All Chapters of สมรภูมิ โชคชะตา: Chapter 31 - Chapter 40

64 Chapters

พวกเจ้าทำอันใดกัน!!!

รั่วซีทำได้เพียงรีบจัดการบาดแผลของนายทหาร ก่อนจะบอกกล่าวท่านหมอหลิวแล้วไปพบมู่ฉินฉานที่กระโจมพักของนาง พอเข้าไปถึงก็เห็นเขากำลังนั่งดื่มชาอย่างสงบ แต่สีหน้ายังคงฉายความกังวลอย่างเห็นได้ชัด“มีเรื่องใดหรือไม่เจ้าคะ” นางนั่งลงตรงข้ามกับเขา แล้วรับแก้วชาที่เขาส่งมาให้ดื่มดับกระหาย“ข้ามีเรื่องต้องรบกวนเจ้า” เดิมเขาก็ไม่อยากให้นางเข้ามาเสี่ยงอันตรายไปด้วย แต่มีเพียงนางเท่านั้นที่ช่วยได้มู่ฉินฉานเล่าเรื่องเสบียงที่เหลือน้อยภายในกองทัพ ตัวเขาตรวจสอบเส้นทางคลังเสบียงของแคว้นต้าเยี่ยแล้ว พบว่ามีจำนวนมากพอที่จะเลี้ยงทหารของแคว้นต้าหลี่ไปจนกว่าเสบียงจะถูกส่งมาถึง เดิมคิดจะเผาทำลายไปเสีย แต่คิดถึงถุงหนังของรั่วซีขึ้นมาก่อน หากได้นางมาช่วยคงจัดการทุกอย่างได้ง่ายขึ้นรั่วซีได้ฟังก็ตกตะลึงไม่น้อย นางต้องลอบเข้าไปในค่ายทหารของแคว้นต้าเยี่ย เพื่อนำเสบียงทั้งหมดกลับมา แต่หากมิใช่หนทางสุดท้าย มู่ฉินฉานคงไม่ลำบากใจ จนต้องมาเอ่ยปากกับนางอย่างที่ทำอยู่“หากข้าช่วยได้ ก็ยินดีจะช่วยเจ้าค่ะ แต่ว่า...พาข้าไปด้วยจะไม่กลายเป็นภาระเกินไปหรือเจ้าคะ” นางต่อสู้ไม่เป็นเลย หากเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นจะทำเช่นใด“เจ้าย
Read more

ขโมยเสบียงอาหารแคว้นต้าเยี่ย

ด้านหน้าไม่เกินห้าสิบก้าวคือกระโจมเก็บเสบียง แต่มีทหารเฝ้ายามอยู่อีกหลายสิบคน เดิมรั่วซีนางคิดว่ามู่ฉินฉานจะโง่พาทหารที่พามาด้วยบุกเข้าไปสังหาร แล้วให้นางรีบวิ่งไปเก็บเสบียงเข้าถุงหนังแต่เขากำลังรอให้ลมเปลี่ยนทิศพัดไปทางค่ายแคว้นต้าเยี่ย แล้วจุดยาสลบที่เตรียมมาด้วยโยนเข้าไปใกล้ตัวพวกทหารแคว้นต้าเยี่ยให้มากที่สุดรั่วซีที่เผลอสูดดมเข้าไปเล็กน้อยก็มึนงง จนนางต้องนั่งลงกับพื้น สูดอากาศที่หนาวเย็นเข้าไปเรียกสติให้กลับคืนมา กว่าพวกทหารแคว้นต้าเยี่ยที่เฝ้ากระโจมเสบียงจะรู้ตัวตนเองถูกยาสลบเข้าแล้ว ก็พากันล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้นรั่วซีนางมีเวลาเพียงแต่ไม่กี่ชั่วอึดใจ ก่อนที่ทหารแคว้นต้าเยี่ยคนอื่นจะเห็นสิ่งผิดปกตินี้เข้า นางเองก็ไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า เมื่อมู่ฉินฉานดึงมือนางให้ลุกขึ้น นางก็ออกตัววิ่งอย่างรวดเร็วรั่วซีนางเก็บกระโจมเสบียงทั้งหมดเข้าไปภายในถุงหนังของนางในตอนแรกทหารที่มู่ฉินฉานพามาด้วย ยังมองไม่ออกว่าพวกเขาจะกลับค่ายพร้อมเสบียงมากมายเช่นนี้ได้อย่างไร พอเห็นกระโจมเสียงที่หายเข้าไปในถุงหนังของรั่วซี ก็อดที่จะตกตะลึงไม่ได้ ยามนี้เข้าใจแล้วว่าหัวหน้ากองมู่พาหมอจินที่ไม่อาจทำประโย
Read more

