مشاركة

บทที่ 3

مؤلف: ปลาน้อย
ฟู่มั่วเชินทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาหอบหายใจหนักหน่วงแล้วประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธอ ส่วนเฝิงหรานหร่านก็ส่งเสียงพึมพำแผ่วเบา

ริมฝีปากของพวกเขาทั้งสองเกาะเกี่ยวกันอย่างเร่าร้อน เริ่มตักตวงความสุขจากร่างกายของกันและกันอย่างดุดันทันที

ทว่าในวินาทีสุดท้าย จู่ ๆ เฝิงหรานหร่านก็ผลักร่างของชายหนุ่มที่กำลังหอบหายใจแรงออกไป:

“ไม่ได้นะคะ ตอนนี้พี่มีภรรยาแล้ว อีกอย่างพี่เจียงจื้อก็ยังอุ้มท้องลูกของพี่อยู่ ฉันไม่อยากเป็นมือที่สามทำลายครอบครัวของคนอื่นค่ะ!”

ไฟราคะในดวงตาของฟู่มั่วเชินแทบจะลุกโชน เขาเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า:

“ได้ ความจริงใจของหรานหร่าน ฉันฟู่มั่วเชินจะไม่มีวันทำให้สูญเปล่า! เธอรอฉันอีกหน่อยนะ! ฉันที่ขาวสะอาด! ถึงจะคู่ควรกับการสัมผัสเธอที่ขาวสะอาด!”

เมื่อพูดจบ เขาก็ประทับจูบลงบนหน้าผากของเธอด้วยความรู้สึกที่ยังคงค้าง ราวกับกำลังทะนุถนอมสมบัติล้ำค่าหายาก

ประกายแห่งความได้ใจพาดผ่านดวงตาของเฝิงหรานหร่านวูบหนึ่ง

ฟู่มั่วเชินมองไม่เห็น แต่ว่าฉันมองเห็น

ไม่อยากเป็นมือที่สามทำลายครอบครัวของคนอื่นงั้นเหรอ

ฉันรู้สึกแค่ว่ามันช่างน่าขำ และน่าหัวเราะสิ้นดี!

แล้วการที่เธอมาหาฉันครั้งแล้วครั้งเล่า แถมยังพูดจาโอ้อวดอย่างไม่รู้จักละอายใจว่าต่อให้ฉันจะตั้งท้อง มันก็แค่ทำให้เธอได้ประโยชน์ไปเท่านั้น แม้แต่เด็กที่ฉันคลอดออกมา ในอนาคตก็ยังต้องเรียกเธอว่าแม่

เรื่องนี้มันหมายความว่ายังไงล่ะ

อาศัยข้ออ้างห่วย ๆ ว่าป่วยแล้วไม่มีใครดูแล มาย้ายมาอยู่บ้านฉัน

เธอออดอ้อนกับฟู่มั่วเชินอย่างเปิดเผยบนโต๊ะอาหาร จนแม้แต่ป้าแม่บ้านที่คอยทำอาหารอยู่ในบ้านก็ยังทนดูไม่ได้ เอ่ยปากประชดประชันเธอไปสองสามประโยค

เธอเลยรีบไปฟ้องฟู่มั่วเชิน หาว่าป้าแม่บ้านล้างวัตถุดิบไม่สะอาดจนทำให้เธอป่วยเป็นลำไส้อักเสบ ขอให้ไล่ป้าแม่บ้านออกไป

ตอนนั้นฉันกำลังแพ้ท้องและไม่มีความอยากอาหาร มีเพียงอาหารที่ป้าแม่บ้านคนนี้ทำเท่านั้นที่ถูกปากฉัน

ด้วยมารยาทของการต้อนรับแขก ฉันจึงไปหาเธอและเสนอว่าจะจ้างพ่อครัวอีกคนมาทำอาหารให้เธอโดยเฉพาะ แต่ผลลัพธ์คือฉันกลับถูกเธอตบหน้าฉาดใหญ่

“อาหารจะทำออกมาอร่อยหรือไม่มันไม่สำคัญ การตระหนักให้ชัดเจนว่าใครคือคุณผู้หญิงของบ้านต่างหากล่ะที่สำคัญ! เจียงจื้อ ฉันแค่อยากจะบอกเธอว่า คุณนายฟู่มีคนเดียวเท่านั้น และคนคนนั้นก็คือฉันเฝิงหรานหร่าน!”

