บททั้งหมดของ นายหญิงแสนรักของตัวร้าย: บทที่ 121 - บทที่ 130

176

ตอนที่ 65 คนหน้าไม่อาย /3

ใบหน้าของคนทั้งคู่แดงก่ำ นางรีบปิดตาตัวเองทันทีส่วนเขาเขวี้ยงงูตัวนั้นทิ้งแล้วกุมของสำคัญเอาไว้แทน เจ็บเสียจนพูดอะไรไม่ออก “จะ… เจ้า…”“…”“หากข้าสืบพันธ์ุไม่ได้จะทำอย่างไร เจ้าต้องรับผิดชอบ” เขาเองก็ลืมไปอีกเช่นเดียวกันว่านางมือหนัก ทุบจุดอ่อนไหวทีเป็นอันทรุดลงกับพื้น “แต่ข้าไม่ผิด เจ้าโกหกข้าก่อน” นางไม่พูดเปล่าแล้วลุกขึ้นคิดวิ่งหนีไปตั้งหลักเพราะกลัวเขาลงโทษแปลก ๆ ก้าวขาเพียงหนึ่งก้าวก็ถูกรั้งเอวบางเอาไว้จนแผ่นหลังแนบชิดร่างแข็งแกร่งทำเอาหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม ไม่รู้ว่าเรื่องราวบานปลายมาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร“ปะ… ปล่อยข้านะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงอ่อย ขนลุกซู่ไปหมด “โดนไปแค่นี้นับว่าเล็กน้อย ของของเจ้าไม่ได้บาดเจ็บอะไรหรอก”“ยังไม่ทันได้ตรวจแล้วรู้ได้อย่างไร คิดโกหกข้าหรือ” เขาไม่ยอมปล่อยนางหนี ยิ่งดิ้นก็ยิ่งกอดรัดร่างบางไว้แน่นราวกับตนเองเป็นงูกลับชาติมาเกิดก็ไม่ปานลู่ฟางเซียนถอนหายใจ ค่อย ๆ พูดด้วยน้ำเสียงเขินอายแทนไปแล้วเพราะคนข้างหลังไร้ยางอายโดยสิ้นเชิง“เจ้าไม่รู้ตัวเลยหรือว่ามันตั้งขึ้นมาขนาดนั้น ข้ารับรองว่าเจ้ายังสืบพันธุ์ได้แน่นอน ตอนนี้… ตอนนี้ช่วยปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่ มัน… ม
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 65 คนหน้าไม่อาย /4

“ไม่ต้องบอก ข้าไม่ได้อยากรู้” ลู่ฟางเซียนหลับตาปี๋ ปิดหูได้ข้างเดียวแล้วอยากมุดหน้าหนีลงดินเพราะหากมีใครมาเห็นภาพในตอนนี้เข้าก็คงคิดว่าประหลาดโดยแท้“อีกนิด...”“สวีอันอวี่… คนหน้าไม่อาย กล้าทำเรื่องเช่นนี้กลางป่ากลางเขา คนหน้าด้าน ทำเรื่องบัดสี”“อือ…”“สวีอันอวี่… เมื่อไหร่จะเสร็จเสียที” หญิงสาวพยายามเบนความสนใจของตนเองไปเรื่องอื่นด้วยการสบถด่าคนข้างหลังแทน“เร่งขนาดนี้เจ้ามาทำให้ดีหรือไม่เล่า”“รู้อย่างนี้น่าจะทุบให้มันหักไปเลย” เสียงเหี้ยมเกรียมเอ่ยขึ้นมาแต่กลับทำคนข้างหลังเผลอยิ้ม“คนใจร้าย นั่นมันของรักของหวงอันดับสองของข้าเลยนะ” สวีอันอวี่ทำหน้ามุ่ย ดวงตาสองสีมองไปยังคนที่อยู่ตรงหน้า “เหตุใดต้องทำท่ายั่วยวนข้าด้วย”“…” “ปีศาจจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ อย่าทำมารยากระตุ้นอารมณ์ข้าสิ”“กล้ามากนะ” นางเม้มปากแน่น ข่มจิตใจตัวเองไม่ให้คว้าไม้ท่อนใหญ่ที่วางอยู่ข้างล่างขึ้นมา “ข้าแค่ยืนอยู่เฉย ๆ สบถด่าเจ้าจนหายใจแทบไม่ทันยังกล้าใส่ร้ายว่าข้ายั่วยวนเจ้า คนหน้าไม่อาย… สวีอันอวี่… เจ้าเป็นพวกหลั่งช้าหรืออย่างไร เหตุใดจึงไม่เสร็จเสียที ยืนอย่างนี้นาน ๆ ข้าเมื่อยนะ”“…” เขานิ่งเงียบไม่ได้บอกออกไปว่า
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 66 โกรธตัวเอง /1