เจ้าจะปกปิดสิ่งใดกับข้าหรือ

ด้วยเห็นฝีมือของมู่ฉินฉานตั้งแต่ที่มาออกรบด้วยกันที่หย่งเป่ย ฝีมือของเขาดูจะล้ำหน้ามากกว่าผู้เป็นน้าเสียแล้ว อีกอย่างมู่ฉินฉานยังสามารถพาคนเข้าไปก่อกวนผ่านในค่ายหย่งเป่ยโดยไม่ได้รับบาดเจ็บอยู่หลายหน แต่เหตุใดครั้งนี้ถึงได้ทำพลาดได้“นางฟื้น ท่านน้าจะได้รับคำตอบจากนางเองขอรับ”รองแม่ทัพเสิ่นไม่อาจง้างปากของหลานชายออกมาได้ เขาจึงต้องรอให้รั่วซีฟื้นอย่างใจเย็น กระโจมหมอก็วุ่นวายไม่น้อย เมื่อรู้ว่าหมอจินได้รับบาดเจ็บ หมอเหอที่ต้องการมาดูอาการก็ถูกขวางเอาไว้อยู่หน้ากระโจมไม่ให้เขาไปด้านใน“เหตุใดข้าถึงเข้าไปไม่ได้ ข้าจะได้เข้าไปดูอาการหมอจิน มีสิ่งใดจะได้ช่วยเหลือท่านหมอหลิวได้”“เออ...” เสี่ยวจงเองก็ไม่รู้จะเอ่ยบอกเช่นใด เขาได้แต่อึกๆ อักๆ ไม่ยอมพูดออกมาเสียงหมอหลิวราวกับเสียงสวรรค์ “ให้ท่านหมอเหอเข้ามาเถิด” เสี่ยวจงจึงได้รีบเปิดทางให้หมอเหอเข้าไปด้านในหมอเหอเข้ามาหมอหลิวก็จัดแจงเสื้อผ้าบนตัวของรั่วซีเรียบร้อยแล้ว จึงเห็นเพียงใบหน้าที่ซีดขาวของนางนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงเท่านั้น“หมอจินบาดเจ็บได้อย่างไรกัน” หากอยู่ภายในค่ายตลอดไม่มีทางที่จะได้รับบาดเจ็บเป็นแน่“ข้าเองก็ไม่รู้ขอรับ มาถึงหม
Read more

เพราะข้าสงสารเจ้าหรอกนะ

หมอหลิวมองมู่ฉินฉานอย่างสงสัย “ท่านหัวหน้ากองมู่กลับไปพักได้แล้วขอรับ มีเรื่องใดพรุ่งนี้ค่อยสนทนาเถิด ข้าจะให้เสี่ยวจงมานอนเฝ้า กระโจมพักของข้าก็อยู่ด้านข้าง อย่างไรก็มาดูได้ตลอด”“ขอรับ” เขายอมกลับไปอย่างว่าง่ายว่าง่ายที่ไหน องครักษ์ที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าเป็นคนของเขา พอเสี่ยวจงเข้ามานอนเฝ้ารั่วซี หมอหลิวกลับที่พักไปเรียบร้อยแล้ว มู่ฉินฉานที่ให้คนไปแจ้งก็ย้อนกลับมาดูนางอีกครั้ง“ข้าน้อยต้องอยู่ด้วยหรือไม่ขอรับ” เสี่ยวจงที่ปูผ้านอนอยู่ที่พื้นเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย“เจ้านอนไปได้เลย ประเดี๋ยวข้าก็กลับออกไปแล้ว” เขาเพียงแค่อยากย้อนมาดูอาการของนางเท่านั้น เตียงนางเล็กเพียงนี้จะขึ้นไปนอนเบียดได้อย่างไรแต่ว่า...ได้ มู่ฉินฉานไม่รู้ว่าคิดสิ่งใดอยู่ เขาอุ้มรั่วซีให้เขยิบเข้าไปด้านใน ก่อนจะขึ้นไปนอนข้างนาง เสี่ยวจงที่เห็นทั้งหมดได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ พอเห็นสายตาข่มขู่ของเขา สิ่งที่จะพูดออกมาก็ถูกกลืนหายไปแล้วล้มตัวลงนอนหันหน้าไปอีกทางแทนรั่วซีจากที่หนาวสั่นเพราะพิษไข้ พอได้รับไออุ่นจากร่างของมู่ฉินฉาน นางก็ขยับเข้ามาซุกตัวในอ้อมกอดของเขา “เพราะข้าสงสารเจ้าหรอกนะ” เขากระซิบพูดกับนางเสียงเ
Read more

