“ยัยขี้อิจฉาเจียงจื้อทำไมถึงไม่ร้องแล้วล่ะ”“คุณผู้ชาย...คุณผู้หญิงคงจะไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกใช่ไหม...เมื่อคืนนี้เธอร้องแทบขาดใจ ฟังดูเจ็บปวดทรมานมากเลยนะครับ...”ฟู่มั่วเชินกินโจ๊กคำหนึ่งแล้วแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างไม่ใส่ใจ“ไม่มีใครรู้จักเจียงจื้อดีไปกว่าฉันอีกแล้ว เธอแค่ตั้งใจแสดงละครนั่นแหละ! ครั้งนี้ฉันจะต้องสั่งสอนเธอสักหน่อย วันหลังจะได้ไม่กล้าไปหาเรื่องหรานหร่านอีก!”พ่อบ้านเหลือบมองไปทางห้องใต้หลังคาแวบหนึ่ง ก่อนพูดอึกอักว่า:“แต่ว่าคุณผู้หญิงตั้งครรภ์ลูกแฝดอยู่นะครับ หมอเคยบอกไว้ว่าคุณผู้หญิงต้องรอคลอดที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด...”ฟู่มั่วเชินชะงักการกินโจ๊ก สีหน้าดูอ่อนลงเล็กน้อย“งั้นเหรอ”เขาใช้ช้อนคนในชามอยู่ครู่หนึ่ง แววตาปรากฏร่องรอยแห่งความลังเล:“ก็ได้ ไปตามเจียงจื้อออกมาทำโจ๊กให้ฉันสักชาม แล้วให้เธอไสหัวไปขอโทษหรานหร่าน! วันนี้เป็นวันกำหนดคลอดของเธอ ถ้าเธอมีท่าทีขอโทษอย่างจริงใจ ฉันถึงจะส่งเธอไปโรงพยาบาล”ฟู่มั่วเชินอุ่นนมหนึ่งแก้วแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนแขกบนเตียงนอน เฝิงหรานหร่านที่นอนผ่อนลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอกำลังผ้าห่มขนสัตว์ที่เลื่อนหลุดลงมาที่หัวไห
อ่านเพิ่มเติม