คืนนั้น กว่าเรื่องราวของสวีอันอวี่จะจบลง นางถอนหายใจรอไปแล้วหลายร้อยรอบ เสื้อผ้าที่เปียกก็ผิงไฟจนแห้งโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ ครั้นจะหลับตานอนกลับถูกเสียงน่ารำคาญหูปลุกเรียก“เหตุใดต้องหลบหน้าข้า” สวีอันอวี่ทำหน้าบึ้ง คิ้วขมวด “เรียกร้องความสนใจรึ ข้าบอกแล้วว่าเกลียดเจ้า ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าด้วยซ้ำ”“…” ลู่ฟางเซียนคิดในใจ ก็ถูกแล้วไม่ใช่หรือ ข้าเบือนหน้าหนี เจ้าจะได้ไม่ได้เห็นหน้าข้าอย่างไรเล่า“ยังไม่หันมาอีก”สติหล่นหายไปแล้วหรืออย่างไร ไอ้คนเอาแต่ใจ!“หันมาเดี๋ยวนี้” เขาออกคำสั่งแต่ดูเหมือนสิ่งที่หญิงสาวทำคงจะช้าเกินไปจึงเป็นฝ่ายเดินเข้าไปนั่งใต้ต้นไม้ข้างนางแล้วจับใบหน้างามหันมา จ้องตาด้วยความหงุดหงิด “ห้ามหันหน้าหนีข้า”เจ้าบ้า!“เลิกด่าข้าในใจเสียที คนขี้ขลาด”“เจ้าบ้า!”“ฟาง… เถียนเหม่ยหลิน เจ้ากล้าดีเกินไปแล้ว คิดว่าข้าไม่กล้าทำอันใดเจ้ารึ” เขาพูดเสียงดังแต่น่าแปลกที่ครานี้ไม่ได้ลงไม้ลงมือ อ้างเหตุผลอื่นใดเพื่อลงโทษนางให้เจ็บตัวหากจะบอกว่าเริ่มแปลกเมื่อใดก็คงเป็นตอนที่เขาได้เห็นใบหน้าคุ้นเคยของหญิงสาวอีกครั้งในรอบเกือบปีครึ่งที่ไม่ได้เจอกันกระมังนอกจากอารมณ์ที่เปลี่ยนไปมา
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 66 โกรธตัวเอง /2

“เหตุใดจึงไม่พูดอะไรเลยเล่า โกรธที่ข้าไปที่นั่นโดยไม่บอกหรือ ข้าแค่เข้าไปหาข่าวพวกหย่งชางก็เท่านั้น ไม่ได้แตะต้องผู้หญิงคนไหนแล้วก็ไม่ให้ใครจับต้องข้าด้วย” เจ้าตัวไม่พูดเปล่าแต่จับมือลู่ฟางเซียนมาวางทาบใบหน้าตัวเองพลันซบถูไถแล้วอมยิ้ม “ใบหน้านี้” พลางลื่นลงมาตรงหน้าอกแกร่ง “ตัวข้านี้ เป็นของเจ้า”ดวงตาสองสีเป็นประกาย เกี้ยวพาราสีอย่างโจ่งแจ้งและหมายมั่นว่านางจะต้องใจอ่อนในสักวัน แต่แน่นอนว่าไม่ใช่วันนี้เพราะหญิงสาวหยิกแก้มคนตรงหน้าด้วยความมันเขี้ยว“อ๊ะ…” แม้ไม่เจ็บแต่ก็เล่นใหญ่ไว้ก่อนเพื่อเรียกร้องความสนใจเพราะรู้ว่านางเป็นห่วงเขายิ่งกว่าใคร ลู่ฟางเซียนหรี่ตามองแล้วค่อย ๆ ลูบรอยตรงนั้น “เจ็บหรือ”“อืม… เป่าให้ข้าไม่ได้หรือ” หากไม่ใช่ลู่ฟางเซียนก็คงไม่มีใครได้เห็นซือหยางที่กำลังพองแก้มกลมแล้วยื่นหน้ามาหา “เป่า ๆ”“หากเจ้าเป็นเด็กก็คงน่าเอ็นดูอยู่หรอก” หญิงสาวส่ายหน้าไม่ยอมทำตามแล้วทำท่าจะลุกหนี กลับถูกอ้อมแขนแข็งแกร่งคว้าเอวลงมานั่งตัก กอดแนบชิดพลางซบใบหน้าลงแผ่นหลังของนาง เสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์พูดว่า “ตัวเจ้าอุ่นยิ่งนัก ขอกอดสักหนึ่งก้านธูปได้หรือไม่”“เหตุใดจึงขออะไรเช่นนี้อยู่เ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 67 กลัวเสียนางไป /1

