All Chapters of องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร: Chapter 51 - Chapter 60

67 Chapters

การแข่งขันล่าสัตว์

การแข่งขันล่าสัตว์องค์หญิงจิ่นซีชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไปเบาๆ“ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่คิดถึงคำของเสด็จย่า เสด็จย่าถามข้าว่าเมื่อไหร่พวกเราจะมีเหลนให้พระองค์อุ้ม”เสวี่ยเฟยหลงยิ้มอย่างเข้าใจ เขาทำหน้าตาทะเล้นใส่องค์หญิงจิ่นซีทีหนึ่งแล้วกล่าวขึ้นมา“ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกับไทเฮา พวกเรากลับจวนกันเถอะ ข้าอยากมีเจ้าก้อนแป้งแล้ว”องค์หญิงจิ่นซีได้ยินแล้วก็หน้าแดงขึ้นด้วยความเขินอาย ทุบไหล่เขาไปคราหนึ่ง ก่อนจะกล่าวออกมาเบาๆ“อะไรของท่าน ตรงนี้มีคนมากมาย ขึ้นรถม้าไปเดี๋ยวเลย”องค์หญิงจิ่นซียิ่งเขินอาย ยิ่งดูน่ารักขึ้นเป็นเท่าตัวในสายตาของเสวี่ยเฟยหลง ท่าทางของนางทำให้เขายิ้มกว้างออกมาพอขึ้นรถม้าไปแล้วเสวี่ยเฟยหลงก็เปลี่ยนมานั่งฝั่งเดียวกับนาง และนั่งกอดนางไปตลอดทางจนถึงจวนสกุลเสวี่ย เมื่อถึงจวนแล้วก็ไม่รอช้า พอลับสายตาผู้คน เสวี่ยเฟยหลงก็อุ้มองค์หญิงจิ่นซีเข้าห้องนอนไปในทันที ใต้ฟ้าครามที่ไร้เมฆหมอก ฮ่องเต้ทรงประทับอยู่บนบัลลังก์สูงสุดในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ พระองค์ทรงแย้มพระโอษฐ์อย่างเบิกบานพระทัยเมื่อเห็นเหล่าขุนนางและองค์ชาย ต่างก็ยืนเรียงรายกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเข้าร่วมการแข่
Read more

องค์ชายใหญ่ถูกใส่ร้าย

องค์ชายใหญ่ถูกใส่ร้าย“ลูกธนูที่ยิงเข้าที่ขาม้าเป็นหลักฐานสำคัญ เมื่อนำมาพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้งจึงพบว่าลูกธนูนี้มีลักษณะเฉพาะที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ที่เจ้าใช้ในการล่าสัตว์ในวันนี้ แล้วเจ้าจะแก้ต่างให้ตัวเองเช่นไร หยางจางเหว่ย” ฮ่องเต้ตรัสถามองค์ชายใหญ่ออกไป“ลูกไม่ได้ทำพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ แม้ว่าลูกจะอยากเป็นรัชทายาทเพียงใด แต่ไม่คิดจะใช้วิธีสกปรกเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ”องค์ชายใหญ่ปฏิเสธเสียงแข็ง เพราะเรื่องนี้เขาไม่ได้ทำจริงๆ“แล้วเจ้ามีหลักฐานหรือพยานมาอ้างอิงหรือไม่”ฮ่องเต้ยังคงสอบสวนต่อไปอย่างเคร่งขรึม“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายใหญ่ก้มหน้าตอบเพราะเขาไม่รู้จะหาหลักฐานและพยานมาจากไหน“มีเพคะ” องค์หญิงจิ่นซีที่อยู่ด้วยเอ่ยขึ้นทั้งฮ่องเต้และองค์ชายใหญ่หันไปมองที่นางพร้อมกัน“เจ้าว่าอย่างไรนะ ใครเป็นพยานอย่างนั้นหรือ”ฮ่องเต้ทรงคชตรัสถามขึ้นอย่างสงสัย“เป็นลูกและแม่ทัพเสวี่ยเพคะ ที่เป็นพยานให้ได้ว่าองค์ชายใหญ่ไม่ได้เป็นคนลงมือยิงขาม้าขององค์ชายหกเพคะ”ทั้งองค์หญิงจิ่นซีและเสวี่ยเฟยหลงได้เป็นพยานในเหตุการณ์นั้น ต่างก็ยืนยันว่าองค์ชายใหญ่ไม่ได้อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุองค์หญิงจิ่นซีและเสวี่ยเฟ
Read more

