All Chapters of ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย: Chapter 61 - Chapter 70

133 Chapters

41.1

“เจ้าค่ะ บ่าวก็แปลกใจ” ไป๋ฮวาเอ่ยเสียงเบา “หรือเป็นเพราะท่านหญิงคืออนาคตชายาแห่งฉีหนานหวัง อยู่ฝ่ายใดย่อมไม่ควรเพิกเฉย”“ฮึ” ซือหนิงแค่นเสียงในลำคออย่างเย็นชา ก่อนจะค่อย ๆ วางเทียบเชิญพวกนั้นซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบตามเดิม “เอาไปเก็บไว้ในหีบก่อน ข้ายังไม่คิดจะตอบรับ ไม่ว่าเทียบเชิญจะมาจากตระกูลใดในตอนนี้”“เจ้าค่ะ” ไป๋ฮวารับคำเบา ๆ ก่อนรีบทำตามคำสั่งของเจ้านายซือหนิงหลุบตามองแผ่นกระดาษสีสดพวกนั้นอย่างเงียบงัน ภายนอกนางดูสงบเสงี่ยมอย่างที่ทุกคนคาดหวังจากท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองที่นางรู้ชัดเจนว่าสาเหตุมาจากเรื่องใดหลายวันแล้ว... ตั้งแต่กลับจากงานล่าสัตว์นับวันที่ซือหนิงส่งบ่าวไปจวนฉีหนานหวังเพื่อขอเข้าเฝ้าเป็นสามวัน ที่คำตอบที่ได้รับกลับมาไม่ต่างจากเดิมมากนักซือหนิงไม่ใช่คนโง่ นางรู้ดีว่านั่นคือการกันไม่ให้นางเข้าใกล้แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า... หรือเขากำลังหลบหน้านางจริง ๆ? เพียงแต่นึกเหตุผลที่เขาไม่อยากพบหน้าหนังไม่ออกก็เท่านั้น…หรือว่า…ฉีหนานหวังไม่ได้อยู่ในจวนตั้งแต่แรก? ข่าวที่บอกว่าเขากลับมายังจนหวงแล้วอาจเป็นข่าวปลอมเพื่อจุดป
Read more

41.2

“หม่อมฉันเพียงแค่มาเพราะมีบางเรื่องต้องการถาม ไม่ได้หมายจะรบกวนพระองค์ถึงในเรือนบรรทมเช่นนี้”น้ำเสียงราบเรียบแฝงความไม่พอใจเอ่ยขึ้น ขณะปลดมือออกจากการรั้งของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล“...เหตุใดเจ้าจึงไม่ส่งคนมา หากต้องการพบ จะได้ไม่ต้องลำบากมาเองเช่นนี้”ฉีหนานหวังมองที่มือของตนอันปราศจากความอุ่นอย่างก่อนหน้า ความรู้สึกว่างเปล่าชั่วขณะทำให้เขาไปไม่เป็นเล็กน้อย“หม่อมฉันส่งไปแล้วเพคะ แต่คนของพระองค์ดูเหมือนไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับคนนอกเลย คนของหม่อมฉันจึงกลับมาอย่างไร้ผลลัพธ์เสียทุกครั้งเพคะ”คำพูดนั้น ทำให้ดวงตาคมของฉีหนานหวังหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าแผ่วเบา“ข้าจะตรวจสอบเรื่องนี้ภายหลัง...”บรรยากาศในห้องยังเงียบเชียบ มีเพียงแสงตะเกียงที่วาววับอยู่ริมผนัง กับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำแกงไก่ร้อนระอุบนโต๊ะเตี้ยตรงกลางห้องซือหนิงยืนนิ่งอยู่ไม่ห่างจากประตู สายตากวาดมองรอบเรือนอย่างเรียบเฉย แต่ดวงตาของนางส่อแววอย่างคนกำลังไม่พอใจชัดเจน นับแต่นางเข้ามานั้นยังไม่มีคราไหนที่มองเขาเต็มตาเลยด้วยซ้ำ ซึ่งนี่มันเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับสตรีตรงหน้า...“ท่านหญิงคงไม่คิดว่าข้าหลบหน้าเจ้าหรอกนะ?”เสียงทุ้
Read more

