก็เป็นพรรคพวกคอยหนุนหลังช่วยเหลือกันได้ในยามลำบากเวลาล่วงผ่านไปเกือบหนึ่งเดือน คณะของราชทูตจากแคว้นสุ่ย แคว้นอี้และแคว้นตาลู่ก็เดินทางมาถึง กรมพิธีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับพวกเขาเป็นอย่างดีที่สวนอุทยานหลวงในวัง เพราะเป็นความประสงค์ของฮ่องเต้ที่คิดจะต้อนรับเหล่าราชทูตจากแคว้นต่าง ๆ อย่างสมเกียรติ ดังนั้นงานเลี้ยงในวังจึงดีที่สุดห้องทรงพระอักษรฮ่องเต้ที่รับรู้ว่ามีคณะราชทูตมาเยือนก็เรียกหวงกงกงมาสอบถามเกี่ยวกับบุคคลที่เป็นตัวแทนแต่ละแคว้น“ไหน เจ้าบอกเรามาหน่อยว่าแต่ละแคว้นส่งผู้ใดมา และเขาผู้นั้นสำคัญอย่างไรกับแคว้นนั้น” ฮ่องเต้ตรัสถามออกไป“ทูลฝ่าบาท แคว้นสุ่ยให้เกียรติแคว้นเยียนด้วยการส่งรัชทายาทวัยสิบแปดปีมาเป็นราชทูตด้วยพระองค์เองพ่ะย่ะค่ะ รัชทายาทผู้นี้เป็นบุคคลที่มีความสามารถเป็นอย่างยิ่ง ครั้งที่แล้วตอนที่แคว้ยสุ่ยถูกกองทัพเป่ยเหลียงตีชิงเมืองชายแดนไป ก็เป็นเขานี่แหละที่เสนออุบายเพื่อไปตีเอาเมืองของต
Ler mais

แย่งกันสู่ขอ

แย่งกันสู่ขอองค์หญิงจิ่นซีเดินผ่านบริเวณที่จัดงานเลี้ยงไกลออกไปเรื่อย ๆ ระหว่างทางที่เดินผ่านนั้น ก็ยังคงมีบุรุษมองตามนางเป็นแถว นางเริ่มทนความอึดอัดไม่ไหว จึงเดินเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็มาถึงบริเวณริมสระน้ำท้ายอุทยานเสียทีบรรยากาศตรงนี้ช่างต่างจากบรรยากาศในงานเลี้ยงลิบลับ ที่นี่เงียบสงบยิ่ง ถึงแม้ว่าจะได้ยินเสียงคนสนทนากันในงานเลี้ยงดังออกมาบ้าง ทว่าก็ไม่ได้รู้สึกว่ารบกวนอะไร ทั้งอากาศก็ดียิ่ง ลมของต้นฤดูเหมันต์พัดมาเอื่อย ๆ ไม่ได้สร้างความหนาวเย็นสักเท่าไรนักที่ดียิ่งไปกว่านั้นก็คือวันนี้เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง ค่ำคืนนี้จึงสว่างเป็นพิเศษ ดวงจันทร์กลมโตที่ลอยอยู่บนท้องฟ้ามีสีเหลืองทองราวกับทองคำ มองไปแล้วเป็นภาพที่น่าดูมาก องค์หญิงจิ่นซีกระชับเสื้อผ้าของตัวเองเล็กน้อย พลางแหงนหน้ามองพระจันทร์ที่สวยงามนั้น“มองจากตรงนี้เจ้าดูสวยงามมากกว่าตอนที่มองจากหน้าต่างห้องของข้าเสียอีก” องค์หญิงใหญ่เอ่ยกับดวงจันทร์ที่อยู่อยู่บนท้องฟ้าเหมือนว่าได้เอ่ยกับดวงจันทร์แล้วนางรู้สึกสบายใจขึ้น คราวนี้จึงบ่นให้ดวงจันทร์ฟังอีกยกใหญ่“ที่ข้าออกมาตรงนี้ ก็เพราะว่าข้าไม่ชอบสายตาที่บุรุษพวกนั้นมองมาท
Ler mais