ข่าวการศึก

ข่าวการศึกถานกวงซูแสดงท่าทางที่มุ่งมั่น“ถูกต้อง ข้าต้องการที่จะล้างแค้นให้กับบิดาของข้า แต่ยังมีเป้าหมายอื่น ๆ ด้วย ข้าต้องการแคว้นเยียน เดิมทีแล้วมันควรต้องเป็นของบิดาของข้า และข้าจะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าข้าจะไม่ยอมให้บิดาของข้าตายตาไม่หลับ”เขากล่าวขึ้นมาด้วยความเจ็บแค้นหวงหมิงได้รับรู้อย่างนั้นก็ยิ้มอย่างรู้ทัน“การร่วมมือกับข้าจะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะกองกำลังของข้าสามารถสนับสนุนและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแผนการของท่านได้ ข้ามีทรัพยากรและกองทัพที่มีศักยภาพที่สามารถช่วยให้แผนการของพวกเราสำเร็จ”ถานกวงซูพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยถาม“ท่านจะช่วยอย่างไร”หวงหมิงหยิบแผนที่ออกมาจากในแขนเสื้อและวางลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา “นี่คือแผนที่ของพื้นที่ที่เราจะโจมตี ข้าจะส่งทหารจำนวนห้าหมื่นนาย และสิ่งที่จำเป็นทั้งหมดให้กับท่าน”ถานกวงซูมองแผนที่อย่างละเอียดและพยักหน้าอย่างพอใจ“ขอบคุณรัชทายาท ข้าจะใช้แผนที่นี้ในการวางแผนการโจมตี และดำเนินการตามแผนที่ได้ตกลงกันไว้ ข้าหวังว่าการร่วมมือของเราจะนำมาซึ่งชัยชนะ”หวงหมิงยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ“เช่นเดียวกับข้า ข้าหวังว่าการร่วมมือกันครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญ
Read more

ค่ำคืนก่อนไปรบ

ค่ำคืนก่อนไปรบเมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้า และความเงียบสงบปกคลุมทั่วทั้งจวนสกุลเสวี่ย องค์หญิงจิ่นซีและเสวี่ยเฟยหลงอยู่ด้วยกันในห้องนอน ท่ามกลางความเงียบสงบที่รายล้อมองค์หญิงจิ่นซียืนอยู่ที่หน้าต่าง จ้องมองออกไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน ดวงจันทร์ที่ส่องแสงนวลทอประกายเบื้องหน้า ขณะที่ในใจของนางเต็มไปด้วยความกังวล“ท่านพี่”นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ขณะที่เสวี่ยเฟยหลงกำลังถอดชุดเกราะและเตรียมตัวพักผ่อน เขาหันมามองนางทันทีเพราะรู้สึกถึงความไม่สบายใจในเสียงของนาง“องค์หญิงมีอะไรหรือ” เสวี่ยเฟยหลงเดินเข้ามาใกล้ พลางมองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ที่ฉายแววห่วงใยอย่างลึกซึ้งองค์หญิงจิ่นซีมองสบตาเขา ความรู้สึกหนักใจในหัวใจของนางไม่อาจสลัดออกไปได้“ข้ารู้สึกไม่สบายใจ ท่านต้องเคลื่อนทัพในวันพรุ่งนี้ การศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก และข้าไม่อาจนิ่งนอนใจได้”เสวี่ยเฟยหลงจับมือนางไว้เบาๆ พยายามให้กำลังใจ“ข้าเข้าใจว่าท่านกังวล แต่ข้าสัญญาว่าจะกลับมาหาท่านและจะดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด”“ข้าอยากจะไปกับท่าน” องค์หญิงจิ่นซีกล่าวออกมาด้วยเสียงที่มั่นคง “ข้าอยากจะอยู่เคียงข้างท่าน ไม่อยากปล่อยให้ท่านต้องเผชิญอันตรายเพี
Read more