42.1

บทที่ 42 ข้อตกลงสองปีระหว่างเราจวบจนข้ออ้างเดียวของทั้งสองหมดสิ้นไปก็เป็นเจ้าของเสียงทุ้มต่ำอย่างฉีหนานหวังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ“มาเพื่อจะคุยเรื่อง...สมรสพระราชทานเพราะไม่คิดรับมันหรือ?”น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย สีหน้าเหมือนจะคาดหวังคำตอบหนึ่งแต่ก็กลัวจะได้อีกคำหนึ่งจนปิดบังไม่มิดทว่าสิ่งที่นางตอบมากลับไม่ใช่อย่างที่เขาคาดไว้...“หม่อมฉันไม่ได้คิดจะยกเลิกสมรสนี้เพคะ”ดวงตาสีฟ้าเข้มฉายแววเด็ดเดี่ยวและจริงจังทำเอาฉีหนานหวังนิ่งไปชั่วครู่ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างวูบผ่านในใจ“หากแต่ว่าหม่อมฉันมาที่นี่...เพื่อพูดถึงเงื่อนไขระหว่างเราหลังจากสมรสต่างหากเพคะ”“เจ้าจะยอม แต่มีเงื่อนไข?”นี่คงเป็นคราแรกกระมังที่เขาได้ยินว่าการจะแต่งงานกันต้องมีเงื่อนไขอะไรด้วย...ซือหนิงพยักหน้าอีกครั้งก่อนจะอธิบายอย่างชัดเจนต่อมา“หม่อมฉัน...คิดไว้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ ควรมีระยะเวลาเพคะ สักสองปี...ตลอดสองปีนี้ ทังหม่อมฉันและพระองค์ต่างต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีอย่างไม่มีข้อบกพร่องใดใด แล้วพอจบสองปีพวกเราก็สามารถหย่าและแยกกันอยู่ได้อย่างไม่มีเงื่อนไขเพคะ”ฉีหนานหวังเงียบ
Read more

43.1

"ไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับท่านหญิงในเวลาเช่นนี้"ซูลี่เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรขัดกับคำพูดที่ดูแซะซือหนิงเล็กน้อยเรื่องที่นางมาหาบุรุษตอนดึกดื่น จากนั้นก็หันไปพูดกับเซินกงกง"เซินกงกง คืนนี้ท่านคงเหน็ดเหนื่อยมามากแล้ว เดี๋ยวข้าจะส่งท่านหญิงให้เอง ท่านกลับไปดูแลนายท่านเถิด"น้ำเสียงของซูลี่มิได้แข็งกระด้างนัก แต่กลับแฝงน้ำหนักในถ้อยคำที่ทำให้เซินกงกงขัดไม่ได้ท้ายที่สุดเขาก็โค้งคำนับแล้วถอยกลับไป ทิ้งให้ทั้งสองสตรีเดินเคียงกันในยามค่ำคืนไปบรรยากาศชั่วครู่หนึ่งเงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมพัดปลิวใบไม้ชัดเจนกว่าเมื่อครู่เสียอีก ซือหนิงเดินเงียบ ๆ ไม่ได้เอ่ยคำใด เป็นซูลี่เองที่คลี่ยิ้มบางก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้น"วันนี้นายท่านดูอารมณ์ดีมาก ทานน้ำแกงหมดทั้งชาม ข้าก็อดดีใจไม่ได้..."ซือหนิงเหลือบตามองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ ในสายตาของนางฉายความสงสัยถึงเหตุผลที่อยู่ ๆ อีกฝ่ายก็บอกนาง"เช่นนั้นหรือเพคะ?""ข้าเป็นคนลงมือคุมการเคี่ยวเองทุกขั้นตอน ใส่ทั้งเห็ดหลินจือ โสมป่า แล้วก็ต้มด้วยกระดูกไก่ดำจนเปื่อย เนื้อแกงจึงหวานนุ่มละมุนลิ้นเช่นนั้น""อืม..."ซือหนิงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้เอ่ยความชมหรือแย้งใดในเ
Read more

