All Chapters of สมรภูมิ โชคชะตา: Chapter 41 - Chapter 50

64 Chapters

การกระทำและคำพูดแตกต่างกัน

รั่วซีพูดจบด้านหน้าก็มีหมูป่าตัวใหญ่นอนตายอยู่สองตัว นางหันไปมองหน้ามู่ฉินฉานที่กดยิ้มมุมปากอย่างพอใจ การมาอาหารกับนางนับเป็นความคิดที่ถูกที่สุดแล้วของเขาพอเก็บหมูป่าทั้งสองตัวเข้าไปในถุงหนัง เดินไปได้ไม่ไกลก็มีกระต่ายป่ากับไก่ป่านอนตายอีกหลายตัว เรียกได้ว่าเดินห้าก้าวก็ได้สัตว์ติดมือกลับมาด้วยแล้วทั้งสองกลับมาอาหารก็เสร็จพร้อมกันพอดี “เมื่อวานข้าคิดจะนำไก่ป่ากับกระต่ายป่าไปให้พี่อิน แต่ไม่ได้ให้ วันนี้ค่อยแวะให้ก็แล้วกัน” นางเอ่ยบอกพี่ชายของนาง“ประเดี๋ยวข้านำไปให้เอง ข้าจะได้สนทนากับเขาเรื่องที่จะกลับหมู่บ้านด้วย”“เจ้าค่ะ”ทั้งหมดพอรู้ว่าเมื่อครู่ที่มู่ฉินฉานกับรั่วซีเดินออกไปด้านนอก ได้สัตว์ป่ามาเพิ่มอีกไม่น้อย ก็พากันเดินกลับออกไปจากป่าพอออกมาพ้นชายป่า จินตงชุนก็แยกตัวพร้อมกับของที่จะนำไปให้สองย่าหลานตระกูลฟาง และยังมีก้อนทองที่รั่วซีนางแอบยัดใส่ลงไปในตะกร้าเพื่อไม่ให้ผู้ใดเห็นอีก ส่วนพวกนางแยกตัวไปที่กระโจมพักของตระกูลซวง เพื่อแบ่งปูกับปลาอย่างละครึ่งตะกร้าให้พวกเขาฮูหยินหลิวนางเองก็รับไว้เพียงอย่างละครึ่งตะกร้าด้วยกลัวกินไม่ทัน เนื้อสัตว์ที่ได้มาเมื่อวานก็มากมายจนต้องนำไปรม
Read more

ฝังเข็มขยายเส้นลมปราณ

รั่วซีของคงสอบถามต่อด้วยความแปลกใจ “กองทัพไม่มีเงินเยียวยาที่มากกว่าห้าสิบตำลึงเงินแล้วหรือขอรับ หรือหางานที่พวกเขาพอจะทำได้”“เงินห้าสิบตำลึงนับว่าไม่น้อยเลยหากเทียบกับจำนวนทหารที่ได้รับ คนที่เสียชีวิตได้รับแปดสิบตำลึงเงินสำหรับคนในครอบครัว เจ้าว่าคลังหลวงต้องใช้เงินมากเพียงใด” หมอหลิวคีบอาหารใส่ลงในชามของรั่วซีพอมานึกย้อนดู เงินจำนวนนี้สำหรับชาวบ้านก็นับว่ามากพอดู รั่วซีนางจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจ หากหุ่นยนต์ของนางถูกนำไปใช้ในสงคราม ความหายนะคงจะมากกว่าในตอนนี้เป็นแน่ ก็สมควรแล้วที่วิญญาณของนางถูกดึงมาให้เผชิญชะตากรรมในสงครามของยุคโบราณกระโจมรักษาไม่มีงานให้รั่วซีทำ นางจึงชวนเสี่ยวจง อาฟ่านและอาเหิงไปหาช่างไม้ภายในค่ายทหาร รั่วซีนำแบบร่างที่นางเขียนขึ้นให้พวกช่างไม้ได้ดู“เออ...นี่คืออันใดขอรับ” ไม่เพียงแต่พวกช่างไม้ พวกเสี่ยวจงเองก็สงสัยเช่นกัน“รถเข็น ทหารที่พิการไม่อาจเดินเหินได้สะดวก หากมีรถเข็นเอาไว้ใช้งาน พวกเขาย่อมเคลื่อนไหวได้สะดวกกว่า”“หืม...หมอจิน ท่านคิดออกมาได้อย่างไรกัน” พวกเขามองนางด้วยความชื่นชมรั่วซีได้แต่เกาแก้มอย่างเขินอาย นางเพียงขโมยความคิดของผู้อื่นมาใช้ก่อน “
Read more