แม่ทัพบูรพาออกศึกอีกครั้ง

แม่ทัพบูรพาออกศึกอีกครั้งทัพของเสวี่ยเฟยหลงเคลื่อนพลออกจากเมืองหลวงอย่างสง่างาม เสียงกลองศึกดังขึ้นประสานกับเสียงม้ากระทืบพื้น สายตาของทุกคนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น พวกเขารู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้อาจเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากที่สุด เมื่อเทียบกับศึกทุกครั้งที่ผ่านมา แม้จะมีความหวังว่าจะสามารถเอาชนะศัตรูได้ แต่ก็ไม่อาจละเลยความจริงที่ว่า ทัพศัตรูนั้นมีจำนวนมากและมีกำลังพลที่แข็งแกร่งเสวี่ยเฟยหลงนั่งอยู่บนหลังม้าสีดำขลับ สายตาของไปยังทิศทางของชายแดนบูรพา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตั้งใจและไม่แสดงออกถึงความหวาดกลัวใด ๆ แต่ในใจของเขากลับมีความกังวลลึก ๆ เขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะไม่ง่าย และจะต้องใช้ทุกความสามารถที่มีเพื่อปกป้องแผ่นดินและคนที่เขารักระหว่างที่ทัพเดินทางผ่านป่าและภูเขา ทหารสื่อสารของทัพก็คอยนำรายงานสถานการณ์จากชายแดนมาให้เสวี่ยเฟยหลงอย่างต่อเนื่อง รายงานแต่ละฉบับที่ได้รับ ทำให้ความกังวลของเขาเพิ่มขึ้นทุกครั้ง เพราะทุกครั้งที่เปิดอ่านรายงานเหล่านั้น บ่งบอกว่าทัพของศัตรูนั้นรุกคืบเข้ามาในเขตชายแดนมากขึ้นเรื่อย ๆในรายงานแรกที่ได้รับ มีข้อมูลว่าทัพศัตรูซึ่งเป็นกองกำลังของกลุ่มกบฏได้เ
Read more

ขอนำทัพเพื่อช่วยสามี

ขอนำทัพเพื่อช่วยสามีเมื่อกลับมาถึงในเมืองสั้งจิง เสวี่ยเฟยหลงถูกพาตัวไปยังค่ายพยาบาลอย่างเร่งด่วน“ท่านหมอ รีบเข้ามาดูอาการท่านแม่ทัพเร็วเข้า”ทหารคนสนิทของแม่ทัพเสวี่ยวเร่งเรียกหมอเข้ามาดูอาการของเขาหมอทหารต่างรีบเข้ามาช่วยกันรักษาบาดแผลของเขา“สภาพของท่านแม่ทัพเสวี่ยบาดเจ็บสาหัสนั้นน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง เลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลมากเกินไป เราต้องทำการห้ามเลือดก่อนอย่างอื่น” หมอหลวงกล่าวขึ้นมาอย่างร้อนใจ จากนั้นหมอทหารก็เริ่มลงมือรักษาเขาอย่างเร่งด่วนการที่เลือดออกเยอะมากทำให้สีหน้าของเสวี่ยเฟยหลงเริ่มซีดเซียวลง แต่ทว่าสายตายังคงแสดงถึงความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ภายในเมืองสั้งจิง ความเงียบสงบกลับกลายเป็นความตื่นตระหนก เมื่อชาวเมืองทราบข่าวว่าแม่ทัพเสวี่ยได้รับบาดเจ็บหนักทุกคนต่างพากันวิตกกังวลถึงความปลอดภัยของเมือง หากแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขายังต้องถอยทัพ ก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าอนาคตของเมืองจะเป็นเช่นไรขณะที่ทหารของเสวี่ยเฟยหลงพยายามฟื้นฟูสภาพจิตใจและเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งต่อไป ภายในค่ายพยาบาล เสวี่ยเฟยหลงยังคงนอนอยู่บนเตียง โดยมีหมอทหารหลายคนกำลังรักษาบาดแผลของเขา แต
Read more

