Partager

บทที่ 2

Auteur: ปลาน้อย
ไม่ต้องพูดถึงตอนฉันพยายามจะคลอดลูกออกมาจนต้องใช้มือฉีกทึ้งช่องทางด้านล่างของตัวเองจนฉีกขาดไม่มีชิ้นดีเลย

แค่ตอนฉันล้วงเอาเด็กคนแรกออกมาเขาก็ไม่มีลมหายใจแล้ว

รูโหว่ช่วงล่างที่เปิดออกมีเลือดไหลทะลักราวกับสายน้ำ และเด็กคนที่สองก็ติดคาอยู่ในรูเลือดที่ฉีกขาดนั้น

เลือดเหนียวเหนอะหนะเกรอะกรังอยู่บนเส้นผมของฉัน ส่วนฉันก็โอบกอดทารกที่อาบชุ่มไปด้วยเลือดเอาไว้ และหมดลมหายใจไปทั้งที่ยังเบิกตาโพลง

ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าหากฟู่มั่วเชินได้มาเห็นภาพเหตุการณ์นี้ เขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

แต่ตอนนี้เขากลับเอาแต่รวบตัวเฝิงหรานหร่านเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและโทษตัวเอง:

“ฉันไม่ดีเอง! ไม่ควรปล่อยให้เจียงจื้อที่กำลังท้องโผล่มาตรงหน้า จนทำให้เธอต้องเสียใจเลย! ฉันสาบานว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผู้หญิงคนนี้จะตั้งท้องลูกของฉัน! วันหลังเธอจะไม่ได้เห็นคนท้องโผล่มาในบ้านหลังนี้อีกแล้ว”

“เธอไม่รู้หรอกว่าเจียงจื้อยอมแม้กระทั่งโกหกเพื่อหลอกให้ฉันใจอ่อน โดยบอกว่าเธอกลัวทารกตัวใหญ่เกินไปจนทำให้คลอดยาก แถมยังบอกว่าหมอแนะนำให้รีบแอดมิตเข้าโรงพยาบาลทันที”

“ขนาดเธอไปอยู่ในป่า ปล่อยให้ท้องหิวก็ยังเอาชีวิตรอดมาได้ตั้งสามวันสามคืน กะอีแค่คลอดลูก เธอกลับมาบอกฉันว่าเธอกลัวเนี่ยนะ!”

หัวใจของฉันเจ็บปวดแปลบขึ้นมาจนแทบจะหายใจไม่ออก

สภาพร่างกายของคนท้องย่อมนำไปเปรียบเทียบกับคนปกติทั่วไปไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่วันที่ฉันตั้งท้องลูกแฝด อาการแพ้ท้องก็แทบจะทรมานฉันจนหมดเรี่ยวแรง

ในระหว่างตั้งครรภ์มีหลายครั้งที่ฉันร่างกายแย่มาก จนถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อฉีดยากันแท้ง

ตอนที่เพิ่งจะถูกจับขังในห้องใต้หลังคา ฉันพร่ำพูดอ้อนวอนสารพัดเพื่อให้เขายอมปล่อยฉันออกไป

เพราะว่าถ้าฉันถูกขังเอาไว้ถึงสามวันจริง ๆ ถึงตอนนั้นจะต้องกลายเป็นศพตายทั้งกลมสามชีวิตแน่นอน!

แต่ฟู่มั่วเชินกลับสั่งการพ่อบ้านเสียงดังลั่นต่อหน้าต่อตาฉันว่า:

“ไป! เอาลูกกุญแจไปโยนทิ้งลงแม่น้ำเน่า ๆ ซะ ห้ามใครแอบมาเปิดประตูให้เจียงจื้อเด็ดขาด! อีกสามวันฉันจะให้เธอมาคุกเข่าสำนึกผิดต่อหรานหร่าน!”

เพื่อเอาชีวิตรอด ฉันถอดกรอบรูปที่แขวนอยู่บนผนังลงมาจนถูกบาดมือเลือดอาบ งัดหน้าต่างห้องใต้หลังคาให้เปิดออกจนเล็บหัก

ฉันต้องอดทนต่อความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงหัวใจ ฝืนรวบรวมเรี่ยวแรงปีนไปตามหน้าต่างจนถึงกันสาดด้านนอกแล้วใช้มือจิกกระเบื้องหลังคาเอาไว้แน่น พร้อมกับค่อย ๆ ขยับเท้าทีละนิดเพราะหวังว่าจะกระโดดข้ามไปยังห้องอื่นเพื่อหนีออกไป

