All Chapters of เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ: Chapter 21 - Chapter 30

60 Chapters

บทที่ 21

บทที่ 21รัตติกาลนี้... นครหลวงอันยิ่งใหญ่ไร้ซึ่งความมืดมิดทั่วทั้งท้องถนนและตรอกซอกซอยน้อยใหญ่ ถูกประดับประดาไปด้วยโคมไฟกระดาษหลากสีสันนับหมื่นดวง แสงสีแดง ส้ม เหลือง นวลตา ส่องสว่างแข่งกับแสงจันทร์เพ็ญบนฟากฟ้า ราวกับมีธารดาราไหลรินลงมาอาบไล้โลกมนุษย์ให้กลายเป็นดินแดนแห่งความฝันกลิ่นหอมหวานของถังหูหลู (พุทราเคลือบน้ำตาล) ขนมแป้งทอด และของกินเล่นนานาชนิดลอยอบอวลไปในอากาศ ผสมผสานกับเสียงดนตรีเครื่องสายที่บรรเลงแว่วหวาน และเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของผู้คนนับหมื่นที่หลั่งไหลกันออกมาเฉลิมฉลอง เทศกาลหยวนเซียว (เทศกาลโคมไฟ)บรรยากาศช่างคึกคัก มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยกลิ่นอายสีชมพูแห่งความรัก ของเหล่าหนุ่มสาวที่ออกมาเดินชมโคมไฟเคียงคู่กัน เพื่ออธิษฐานขอพรเรื่องความรักทว่า... ความงดงามตระการตาของแสงโคมไฟทั้งเมืองหลวง กลับดูหมองหม่นและจืดชืดลงไปถนัดตา...เมื่อเทียบกับสตรีผู้หนึ่ง ที่กำลังก้าวเท้าเรียวงามเดินออกมาจากรถม้าคันหรูของจวนอ๋องมู่หลาน ในค่ำคืนนี้... มิใช่นักฆ่าชุดดำผู้เปื้อนเลือด หรือองครักษ์หน้านิ่งในชุดบุรุษทะมัดทะแมงอีกต่อไปนางถูกเหล่าสาวใช้รุมจับแปลงโฉมจนงดงามปานเทพธิดาจำแ
Read more

บทที่ 22

บทที่ 22เสียงดนตรีเครื่องสายที่บรรเลงแว่วหวานและเสียงหัวเราะเริงร่าที่เคยดังก้องไปทั่วงานเทศกาลโคมไฟ... ค่อยๆ ถูกกลบด้วยเสียงจอแจและเสียงกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจากบรรยากาศแห่งความสุขสมหวัง... พลันแปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหลขนาดย่อม เมื่อข่าวลือร้ายแรงแพร่สะพัดมาตามสายลมและปากต่อปากของชาวบ้านร้านตลาดราวกับไฟลามทุ่ง“เจ้าได้ยินหรือไม่? ...ที่สะพานข้ามแม่น้ำฝั่งทิศใต้... มีคนตกน้ำ!”“ตายจริง! ...เห็นเขาว่าเป็นสตรีสูงศักดิ์เสียด้วย... ใช่พระชายาของท่านอ๋องจวิ้นอวี้หรือไม่?”“ใช่แล้ว! ข้าจำชุดของนางได้... พระชายาเยว่ซินตกน้ำ!”ประโยคนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางวงสนทนา รอยยิ้มเปี่ยมสุขบนใบหน้าของ อ๋องจวิ้นเจี๋ย เลือนหายไปในพริบตา ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยผ่อนคลายกลับเคร่งขรึมตึงเครียด นัยน์ตาฉายแววตกใจและเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นจนเป็นปม“เกิดเรื่องแล้ว...”เขาพึมพำเสียงเครียด มือที่กุมมือมู่หลานอยู่เผลอบีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวมู่หลาน ที่ยืนอยู่ข้างกายสัมผัสได้ถึงความกังวลและความเย็นเฉียบจากฝ่ามือของเขา นางรีบขยับกายเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนห
Read more