หาคู่ให้องค์หญิง

หาคู่ให้องค์หญิงเมื่อกลับมาถึงก็ทรงคิดไม่ตก จึงได้เรียกหวงกงกงมาให้คำปรึกษาอีกรอบ “ข้าจะหาทางปฏิเสธทั้งสามแคว้นอย่างไรให้สมเหตุสมผล และรักษาน้ำใจมากที่สุด ใจจริงข้าก็ไม่อยากให้นางแต่งให้ผู้ใดในสามแคว้นนี้เลย เนื่องจากยังคงต้องทำสัญญาเป็นพันธมิตรกันต่อไป หากเลือกผู้ใดผู้หนึ่งแล้วอีกสองฝ่ายอาจจะไม่พอใจได้ ข้าไม่อยากบาดหมางกับผู้ใดแม้สักคนเดียวสิ่งแรกที่ข้าคิดได้ในตอนนี้ก็คือ ใช้ข้ออ้างว่าองค์หญิงจิ่นซียังเด็กอยู่ ยังไม่ถึงวัยปักปิ่น ดังนั้นจึงไม่ได้เร่งรีบหาคู่ครองให้นาง แต่เหตุผลเพียงแค่นี้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะให้พวกเขาหยุดความคิดหรอก หากพวกเขาตอบกลับมาว่ารอให้นางถึงวัยปักปิ่นก่อนก็ได้ แล้วข้าจะทำอย่างไรต่อไป หวงกงกง เจ้าช่วยเราคิดหน่อยสิ ว่าเราจะหาเหตุผลใดมาปฏิเสธพวกเขาดี” ฮ่องเต้ทรงตรัสอย่างท้อพระทัยหวงกงกงเป็นคนฉลาดมีไหวพริบ เขาใช้เวลาคิดเพียงแค่ครู่เดียวก็ได้คำตอบออกมา“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ในที่ประชุมลงนามในสัญญาพันธมิตร หากว่ามีผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องที่จะสู่ขอองค์หญิงจิ่นซีขึ้นมา ฝ่าบาทก็บอกตามตรงไปเลยว่าทั้งสามแคว้นต่างก็ส่งฎีกามาสู่ขอองค์หญิงเช่นกัน เป็นเช่นนี้แล้วพระอง
Ler mais

นายหญิงแห่งหอชมจันทร์

นายหญิงแห่งหอชมจันทร์“องค์…นายหญิงจะมาเหตุใดไม่บอกกล่าวล่วงหน้าเล่าขอรับ ข้าจะได้เตรียมการต้อนรับไว้” ฉางหยวนกล่าวออกมา ก่อนจะตบปากตัวเองแล้วกล่าวใหม่เมื่อเห็นสายตาของนางที่ส่งให้เขา“ไม่ต้องหรอกฉางหยวน ข้าเพียงจะมาตรวจดูกิจการเพียงเล็กน้อย หาได้มานั่งจิบชาร่ำสุราไม่ ไม่ต้องต้อนรับให้มากพิธี”องค์หญิงจิ่นซีกล่าวออกไปอย่างไม่ถือสา“ยังไงก็เชิญนายหญิงที่ห้องทำงานดีกว่าขอรับ ที่นี่เปิดเผยเกินไป” ฉางหยวนกล่าวออกมาพร้อมกับผายมือให้นางขึ้นไปที่ห้องส่วนตัวหอชมจันทร์แห่งนี้เบื้องหน้าเปิดเป็นโรงน้ำชาและหอสุรา รวมทั้งเป็นแหล่งซื้อขายข่าวสารต่าง ๆ ด้วย ดังนั้นจึงมีทั้งบุรุษที่หน้าตาคุ้นเคย และไม่คุ้นเคยเดินเข้าออกหอชมจันทร์กันให้ขวักไขว่แต่ทว่ากิจการที่ว่ามานั้น ล้วนเป็นกิจการบังหน้า ยกเว้นก็แต่การซื้อขายข่าวสาร ซึ่งองค์หญิงจิ่นซีตั้งใจจะใช้ที่นี่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการทำการค้าที่แท้จริงการค้าที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังก็คือ การจัดเสบียงส่งให้กับกองทัพ หอชมจันทร์จะเป็นผู้ซื้อผลผลิตจากชาวบ้านทั้งในและนอกเมืองหลวง เพื่อจัดส่งให้กับกองทัพต่าง ๆ ผลผลิตในละแวกเมืองหลวงก็ส่งเข้าคลัง ส่วนผลผลิต
Ler mais