แต่มันเป็นยังไงน่ะเหรอ

ภายในสวนชั้นล่าง ฟู่มั่วเชินกำลังใช้กำลังรวบตัวเฝิงหรานหร่านเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม

ทั้งสองคนจูบกันอย่างเร่าร้อน เหมือนกำลังจะเลยเถิดจนไม่อาจควบคุมได้

ทันใดนั้นเฝิงหรานหร่านก็ผลักฟู่มั่วเชินออกไปอย่างแรง แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองทางห้องใต้หลังคาแวบหนึ่ง ก่อนจะกรีดร้องเสียงหลง

ฟู่มั่วเชินเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นสภาพของฉันที่กำลังดิ้นรนหนีตายเขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

เขาปักใจเชื่อว่าฉันจงใจโผล่มาปรากฏตัวต่อหน้าเฝิงหรานหร่านอีกครั้ง

เขาสั่งให้คนไปตามรถเครนมา ลงมือบังคับรถด้วยตัวเองโดยใช้พลั่วตักดินดันกระแทกเข้าที่ท้องของฉัน เพื่อดันตัวฉันให้กลับเข้าไปในห้องใต้หลังคา

ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านขึ้นมาจากหน้าท้อง เลือดสด ๆ ไหลลงมาจากหว่างขาราวกับจะไม่มีวันไหลหมด

ในท้ายที่สุดฉันก็เบิกตากว้างโดยที่ในอ้อมกอดยังคงอุ้มลูกน้อยที่อาบชุ่มไปด้วยเลือด

และหมดลมหายใจไปทั้งอย่างนั้น

ฟู่มั่วเชินยกแก้วนมที่ถือมาป้อนถึงริมฝีปากของเฝิงหรานหร่าน

“ฉันให้คนไปพาตัวเจียงจื้อมาขอโทษเธอแล้ว ถ้าเขาจริงใจ ฉันก็จะให้คนส่งเขาไปโรงพยาบาล แต่ถ้าไม่จริงใจก็รอคลอดลูกในห้องใต้หลังคานั่นแหละ!”

เฝิงหรานหร่านค่อย ๆ จิบนมทีละอึกเล็ก ๆ แต่ก็ยังสำลักจนไอค่อกแค่ก น้ำตาคลอเบ้าดูน่าสงสารจับใจ

“พี่มั่วเชินจะทำแบบนี้กับพี่เจียงจื้อไม่ได้นะคะ ผู้หญิงคลอดลูกเป็นเรื่องอันตรายมากนะคะ!”

ฟู่มั่วเชินถอนหายใจ มองหญิงสาวในอ้อมอกด้วยความรักใคร่:

“เธอจิตใจดีเกินไปถึงได้ถูกผู้หญิงอย่างเจียงจื้อรังแกเอาได้! เจียงจื้อเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเอาชีวิตรอดในป่า ต่อให้อยู่ในที่ที่ไม่มีน้ำไม่มีอาหารก็ยังรอดชีวิตมาได้ตั้งสามวัน! ผิดกับเด็กน้อยอย่างเธอที่ร่างกายอ่อนแอจนแค่ดื่มนมก็ยังสำลัก”

เขาใช้นิ้วเขี่ยปลายจมูกของเธอเบา ๆ “ยังจะมาพูดอีกว่าผู้หญิงคลอดลูกเป็นเรื่องอันตราย อย่างกับว่าเธอเคยคลอดลูกงั้นแหละ!”

แววตาของเฝิงหรานหร่านฉายแววตื่นตระหนกวูบหนึ่ง ก่อนจะรีบก้มหน้าลงพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความน้อยใจ:

“มีแค่พี่มั่วเชินเท่านั้น...ที่จะมองทะลุความเข้มแข็งที่ห่อหุ้มจิตใจอันเปราะบางของฉันได้...”

เธอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาพร่าไปด้วยหมอกน้ำตา ริมฝีปากถูกเม้มกัดจนดูแวววาว

เธอคล้องแขนเข้ากับลำคอของฟู่มั่วเชินแล้วแอ่นหน้าอกขึ้นมาเสียดสีกับบริเวณหัวใจของอีกฝ่ายแบบกึ่งตั้งใจกึ่งไม่ตั้งใจ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 9