ช่างหาเรื่องเก่งโดยแท้

รั่วซีนางฝังเสร็จ เก็บเข็มกลับเข้าที่เรียบร้อย นางก็ไล่เสี่ยวจงให้ลุกจากที่นอน แล้วลงไปนอนแทนเขา “พวกท่านออกไปก่อน ข้าอยากพัก”“เจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่” เสี่ยวจงเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ตัวเขารู้สึกเบาราวกับขนนก นึกอยากจะลองวรยุทธ์ใช้แทบขาด แต่ติดที่รั่วซีนางนอนใบหน้าไร้สีเลือดอยู่บนเตียง“ไม่เป็นอันใด ท่านไปล้างตัวเถิด แล้วกลับมาบอกข้าด้วยว่าได้ผลหรือไม่ ตอนนี้ข้าต้องพักสักหน่อย” นางหลับตานอนหอบหายใจอยู่บนเตียงบุรุษทั้งสามจึงพากันออกไปด้านนอก อาฟ่านและอาเหิงสอบถามเสี่ยวจงว่าเกิดเรื่องใดขึ้น เมื่อรู้ว่ารั่วซีนางฝังเข็มเปิดเส้นลมปราณให้เสี่ยวจง ก็มองเขาด้วยความอิจฉา“ข้าเองก็อยากเห็นว่าเจ้าเก่งกาจขึ้นเพียงใด” อาฟ่านลากคอเสื้อเสี่ยวจงไปที่ลานประลองยุทธ์ทันทีนับว่าเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ เมื่อวรยุทธ์ของเสี่ยวจงที่กระบวนท่าออกจะธรรมดาแต่กลับมีพลังที่รุนแรง จนอาฟ่านต้านรับไม่ไว้ ต่อให้อาเหิงเข้ามาช่วยด้วยอีกคนก็ยังไม่อาจล้มเสี่ยวจงได้อาฟ่านและอาเหิงหันมองหน้ากัน ก่อนจะออกตัววิ่งกลับไปที่กระโจมพักของรั่วซี แม้จะรู้ดีว่านางยังคงพักผ่อนเพื่อเอาแรงอยู่ ทั้งสองก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปก่อกวนนางด้าน
Read more

ยึดโจวเป่ยกลับมาได้

พอมู่ฉินฉานมาถึงก็เห็นนางฝังเข็มให้อาเหิงอยู่ก่อนแล้ว เขาจึงทำได้เพียงแค่นั่งรอนางเงียบๆ แม้แต่หมอหลิวและหมอเหอยามนี้ก็อยู่ภายในกระโจมพักของรั่วซี กระโจมนางเล็กเพียงนิดเดียว พอมีคนอัดอยู่แน่น จึงดูอึดอัดไม่น้อยหมอหลิวหันมามองคนที่ไม่เกี่ยวข้องที่สุดในกระโจม “หัวหน้ากองมู่ แล้วท่านมานั่งทำอันใดในกระโจมหมอจินหรือ”“ข้าเองก็อยากให้หมอจินช่วยขยายเส้นลมปราณเช่นกัน หรือว่าหมอหลิวเห็นว่าข้าไม่ควรมาขอความช่วยเหลือ” เขาเลิกคิ้วมองอย่างยียวน“ช่างมาได้รวดเร็วเสียจริง ไม่รู้ว่าท่านกินมื้อเช้าแล้วหรือยัง” เขาถลึงตามองกลับอย่างไม่พอใจ“ขอบคุณหมอหลิวที่เป็นห่วงขอรับ แต่ข้า...กินมาเรียบร้อยแล้ว”“ท่านอาจารย์ ข้าไม่มีสมาธิขอรับ” รั่วซีถอนหายใจออกมา กระโจมก็เล็กเพียงนี้ พวกเขาเถียงกันนางจะไม่ได้ยินหรือไงประโยคของรั่วซีทำให้ทั้งสองเงียบปากทันที หมอเหอเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดสหายของตนจะต้องโต้เถียงกับมู่ฉินฉานทุกครั้งที่พบหน้ากัน หมอเหอดึงแขนหมอหลิวให้เข้ามาคอยสังเกตการณ์ฝังเข็มของรั่วซีใกล้ๆเป็นไปตามคาด เมื่อรั่วซีนางฝังเข็มให้อาเหิงเสร็จ นางก็เหนื่อยจนไม่อาจพูดตอบโต้กับผู้ใดได้ ทั้งหมดจึงต้องถอยออกไ
Read more