เพื่อพิสูจน์ว่าเธอจะได้เป็นคุณนายฟู่ เธอเลยขดตัวซุกอยู่ในอ้อมอกของฟู่มั่วเชิน ร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับลูกแมวน้อย

เธอร้องห่มร้องไห้พร่ำบอกว่าตัวเองนั้นไม่มีบุญวาสนา ชาตินี้ไม่สามารถมีลูกให้เขาได้

ส่วนฉันก็เอาแต่เดินแอ่นท้องไปมาทั้งวัน พอเธอเห็นแล้วก็ยากจะไม่หดหู่เสียใจ

“ฉันพยายามหลบพี่เจียงจื้ออย่างสุดความสามารถแล้วนะคะ แต่ก็ยังเลี่ยงเผชิญหน้ากับพี่เขาทุกวันไม่ได้อยู่ดี! ฉันย้ายออกไปดีกว่าค่ะ! ต้องทนใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเจ็บปวดแบบนี้ทั้งวันมันไม่มีความสุขเลย!”

ฟู่มั่วเชินควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ทันที เขาพุ่งตัวเข้ามาตบฉันจนล้มลงไปกองกับพื้นด้วยสีหน้ามืดครึ้มเย็นเยียบ

“เธอก็รู้ดีอยู่เต็มอกว่าหรานหร่านเห็นคนท้องแล้วจะสะเทือนใจ เธอยังจะเดินแอ่นท้องโย้ไปป้วนเปี้ยนอยู่ตรงหน้าเขาทั้งวันอีก! เธอคิดจะทำอะไรกันแน่!”

“ผู้หญิงจิตใจอำมหิตแบบนี้! เธอไม่คู่ควรเป็นแม่คน! วันนี้ฉันจะจับเธอไปขังไว้ในห้องใต้หลังคา! จะได้ให้เธอลิ้มรสความยากลำบากดูซะบ้าง!”

บอดี้การ์ดหลายคนเข้ามาดึงแขนขาของฉันโยนฉันเข้าไปในห้องใต้หลังคาที่เต็มไปด้วยฝุ่น

“หมอสั่งให้ฉันไปรอคลอดที่โรงพยาบาลในวันนี้นะ! ถ้าฉันไปโรงพยาบาล เธอก็ไม่เห็นหน้าฉันแล้วเหมือนกันนั่นแหละ!”

ฉันเกาะกรอบประตูเอาไว้สุดชีวิต ร้องไห้น้ำตานองหน้าและอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร

ฟู่มั่วเชินแค่นยิ้มเย็นชา “จะโกหกทั้งทีก็หัดดูซะบ้าง กำหนดคลอดของเธอยังเหลือเวลาอีกตั้งสามวัน!”

เขาไม่ยอมรับฟังคำแก้ตัวใด ๆ ของฉันอีกต่อไป ก่อนออกแรงกระแทกประตูปิดอย่างแรง

นิ้วมือของฉันถูกหนีบเข้าอย่างจัง ความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงเข้าไปถึงกระดูกทำให้ฉันต้องงอตัวและหดนิ้วกลับมา พูดอะไรไม่ออกอีก

ฟู่มั่วเชินปรายตามองด้วยความพึงพอใจแวบหนึ่ง ก่อนล็อกประตูห้องใต้หลังคา

และในวินาทีนั้น พวกเขาก็ยังคงกอดรัดฟัดเหวี่ยงและตักตวงความสุขจากกันและกันอยู่ พ่อบ้านก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก:

“คุณผู้หญิง...คุณผู้หญิงเสียแล้วครับ!”

“เสียแล้วเหรอ?!”

ฟู่มั่วเชินเงยหน้าขึ้นทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ

พ่อบ้านยกมือขึ้นมาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก เอ่ยด้วยความหวาดกลัวว่า “ในห้องใต้หลังคามีแต่เลือดเต็มไปหมดเลยครับ...คุณผู้หญิง...เธอ...”

เขาไม่กล้าพูดต่อ

ฟู่มั่วเชินจัดระเบียบเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยของตัวเอง

“เลือดอะไร อ๋อ มีเลือดออกเตือนแล้วสินะ ใกล้จะคลอดแล้วใช่ไหมล่ะ ส่งตัวเธอไปโรงพยาบาลสิ”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 9

