เข้าสู่ระบบ[คำโปรย] "เมื่อ 'โอสถลวงใจ' เปลี่ยนแม่เสือสาวให้กลายเป็นลูกแมวเชื่องในกำมือมังกร!" ร่างกายที่เคยพยศกลับทรยศเจ้าของอย่างน่าละอาย เมื่อ อ๋องจวิ้นเจี๋ย มอบบทลงโทษอันแสนหวานล้ำและป่าเถื่อนให้แก่ผู้บุกรุกสาว 'จงเกลียดข้าให้เข้ากระดูกดำ... และจำสัมผัสของข้าให้สลักลึกลงไปในวิญญาณ ว่าเจ้าเป็นสมบัติของใคร!' ค่ำคืนแห่งพายุสวาทผ่านพ้นไป สิ่งที่เหลือไว้ไม่ใช่แค่ความระบม... แต่คือความจริงที่น่าตกตะลึง เมื่อ มู่หลาน ตื่นมาพบว่าวรยุทธ์ของนางหายไปจนหมดสิ้น! จากนักฆ่าผู้ยิ่งใหญ่ กลับกลายเป็นเพียงสตรีไร้ทางสู้ในกรงทองของศัตรู!
ดูเพิ่มเติมบทที่ 19บรรยากาศภายในห้องหนังสืออันกว้างขวางในยามสาย ช่างน่าอึดอัดและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก"เคร้ง!"เสียงวัตถุกระทบแท่นหินดังสนั่น อ๋องจวิ้นเจี๋ย กระแทกพู่กันราคาแพงในมือลงบนแท่นฝนหมึกอย่างแรงด้วยโทสะ จนน้ำหมึกสีดำสนิทสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนกระดาษราชการจนเสียหายความหงุดหงิดงุ่นง่านที่สะสมมาหลายวัน เริ่มพุ่งสูงขึ้นจนแตะขีดสุดประดุจลาวาที่พร้อมปะทุสายตาคมกริบตวัดมองสตรีในชุดองครักษ์สีดำทะมัดทะแมง ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างๆมู่หลาน ยืนหลังตรงแน่ว แผ่นหลังเหยียดตึง ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ สายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ราวกับนางไม่ได้อยู่ที่นั่นหลายวันมานี้... นางทำตัวเหมือน 'ตุ๊กตาไร้จิตใจ' ไม่มีผิด!แม้แต่ยามค่ำคืน... ยามร่วมอภิรมย์บนเตียงที่เขามอบความเร่าร้อนให้ถึงเพียงไหน นางก็ตอบสนองเพียงแค่ร่างกาย... แต่ทว่าแววตาของนางกลับว่างเปล่า ล่องลอย และไร้ความรู้สึกนางยืนอยู่ข้างกายเขาแท้ๆ ... ใกล้จนสัมผัสลมหายใจได้ แต่เขากลับรู้สึกว่านางอยู่ห่างไกลเหลือเกิน ราวกับนางได้ขังจิตวิญญาณของตัวเองเอาไว้ในที่ที่เขาเอื้อมมือไปไม่ถึงความห่างเหินนี้... มันช่างกวนใจเขาจนทำงานทำการไม่ได้!"ออกไ
บทที่ 18มู่หลานก้าวเท้าเดินออกมาจากเรือนไม้หลังเล็กอย่างเชื่องช้า... ราวกับวิญญาณที่หลุดลอยออกจากร่างทุกย่างก้าวที่ย่ำลงบนทางเดินหินขรุขระ ช่างหนักอึ้งเหมือนมีตะกั่วพันชั่งมาถ่วงขาเอาไว้ สมองของนางเอาแต่วนเวียนคิดถึงคำพูดของซูเจิน และความลับสวรรค์ที่นางเพิ่งได้รับรู้มาหมาดๆนางพยายามจะแค่นหัวเราะออกมา... พยายามคิดเสียว่ามันเป็นเรื่องตลกขบขัน เป็นพล็อตนิยายแฟนตาซีสุดเพี้ยนที่นางบังเอิญหลุดเข้ามาเจอแต่ทว่า... ภายในอกข้างซ้ายกลับรู้สึกเจ็บแปลบ ราวกับมีเข็มพิษนับพันเล่มทิ่มแทงความจริงที่ตีแสกหน้าทำให้นางตาสว่างวาบ...สิ่งที่ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ปฏิบัติต่อนางมาโดยตลอด... ความหวงแหนที่แสดงออก... ความเอาใจใส่ในยามเจ็บป่วย... หรือแม้แต่อ้อมกอดที่อบอุ่นอ่อนโยนเมื่อครู่นั้น...ทั้งหมดทั้งมวล... มิใช่เพราะความรัก หรือความพิศวาสในตัวนางแต่อย่างใดมันเป็นเพียงเพราะ 'ผลประโยชน์' ล้วนๆเขาแค่ต้องการร่างกายของนางเพื่อรักษาพิษร้ายของตนเอง... นางเป็นเพียง 'ยาถอนพิษที่มีชีวิต' ที่เขาจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ทิ้งขว้างไม่ได้... ก็เท่านั้นเอง"โง่จริงมู่หลาน... เธอนี่มันโง่บัดซบ"นางพึมพำด่าทอตัวเองด้วยความสมเ