สงครามสิ้นสุดแล้ว

รองแม่ทัพเซี่ย รองแม่ทัพเสิ่นและมู่ฉินฉาน จึงได้บุกเข้าไปจับกุมตัวรองแม่ทัพและหัวหน้ากองของแคว้นต้าเยี่ยที่ยังเหลือชีวิตรอดมาเป็นเชลยแทน ส่วนทหารที่เหลือก็ให้เดินทางกลับไปที่แคว้นต้าเยี่ยของตนเอง หากยึดตัวเอาไว้เป็นเชลยต้องเปลืองเสบียงไม่น้อยแต่ทหารแคว้นต้าเยี่ยที่ถูกปล่อยตัวกลับคืนแคว้นไม่มีผู้ใดยินดีเลยสักนิด ด้วยรู้ดีว่าเมื่อกลับถึงแคว้นมีสิ่งใดรอพวกเขาอยู่ สู้ตกตายพร้อมกับสหายร่วมรบไปเสียให้สิ้นเรื่องจะดีกว่าทัพหนุนของแคว้นต้าเยี่ยเดินทางมาได้เพียงครึ่งทาง ก็รู้ข่าวเรื่องที่ทัพหน้าแตกพ่าย รองแม่ทัพและหัวหน้ากองทั้งหมดที่เหลือถูกจับถูกตัวเอาไว้แล้ว ทหารที่เหลือรอดบางส่วนที่ถูกส่งกลับมาก็ใช้งานไม่ได้แล้ว หากไม่บาดเจ็บ ก็กลายเป็นผู้พิการแม่ทัพแคว้นต้าเยี่ย ที่เป็นผู้คุมทัพหนุนในครั้งนี้ ต้องส่งม้าเร็วย้อนกลับไปเมืองหลวงของแคว้นต้าเยี่ย เพื่อสอบถามว่าควรเดินทัพต่อหรือยอมยกธงขาวยอมแพ้ดีมีหรือที่ฮ่องเต้แคว้นต้าเยี่ยที่กระหายการรวมแคว้นจะยอมยกธงขาวง่ายๆ ผู้ที่นั่งอยู่บัลลังก์มิได้ลงมาเห็นในสนามรบ ย่อมไม่รู้ว่ากองทัพแคว้นต้าหลี่ที่พระองค์ดูแคลนมาตลอด ยามนี้จะแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อยแล้วเ
Read more

มาเป็นบุตรเขยข้าดีหรือไม่

รั่วซีเองก็ยินดีไม่น้อยเช่นกัน หลังจากนางจัดการแผลทหารเสร็จ ก็รีบออกไปดูด้านนอกกับหมอและผู้ช่วยหมอทันทีเสี่ยวจงที่วิ่งกลับมาพร้อมกับอาฟ่านและอาเหิง โบกมือร้องเรียกหมอจินมาแต่ไกล “หมอจิน!!! ชนะแล้ว สงครามจบแล้ว”รั่วซียิ้มกว้างมองพวกเขา “ใช่แล้ว สงครามจบแล้ว จบเสียที” นางพึมพำออกมาเบาๆถึงสงครามจะจบลง ไม่มีการสู้รบแล้ว แต่ก็ยังมีเรื่องอีกไม่น้อยให้จัดการ ต้องส่งทหารออกไปเก็บร่างของทหารแคว้นต้าหลี่ที่เสียชีวิตลง หมอในค่ายก็ยังต้องรักษาอาการบาดเจ็บของทหารเช่นเดิมหลังจากเก็บร่างของทหารที่เสียชีวิตในสนามรบตลอดทั้งสามวันมาเผาเรียบร้อยแล้ว แม่ทัพเซี่ยก็อนุญาตให้เลี้ยงฉลองชัยชนะภายในค่ายทหารได้ แม้ไม่มีสุรา แต่ทุกคนก็ยังร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน เนื้อสัตว์ที่รั่วซีนางหามาได้ ถูกนำออกมาทำอาหารกิน ถึงจะมีไม่มาก แต่ก็นับว่าทำให้พวกเขาสุขใจแล้วรั่วซีถูกเรียกตัวไปนั่งร่วมโต๊ะกับแม่ทัพใหญ่เซี่ย ภายในโต๊ะอาหารยังมีรองแม่ทัพเสิ่น รองแม่ทัพเซี่ย หมอเหอ หมอหลิว มู่ฉินฉานและบุตรหลานตระกูลเซี่ยอีกสามคน ด้านนอกไม่มีสุราให้ดื่ม แต่ด้านในกระโจมของแม่ทัพใหญ่เซี่ยไม่รู้ว่าไปหามาจากที่ใดพอนั่งลงข้างหมอห
Read more