องค์ชายเจ็ดผู้กล้าหาญ

องค์ชายเจ็ดผู้กล้าหาญในช่วงเวลาที่สถานการณ์เป็นวิกฤติ การตัดสินใจที่สำคัญเกิดขึ้นภายในห้องทรงพระอักษร องค์หญิงจิ่นซีได้กลับไปพบกับฮ่องเต้อีกครั้ง หลังจากที่นางได้เตรียมตัวสำหรับการนำทัพอย่างเต็มที่ แต่ฮ่องเต้ก็ยังคงมีคำถามและข้อกังวลเกี่ยวกับความสามารถของนางในการนำทัพของบุตรสาวฮ่องเต้ทรงเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นทรงพิจารณาคำกล่าวขององค์หญิงจิ่นซีอย่างลึกซึ้ง ขณะที่นางยืนอยู่ตรงหน้า พระองค์ทรงเห็นถึงความมุ่งมั่นและความกล้าหาญในแววตาของนาง แต่ยังมีความกังวลว่าการนำทัพจะเป็นภารกิจที่ยากลำบากเกินไปสำหรับสตรี ถึงแม้ว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นบุตรสาวที่เก่งกาจของพระองค์ก็ตาม“จิ่นซี” ฮ่องเต้ตรัสออกมาอย่างอ่อนโยน “เจ้ากล่าวถึงการนำทัพอย่างมั่นใจ แต่เจ้ารู้หรือไม่ ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะการสั่งการและควบคุมกำลังพล ทั้งยังมีการจัดการเรื่องกลยุทธ์และเสบียง เจ้าเพียงคนเดียวจะแบกรับไหวหรือ” พระองค์ตรัสถามอย่างเป็นกังวลองค์หญิงจิ่นซีตอบด้วยความมุ่งมั่น“ลูกเข้าใจดีว่าการนำทัพไม่ใช่เรื่องง่ายเพคะ แต่ลูกได้ศึกษาและอ่านตำราพิชัยสงครามมาอย่างละเอียด ลูกเข้าใจหลักการในการวางกลยุทธ์และการจัดการกับสถ
Read more

จงเชื่อมั่นในตัวองค์หญิง

จงเชื่อมั่นในตัวองค์หญิงฮ่องเต้ทรงยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบงัน มองดูพระมารดาของตนที่กำลังทุกข์ใจอย่างที่สุด พระองค์ทราบดีว่าคำปลอบโยนใด ๆ ก็ไม่อาจทำให้ไทเฮารู้สึกดีขึ้นได้ ในที่สุดฮ่องเต้ก็เดินเข้ามาใกล้และจับมือของพระมารดาไว้“ข้าขอให้ท่านแม่เชื่อใจในตัวจิ่นซี นางมีความสามารถและความมุ่งมั่น ลูกจะทำทุกอย่างที่ลูกทำได้เพื่อสนับสนุนนาง เพื่อให้การต่อสู้ครั้งนี้สำเร็จลุล่วงและให้นางกลับมาอย่างปลอดภัย”พระองค์ตรัสออกมาอย่างอ่อนโยน และแฝงไว้ด้วยความจริงจังไทเฮาทรงทอดพระเนตรฮ่องเต้ด้วยสายพระเนตรที่เต็มไปด้วยพระอัสสุชลและความสิ้นหวัง พระนางทราบดีว่าต่อให้จะทรงกริ้วสักเพียงใด ก็คงไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ในที่สุดพระนางก็ทรงพยักพระพักตร์อย่างอ่อนล้า“ถ้าเช่นนั้น แม่จะภาวนาให้เทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองหลานสาวของแม่ และแม่อยากให้เจ้าทำทุกอย่างที่จะทำได้เพื่อให้นางปลอดภัย” ไทเฮาตรัสด้วยพระสุรเสียงที่อ่อนโยนแต่มุ่งมั่น“ลูกจะทำอย่างนั้นแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ตรัส ก่อนจะก้มพระเศียรลงด้วยความเคารพจากนั้นฮ่องเต้ทรงลุกขึ้นและทอดพระเนตรออกไปนอกห้อง พระองค์เห็นท้องฟ้าที่เริ่มมืดมิด
Read more