ศึกที่หย่งเป่ย ชนะแล้ว

รั่วซีรีบเข้าไปดูบาดแผล ลูกธนูยังคงฝั่งอยู่ที่ลำคอ เพียงแต่คงไม่เข้าส่วนสำคัญ แม่ทัพเซี่ยถึงยังเหลือลมหายใจกลับมาจนถึงค่ายทหารได้“พี่จงเตรียมของให้ข้าเร็วเข้า คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปให้หมด อาจารย์เหอ ข้าช่วยเหลือท่านแม่ทัพเซี่ยได้ แต่ไม่อาจรับรองว่าจะกลับมาพูดได้เหมือนเดิมหรือไม่” ด้วยตำแหน่งของลูกธนูนางเชื่อว่ากล่องเสียงอาจจะได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อยรองแม่ทัพเซี่ย บุตรชายคนโตของแม่ทัพใหญ่เซี่ย เดินเข้ามาอยู่ด้านข้างเตียง “พูดได้หรือไม่ ปล่อยให้เป็นเรื่องของฟ้าลิขิต ขอเพียงท่านพ่อของข้ารอดชีวิตก็พอ”“ได้ขอรับ ท่านออกไปรอด้านนอกก่อน ข้าจะช่วยชีวิตท่านแม่ทัพอย่างสุดความสามารถ” มือของรั่วซีฝังเข็มห้ามเลือดไปด้วยหมอเหอที่เห็นว่ารองแม่ทัพเซี่ยยังไม่ยอมออกไปจากกระโจม กลัวว่าจะทำให้รั่วซีนางสมาธิก็รีบลากเขาออกไปนอกกระโจมทันทีรั่วซีนางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สบตากับแม่ทัพเซี่ยที่ลืมปรือตาขึ้นมามองนาง “ท่านแม่ทัพไม่ต้องห่วง ข้าน้อยจะช่วยท่านอย่างสุดความสามารถขอรับ” แม่ทัพเซี่ยกระตุกมุมปากเบาๆ เป็นการรับรู้สิ่งที่นางพูดด้วยตำแหน่งของลูกธนูอยู่ในจุดที่อันตราย หากพลาดพลั้งเพียงเล็กน้อย นางก็อาจทำ
Read more

หมีควาย

องครักษ์สองคนเห็นรั่วซีนางล้างมือในลำธาร ไม่นานฝูงปลากลุ่มใหญ่ก็ว่ายเข้ามาหานางเสียงร้องของเสี่ยวจงช่วยเรียกสติของทั้งสองให้รีบช่วยกันจับปลาที่รั่วซีนางโยนใส่ลงในตะกร้า นางไม่ได้ใช้เหยื่อล่อ หรือว่าใช้ไม้แหลมแทงปลาขึ้นมาอย่างที่พวกเขาคิด ใช้เพียงมือเปล่าจับขึ้นมาง่ายๆ เลยอาฟ่าน คิดจะไปช่วยรั่วซีนางจับ แต่ถูกเสี่ยวจงรั้งเอาไว้ “ไม่ต้อง หากเจ้าเข้าไปปลาว่ายหนีไปหมดแน่ อยู่ช่วยข้ากับอาเหิงเถิด” อาฟ่านได้แต่เกาหัวตนเอง แล้วเดินเข้าไปจับปลาใส่ลงในตะกร้ารั่วซีจับปลาได้เต็มสองตะกร้า ปลาที่เหลือก็ว่ายหนีหายไป “จะเข้าไปด้านในต่อ หรือว่ากลับเลย” นางมองปลาทั้งสองตะกร้าก็เห็นว่ามากพอแล้วแต่เสี่ยวจงไม่เห็นด้วย “ได้อย่างไร เข้ามาแล้วไปเถิด ไม่รู้ว่าจะมีเวลาเข้าป่าเช่นนี้อีกหรือไม่”“แต่จะแบกตะกร้าที่หนักเพียงนี้ไปด้วยหรือ” ดูท่าปลาที่อยู่ในตะกร้าจะหนักไม่น้อยเลย“ข้าน้อยจัดการเองขอรับ จะให้นำไปไว้ที่ใด” อาเหิงเป็นผู้เอ่ยออกมา“เดี๋ยวข้าจัดการเองดีกว่า” รั่วซีเก็บปลาทั้งสองตะกร้าเข้าถุงหนังของนางแล้วเดนต่อไปทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้องครักษ์ทั้งสองสอบถามทั้งสองที่เบิกตากว้างอยู่กับที่ ขาทั้งสองข้
Read more