    วินาทีที่ค้นพบคำตอบ เขาก็นิ่งอึ้งไปนานเขาพยายามเปิดดูต่อไปทีละหน้า ๆ อย่างไม่ยอมจำนน และจู่ ๆ ก็แผดเสียงร้องตะโกนออกมาอย่างคนเสียสติ!“ฉันไม่รู้! ฉันไม่รู้เรื่องนี้จริง ๆ ! ฉันนึกว่าคนท้องจะคลอดลูกแค่วันกำหนดคลอด! ไม่เคยมีใครบอกฉันเลยว่าเธอจะคลอดก่อนกำหนดได้!”เขาโทรศัพท์ไปหาเกาอวี่อีกครั้ง แต่น้ำเสียงกลับอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“ขอแค่นายคืนเจียงจื้อมาให้ฉัน เงื่อนไขการร่วมมือในวันข้างหน้านายก็เสนอมาได้ตามสบายเลย!”ปลายสายคือเสียงด่าทอและเสียงหัวเราะเยาะของเกาอวี่ “ร่วมมือเหรอ ใครเขาอยากจะไปร่วมมือกับฆาตกรล่ะ จะบอกอะไรให้นะ ภรรยาตัวที่คุณเพิ่งแต่งเข้ามาเคยเอาเด็กออกมาแล้วหกครั้ง คุณเปิดมือถือดูสิ ข่าวที่ติดเทรนด์อันดับหนึ่งก็คือเรื่องนี้แหละ”ฟู่มั่วเชินชะงักไปครู่ใหญ่ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่และในเวลานี้เอง เฝิงหรานหร่านก็วิ่งขึ้นมา“พี่มั่วเชินคะ มีคนปล่อยข่าวใส่ร้ายหรานหร่านบนโซเชียล พี่รีบใช้เงินปิดข่าวพวกนี้สิคะ!”ฟู่มั่วเชินขมวดคิ้วแล้วกดเข้าไปดูหัวข้อที่ติดเทรนด์ค้นหาบรรดาคุณชายของเมือง A แทบจะมารวมตัวกันจนครบ พวกเขาใช้ชื่อจริงเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าช่วงเฝ

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 8

    เขากำคอเสื้อของฟู่มั่วเชินเอาไว้จนนิ้วมือขาวซีด และยังคงเอ่ยเยาะเย้ยต่อไปว่า“คุณทำให้ความบริสุทธิ์ของเธอต้องแปดเปื้อน และไม่ยอมรับความจริงที่ว่าเธอถูกคุณทำร้ายจนตาย แต่มันก็เป็นแค่การหนีความจริง! หนีความจริงเรื่องที่คุณเป็นคนฆ่าภรรยาและลูกของตัวเองตายด้วยมือตัวเอง!”“ศพบนห้องใต้หลังคานั่นก็คือเจียงจื้อ! เธอคลอดเด็กออกมาได้แค่คนเดียว ส่วนอีกคนยังไม่ได้คลอดออกมาก็ตายเพราะคลอดลูกยาก!”เกาอวี่ปล่อยมือ น้ำเสียงเต็มไปด้วยการยั่วยุ“เหตุผลที่ผมไม่แจ้งตำรวจก็เพื่อรอให้คุณสติแตกหลังจากได้รู้ความจริง! ฟู่มั่วเชิน! คุณกล้าให้แพทย์นิติเวชมาตรวจศพไหมล่ะ?! หรือว่าความจริงแล้วคุณกำลังกลัว กลัวว่าศพนั้นจะเป็นเจียงจื้อจริง ๆ !”จู่ ๆ ฟู่มั่วเชินก็หมดเรี่ยวแรง เขาเดินเซไปเซมาสองสามก้าวกว่าจะยืนหยัดได้อย่างมั่นคงตอนที่กลับมาถึงคฤหาสน์อีกครั้งเฝิงหรานหร่านได้เปลี่ยนไปสวมชุดโลลิต้าสุดเซ็กซี่และย้ายเข้าไปอยู่ในห้องนอนใหญ่เรียบร้อยแล้วถุงน่องตาข่ายสีขาวห่อหุ้มเรือนร่างเอาไว้ เธอพิงซบลงบนร่างของฟู่มั่วเชินราวกับคนไร้กระดูก“พี่มั่วเชิน หรานหร่านรอคอยวันนี้มานานแล้ว ในที่สุดวันนี้หรานหร่านก็จะเป็น