ข้านึกสงสัยหลายหนแล้ว

รั่วซีอาบน้ำเสร็จกำลังจะล้มตัวลงนอน ผ้าม่านกระโจมพักของนางก็ถูกเปิดขึ้น ร่างของมู่ฉินฉานก็เดินเข้ามาด้านใน “ท่านมาพบข้ามีเรื่องใดหรือไม่” นางลุกขึ้นนั่งมองเขาอย่างสงสัย“มาดูว่าเจ้าเป็นเช่นใดบ้าง ยังมึนหัวอยู่หรือไม่” เขาเดินเข้ามาจนห่างเพียงแค่สองก้าวเท่านั้นรั่วซีได้กลิ่นสุราจากตัวของมู่ฉินฉานก็นึกอยากจะอาเจียนออกมาอีกแล้ว “ท่านถอยออกไปหน่อย ข้าได้กลิ่นสุราแล้วอยากจะอาเจียน” ไม่คิดเลยว่าสุราในยุคโบราณจะร้อนแรงกว่ายุคของนางหลายเท่านักมู่ฉินฉานยอมถอยออกไปเล็กน้อย “เจ้าควรจะหัดดื่มเอาไว้บ้าง ระหว่างเดินทางเข้าเมืองหลวง เจ้าต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงอีกไม่น้อยเลย”“ห๊ะ!!! ข้ายังไม่ได้บอกเลยว่าจะเข้าเมืองหลวง แล้วเหตุใดข้าต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วยเล่า”“เจ้าคิดว่าเรื่องที่เจ้ากระทำทั้งหมอ รองแม่ทัพเสิ่นและแม่ทัพใหญ่เซี่ยจะไม่รายงานให้ฮ่องเต้ทรงทราบหรือ อีกอย่างท่านหมอหลิวรับเจ้าเป็นบุตรบุญธรรม เจ้าก็ต้องเดินทางไปเมืองหลวงพร้อมหมอหลิวอยู่ดี” เขาเดินไปลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงของนาง“ท่านยังไม่กลับอีกหรือ ข้าจะเข้านอนแล้ว”“เจ้าว่า...หัวหน้ากองเซี่ยเป็นเช่นใด”“หืม...ก็เป็นบุรุษที่ดีคนหนึ่ง”
Read more

กลับหมู่บ้าน

ตลอดการเดินทางเซี่ยหลางพยายามเข้ามาพูดคุยกับรั่วซีอยู่หลายครั้ง แต่ก็ถูกเสี่ยวจง อาฟ่านและอาเหิงคอยกันท่าอยู่เสมอ จนเขาคร้านที่จะอยากพูดคุยกับนางแล้ว เรื่องทั้งหมดรั่วซีนางไม่รู้เรื่องเลย ด้วยนางอยู่ข้างกายหมอหลิวตลอดเวลาหมอหลิวและรั่วซีแยกทางกับทุกคนเมื่อมาถึงค่ายในเมืองหย่งเป่ย เพื่อเดินทางกลับค่ายผู้อพยพต่อ สิบกว่าวันขบวนเดินทางของรั่วซีก็เดินทางมาถึงค่ายผู้อพยพตอนนี้ภายในค่ายผู้อพยพ เหลือชาวบ้านไม่ถึงหนึ่งพันคน พอรู้ว่าสงครามยุติแล้ว ต่างก็เดินทางกลับบ้านเดิมของตนเอง คนที่ยังอยู่ส่วนมากก็ไร้ที่อยู่ เรือนถูกเผาทำลายไปจนสิ้น บางคนที่ยังพอมีสมบัติติดตัวก็เดินทางกลับไปหาหนทางของตนเอง โดยไม่คิดจะรอความช่วยเหลือจากทางการที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อใดสามพี่น้องตระกูลจินได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากัน ก่อนที่นายอำเภอซวงจะเดินทางกลับชุนเป่ยเพื่อไปจัดการเรื่องบ้านเรือนของชาวบ้าน เขาได้ช่วยทำหนังสือรับรองตัวตนให้สามพี่น้อง และออกหนังสือรับรองให้หมอหลิวที่รับเด็กทั้งสามเป็นบุตรบุญธรรม ทั้งสามยังคงใช้แซ่จินอยู่เช่นเดิม จินตงชุนรับปากพ่อบุญธรรมกับแม่บุญธรรม หากตนมีบุตรชายจะยกให้เขาใช้แซ่หลิว“ในเมื่อพ
Read more