44.1

ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยคำสั่งเพิ่มเติม เสียงฝีเท้ารีบร้อนก็ดังขึ้นจากหน้าประตู ตามด้วยเสียงเรียกอันคุ้นเคยของบ่าวจากนอกเรือน“ท่านหญิงเจ้าคะ! รถม้าของจวนท่านหวังมาถึงแล้วเจ้าค่ะ!”ซือหนิงเหลือบตามองไปยังประตูด้านหน้า ก่อนจะลุกขึ้นโดยไม่ลืมกล่าวกับหลิวอวิ๋นอีกคำหนึ่ง“นำของออกไปส่งภายในวันนี้ แล้วกลับมาเขียนรายงานให้ข้าทราบด้วย”“ขอรับ!”จากนั้น ซือหนิงก็หมุนกายอย่างงดงาม...เย่ซือหนิงในชุดคลุมตัวยาวสีเข้มขนสัตว์นุ่มฟูเหยียบย่างออกจากเรือนพร้อมกับไป๋ฮวาที่เดินตามหลังอย่างนอบน้อมเบื้องหน้าจวนคือรถม้าคันหนึ่งเป็นรถม้าคันหรูหราที่ประดับลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของจวนฉีหนานหวังฉีหนานหวังในชุดเดินทางสีดำเรียบหรู นั่งอยู่บนหลังม้าตัวดำเมื่อมที่ยืนนำหน้ารถม้า เมื่อเขาเห็นซือหนิงก็กระตุกบังเหียนและย่างลงจากหลังม้าทันใด“ท่านหญิง” เขาเอ่ยเสียงเรียบขณะก้าวเข้ามาหา...ซือหนิงพยักหน้าอย่างสุภาพก่อนประสานมือทำความเคารพ “คารวะเพคะ ท่านหวัง”ยังไม่ทันที่บทสนทนาแรกจะดำเนินไปมากกว่านั้น ม่านรถม้าของจวนฉีหนานหวังก็ถูกเลิกขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าสะคราญของพระชายารองอย่างซูลี่ ใบหน้าสวยหวานยิ้มออกมาราวกับกำลั
Read more

44.2

“แต่ไม่เป็นไรหรอก... เราก็อยู่ของเราให้ดี หากพระนางไม่ทำให้เราเดือดร้อน ก็ไม่จำเป็นต้องตอบโต้ให้เสียแรงเช่นกัน”ถ้อยคำเหล่านั้นอ่อนโยน แต่ในดวงตาของซือหนิงกลับแน่วแน่ อย่างไรนางก็ตั้งใจไว้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งพระชายาเอกของฉีหนานหวังเพียงแค่สองปีเท่านั้น หากชายารองผู้นี้ไม่ล่วงเกินนางก็หวังว่าจะต่างคนต่างอยู่ได้...ทว่าเรื่องนี้ไป๋ฮวาไม่รู้ก็ไม่แปลกที่จะคิดมากกว่านางที่เป็นเจ้าของเรื่องเสียอีกเส้นทางภูเขาเบื้องหน้าคลี่คลุมด้วยหิมะขาวที่เริ่มละลายบ้างแล้วหลังจากหยุดตกหลายวันก่อน ท้องฟ้ายังขมุกขมัว มีแสงแดดเพียงริ้วบางที่สามารถส่องทะลุม่านหมอกหนาวเย็นมาได้ รถม้าสองคันค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่ลานหินหน้าวัดเทียนเยวี่ยนอันเงียบสงบ เบื้องหลังอารามเป็นแนวไม้ไผ่สูงใหญ่ ลมเย็นพัดให้ผ้าธงที่แขวนเรียงรายหน้าอารามพลิ้วไหวเป็นจังหวะสงบเสียงกีบม้าและล้อไม้บดพื้นหินดังขึ้นพร้อมกันเมื่อขบวนหยุดสนิท...ฉีหนานหวังในอาภรณ์คลุมขนสัตว์สีดำสนิทลงจากหลังม้าด้วยท่วงท่ามั่นคง เขากวาดตามองทั่วลานวัดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวไปข้างหน้า ซือหนิงที่ลงจากรถม้าอีกคันหนึ่งมองตามอยู่เงียบ ๆ ไป๋ฮวาก้าวลงตามพลางส่งผ้าคลุมกันห
Read more

