เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-22
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
60Bab
7.9KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

[คำโปรย] "เมื่อ 'โอสถลวงใจ' เปลี่ยนแม่เสือสาวให้กลายเป็นลูกแมวเชื่องในกำมือมังกร!" ร่างกายที่เคยพยศกลับทรยศเจ้าของอย่างน่าละอาย เมื่อ อ๋องจวิ้นเจี๋ย มอบบทลงโทษอันแสนหวานล้ำและป่าเถื่อนให้แก่ผู้บุกรุกสาว 'จงเกลียดข้าให้เข้ากระดูกดำ... และจำสัมผัสของข้าให้สลักลึกลงไปในวิญญาณ ว่าเจ้าเป็นสมบัติของใคร!' ค่ำคืนแห่งพายุสวาทผ่านพ้นไป สิ่งที่เหลือไว้ไม่ใช่แค่ความระบม... แต่คือความจริงที่น่าตกตะลึง เมื่อ มู่หลาน ตื่นมาพบว่าวรยุทธ์ของนางหายไปจนหมดสิ้น! จากนักฆ่าผู้ยิ่งใหญ่ กลับกลายเป็นเพียงสตรีไร้ทางสู้ในกรงทองของศัตรู!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1: ฉันย้อนเวลามาจริงๆ หรือนี่!

I used the last ounce of my strength to claw at the crystal glass. My fingernails were torn to shreds, and they left a bloody smear across the surface.

My brother, Liam Reid, leaned in. His face was inches from mine on the other side of the glass. He frowned slightly at the horrific red streaks.

"Cassie, what's wrong? Look, if you're actually not feeling well, I'll let you out right now."

He pulled a key from his pocket, but before he could slide the key into the lock, Alexandra Martin swooped in and locked her arms around his.

"Oh, please, Liam! She's totally playing you!"

Alexandra pointed at the blood on the glass, bursting into a fit of giggles.

"Look at that. It's so obviously fake! She seriously went out and bought fake blood just for this prank. Man, she really took April Fools' to heart this year. Talk about staying in character!"

Liam hesitated for a split second before dropping his keys back into his pocket with a booming laugh.

"Cassie, you're a trip! You actually prepped fake blood ahead of time just to mess with us today?"

My jaw hung open as my body began convulsing.

"Help… I can't… breathe…"

I locked eyes with Liam, desperately mouthing the words over and over, begging him to see the agony in my face.

Instead, Liam just flashed me a thumbs-up, totally unbothered.

"Honestly, the shade of that blood is spot on. You really went above and beyond to fit in with us, didn't you? The application is a little sloppy, though. Next time, let me show you how the pros do special effects."

Alexandra held up her phone, shoving her camera directly against the glass coffin.

"Check it out, guys! Her eyes are rolling back and everything. Give this girl an award. Smash that follow button for my sister's crazy acting skills, guys! Let's see how long she can milk this guilt trip!"

I thrashed around in agony, frantically throwing my elbows and knees against the lid.

Thud! Thud!

I even slammed my forehead against the glass until blood blurred my vision.

My eldest brother, Ethan Reid, walked over and let out a helpless sigh, rapping his knuckles on the glass right above my head.

"That's enough, Cassandra. Cut the theatrics and save your breath."

He didn't sound angry. Instead, his voice had that soft, indulgent tone of an older brother humoring a kid throwing a temper tantrum.

"I drilled the vents on this thing myself. There's no way you're suffocating in there," said Ethan. "We told you you're staying in there overnight. Just lie back and stop trying to trick us into letting you out early."

I shook my head in despair.

At that moment, I wanted nothing more than to scream at the top of my lungs, "No, Ethan, you don't understand! Someone blocked the vents!"

However, I barely had the strength to keep my eyes open.

My brother, Julian Reid, leaned down until his nose was practically touching the glass. He was laughing as he tapped the spot right in front of my face.

"You little drama queen. Liam literally picked out the softest silk for that shroud so you'd be comfortable, so just close your eyes and go to sleep."

He patted the lid as if he were soothing a toddler.

"Just hang in there until morning and pass this final test. First thing tomorrow, I'll buy you that strawberry cheesecake you're always raving about. Consider it your prize for beating the game."

Ethan and Liam joined in, chuckling along.

"As if we'd wait for you to suggest it, Julian. We already placed the order with the bakery. It'll be here first thing in the morning."

"Think of it as Cassie's homecoming present."

My brain was entirely starved of oxygen now, and massive black spots began to eat away at my vision.

Outside, my brothers were still laughing, happily planning my reward for tomorrow, fully believing that this would finally make me one of them.