ข้าจะพาเจ้ากลับไปเอง

ทั้งห้าคนออกมาจากป่าพร้อมกับแบกกวางตัวใหญ่กลับมาด้วยอีกหนึ่งตัว “ข้าขอแบ่งเนื้อสักสิบจินนำไปให้อาจารย์หญิง พี่ชายน้องชายของข้าได้หรือไม่” รั่วซีเอ่ยถามทุกคน“เหตุใดจะไม่ได้เล่า เนื้อที่หามาได้ ล้วนเป็นเพราะเจ้า” เสี่ยวจงเอ่ยออกมา “แต่ว่า...จะเอากลับไปให้อย่างไร”“ท่านหัวหน้ากองมู่ ให้ข้ายืมม้าสักตัวกลับไปที่ค่ายอพยพพร้อมกับพี่จงได้หรือไม่” นางคิดว่าเขาต้องให้นางยืมอย่างแน่นอน ม้าในค่ายมีตั้งหลายพันตัว“ไม่ได้ หากเจ้าอยากนำกลับไปให้พี่ชายน้องชายของเจ้า ข้าจะให้คนนำกลับไปให้ แม่ทัพเซี่ยฟื้นตัวแล้ว คงเตรียมการที่จะเดินทางไปโจวเป่ยในเร็ววัน เจ้าก็รีบไปพบแม่ทัพเซี่ยเถิด”รั่วซีได้แต่ยู่ปากอย่างไม่พอใจแต่นางเป็นฝ่ายรั้นที่จะตามเอง ก็ต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้นอาฟ่าน อาเหิงและเสี่ยวจงแบกกวางไปที่โรงครัว พร้อมกับปลาหนึ่งตะกร้าที่รั่วซีนางนำออกมาระหว่างทางที่เดินกลับ เพื่อให้พ่อครัวทำอาหารให้ เนื้อสัตว์เพียงเท่านี้คงไม่เพียงพอให้ทหารทั้งค่ายได้กิน เนื้อส่วนมากถูกทำขึ้นโต๊ะให้กับทหารตำแหน่งสูงและหมอภายในค่าย พลทหารที่เหลือคงได้กินเพียงน้ำแกงที่มีกลิ่นเนื้อปนอยู่นิดหน่อยเท่านั้นมู่ฉินฉานพารั่วซีแย
Read more

ท่านคือสหายของข้า

หมอหลิวยิ้มส่ายหน้า เขายังคิดอยู่ว่านางจะยอมยกเนื้อที่หามาได้ทั้งหมดให้โรงครัวจริงหรือ “เจ้าไม่นำไปให้พี่ชายน้องชายของเจ้าหรือ”“ข้ามีกระต่ายกับไก่อย่างละสิบกว่าตัว เดิมก็คิดจะนำไปมอบให้อาจารย์หญิงและพี่ชายน้องชายอย่างละสิบตัวที่เหลือจะเก็บไว้กินกับท่านและพี่จง แต่ข้าถูกหัวหน้ากองมู่ปล้นไปแล้วอย่างละสองตัวเจ้าค่ะ” นางยู่ปากอย่างไม่พอใจ“เจ้าหาได้มากเพียงนี้เลยหรือ” คิดว่านางจะซ่อนไว้สองสามตัว“แน่นอนเจ้าค่ะ อยู่กับข้าท่านไม่ต้องกลัวอดเลยเจ้าค่ะ” นางยิ้มกว้างและตักน้ำแกงปลาเพิ่มให้อย่างใส่ใจ“หึหึ ข้าถึงอยากได้เจ้าเป็นบุตรบุญธรรมอย่างไรเล่า” หมอหลิวหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีทั้งสองพูดคุยกันได้เพียงไม่กี่ประโยครั่วซีนางก็ขอตัวไปนำกระต่ายกับไก่ย่างมาให้หมอหลิว แต่เขาให้นางไปเรียกหมอเหอมานั่งกินด้วยกันเลย อย่างไรผู้เดีวก็กินไม่หมดพอคนทั้งสี่ที่นั่งย่างอยู่ข้างกระโจมได้ยินว่ารั่วซีจะแบ่งไก่ป่า กระต่ายป่าย่างไปให้หมอหลิวอย่างละครึ่งตัว ก็บ่นว่าไม่พอกิน จนนางต้องนำออกมาเพิ่มให้อีกอย่างละตัว พวกเขาถึงได้เงียบปากลงตอนที่กินอาหาร รั่วซีนางจึงได้บอกเสี่ยวจงเรื่องที่นางจะกลับไปเยี่ยมพี่ชายกับน้
Read more