44.3

พูดจบก็เดินออกจากเรือนมา...ลานวัดยามสายปกคลุมด้วยแสงแดดสีอ่อนที่ลอดผ่านหมอกเบาบางช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ ลำไม้ไผ่สูงใหญ่เรียงรายทอดแนวไปตามทางหิน เสียงใบไม้เสียดสีเมื่อสายลมพัดเบา กลิ่นหญ้าเปียกปนกลิ่นควันธูปลอยมาอ่อน ๆซือหนิงเดินทอดน่องช้า ๆ มือสอดในอาภรณ์คลุมอุ่น คิดถึงความเงียบของสถานที่แห่งนี้ที่ชวนให้ใจสงบอย่างประหลาดหากเป็นเมื่อก่อน…ชาติที่แล้ว เธอคงไม่มีทางได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้แน่ในยุคศตวรรษที่ 20 ที่นางเคยอยู่ ทุกย่างก้าวหมายถึงภารกิจ ทุกลมหายใจมีคนคอยจับตา ไม่มีคำว่าพัก ไม่มีคำว่าปลอดภัย มีแต่เป้าหมาย ภารกิจ และคำสั่ง!แต่ที่นี่…แม้จะต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวไม่ต่างจากเดิม แต่นางก็สามารถค่อย ๆ สร้างเส้นทางชีวิตของตนเองได้ มีผิดพลาดบ้าง มีช้าบ้างแต่ชีวิตของนางก็อยู่ในกำมือของตนเอง...ซือหนิงปล่อยใจให้ว่าง สูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกได้ถึงกลิ่นไม้ เปลือกหญ้า และความสงบ ก่อนจะปล่อยลมหายใจออกมาอย่างเนิบนาบระหว่างทางเดินเลียบป่ารอบอาราม ซือหนิงเดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมายทว่าที่ปลายสายตานางนั้นพลันเห็นมีนักบวชชราผมยาวขาวบริสุทธิ์ผู้หนึ่งนั่งอยู่ใต้ร่มเงากอไม้ไผ่สู
Read more

45.1

#####บทที่ 45 เขายินดีเป็นเครื่องมือให้นางใช้กลั่นแกล้งคนโรงทานของวัดเงียบสงบ รายล้อมด้วยเสียงใบไม้พลิ้วไหวและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของอาหารเจที่ลอยมาแตะจมูก ซือหนิงกับฉีหนานหวังเดินเคียงกันเข้ามาอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความสงบจากธรรมชาติและกลิ่นอายของความศรัทธาที่แผ่ขยายออกมาจากเหล่าประชาชนที่มารับประทานอาหารร่วมกันที่ลานกลาง มีโต๊ะยาวแยกไว้เป็นสัดส่วน มีการจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ซือหนิงมองเห็นไป๋ฮวาคอยจัดแจงอยู่บริเวณโต๊ะตัวหนึ่งห่างออกไปก็มีเณรน้อยที่คอยดูแลผู้มาขอพรที่วัด ขณะเดียวกันซูลี่ก็ก้าวออกมาจากมุมหนึ่งของลานโรงอาหารเมื่อเห็นพวกเขาเดินมาด้วยกัน สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ก่อนจะแย้มยิ้มอ่อนหวานประหนึ่งเจ้าบ้านผู้อารี“นายท่านมาถึงแล้วหรือเพคะ?” ซูลี่ทักอย่างอ่อนโยน ดวงตาทอดมองซือหนิงชั่วครู่แล้วเบนไปทางฉีหนานหวัง “หม่อมฉันจัดที่ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เชิญทางนี้เพคะ”โต๊ะขนาดไม่ใหญ่มากจัดไว้มีเพียงสองที่นั่ง เพื่อฉีหนานหวังนั่งลงแล้วซูลี่ก็นั่งอีกตัวทันที แน่นอนว่าไม่มีที่ของซือหนิง ทั้งที่นางคือหนึ่งในตัวเอกของการเดินทางมาขอพรครั้งนี้ซือหนิงมองภาพตรงหน้าด้วยร
Read more