Meanwhile, my consciousness was slipping away. I couldn't even make out their faces anymore.

My arms fell limp.

I took one final look at them before my pupils completely dilated.

All of a sudden, my body felt weightless.

My soul drifted effortlessly through the crystal glass, hovering in mid-air.

I looked down, only to realize that my corpse had already turned a ghastly shade of blue and purple. My lips were completely black, and my eyes stared blankly at the ceiling.

Down below, Julian was still tapping on the lid. His tone was teasing.

"Are you actually holding your breath? If you don't get a performing arts scholarship for this commitment, it's a crime."

Liam laughed. "She probably just wore herself out playing dead and decided to take a nap."

I looked at their smiling faces. Though they couldn't hear me, I screamed at them at the top of my lungs, "This isn't an act. I'm actually dead!"

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
60 Bab
บทที่ 1: ฉันย้อนเวลามาจริงๆ หรือนี่!
บทที่ 1: ฉันย้อนเวลามาจริงๆ หรือนี่!ความมืดมิด... และความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกถึงขั้วกระดูกนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่นางจำได้ก่อนที่สติจะดับวูบลงภาพในหัวตัดสลับไปมาราวกับภาพฝันที่ขาดห้วง เสียงลมหายใจหอบกระเส่าดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนใบไม้แห้งกรอบท่ามกลางป่าทึบอันมืดมิดไร้ทางออก ความรู้สึกราวกับถูกพญามัจจุราชไล่ล่าติดตามมาติดๆ จนกระทั่งพื้นดินใต้เท้าว่างเปล่า...ร่างทั้งร่างร่วงหล่นสู่ความเวิ้งว้าง ก่อนจะกระแทกกับผืนน้ำเย็นเฉียบที่โอบล้อมและฉุดกระชากร่างของนางลงสู่ก้นบึ้งที่มืดมิดที่สุด“เฮือก!”หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวพลางลืมตาโพลงขึ้นท่ามกลางความสลัว ร่างกายเกร็งกระตุกตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทว่าความเจ็บปวดแสนสาหัสที่แล่นพล่านขึ้นมาจากหน้าท้องทำให้นางต้องนิ่วหน้าด้วยความทรมาน“เจ็บ...”เสียงแหบพร่าครางแผ่ว มือเรียวอันสั่นเทายกขึ้นลูบคลำบริเวณที่ปวดร้าว สัมผัสที่ปลายนิ้วคือผ้าพันแผลเนื้อหยาบ และกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในอากาศชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียนที่นี่ที่ไหน?ดวงตาที่ยังปรับโฟกัสได้ไม่ดีนักพยายามกวาดมองไปรอบกาย ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล... ไม่มีแสงไฟนีออนสว่างจ้
Baca selengkapnya
บทที่ 2 : จากพนักงานบัญชีมาสวมร่างเป็นนักฆ่า
บทที่ 2 : จากพนักงานบัญชีมาสวมร่างเป็นนักฆ่าหลายชั่วยามผ่านไป...ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมค่อยๆ ซึมลึกเข้าสู่ห้วงสำนึกอย่างช้าๆ ราวกับน้ำหมึกที่หยดลงบนผืนผ้าขาว นางคือนักฆ่าฝีมือฉกาจ ผู้ดับลมหายใจปลิดชีพผู้คนมานับไม่ถ้วน และนามของนางคือ ‘มู่หลาน’ส่วน ‘มีนา’ คือตัวตนของนางในโลกที่จากมา... โลกที่นางเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง“ท่านหัวหน้า! เราต้องหนีกันแล้ว!”