    วินาทีที่ค้นพบคำตอบ เขาก็นิ่งอึ้งไปนานเขาพยายามเปิดดูต่อไปทีละหน้า ๆ อย่างไม่ยอมจำนน และจู่ ๆ ก็แผดเสียงร้องตะโกนออกมาอย่างคนเสียสติ!“ฉันไม่รู้! ฉันไม่รู้เรื่องนี้จริง ๆ ! ฉันนึกว่าคนท้องจะคลอดลูกแค่วันกำหนดคลอด! ไม่เคยมีใครบอกฉันเลยว่าเธอจะคลอดก่อนกำหนดได้!”เขาโทรศัพท์ไปหาเกาอวี่อีกครั้ง แต่น้ำเสียงกลับอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“ขอแค่นายคืนเจียงจื้อมาให้ฉัน เงื่อนไขการร่วมมือในวันข้างหน้านายก็เสนอมาได้ตามสบายเลย!”ปลายสายคือเสียงด่าทอและเสียงหัวเราะเยาะของเกาอวี่ “ร่วมมือเหรอ ใครเขาอยากจะไปร่วมมือกับฆาตกรล่ะ จะบอกอะไรให้นะ ภรรยาตัวที่คุณเพิ่งแต่งเข้ามาเคยเอาเด็กออกมาแล้วหกครั้ง คุณเปิดมือถือดูสิ ข่าวที่ติดเทรนด์อันดับหนึ่งก็คือเรื่องนี้แหละ”ฟู่มั่วเชินชะงักไปครู่ใหญ่ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่และในเวลานี้เอง เฝิงหรานหร่านก็วิ่งขึ้นมา“พี่มั่วเชินคะ มีคนปล่อยข่าวใส่ร้ายหรานหร่านบนโซเชียล พี่รีบใช้เงินปิดข่าวพวกนี้สิคะ!”ฟู่มั่วเชินขมวดคิ้วแล้วกดเข้าไปดูหัวข้อที่ติดเทรนด์ค้นหาบรรดาคุณชายของเมือง A แทบจะมารวมตัวกันจนครบ พวกเขาใช้ชื่อจริงเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าช่วงเฝ

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 8

    เขากำคอเสื้อของฟู่มั่วเชินเอาไว้จนนิ้วมือขาวซีด และยังคงเอ่ยเยาะเย้ยต่อไปว่า“คุณทำให้ความบริสุทธิ์ของเธอต้องแปดเปื้อน และไม่ยอมรับความจริงที่ว่าเธอถูกคุณทำร้ายจนตาย แต่มันก็เป็นแค่การหนีความจริง! หนีความจริงเรื่องที่คุณเป็นคนฆ่าภรรยาและลูกของตัวเองตายด้วยมือตัวเอง!”“ศพบนห้องใต้หลังคานั่นก็คือเจียงจื้อ! เธอคลอดเด็กออกมาได้แค่คนเดียว ส่วนอีกคนยังไม่ได้คลอดออกมาก็ตายเพราะคลอดลูกยาก!”เกาอวี่ปล่อยมือ น้ำเสียงเต็มไปด้วยการยั่วยุ“เหตุผลที่ผมไม่แจ้งตำรวจก็เพื่อรอให้คุณสติแตกหลังจากได้รู้ความจริง! ฟู่มั่วเชิน! คุณกล้าให้แพทย์นิติเวชมาตรวจศพไหมล่ะ?! หรือว่าความจริงแล้วคุณกำลังกลัว กลัวว่าศพนั้นจะเป็นเจียงจื้อจริง ๆ !”จู่ ๆ ฟู่มั่วเชินก็หมดเรี่ยวแรง เขาเดินเซไปเซมาสองสามก้าวกว่าจะยืนหยัดได้อย่างมั่นคงตอนที่กลับมาถึงคฤหาสน์อีกครั้งเฝิงหรานหร่านได้เปลี่ยนไปสวมชุดโลลิต้าสุดเซ็กซี่และย้ายเข้าไปอยู่ในห้องนอนใหญ่เรียบร้อยแล้วถุงน่องตาข่ายสีขาวห่อหุ้มเรือนร่างเอาไว้ เธอพิงซบลงบนร่างของฟู่มั่วเชินราวกับคนไร้กระดูก“พี่มั่วเชิน หรานหร่านรอคอยวันนี้มานานแล้ว ในที่สุดวันนี้หรานหร่านก็จะเป็น