45.2

ยามค่ำคืนดวงจันทร์ลอยเด่นท่ามกลางราตรีมืด แสงจันทร์เร้นกายอยู่หลังม่านเมฆบางที่ยังคงหนาไม่เสื่อมคลาย ศาลาหลักของวัดเทียบเยวี่ยนคลาคล่ำด้วยผู้คนที่ร่วมพิธีขอพรข้ามคืนและนั่งสมาธิตามกิจกรรมของวัดในคืนพิเศษเช่นวันนี้ภายในศาลาใหญ่นั้นจุดเทียนและธูปหอมไว้ทุกมุม กลิ่นอบอวลลอยปะปนกันทั่วห้อง เป็นกลิ่นของไม้จันทน์อ่อนแซมกลิ่นดอกโบตั๋นแห้ง เมื่อรวมกันแล้วหอมเย็นละมุนก็จริง แต่ยิ่งสูดนานเข้า กลับคล้ายอบรมควันเข้าในโพรงจมูกจนรู้สึกเวียนหัวซือหนิงนั่งนิ่งบนเบาะผ้ากำมะหยี่ข้างชายารอง เบื้องหลังมีไป๋ฮวานั่งอยู่ เบื้องหน้าคือพระอาวุโสที่นั่งพนมมือสวดบทมนต์เสียงทุ้มนิ่งแต่ยิ่งเวลาผ่านไป ควันธูปที่ฟุ้งหนาทำให้นางเริ่มรู้สึกพะอืดพะอม หายใจไม่ทั่วอกจนทนไม่ไหวซือหนิงเอียงหน้าหลบควันพลางลอบถอนหายใจ ก่อนจะหันกระซิบกับไป๋ฮวาเบา ๆ“ข้าจะออกไปเดินรับลมนิดหน่อย เดี๋ยวกลับมาตอนใกล้จบ”ไป๋ฮวาเงยหน้ารับคำ ซือหนิงก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างสง่างาม อ้อมหลังผู้คนนับสิบที่นั่งสมาธิอยู่ แล้วก้าวออกจากศาลามาอย่างเงียบเชียบทันทีที่ประตูศาลาบานไม้ถูกเลื่อนเปิดออก อากาศเย็นเบาบางจากภายนอกก็ปะทะใบหน้า ลมยามราตรีพัดพลิ้วกลิ่
Read more

46

ไม่นานอีกกลุ่มก็เข้าไปในห้องของพระชายารองซูลี่ นางเองก็ไม่ต่างกัน หลับสนิทราวกับฝันดี ไม่ทันรู้ชะตากรรมที่ใกล้เข้ามาจากนั้น ร่างของสตรีทั้งสองก็ถูกแบกหายเข้าไปในแนวป่าเงียบงัน ลับสายตาท่ามกลางเงามืดยามค่ำคืน และกลิ่นธูปเจือสมุนไพรที่ยังคละคลุ้งไปทั่วศาลาไม่เสื่อมคลาย…เช้าวันต่อมา แสงแดดยามอรุณแรกของวันเริ่มสาดส่อง ทว่าเสียงโกลาหลก็ดังขึ้นแทนเสียงสวดมนต์ที่ควรจะมี!"แย่แล้ว! ท่านหญิงหายไป!""พระชายารองซูลี่ก็หายไป หายไปไหนไม่รู้!"จากนั้นเสียงสามเณรน้อยก็ตะโกนลั่นวัด น้ำเสียงตกใจสะท้อนออกไปทั่วบริเวณ ทำให้ผู้คนเริ่มแตกตื่นมากขึ้นไปอีกไม่นานนัก ฉีหนานหวังก็มาถึงด้วยสีหน้าถมึงทึงแม้นัยน์ตาจะมึนเล็กน้อยเพราะเพิ่งฟื้นจากฤทธิ์ยา เขาเดินพรวดเข้ามายังเรือนพักฝ่ายหญิง ทหารองครักษ์ก็ตามมาติด ๆเช่นกัน"เกิดอะไรขึ้น ใครเป็นคนสุดท้ายที่พบพวกนาง?"เสียงเขาหนักแน่น ความกังวลแฝงอยู่ในดวงตา รังสีที่แผ่ออกมานี้ทำให้ผู้เฝ้าเวรลนลาน ทูลความจริงทั้งน้ำเสียงสั่นเทาทันใด"กระหม่อม… กระหม่อมเฝ้าอยู่หน้าศาลา แต่…เมื่อคืน…รู้สึกเหมือนหลับไปเองโดยไม่รู้ตัวพะยะค่ะ…"ฉีหนานหวังเม้มริมฝีปากแน่นอย่างเข้าใจบางอย่
Read more
PREV
1
...
56789
...
14
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status