การเดินทางไปยังเกาะเฟิงค่อนข้างใช้เวลานานเล็กน้อยเพราะช่วงเวลานี้แคว้นฉินหมิงกลายเป็นผู้ครอบครองเมืองเหอผิงและเมืองอวี่โจวไปเรียบร้อยแล้วใบหน้าสวีอันอวี่ยิ่งกลายเป็นที่จับตามองจึงไม่อาจใช้เส้นทางหลักเหมือนอย่างเคย เขาพาลู่ฟางเซียนหลบหลีกไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครอยากมาเสียมากกว่าครั้นเห็นหมู่บ้านข้างหน้ามีร้านอาหารตั้งอยู่ก็แวะเข้าไปหาอะไรกินรองท้อง ชายหนุ่มสั่งอาหารจานโปรดตัวเองมามากมายแต่กลับเลือกพริกม่วง เต้าหู้เหม็น ปลาหมักดองเกลือและน้ำแกงเปล่าที่ไม่มีเนื้อ ไม่มีกระทั่งผักมาให้ลู่ฟางเซียนหญิงสาวมองอาหารตรงหน้าตัวเอง ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่นางไม่ชอบ แค่ได้กลิ่นก็พะอืดพะอมจนอยากอาเจียนแทบทนไม่ไหว เสียงพึมพำเอ่ยกับคนตรงหน้าที่จู่ ๆ ก็คิดทรมานนาง“ข้าไม่ก…”“กินให้หมด” เขาไม่รอให้นางพูดจบ สายตาแข็งกร้าวจ้องมองพลางบังคับให้ทำอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง “จะกินเองหรือให้ข้าจับกรอกปาก”“…”สวีอันอวี่เห็นอย่างนั้นไม่รอช้าหยิบตะเกียบคีบเต้าหู้เหม็นแล้วบีบปากคนตรงหน้าให้อ้าออกก่อนจะยัดเข้าไปตามใจพอลิ้นแตะสัมผัสของสิ่งที่ไม่ชอบ ลู่ฟางเซียนนิ่วหน้าทันใด ก้อนสี่เหลี่ยมทั้งคาว เหม็
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 67 กลัวเสียนางไป /2

“แกล้งอ่อนแอทำตัวเหมือนจะตายแล้วคิดว่าจะรอดไปได้อย่างนั้นรึ อยากตายนักก็ตายไปเลย…” แม้พูดกระทบกระเทียบทำร้ายใจเถียนเหม่ยหลินแต่คนที่ได้ยินคำพูดของเขาเต็มสองหูก็คือลู่ฟางเซียนที่กำลังอดทนอยู่เฮอะ… ใจร้ายจนถึงที่สุดเลยสินะ ชาตินี้ข้าคงโชคร้ายที่ได้อยู่ในร่างนี้กระมัง เฮ้อ… เหตุใดวันนี้จึงเหนื่อยนัก ฟ้าดินช่วยบอกข้าได้หรือไม่ว่าชีวิตนี้เป็นเพียงความฝันอันยาวนาน ข้าจะตื่นจากฝันเมื่อใดหรือ ขอหลับสักงีบแล้วพอลืมตาขึ้นมา ข้าจะมองเห็นเพียงดอกไม้ผลิบานในหมู่บ้านชิวหรงไม่ได้หรือห้าวันต่อมาลู่ฟางเซียนรู้สึกตัวหลังจากสลบไม่รู้เรื่องมาหลายวัน ค่อย ๆ กระดิกนิ้วมือเล็กน้อยกลับสะกิดโดนมือคนที่นั่งหลับอยู่ข้างเตียงดวงตาสองสีของเขาจ้องคนตรงหน้าไม่วางตา ใบหน้าดูอิดโรย ใต้ตาคล้ำเป็นวง สภาพดูไม่จืดเหมือนยามที่เพิ่งได้พบหน้ากันที่ชิวหรง กระนั้น คำแรกที่นางได้ยินหาใช้คำพูดแสดงถึงความห่วงใย สำนึกผิด เข้าใจหรือยอมรับว่านางคือผู้ใดแต่กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ใจหมองหม่นยิ่งนัก“ยังไม่ตายอีกรึ”รอยยิ้มเศร้าผุดขึ้นมาบนใบหน้าหญิงงาม เอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย “เสียใจมากเลยหรือที่ข้ายังไม่ตาย”“…”ลู่ฟา
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 68 ข้าเจ็บจริง ๆ นะ