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 7

    ฟู่มั่วเชินจัดงานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และประกาศข่าวดีนี้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเบิกบานใจอีกทั้งยังอวดความรักอย่างเอิกเกริกบนโลกออนไลน์ฟู่มั่วเชิน: [วนเวียนไปมาสุดท้ายก็ยังเป็นเธอ]เฝิงหรานหร่าน: [ตามหามาเนิ่นนานสุดท้ายก็ยังเป็นพี่]บรรดาเพื่อนนักเรียนในวันวานของพวกเขาก็ต่างพากันมาส่งคำอวยพร:[ในที่สุดคู่รักก็ได้ครองคู่กัน ขอให้มีความสุขนะ!][จากชุดนักเรียนสู่ชุดแต่งงาน ฉันกลับมาเชื่อมั่นในความรักอีกครั้งแล้ว]คอมเมนต์ของเกาอวี่กลับดูแปลกแยกออกไปเล็กน้อย: [คุณตามหาเจียงจื้อที่ยังมีชีวิตอยู่เจอแล้วเหรอ]ฟู่มั่วเชินตอบกลับแค่คอมเมนต์นี้ของเขาเพียงข้อความเดียวและยังปักหมุดเอาไว้ด้วย: [ประธานเกาคิดจะซ่อนผู้หญิงเอาไว้ในบ้านทองคำแล้วฉันจะไปหาเจอได้ยังไงล่ะ]ความหมายตามตัวอักษรของฟู่มั่วเชินนั้นสื่อความหมายอย่างชัดเจน ภายใต้คอมเมนต์ของเกาอวี่จึงเต็มไปด้วยคำด่าทอและคำตอกกลับของชาวเน็ตนับไม่ถ้วนแค่นี้ยังไม่พอ ชาวเน็ตยังขุดคุ้ยและสร้างข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ เกี่ยวกับประสบการณ์การสำรวจป่าในอดีตของฉันขึ้นมาอีกครั้ง[ฉันได้ยินมาว่าความสัมพันธ์ของชายหญิงในทีมสำรวจป่ามั่วซั่วมากเลยนะ! ต

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 6

    เมื่อเห็นรอยเลือดเป็นหย่อม ๆ บนกำแพง และสิ่งที่กลิ้งอยู่ตรงมุมห้อง——ใบหน้าอันซีดเผือดของฉันที่เชื่อมต่อกับร่างกายในท่าทางสุดพิลึกพิลั่น เฝิงหรานหร่านก็กรีดร้องด้วยความตกใจกลัว โผเข้าสู่อ้อมอกของฟู่มั่วเชิน“หรานหร่านไม่ต้องกลัวนะ!”ฟู่มั่วเชินกอดปกป้องเธอไว้ในอ้อมอก และน้ำเสียงของเขาก็อ่อนโยนลง“แค่หุ่นปลอมที่พวกเขายกมาใช้แสดงละคร นังแพศยาเจียงจื้อ! ถึงกับกล้ารวมหัวกับคนพวกนี้ คิดจะฮุบกิจการของครอบครัวเรางั้นเหรอ!”พูดจบ เขาก็ตวัดสายตาจ้องเขม็งไปทางพ่อบ้านและเกาอวี่ที่อยู่ตรงหน้าอย่างดุดัน“พรุ่งนี้ฉันจะยกเลิกการแต่งงานกับเจียงจื้อ! เด็กที่เธอคลอดออกมาจะไม่มีวันได้เป็นทายาทของตระกูลฟู่! ส่วนพวกนาย! ถ้ายังอยากรักษาหน้าที่การงานนี้เอาไว้ก็ไปเกลี้ยกล่อมให้เจียงจื้อรีบกลับมาขอโทษหรานหร่านเดี๋ยวนี้!”“คนก็ตายสนิทอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว! คุณยังจะให้เราไปตามหาที่ไหนอีกล่ะ?!”เกาอวี่ตะคอกด่าด้วยความโกรธจัด“เกาอวี่ ครอบครัวเรารู้จักกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ฉันไม่อยากให้เรื่องมันน่าเกลียดไปกว่านี้! นังแพศยาเจียงจื้อน่ะ นายชอบก็ยกให้นายไปเลย แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องกลับมาหย่ากับฉันก่อน!”น้ำ