ฉลองอันใดเจ้าคะ

รั่วซีได้แต่ยิ้มบาง “ข้าเองก็เพิ่งค้นพบความลับนี้ได้ไม่นานเจ้าค่ะ”“แล้วเจ้าบอกข้า ไม่กลัวว่าข้าจะนำไปพูดกับผู้อื่นหรือ”“ไม่เจ้าค่ะ เพราะท่านหวังดีกับข้าสามพี่น้องอย่างแท้จริง เสื้อผ้า ของใช้ก็เตรียมส่งไปให้ข้าอยู่ทุกเดือนไม่ได้ขาด แม้แต่พี่ชายกับน้องชายของข้า ก็มีท่านคอยดูแลอยู่ทุกวัน” นางกุมมือที่สั่นเทาของฮูหยินหลิวเอาไว้“ข้าคิดไม่ผิดจริงๆ ที่จะรับเจ้าสามพี่น้องเป็นบุตรบุญธรรม” นางน้ำตาคลอ เมื่อเห็นเนื้อสัตว์มากมาย พร้อมข้าวสารอีกสองกระสอบใหญ่ที่รั่วซีนางเตรียมมาให้ถึงแม้ในค่ายผู้อพยพจะมีนายอำเภอซวงจัดการเรื่องกินอยู่ของนางและสองพี่น้องตระกูลจินอย่างดีทุกวัน แต่เนื้อสัตว์ก็ยังคงพบเห็นได้น้อยเช่นเดิมรั่วซีหยิบกระต่ายป่ากับไก่ป่ามาถือไว้อย่างละสองตัว “ข้าจะนำไปแบ่งให้ฮูหยินผู้เฒ่าซวงและจะไปตามพี่ชายน้องชายกลับมารับมื้อเย็นพร้อมกับอาจารย์หญิงเจ้าค่ะ”“ไปเถิด เรื่องทางนี้ข้าจะจัดการเอง” นางรู้ดีว่าที่รั่วซีไล่สาวใช้ทั้งสองออกไปก่อน คงไม่อยากให้พวกนางรู้เรื่องถุงหนังเป็นแน่ ตัวนางเองก็ไม่คิดจะบอกและจะช่วยนางปิดบังไว้ด้วยเสี่ยวหลานหาตะกร้ามาให้รั่วซีเพื่อให้เนื้อสัตว์ นางบอกสาวใช้ทั
Read more

พิธีปักปิ่นที่เรียบง่าย

รั่วซีเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ ในเมื่อยังไม่ได้เข้าพิธีรับเป็นบุตร เหตุใดน้องชายนางถึงเรียกไปแล้ว “หืม...”“หึหึ ข้าให้เฉิงเออร์เรียกข้าเช่นนี้มานานแล้ว อย่างไรในสายตาของข้าพวกเจ้าก็เป็นบุตรของข้าไปแล้ว”ฮูหยินหลิวแม้จะแย่งหน้าที่ปักปิ่นมาจากจินตงชุน แต่นางก็เลือกใช้ปิ่นที่ปักเป็นปิ่นที่จินตงชุนทำให้รั่วซี นับว่าจินตงชุนเองก็พอใจไม่น้อยพิธีปักปิ่นที่เรียบง่าย มีเพียงไม่กี่คน แต่สร้างความอบอุ่นใจให้รั่วซีไม่น้อย หลังจากที่ปักปิ่นเรียบร้อย ทุกคนก็นั่งร่วมโต๊ะกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย รั่วซีคอยคีบอาหารให้พี่ชาย น้องชายและฮูหยินหลิวอย่างใส่ใจ จนตัวนางแทบจะไม่ค่อยได้กินเลยมู่ฉินฉานมองส่งสายตามาหลายหน พอรั่วซีสบตากับเขา เขาก็มองไปที่ชามเขาของนาง ราวกับกำลังสั่งให้นางกินอาหารของตนเองเสียที รั่วซีเองก็เหมือนจะเข้าใจ นางจึงเริ่มลงมือกินอาหารให้ทัน เสี่ยวจง อาฟ่านและอาเหิงที่ก้มหน้ากินกันอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากที่กินอิ่มท้องและพูดคุยกันต่อเล็กน้อย ฮูหยินหลิวก็ปล่อยให้รั่วซีนางไปพักที่กระโจมกับพี่น้องของนาง ด้วยนางมีเวลาอยู่เพียงหนึ่งคืนเท่านั้น แม้จะอาลัยอาวรณ์นาง แต่ก็เข้าใจว่านางคงมีเรื่
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status