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 7

    ฟู่มั่วเชินจัดงานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และประกาศข่าวดีนี้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเบิกบานใจอีกทั้งยังอวดความรักอย่างเอิกเกริกบนโลกออนไลน์ฟู่มั่วเชิน: [วนเวียนไปมาสุดท้ายก็ยังเป็นเธอ]เฝิงหรานหร่าน: [ตามหามาเนิ่นนานสุดท้ายก็ยังเป็นพี่]บรรดาเพื่อนนักเรียนในวันวานของพวกเขาก็ต่างพากันมาส่งคำอวยพร:[ในที่สุดคู่รักก็ได้ครองคู่กัน ขอให้มีความสุขนะ!][จากชุดนักเรียนสู่ชุดแต่งงาน ฉันกลับมาเชื่อมั่นในความรักอีกครั้งแล้ว]คอมเมนต์ของเกาอวี่กลับดูแปลกแยกออกไปเล็กน้อย: [คุณตามหาเจียงจื้อที่ยังมีชีวิตอยู่เจอแล้วเหรอ]ฟู่มั่วเชินตอบกลับแค่คอมเมนต์นี้ของเขาเพียงข้อความเดียวและยังปักหมุดเอาไว้ด้วย: [ประธานเกาคิดจะซ่อนผู้หญิงเอาไว้ในบ้านทองคำแล้วฉันจะไปหาเจอได้ยังไงล่ะ]ความหมายตามตัวอักษรของฟู่มั่วเชินนั้นสื่อความหมายอย่างชัดเจน ภายใต้คอมเมนต์ของเกาอวี่จึงเต็มไปด้วยคำด่าทอและคำตอกกลับของชาวเน็ตนับไม่ถ้วนแค่นี้ยังไม่พอ ชาวเน็ตยังขุดคุ้ยและสร้างข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ เกี่ยวกับประสบการณ์การสำรวจป่าในอดีตของฉันขึ้นมาอีกครั้ง[ฉันได้ยินมาว่าความสัมพันธ์ของชายหญิงในทีมสำรวจป่ามั่วซั่วมากเลยนะ! ต

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 6

    เมื่อเห็นรอยเลือดเป็นหย่อม ๆ บนกำแพง และสิ่งที่กลิ้งอยู่ตรงมุมห้อง——ใบหน้าอันซีดเผือดของฉันที่เชื่อมต่อกับร่างกายในท่าทางสุดพิลึกพิลั่น เฝิงหรานหร่านก็กรีดร้องด้วยความตกใจกลัว โผเข้าสู่อ้อมอกของฟู่มั่วเชิน“หรานหร่านไม่ต้องกลัวนะ!”ฟู่มั่วเชินกอดปกป้องเธอไว้ในอ้อมอก และน้ำเสียงของเขาก็อ่อนโยนลง“แค่หุ่นปลอมที่พวกเขายกมาใช้แสดงละคร นังแพศยาเจียงจื้อ! ถึงกับกล้ารวมหัวกับคนพวกนี้ คิดจะฮุบกิจการของครอบครัวเรางั้นเหรอ!”พูดจบ เขาก็ตวัดสายตาจ้องเขม็งไปทางพ่อบ้านและเกาอวี่ที่อยู่ตรงหน้าอย่างดุดัน“พรุ่งนี้ฉันจะยกเลิกการแต่งงานกับเจียงจื้อ! เด็กที่เธอคลอดออกมาจะไม่มีวันได้เป็นทายาทของตระกูลฟู่! ส่วนพวกนาย! ถ้ายังอยากรักษาหน้าที่การงานนี้เอาไว้ก็ไปเกลี้ยกล่อมให้เจียงจื้อรีบกลับมาขอโทษหรานหร่านเดี๋ยวนี้!”“คนก็ตายสนิทอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว! คุณยังจะให้เราไปตามหาที่ไหนอีกล่ะ?!”เกาอวี่ตะคอกด่าด้วยความโกรธจัด“เกาอวี่ ครอบครัวเรารู้จักกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ฉันไม่อยากให้เรื่องมันน่าเกลียดไปกว่านี้! นังแพศยาเจียงจื้อน่ะ นายชอบก็ยกให้นายไปเลย แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องกลับมาหย่ากับฉันก่อน!”น้ำ