บทที่ 23

บทที่ 23กาลเวลาผันผ่านไปดุจสายน้ำไหลเอื่อย... ความสัมพันธ์ระหว่าง มู่หลาน และ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ดำเนินไปอย่างราบรื่นดั่งคลื่นลมในมหาสมุทรที่สงบเงียบ แม้มิได้หวือหวาเปิดเผย แต่ทว่าลึกซึ้งและผูกพันกันมากขึ้นในทุกทิวาและราตรีในยามเช้าอันสดใสของฤดูใบไม้ผลิ...ขบวนรถม้าคันหรูประดับตราพยัคฆ์ทองคำแห่งจวนอ๋อง เคลื่อนตัวผ่านประตูวังหลวงอันโอ่อ่า เข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นในเพื่อร่วมงานราชพิธีสำคัญ... งานเฉลิมพระชนมพรรษาของ องค์ฮองเฮา ผู้เป็นมารดาของแผ่นดินมู่หลานในชุดองครักษ์เต็มยศ ควบม้าติดตามอยู่ข้างรถม้าด้วยความสงสัยที่อัดแน่นเต็มอกเหตุใดวันนี้เขาถึงเลือกนางมา?ตามกฎมณเฑียรบาล งานเลี้ยงภายในเช่นนี้อนุญาตให้เชื้อพระวงศ์นำองครักษ์คนสนิทเข้าไปดูแลความปลอดภัยได้เพียงหนึ่งนายเท่านั้น... ซึ่งโดยปกติแล้ว หน้าที่สำคัญเช่นนี้ย่อมต้องตกเป็นของ มั่วเหยียน หัวหน้าองครักษ์ผู้เก่งกาจและรู้ธรรมเนียมวังหลวงเป็นอย่างดี มิใช่องครักษ์เงาหน้าใหม่อย่างนางมู่หลานลอบถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะกระโดดลงจากหลังม้าเมื่อขบวนหยุดลงที่หน้าท้องพระโรง นางยืนก้มหน้าสงบนิ่งรอรับผู้เป็นนายลงมาจากรถม้าตามกฎอันเข้มงวด ที่แบ่งแยกเจ้านาย
Read more

บทที่ 24

บทที่ 24แสงแดดอ่อนจางยามเช้าสาดส่องลงมายังย่านการค้าที่คึกคักจอแจที่สุดในเมืองหลวงช่วงนี้ช่างเป็นโอกาสดีสำหรับ มู่หลาน... อ๋องจวิ้นเจี๋ยมิได้เคร่งครัดให้นางต้องคอยติดตามเขาเป็นเงาตามตัวเหมือนเมื่อก่อน อาจเป็นเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีให้กันมากขึ้น จากหน้าที่องครักษ์ที่ต้องคอยระแวดระวังภัยในระยะประชิดตอนนี้หน้าที่ของนางคือการรอคอยคำสั่งอยู่ที่จวน หรือหากไม่มีภารกิจสำคัญ เขาก็อนุญาตให้นางออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกได้อย่างอิสระมากขึ้น เพียงแต่ต้องรายงานพ่อบ้านประจำจวนทุกครั้งว่าไปที่ใด และจะกลับเวลาไหนหลังจากที่เฝ้าสังเกตพฤติกรรมของ พระชายาเยว่ซิน มาสักพัก... มู่หลานก็สืบทราบมาว่า ทุกๆ สามวัน พระชายาผู้ร่าเริงมักจะแอบหนีออกจากวังมาที่ร้านขายผ้าชื่อดังแห่งหนึ่ง... 'หออาภรณ์สกุลหลิน'มู่หลานสะกดรอยตามเป้าหมายมาจนถึงหน้าร้านผ้าอันใหญ่โต ก่อนจะอาศัยจังหวะที่ผู้คนพลุกพล่าน ลอบเข้าไปทางด้านหลังร้าน แล้วใช้วิชาตัวเบาเร้นกายขึ้นไปหลบอยู่บนขื่อคานไม้สูงเสียดฟ้าด้านบนห้องรับรองพิเศษนางปรับลมหายใจให้แผ่วเบาจนแทบไร้เสียง แฝงตัวกลมกลืนไปกับความมืดในมุมอับสายตา และเงี่ยหูฟังบทสนทนาของผู้มาเยือนเ
Read more