ทัพเสริมมาถึงแล้ว

ทัพเสริมมาถึงแล้วเสวี่ยเฟยหลงมองออกไปยังทิศทางของกองทัพหลายกองที่กำลังมุ่งหน้ามาเมื่อเขาเห็นภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ความกังวลที่ค้างคาในใจของเขาค่อย ๆ คลายลง“ธงนั่น...” เสวี่ยเฟยหลงพึมพำกับตนเองสิ่งที่ปรากฏในสายตาของเขาไม่ใช่ธงของกองทัพเป่ยเหลียง แต่กลับเป็นธงของแคว้นต่าง ๆ ที่เคยทำสัญญาพันธมิตรกับแคว้นเยียน ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเห็นกองทัพหนึ่งที่ชูธงของแคว้นเยียนด้วย เสวี่ยเฟยหลงตระหนักในทันทีว่านี่คือกำลังเสริมที่ส่งมาเพื่อช่วยเหลือเขา“นั่นมันองค์หญิงจิ่นซีกับองค์ชายเจ็ดใช่หรือไม่”แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้สร้างความตกใจให้กับทุกคนที่เห็นเป็นอย่างยิ่งก็คือผู้ที่นำทัพเสริมมาเป็นองค์หญิงจิ่นซี ฮูหยินของท่านแม่ทัพที่มาพร้อมกับองค์ชายเจ็ด“องค์หญิงจิ่นซี องค์ชายเจ็ดเสด็จ” เสียงทหารตะโกนดังต่อ ๆ กันไป จากนั้นความตกตะลึงก็กระจายไปทั่วค่าย ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าองค์หญิงจะออกมานำทัพเองเช่นนี้ เสียงซุบซิบและความตื่นเต้นแพร่กระจายไปทั่วเมื่อข่าวนี้แพร่ไปอย่างรวดเร็วแต่คนที่ตกตะลึงที่สุดเห็นจะเป็นเสวี่ยเฟยหลงเอง เขานิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า ภายในใจเกิดความรู้สึกหลากหลายขึ้นม
Read more

บทส่งท้าย จักรพรรดินีจิ่นซี

บทส่งท้าย จักรพรรดินีจิ่นซีองค์หญิงจิ่นซีได้รับข่าวการแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาทอย่างไม่คาดคิด และรู้สึกว่าการต้องรับตำแหน่งนี้เป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของนางแม้ว่าการเป็นวีรสตรีผู้ช่วยกอบกู้แคว้นเยียน และได้รับการยกย่องจากราษฎรจะเป็นสิ่งที่น่ายินดี แต่องค์หญิงจิ่นซีก็ไม่ได้มีความปรารถนาในการปกครองแคว้นนางเพียงต้องการอยู่เคียงข้างท่านแม่ทัพเสวี่ยเฟยหลง ใช้ชีวิตอย่างสงบและเรียบง่ายในจวนของพวกเขาเท่านั้น“ลูกไม่ต้องการตำแหน่งนี้จริง ๆ เพคะ” องค์หญิงจิ่นซีกล่าวด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ขณะเข้าเฝ้าฮ่องเต้ในห้องทรงพระอักษร“ลูกต้องการเพียงแค่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับท่านแม่ทัพเสวี่ยเท่านั้น ไม่ต้องการเป็นผู้ปกครองแคว้นเพคะ”ฮ่องเต้ทรงฟังคำกล่าวของบุตรสาวด้วยพระพักตร์ที่นิ่งสงบ พระองค์ทรงรู้ดีว่าการตัดสินพระทัยในการแต่งตั้งองค์หญิงจิ่นซีเป็นองค์รัชทายาท เป็นการตัดสินพระทัยที่ยากลำบากและต้องเผชิญกับคำปฏิเสธของนางเป็นแน่ แต่พระองค์ทรงเชื่อมั่นในความสามารถและคุณสมบัติขององค์หญิงจิ่นซี ที่จะนำพาแคว้นไปสู่ความรุ่งเรืองฮ่องเต้จึงตรัสกับองค์หญิงด้วยพระสุรเสียงที่แฝงไปด้วยความจริงจังและคาดหวัง “จิ่นซี
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status