บทที่ 17เงาร่างสูงใหญ่ของ มั่วเหยียน ยืนนิ่งสงบจนแทบจะกลืนไปกับความมืดมิดของรัตติกาล ที่ระเบียงด้านนอกเรือนไม้หลังเล็ก ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและสม่ำเสมอจนแทบจับสัมผัสไม่ได้บทสนทนาที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและคำสัตย์สาบานระหว่างสตรีสองนางในห้อง ลอดผ่านผนังไม้บางๆ เข้ามาสู่โสตประสาทของยอดฝีมือเช่นเขาอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ...ทุกประโยคที่พวกนางเอื้อนเอ่ย... ปราศจากแผนการร้าย... ไร้ซึ่งความอาฆาตมาดร้ายต่อนายเหนือหัว...มีเพียงความรัก ความผูกพันอันลึกซึ้ง และคำมั่นสัญญาที่หนักแน่นว่า 'จะอยู่และตายพร้อมกัน'หัวใจที่เคยด้านชาและแข็งแกร่งดุจศิลา จากการกรำศึกและฆ่าฟันผู้คนมาครึ่งค่อนชีวิต กลับรู้สึกสั่นไหวอย่างประหลาดความภักดีที่ยอมแลกด้วยชีวิต... ช่างเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งและน่าสะเทือนใจนักในยุทธภพที่เต็มไปด้วยการทรยศหักหลังมั่วเหยียนหลับตาลงชั่วครู่ ขับไล่ความรู้สึกอ่อนไหวที่ไม่ควรมีทิ้งไป ก่อนจะเร้นกายหายวับไปในความมืด มุ่งหน้าสู่ห้องทรงอักษรเพื่อรายงานนายเหนือหัวภายในห้องหนังสืออันเงียบสงัด มีเพียงเสียงเปลวเทียนปะทุเบาๆอ๋องจวิ้นเจี๋ย นั่งฟังรายงานจากหัวหน้าองครักษ์คนสนิทด้วยใบหน้าเรียบเฉย ท
บทที่ 16ณ เรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวอยู่บริเวณท้ายจวนอ๋อง...บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด วังเวง ทว่าแฝงไปด้วยความตึงเครียดเข้มข้นจากบรรดา 'องครักษ์เงา' ฝีมือฉกาจนับสิบชีวิตที่ซ่อนเร้นกายอยู่ตามมุมมืดและแมกไม้ คอยเฝ้าระวังความปลอดภัยดุจตาข่ายฟ้าที่ไม่มีวันยอมให้มดสักตัวเล็ดลอดผ่านเข้าไปได้มั่วเหยียน วางร่างที่ไร้สติของ ซูเจิน ลงบนเตียงตั่งอย่างระมัดระวังตามบัญชาของท่านอ๋อง ก่อนจะส่งสัญญาณเรียกบ่าวรับใช้หญิงเข้ามาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์และเช็ดตัวให้แก่นาง เพื่อชำระล้างคราบโลหิตและฝุ่นโคลนจากการต่อสู้เสี่ยงตายเมื่อครู่เวลาผ่านไปชั่วก้านธูปมอดไหม้...เมื่อสาวใช้จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นและถอยฉากออกไปอย่างรู้งาน มั่วเหยียนจึงก้าวเท้าหนักแน่นกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งร่างสูงใหญ่ในชุดองครักษ์สีดำสนิท ยืนกอดอกพิงเสาไม้ต้นใหญ่ที่มุมห้อง สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อจ้องมองไปยังสตรีที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงไม่วางตาบัดนี้... คราบเพชฌฆาตเปื้อนเลือดได้เลือนหายไปจนสิ้น...หลงเหลือเพียงดรุณีน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มเกลี้ยงเกลา ผิวพรรณขาวซีดทว่านวลเนียนดุจหิมะแรกฤดู อาภรณ์สีอ่อนสะอาดตาที่สวมใส่ขั