บทที่ 25

บทที่ 25อ๋องจวิ้นเจี๋ย รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเคร่งขรึมดุจเดิม พยายามซ่อนมุมปากที่กระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจเอาไว้อย่างสุดความสามารถดูเหมือนว่า... แม่แมวน้อยตัวนี้จะเริ่มเปิดใจให้เขามากขึ้นแล้วกระมัง?นางกล้าที่จะหยอกเย้า กล้าที่จะสบตา และกล้าที่จะเอ่ยวาจาหวานหูใส่เขาเช่นนี้...ไฟปรารถนาที่คุโชนอยู่ในอกพลันลุกโชนขึ้นมาอย่างรุนแรง ราวกับกองฟางที่ถูกราดด้วยน้ำมัน ความอดทนที่จะรอคอยให้ดวงตะวันลาลับขอบฟ้า เพื่อรอเวลาแห่งรัตติกาล... พลันขาดสะบั้นลงในวินาทีนั้นข้ารอให้ถึงตอนกลางคืนไม่ไหวแล้ว...“ตามข้ามา”เขาเอ่ยเสียงพร่า เอื้อมมือหนาไปกอบกุมมือนุ่มนิ่มของนางไว้แน่น แล้วออกแรงฉุดเบาๆ ให้เดินตามไปยังเรือนพักส่วนตัวก้าวต่อก้าวเมื่อเดินผ่านเหล่าบ่าวไพร่และองครักษ์หน้าห้อง เขาตวัดสายตาคมกริบสั่งการด้วยสุรเสียงอันเฉียบขาดที่ทำเอาทุกคนต้องก้มหน้าตัวสั่น“ห้ามผู้ใดเข้ามารบกวนข้าโดยเด็ดขาด! ... หากมิใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ใครกล้าขัดคำสั่ง ข้าจักสั่งโบยให้หลังลาย!”มู่หลานหน้าแดงซ่านจนลามไปถึงใบหู นางพยายามขืนมือออกจากการเกาะกุม รั้งตัวไว้เล็กน้อยด้วยความขัดเขิน“ท่านอ๋อง... นี่มันยังกลางวันแสกๆ นะเ
Read more

บทที่ 26 ป่าหวงห้าม

บทที่ 26สายลมราตรีอันเย็นยะเยือกพัดกรรโชกผ่านยอดไม้สูงเสียดฟ้าใน 'ป่าหวงห้าม' ด้านหลังวังหลวง ทำให้เกิดเสียงหวีดหวิวโหยหวนราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณอาฆาต...เงาตะคุ่มของกิ่งไม้แห้งรูปร่างบิดเบี้ยวทอดตัวยาวลงบนพื้นดินที่ปกคลุมด้วยใบไม้แห้ง ดูราวกับกรงเล็บของปีศาจที่กำลังไขว่คว้าหาเหยื่อผู้หลงทางท่ามกลางความมืดมิดและวังเวงที่ชวนให้ขนหัวลุกนั้น...มีเงาร่างของสตรีสามนางกำลังเดินเกาะกลุ่มกันแน่นราวกับตังเม ย่องเบาเข้าไปในป่าลึกด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆมู่หลาน ในชุดปฏิบัติการสีดำรัดกุม เดินนำหน้าด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและแผ่วเบา แม้บรรยากาศรอบกายจะน่ากลัวเพียงใด แต่นางกลับรู้สึกเฉยชา... อาจเป็นเพราะความทรงจำของร่างนักฆ่าที่คุ้นเคยกับความมืดและความตายเป็นทุนเดิม หรืออาจเป็นเพราะช่วงแรกที่หลุดเข้ามาในร่างนี้ นางเจอศพ เจอเลือด และเจอเรื่องเฉียดตายจนแทบจะเป็นลมวันละสิบรอบ...จนตอนนี้... ภูมิต้านทานความกลัวของนางพุ่งสูงปรี๊ดจนต่อมความกลัวด้านชาไปเสียแล้วแต่นั่น... ไม่ใช่ สำหรับอีกสองหน่อที่เกาะติดหนึบอยู่ด้านหลัง!"ฮือ... มู่หลาน..."เสียงกระซิบสั่นเครือของ พระชายาเยว่ซิน (พิมพ์) ดังขึ้นข้างหู นางเ
Read more

บทที่ 27 หน้าที่ของเจ้าคืออารักขา ไม่ใช่มาจับผิดข้า!