ตลอดช่วงที่ลู่ฟางเซียนต้องพักฟื้น สวีอันอวี่ดูสงบมากขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าบางครั้งสติหลุดลอยไปบ้างก็ตาม อาจมีพูดกระทบกระทั่งหรือเอาแต่ใจ บังคับให้หญิงสาวทำตามที่ตัวเองต้องการบ้างก็นับว่าความสัมพันธ์ในเวลานี้น่าจะพอพูดคุยกันรู้เรื่องเมื่อหายดีแล้ว ชายหนุ่มจึงไม่รอช้ารีบออกเดินทางทันทีเพราะไม่ต้องการให้ใครเจอเถียนเหม่ยหลินแล้วแย่งนางไป“ขึ้นมา” สวีอันอวี่สั่งร่างบางที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ “ไม่ขี่ม้าแล้วเจ้าจะเดินไปหรืออย่างไร”“…”พอหญิงสาวขึ้นมานั่งบนหลังม้าด้วย เขาก็ยังไม่หุบปาก บ่นพร่ำเพรื่อต่อเหมือนกลัวว่าชีวิตนี้จะไม่ได้พูดอีกแล้ว “ก็แค่นี้… ชักช้าอยู่ได้”“ตาแก่”“เฮอะ…” เจ้าตัวแสยะยิ้มแล้วบอกว่า “ปีกกล้าขาแข็ง ไม่กลัวข้าแล้วรึ”“เจ้าบอกว่าไม่ให้ด่าในใจ เจ้าจะเอาอย่างไรกันแน่” นางทำตัวไม่ถูกแล้ว พอทำอย่างนี้ให้ก็จะเอาอย่างนั้น “ข้าไม่พูดเจ้าก็ว่า พอข้าพูดเจ้าก็ไม่พอใจ”“ยอกย้อน… เรื่องอื่นมีตั้งมากมายไม่รู้จักเลือกมาพูดแต่กลับเลือกด่าว่าข้า ไม่ถูกลงโทษก็ดีเพียงใดแล้ว เหตุใดเจ้ายังไม่สำนึกในความเมตตาของข้
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 69 ยอมทุกอย่าง

ลู่ฟางเซียนยังคงไม่รับรู้สิ่งใด นางมุ่งมั่นจะออกไปจากห้องนี้ให้ได้ หากแต่คนข้างกายโอบร่างบางเอาไว้แน่นเสียจนไม่อาจขยับเพียงหนึ่งคืบ ขณะที่อีกคนเพิ่งรู้สึกตัวว่านางตัดสินใจบางอย่างไปแล้ว จึงว้าวุ่นใจพลางคิดว่าใบหน้านี้... เถียนเหม่ยหลินหากคนที่อยู่ข้างในนั้นเป็นลู่ฟางเซียนหากเขาปล่อยนางไปเพราะเกลียดเถียนเหม่ยหลินหากไม่ได้เจอนางอีกแล้ว…สิ่งใดจะทรมานใจตัวเองมากกว่ากันกระนั้น คำตอบย่อมประจักษ์แจ้งว่าถ้าต้องพรากจากคนในอ้อมกอด… ห่างจากลู่ฟางเซียนของเขา ย่อมทรมานยิ่งกว่าและหากเขายังคงยึดติดกับภาพในอดีตที่หลอกหลอน อาจทำให้เสียนางไปตลอดกาลแม้เวลานี้ยังไม่มั่นใจว่าคนตรงหน้าใช่ลู่ฟางเซียนหรือไม่ เขาก็อยากจะเชื่อ… ไม่ว่าอย่างไรจะพยายามเชื่อให้ได้หรือหากถูกเถียนเหม่ยหลินเสแสร้งแกล้งว่ารักเขาเหมือนคราก่อน คงต้องยอมให้นางหลอกจริง ๆ เขาปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าครานี้ หลงรักตัวตนที่อยู่ตรงหน้า ผู้ที่ตั้งชื่อให้เขาว่า ซือหยาง เสียงพึมพำเอ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 70 ได้โปรด...