เลือกคู่จากภาพวาด

เลือกคู่จากภาพวาด“คนผู้นั้นเป็นใครหรือ” องค์หญิงจิ่นซีเอ่ยถามฉางหยวนที่เดินตามมาส่งฉางหยวนมองกลับไปทางที่เสวี่ยเฟยหลงเดินไปอีกครั้งก่อนจะตอบ“เรียนนายหญิง…คนเมื่อสักครู่คือรองแม่เสวี่ยเฟยหลงแห่งทัพบูรพาขอรับ แล้วที่นั่งอยู่กับเขาก็เป็นทหารจากทัพบูรพาทั้งหมดเลยขอรับ”“เขามาทำอะไรที่นี่อย่างนั้นหรือ” องค์หญิงถามอีก“มาซื้อข่าวขอรับ บางทีก็มีพวกที่มาจากชายแดนเอาข่าวมาขายบ้าง กองทัพบูรพาจะวางคนไว้ที่หอชมจันทร์ของเราตลอด หากว่ามีข่าวอันใดคืบหน้า ก็จะส่งข่าวไปบอกที่กองทัพทันทีขอรับ”ฉางหยวนตอบกลับมาอย่างละเอียดพอสมควรองค์หญิงจิ่นซีพยักหน้าเล็กน้อยเป็นอันว่าเข้าใจ นางหันไปหาฉางหยวนอีกครั้ง พร้อมกำชับเป็นมั่นเหมาะ“ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยเหลือพวกเขาอย่างเต็มที่ หากว่าทัพบูรพาต้องการความช่วยเหลือเรื่องใด สามารถบอกข้าได้ทันที หากว่าข้าช่วยได้ก็จะช่วย”“ขอรับนายหญิง” ฉางหยวนก้มหน้ารับคำสั่งเมื่อเดินออกจากตรอกเปียซาแล้ว องค์หญิงจิ่นซีก็ถือโอกาสเดินเล่นที่ตลาดอีกสักหน่อยเพื่อเป็นการผ่อนคลายบางครั้งถ้าหากว่านางไม่รีบกลับวัง ก็จะมาเดินดูของที่ตลาดลี่หนานแห่งนี้ พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดต่างก็ไม่มีผู้ใดรู้
Ler mais

ปรึกษาหารือระหว่างพ่อลูก

ปรึกษาหารือระหว่างพ่อลูกห้องพระอักษรไม่กี่วันต่อมาที่ห้องพระอักษรก็มีฎีกาจากราชทูตของทั้งสามแคว้นส่งมาถึงพระหัตถ์ของฮ่องเต้อีกแล้ว“เห้อ.เมื่อครั้งที่แล้วตอนที่ลงนามในสัญญาพันธมิตรไปนั้น เราก็ได้แจ้งกับทั้งสามคนไปแล้วว่าเราไม่สามารถยกองค์หญิงจิ่นซีให้แต่งงานกับผู้ใดผู้หนึ่งได้ มิเช่นนั้นแล้วจะเป็นการไม่ยุติธรรมต่อผู้ที่ไม่ได้แต่งงานกับนาง ดังนั้นหากทั้งสามคนหมายปององค์หญิงจิ่นซีไปเป็นชายาจริง ๆ ก็ให้ใช้ความพยายามด้วยตัวเอง แต่เหตุใดจึงมีฎีกามาอีกล่ะ หวงกงกง” ฮ่องเต้ทรงตรัสถามออกมากับผู้ที่นำฎีกามาเสนอ“ทูลฝ่าบาท นั่นเป็นเพราะจนแล้วจนรอด ราวกับว่าสวรรค์ไม่เมตตาพวกเขาแม้แต่น้อย ไทเฮากับเหยียนซูเฟยพยายามกีดกันไม่ให้พวกเขาได้พบกับองค์หญิงอย่างสุดชีวิตพ่ะย่ะค่ะ องค์ไทเฮาทรงหาอาจารย์มาสอนวิชาต่าง ๆ ให้องค์หญิงจิ่นซี เพื่อเป็นข้ออ้างว่านางยุ่งมากจนไม่สามารถไปพบผู้ใดนอกวังได้ ทั้งยังปฏิเสธเทียบเชิญทั้งหลายทั้งปวง เพื่อไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้พบนางในสถานที่ใดเลย ซึ่งองค์หญิงจิ่นซีเองก็พอใจกับวิธีนี้เป็นอย่างมากพ่ะย่ะค่ะนอกจากนี้ทั้งรัชทายาทแคว้นสุ่ย องค์ชายสามแคว้นอี๋และชินอ๋องแคว้นต้าลู่
Ler mais
ANTERIOR
1234567
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status