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 5

    ประตูถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงร่างกายของฉันที่พิงอยู่ตรงประตูจึงกลิ้งตกลงไปด้านข้างตามแรงโน้มถ่วง ส่วนเด็กที่อุ้มอยู่ในอ้อมอกก็ถูกกระแทกกระเด็นไปอยู่ที่มุมห้องฝุ่นหนาเตอะห่อหุ้มร่างที่อาบชุ่มไปด้วยเลือดของฉันเอาไว้ราวกับมัมมี่เกาอวี่ขมวดคิ้วแน่น แต่เขาก็ยังตรวจเช็กสัญญาณชีพของฉันตามปกติด้วยความเคยชินทางสายอาชีพฟู่มั่วเชินถูกกลิ่นคาวเลือดตีเข้าหาจนต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูก เขาเอาแต่ยืนอยู่หน้าห้องใต้หลังคา ไม่ยอมก้าวเท้าเข้าไปข้างในอีกแม้แต่ก้าวเดียว“เจียงจื้อกำลังทำอะไรเนี่ย?! ทำไมในห้องถึงได้เหม็นขนาดนี้!”พ่อบ้านก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ๆ เขาทำเพียงแค่ลอบมองเกาอวี่เป็นระยะ ๆ“ประธานฟู่...เสียใจด้วยนะครับ...”เกาอวี่ถอดถุงมือออกด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเสียงสบถด่าของฟู่มั่วเชินพลันหยุดชะงักลง เขาคลายนิ้วมือที่บีบจมูกตัวเองอยู่ออก“เสียใจเรื่องอะไร...”เขาเดินตรงเข้าไปหาเกาอวี่ ใช้ดวงตาทั้งสองข้างจ้องอีกฝ่ายเกาอวี่หลบสายตา ก่อนชี้ไปทางศพที่มองไม่ออกแล้วว่าหน้าตาเป็นอย่างไร“ประธานฟู่ เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นแล้ว คุณผู้หญิงเสียชีวิตแล้ว เธอเสียชีวิตเพราะคลอดลูกยากครั

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 4

    พ่อบ้านกลืนน้ำลายลงคอแล้วฝืนใจตอบต่อไปว่า:“คุณผู้หญิงเธอ...ไม่มีลมหายใจแล้วครับ...”น้ำเสียงของฟู่มั่วเชินเจือความตื่นตระหนกอยู่สายหนึ่ง ขณะที่ฉันอยากตั้งใจฟังให้ชัดเจนขึ้นอีกนิด น้ำเสียงของเขาก็กลับมาเหี้ยมเกรียมอีกครั้ง“เสแสร้ง! เสแสร้งต่อไปสิ! ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะเสแสร้งไปถึงเมื่อไหร่!”“ขนาดตอนเธออยู่ในป่า สภาพแวดล้อมที่ยากลำบากขนาดนั้นเธอยังรอดชีวิตมาได้เลย แถมดำน้ำกลั้นหายใจทีหนึ่งก็ตั้งเป็นสิบนาที! เธอแค่หลอกพวกแกที่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์โดยการกลั้นหายใจเพื่อให้พวกแกตกใจเท่านั้นแหละ! ไปตามหมอประจำตัวมา ฉันจะกระชากหน้ากากของเธอต่อหน้าเลย!”พ่อบ้านเบิกตากว้าง “ประธานฟู่ครับ ลูกของคุณผู้หญิงก็...”“ตกลงว่าแกจะฟังใครกันแน่?!” ฟู่มั่วเชินพูดแทรกขึ้นมาด้วยความรำคาญใจ“ฉันหรือผู้หญิงคนนั้นเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้แกกันแน่”“ครับ...ผมจะไปเชิญหมอมาเดี๋ยวนี้...”พ่อบ้านถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา ก่อนจะเดินจากไปทันทีเฝิงหรานหร่านทิ้งตัวอ่อนปวกเปียกแนบชิดเข้ามา“พี่มั่วเชินอย่าโกรธไปเลยนะคะ โกรธไปก็เสียสุขภาพเปล่า ๆ ”“ผู้หญิงอย่างเจียงจื้อนี่เก่งเรื่องซื้อใจคนจริง ๆ! น

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 2

    ไม่ต้องพูดถึงตอนฉันพยายามจะคลอดลูกออกมาจนต้องใช้มือฉีกทึ้งช่องทางด้านล่างของตัวเองจนฉีกขาดไม่มีชิ้นดีเลยแค่ตอนฉันล้วงเอาเด็กคนแรกออกมาเขาก็ไม่มีลมหายใจแล้วรูโหว่ช่วงล่างที่เปิดออกมีเลือดไหลทะลักราวกับสายน้ำ และเด็กคนที่สองก็ติดคาอยู่ในรูเลือดที่ฉีกขาดนั้นเลือดเหนียวเหนอะหนะเกรอะกรังอยู่บนเส้นผ

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 1

    “ยัยขี้อิจฉาเจียงจื้อทำไมถึงไม่ร้องแล้วล่ะ”“คุณผู้ชาย...คุณผู้หญิงคงจะไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกใช่ไหม...เมื่อคืนนี้เธอร้องแทบขาดใจ ฟังดูเจ็บปวดทรมานมากเลยนะครับ...”ฟู่มั่วเชินกินโจ๊กคำหนึ่งแล้วแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างไม่ใส่ใจ“ไม่มีใครรู้จักเจียงจื้อดีไปกว่าฉันอีกแล้ว เธอแค่ตั้งใจแสดงละครนั่นแหล

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status