ด้านมืดในใจของมนุษย์

เมื่อได้ยินว่ามีเงินช่วยเหลือ บางคนถึงกับต้องการรับเด็กกำพร้าและคนชรามาเลี้ยงดูเพื่อที่จะได้เงินก้อนนั้น แต่หมอหลิวและหัวหน้าหมู่บ้านที่เห็นตรงกันว่าไม่ควรกระทำเช่นนั้น เงินที่ทิ้งไว้ให้ควรเก็บเอาไว้ให้เลี้ยงดูเด็กกำพร้ากว่าจะเติบโตต้องใช้เงินไม่น้อย หากพวกเขาต้องการเรียนก็ยังแบ่งเงินให้พวกเขาไปเรียนได้ และต้องดูแลคนชรายามเจ็บป่วยอีกด้วย โดยจะสร้างเรือนหลังใหญ่ให้พวกเขาอยู่รวมกันเพื่อได้ดูแลง่ายขึ้นชาวบ้านบางคนก็ไม่พอใจกับการตัดสินใจของหัวหน้าหมู่บ้านจนโวยวายออกมา ด้วยกลัวว่าหัวหน้าหมู่บ้านจะนำเงินไปใช้จ่ายเรื่องของตนเอง“หากเกิดเหตุการณ์แบบที่เจ้าว่า เจ้าสามารถไปร้องเรียนทางการได้เลย และข้าจะให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบทุกเดือนเพื่อเขียนจดหมายไปรายงานข้า” หมอหลิวกล่าวออกมาเสียงดังแต่สถานการณ์ไม่สู้ดีเอาเสียเลย ต่อให้ยามนี้หมอหลิวจะพูดจนพวกเขาเข้าใจแล้ว แต่เมื่อจากไปผู้ใดจะรับรองได้ว่า เงินที่หัวหน้าหมู่บ้านจะไม่ถูกขโมย อาฟ่านจึงอาสาไปในเมืองหย่งเป่ยตามเจ้าหน้าที่ทางการเข้ามาจัดการดูแลเรื่องนี้ต่อพอมีเจ้าหน้าที่ทางการเข้ามา ชาวบ้านย่อมมีความหวาดกลัวเพิ่มขึ้น นายอำเภอหย่งเป่ยเป็นผู้ร
Read more

ตามกลิ่นของเจ้ามา

รั่วซีได้แต่เบิกตามองไปซ้ายทีขวาทีฟังทั้งสองสนทนากัน พอได้สติหมอหลิวก็ทิ้งนางไว้กับเซี่ยหลางแล้ว“คุณหนูจินเชิญ” เขาผายมือให้นางเดินไปก่อนรั่วซีได้แต่เดินไปอย่างมึนงง เซี่ยหลางเองก็ดูเหมือนมีเรื่องที่นำมาพูดคุยได้ไม่รู้จบ เขาเล่าเรื่องสามหัวเมืองเหนือในมุมที่รั่วซีไม่เคยได้เห็น“ข้าอยู่ชุนเป่ยมาตั้งแต่เล็ก ศึกครั้งนี้นับว่าหนักหนาที่สุดแล้ว หากมิได้เจ้าช่วยชีวิตท่านปู่เอาไว้ ไม่รู้ว่าหากพลาดพลั้งพ่ายแพ้แคว้นต้าเยี่ยขึ้นมา ชะตากรรมของตระกูลเซี่ยจะต้องจบลงเช่นใด” แววตาของเขาหม่นหมองลง จนรั่วซีนางอดจะเห็นใจไม่ได้“สงครามพ่ายแพ้เกี่ยวอันใดกับคนอื่นในตระกูลเซี่ยเล่าเจ้าคะ สงครามหากรบไม่ชนะก็แพ้เป็นเรื่องที่พบเห็นกันได้”“ผู้ที่เป็นแม่ทัพมีความเสี่ยงมากกว่าคนอื่น หากสงครามพ่ายแพ้จบชีวิตลงในสนามรบยังน่ายกย่องกว่ากลับมาพร้อมกับซากศพของเหล่าทหารในกองทัพ”“หืม...นี่คงเป็นเหตุผลที่ไม่มีผู้ใดอยากเป็นทหาร” รั่วซีถอนหายใจออกมา“เป็นจริงเช่นที่เจ้าว่า ผู้ใดอยากจะมาเสี่ยงชีวิตเล่า สู้สอบเป็นขุนนางใช้ฝีปากในท้องพระโรงยังจะดีเสียกว่า”ใบหน้าของเซี่ยหลางที่แสดงสีหน้าล้อเลียนจิ้งจอกเฒ่าในท้องพระโรงทำให้
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status