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 5

    ประตูถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงร่างกายของฉันที่พิงอยู่ตรงประตูจึงกลิ้งตกลงไปด้านข้างตามแรงโน้มถ่วง ส่วนเด็กที่อุ้มอยู่ในอ้อมอกก็ถูกกระแทกกระเด็นไปอยู่ที่มุมห้องฝุ่นหนาเตอะห่อหุ้มร่างที่อาบชุ่มไปด้วยเลือดของฉันเอาไว้ราวกับมัมมี่เกาอวี่ขมวดคิ้วแน่น แต่เขาก็ยังตรวจเช็กสัญญาณชีพของฉันตามปกติด้วยความเคยชินทางสายอาชีพฟู่มั่วเชินถูกกลิ่นคาวเลือดตีเข้าหาจนต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูก เขาเอาแต่ยืนอยู่หน้าห้องใต้หลังคา ไม่ยอมก้าวเท้าเข้าไปข้างในอีกแม้แต่ก้าวเดียว“เจียงจื้อกำลังทำอะไรเนี่ย?! ทำไมในห้องถึงได้เหม็นขนาดนี้!”พ่อบ้านก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ๆ เขาทำเพียงแค่ลอบมองเกาอวี่เป็นระยะ ๆ“ประธานฟู่...เสียใจด้วยนะครับ...”เกาอวี่ถอดถุงมือออกด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเสียงสบถด่าของฟู่มั่วเชินพลันหยุดชะงักลง เขาคลายนิ้วมือที่บีบจมูกตัวเองอยู่ออก“เสียใจเรื่องอะไร...”เขาเดินตรงเข้าไปหาเกาอวี่ ใช้ดวงตาทั้งสองข้างจ้องอีกฝ่ายเกาอวี่หลบสายตา ก่อนชี้ไปทางศพที่มองไม่ออกแล้วว่าหน้าตาเป็นอย่างไร“ประธานฟู่ เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นแล้ว คุณผู้หญิงเสียชีวิตแล้ว เธอเสียชีวิตเพราะคลอดลูกยากครั

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 4

    พ่อบ้านกลืนน้ำลายลงคอแล้วฝืนใจตอบต่อไปว่า:“คุณผู้หญิงเธอ...ไม่มีลมหายใจแล้วครับ...”น้ำเสียงของฟู่มั่วเชินเจือความตื่นตระหนกอยู่สายหนึ่ง ขณะที่ฉันอยากตั้งใจฟังให้ชัดเจนขึ้นอีกนิด น้ำเสียงของเขาก็กลับมาเหี้ยมเกรียมอีกครั้ง“เสแสร้ง! เสแสร้งต่อไปสิ! ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะเสแสร้งไปถึงเมื่อไหร่!”“ขนาดตอนเธออยู่ในป่า สภาพแวดล้อมที่ยากลำบากขนาดนั้นเธอยังรอดชีวิตมาได้เลย แถมดำน้ำกลั้นหายใจทีหนึ่งก็ตั้งเป็นสิบนาที! เธอแค่หลอกพวกแกที่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์โดยการกลั้นหายใจเพื่อให้พวกแกตกใจเท่านั้นแหละ! ไปตามหมอประจำตัวมา ฉันจะกระชากหน้ากากของเธอต่อหน้าเลย!”พ่อบ้านเบิกตากว้าง “ประธานฟู่ครับ ลูกของคุณผู้หญิงก็...”“ตกลงว่าแกจะฟังใครกันแน่?!” ฟู่มั่วเชินพูดแทรกขึ้นมาด้วยความรำคาญใจ“ฉันหรือผู้หญิงคนนั้นเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้แกกันแน่”“ครับ...ผมจะไปเชิญหมอมาเดี๋ยวนี้...”พ่อบ้านถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา ก่อนจะเดินจากไปทันทีเฝิงหรานหร่านทิ้งตัวอ่อนปวกเปียกแนบชิดเข้ามา“พี่มั่วเชินอย่าโกรธไปเลยนะคะ โกรธไปก็เสียสุขภาพเปล่า ๆ ”“ผู้หญิงอย่างเจียงจื้อนี่เก่งเรื่องซื้อใจคนจริง ๆ! น

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 3

    ฟู่มั่วเชินทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาหอบหายใจหนักหน่วงแล้วประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธอ ส่วนเฝิงหรานหร่านก็ส่งเสียงพึมพำแผ่วเบาริมฝีปากของพวกเขาทั้งสองเกาะเกี่ยวกันอย่างเร่าร้อน เริ่มตักตวงความสุขจากร่างกายของกันและกันอย่างดุดันทันทีทว่าในวินาทีสุดท้าย จู่ ๆ เฝิงหรานหร่านก็ผลักร่างของชายหนุ่มที่กำลังหอบ

  • จากไปหนึ่ง พรากถึงสาม   บทที่ 1

    “ยัยขี้อิจฉาเจียงจื้อทำไมถึงไม่ร้องแล้วล่ะ”“คุณผู้ชาย...คุณผู้หญิงคงจะไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกใช่ไหม...เมื่อคืนนี้เธอร้องแทบขาดใจ ฟังดูเจ็บปวดทรมานมากเลยนะครับ...”ฟู่มั่วเชินกินโจ๊กคำหนึ่งแล้วแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างไม่ใส่ใจ“ไม่มีใครรู้จักเจียงจื้อดีไปกว่าฉันอีกแล้ว เธอแค่ตั้งใจแสดงละครนั่นแหล

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status