หลังจากนั้น สองพี่น้อง ลู่ฟางเซียน รวมถึงครอบครัวของหมอเจียงก็เข้าไปพูดคุยกันอย่างลับ ๆ ในห้อง คนที่รู้เรื่องราวดีที่สุดย่อมหนีไม่พ้นสวีซือหมิง เขาจึงเป็นฝ่ายเล่าความหลังเพื่อให้คนที่เหลือปะติดปะต่อเรื่องราวได้เมื่อสิบปีก่อน หวังอวี่หลินพาสวีซือหมิงไปเยี่ยมเยียนสหายที่ต่างเมือง โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าชะตาชีวิตของตัวเองกำลังพลิกผันถูกหย่งชางตามล่าจนเกือบเอาตัวไม่รอดเคราะห์ยังดีที่ได้พบเจียงจื่อซวนกับหลิวอิงลู่ผ่านมาแถวนั้นพอดีจึงช่วยเอาไว้โดยซ่อนในรถม้า หย่งชางที่แสร้งว่าเป็นทหารตรวจการไม่ตกหลุมพรางเพราะได้รับคำสั่งให้สังหารหงเฟิ่งทุกคน ไม่เว้นกระทั่งเด็กและสตรีจึงชักดาบออกมาคิดเสือกแทงร่างที่อาการบาดเจ็บสาหัสให้ตายในทันทีเจียงจื่อซวนห้ามเอาไว้ก่อนโดยอ้างว่าพวกเขาติดโรคระบาดจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ใกล้หลันซี เวลานี้ใครเข้าใกล้เกินหนึ่งก้าวล้วนแล้วแต่เสี่ยงติดโรคอย่างแน่นอน พลันแกล้งกระแอมไอออกมาเป็นเลือด ย้ำเตือนให้หย่งชางได้รู้ว่าตัวเขาเองก็อาจจะไม่รอดเช่นเดียวกัน พลางไล่ให้คนพวกนั้นให้รีบไปหาสมุนไพรตัวหนึ่งมากินก่อนจะสายเกินไป
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 71 อย่ากลัวข้าเลย

วันต่อมาซือหยางยังคงตัวติดกับลู่ฟางเซียนเหมือนเป็นเงา ไม่ว่านางจะขยับไปทางไหน เดินไปที่ใดย่อมเห็นชายร่างสูงใหญ่ หนวดเครารกรุงรังยืนอยู่ข้างกายสีหน้าบอกบุญไม่รับทำเอาใครหลายคนไม่กล้าเข้าใกล้ เวลาเดินอยู่ในตลาดทุกคนก็พร้อมใจกันหลีกทางให้เป็นวงกว้าง “เจ้าอยากกินแกงจืดสาหร่ายกระดูกหมูหรือไม่” ลู่ฟางเซียนรู้ว่าเป็นของโปรดของเขา เมื่อก่อนแค่ได้ยินว่านางจะทำให้ทาน ดวงตาสองสีเป็นประกายลุกวาว น้ำลายสอแต่ยามนี้ไม่อยากอาหารเสียอย่างนั้น“ข้าป้อน…” เสียงหวานยังเอ่ยไม่จบดี“กิน… ข้าหิวแล้ว” เจ้าตัวตอบทันควัน ไม่รอช้าโอบเอวบางเดินเข้าไปในร้าน “ข้ากินสองชามได้หรือไม่”“เฮ้อ…” หญิงสาวเห็นสีหน้าเช่นนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่าทีเปลี่ยนไปจากไม่กี่วันก่อนมากเพียงนี้ แต่พอชายหนุ่มได้ยินเสียงถอนหายใจกลับเข้าใจผิด“ข้ากินแค่ชามเดียวก็ได้” “แค่ชามเดียวจะไปอิ่มได้อย่างไร” นางพูดจบก็สั่งแกงจืดมาสามชามพร้อมข้าวร้อน ๆ สองถ้วยเพราะคนตรงหน้าชอบกินกับมากกว่าข้าวในใจไม่ได้คิดจะป้อนคนตัวโตอย่างที่พูด แต่กลับกลา
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
1112131415
...
18
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status