บทที่ 27ณ ห้องส่วนตัวชั้นบนสุดของโรงน้ำชาหลังจากหนีตายออกมาได้และนั่งสงบสติอารมณ์กันอยู่พักใหญ่ โดยมี หยางเฟย ยืนกอดอกเฝ้าอยู่หน้าประตูห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อเห็นว่าสตรีทั้งสามเริ่มหายใจทั่วท้อง หยางเฟยจึงเดินเข้ามากลางห้อง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตำหนิระคนเป็นห่วง"พวกท่าน... เข้าไปในป่าต้องห้ามทำไม? ทราบหรือไม่ว่าที่นั่นอันตรายเพียงใด!""ก็..." เยว่ซินอึกอัก มองหน้าเพื่อนอีกสองคน "พวกเราแค่อยากไปเดินเล่น... ชมจันทร์...""ชมจันทร์ในป่ารกทึบนั่นน่ะหรือ?" หยางเฟยถอนหายใจเฮือกใหญ่ สายตาคมกริบจ้องมองเจ้านาย "ที่นั่นไม่ใช่สถานที่สำหรับเดินเล่น... มันคือที่ที่คนเป็นไม่ควรย่างกรายเข้าไป""มันอันตรายยังไงหรือ?" มู่หลานถามขึ้น นางเริ่มสงสัยแล้วว่าไอ้เสียงโหยหวนนั่นมันมีที่มาที่ไปอย่างไรหยางเฟยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยความจริงที่ทำเอาบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกลงทันที"เพราะที่นั่น... คือ 'สุสานไร้ญาติ' ของฝ่ายใน""สุสาน?" หลินเวยทวนคำเสียงสูง ขนลุกซู่"มันเป็นที่สำหรับฝังศพ หรือทิ้งร่างของสตรีในวังที่ตายอย่าง 'ไร้เกียรติ'"คำตอบของหยางเฟยเล่นเอาสามสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก"ไร้เกีย
Read more

บทที่ 28 ต่อไปนี้... เจ้ามีข้าแล้ว

บทที่ 28ภายในห้องนอนใหญ่ที่เงียบสงัด...มู่หลาน ในชุดนอนผ้าแพรเนื้อบางเบาสีกลีบกุหลาบ ที่แหวกเว้าเปิดเปลือยผิวขาวผ่องท้าทายสายลมหนาว นั่งสัปหงกอยู่บนเตียงตั่งกว้างอย่างน่าเอ็นดู ศีรษะทุยสวยโงนเงนไปมา ด้วยความง่วงงุนที่เริ่มครอบงำ หลังจากที่ต้องฝืนตานั่งรอผู้เป็นนายกลับมาตั้งแต่หัวค่ำจนป่านนี้ก็ยังไร้วี่แววแอ๊ด...เสียงเปิดประตูห้องที่ดังขึ้นเพียงแผ่วเบา ปลุกให้นางสะดุ้งตื่นจากภวังค์ มู่หลานยกมือขยี้ตาเบาๆ สายตามองไปยังผู้มาเยือนเงาร่างสูงสง่าของ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ก้าวเข้ามาในห้อง... ทว่าวันนี้เขากลับดูแปลกไป ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยกลับดูเคร่งเครียด คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันแน่นราวกับแบกปัญหาของคนทั้งแผ่นดินเอาไว้บนบ่ากว้างนั้นเขาไม่ได้ตรงเข้ามาหาความสำราญ หรือรุกล้ำร่างกายของนางด้วยไฟราคะเหมือนทุกคืน...แต่กลับเดินลากเท้าหนักๆ มาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ นางบนเตียง ด้วยท่าทางเหนื่อยล้าและอ่อนแรงอย่างหนัก"นอนเถอะ..."เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นแผ่วเบาเจือความเหนื่อยหน่าย มือหนาเอื้อมมาลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยน ผิดวิสัยจอมเผด็จการที่นางคุ้นเคย"คืนนี้เจ้าไม่ต้องปรนนิบัติข้าหรอก... รีบพักผ่อนเก็บแ
Read more

บทที่ 29 ท่านอ๋องจวิ้นเจี๋ย จะยอมปล่อยนางเมื่อไหร่?

บทที่ 29การเดินทางไกลที่เคยเงียบเหงาและน่าอึดอัด... พลันกลับมามีสีสันและชีวิตชีวาขึ้นทันตาเห็นเมื่อขบวนเดินทางของอ๋องจวิ้นเจี๋ย ได้รับสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาที่จุดพักม้าเมื่อวานเย็น... พระชายาเยว่ซินนางจำต้องเร่งรุดเดินทางติดตามมาด้วยความร้อนใจ เนื่องจากได้รับสาส์นด่วนแจ้งข่าวร้ายว่า ‘พี่ชายคนรอง’ ของนางที่ประจำการอยู่ชายแดน กำลังล้มป่วยหนักด้วยโรคระบาด อาการร่อแร่เป็นตายเท่ากันหลังจากได้พักผ่อนเอาแรงกันที่โรงเตี๊ยมริมทางหนึ่งคืน...รุ่งอรุณแห่งวันใหม่ก็มาเยือน พร้อมกับการจัดสรรที่นั่งในการเดินทางเสียใหม่...อ๋องจวิ้นเจี๋ย และ อ๋องจวิ้นอวี้ สองพี่น้องเชื้อพระวงศ์ แยกตัวไปประทับร่วมกันในรถม้าคันหน้า เพื่อปรึกษาหารือราชกิจบ้านเมืองและวางแผนรับมือวิกฤตการณ์ที่ชายแดนทิ้งให้สองดรุณีจากต่างโลก ได้ใช้เวลาร่วมกันในรถม้าคันหลังตามลำพัง...ภายในรถม้าที่โคลงเคลงไปตามจังหวะการวิ่งของอาชา...เยว่ซิน (หรือ พิมพ์) ลอบสังเกตเพื่อนสาวคนสนิทอยู่พักใหญ่ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยนางรู้สึกตะขิดตะขวงใจมาตั้งแต่เมื่อวาน... กับท่าทีที่ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ปฏิบัติต่อ มู่หลานมันดู ‘พิเศษ’ เกินก
Read more

บทที่ 30 มองจากดาวอังคาร' ...คือที่ใดกัน?

บทที่ 30ขบวนเดินทางอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรของ อ๋องจวิ้นเจี๋ย เคลื่อนผ่านประตูเมืองเป่ยเยี่ยนเข้ามาอย่างช้าๆทว่า... ภาพที่ปรากฏแก่สายตาหาใช่การต้อนรับที่อบอุ่นด้วยเสียงโห่ร้องยินดีเฉกเช่นเมืองอื่น แต่กลับเป็นความเงียบงันที่น่าหดหู่...บ้านเรือนสองข้างทางปิดประตูหน้าต่างแน่นหนา ถนนหนทางว่างเปล่าไร้ผู้คนสัญจร มีเพียงกลิ่นควันไฟจากการเผาศพและกลิ่นสมุนไพรต้มที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ บ่งบอกถึงสถานการณ์โรคระบาดที่รุนแรงจนกัดกินเมืองนี้ให้ซึมเซาราวกับเมืองร้างที่หน้าจวนเจ้าเมือง... 'เจ้าเมืองจาง' ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมลงพุงในชุดขุนนางเต็มยศ ยืนรอต้อนรับอยู่พร้อมกับเหล่าข้าราชการท้องถิ่นบนใบหน้าอูมระยะนั้น มีเม็ดเหงื่อขนาดเท่าหัวแม่มือผุดพรายเต็มหน้าผาก ทั้งที่อากาศทางเหนือในยามนี้หนาวเหน็บจนปากสั่น ควันออกปาก"ถวายบังคมท่านอ๋องจวิ้นเจี๋ย... ถวายบังคมท่านอ๋องจวิ้นอวี้..."เจ้าเมืองจางทรุดตัวลงก้มหัวแทบติดพื้น ร่างกายสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำที่กำลังเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ร้ายเขารู้กิตติศัพท์ของ 'พยัคฆ์หน้าหยก' ผู้นี้ดี... อ๋องจวิ้นเจี๋ยขึ้นชื่อเรื่องความยุติธรรมที่เด็ดขาดและเหี้ยมโหดอำมหิต หากใครก
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status