เสียงร้องเตือนจากลูกน้องสาวทำให้มู่หลานสลัดภวังค์ทิ้ง นางรีบพาร่างที่บาดเจ็บเร่งรุดหนีออกมาตามคำบอกทันทีสายลมหวีดหวิวปะทะใบหน้า ความมืดรอบกายเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพติดตา มู่หลาน... หรืออดีตผู้ตรวจสอบบัญชีสาวในร่างใหม่ แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองสองขาของนางกำลังก้าวทะยานไปบนยอดไม้อย่างแคล่วคล่อง พลิกตัวหลบคมอาวุธลับที่พุ่งตามมาประดุจห่าฝน ก่อนจะดีดตัวข้ามโขดหินสูงชันด้วยท่วงท่าเบาหวิวดุจปุยนุ่น ทั้งที่สมองของนางยังมึนงงและร้องประท้วงด้วยความหวาดเสียว แต่ร่างกายนี้กลับขยับไปเองตามสัญชาตญาณที่ถูกฝึกฝนมาจนเข้ากระดูกดำ!ให้ตายเถอะ! ฉันทำแบบนี้ได้ยังไงกัน?ปกติแค่เดินขึ้นบันไดออฟฟิศเพียงสามชั้น นางก็หอบแฮกจนต้องคว้ายาดม
Baca selengkapnya
บทที่ 3 : ใครมันจะอยากใช้ชีวิตเป็นนักฆ่ากัน!
บทที่ 3 : ใครมันจะอยากใช้ชีวิตเป็นนักฆ่ากัน!ใครจะไปเชื่อว่า... ในรังนักฆ่าที่มืดมนและอับชื้นประหนึ่งขุมนรกแห่งนี้ จะมีสวรรค์ชั้นย่อมซ่อนตัวอยู่มู่หลานเบิกตากว้างมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง ไอน้ำสีขาวบริสุทธิ์ลอยล่องม้วนตัวขึ้นมาจากบ่อน้ำแร่ธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ขุดเจาะลงไปในชั้นหิน กลิ่นกำมะถันจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมละมุนของสมุนไพรป่าที่ถูกโรยไว้ ลอยมาแตะจมูกชวนให้จิตใจที่ปั่นป่วนสงบลงอย่างน่าประหลาดแสงเทียนที่จุดไว้ตามโขดหินส่องกระทบผิวน้ำจนเป็นประกายระยิบระยับ ตัดกับความมืดมิดภายนอกอย่างสิ้นเชิง“เชิญเจ้าค่ะหัวหน้า”ซูเจินผายมือเชิญ หลังจากช่วยเปลื้องชุดที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือดและหยาดเหงื่อออกจนหมดสิ้นมู่หลานค่อยๆ หย่อนกายลงในบ่อน้ำอุ่นจัด ความร้อนที่พอเหมาะโอบล้อมผิวกายที่หนาวเหน็บมาตลอดคืน ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อค่อยๆ คลายลงอย่างช้าๆ ราวกับว่าสายน้ำนี้กำลังชะล้างความเหนื่อยล้าและความหวาดกลัวให้มลายหายไปจากจิตวิญญาณ“อ่า...”นางเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว พิงศีรษะกับขอบหินเย็นเยียบแล้วหลับตาลง ซึมซับความสบายที่หาได้ยากยิ่งในสถานการณ์ความเป็นตายเช่นนี้ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่
Baca selengkapnya
บทที่ 4 : นักฆ่าชั้นต่ำ... บังอาจแตะต้องคนของข้า
บทที่ 4 : นักฆ่าชั้นต่ำ... บังอาจแตะต้องคนของข้าแสงจันทร์นวลตา สาดส่องลงมากระทบยอดไม้ในป่าทึบ ทว่าไม่อาจส่องลอดผ่านกิ่งก้านหนาทึบลงไปถึงพื้นเบื้องล่าง ที่ซึ่งเงาสีดำหลายสายกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและไร้ซุ่มเสียงมู่หลานในอาภรณ์สีดำรัดกุมปกปิดใบหน้ามิดชิด เหลือเพียงดวงตาคู่คมปลาบที่วาววับท่ามกลางความมืด นางยืนสงบนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ เบื้องหลังมีซูเจินและนักฆ่าสาวฝีมือดีอีกสองนางหมอบต่ำกลืนไปกับเงามืด ทั้งหมดต่างเฝ้ารอคอยสัญญาณจาก ‘หัวหน้า’ อย่างใจจดใจจ่อมู่หลานลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พยายามควบคุมลมหายใจไม่ให้สั่นไหว สายตาจ้องเขม็งไปยังเป้าหมายเบื้องล่างบ้านไม้ร้างผุพังตั้งตระหง่านอยู่กลางป่ารก หลังคามุงจากเปื่อยยุ่ย ฝาผนังที่โหว่จนเห็นแสงตะเกียงวูบไหวจากภายใน ดูราวกับภาพวาดที่จงใจจัดวางไว้เพื่อสร้างบรรยากาศวังเวงช่างเป็นโลเคชั่นที่สมบูรณ์แบบเหลือเกิน... นางคิดประชดประชันในใจ เหมาะสำหรับเป็นหลุมศพของตัวประกอบเกรด B ในนิยายไม่มีผิด!เพียงแต่ว่า... ที่นี่ไม่ใช่นิยาย ไม่ใช่ซีรีส์ และไม่มีผู้กำกับคอยสั่งคัท หากพลาดพลั้งคือนางต้องตายจริง เจ็บจริง“หัวหน้า...” ซูเจินกระซิบเรียกแผ่วเบาเพื
Baca selengkapnya
บทที่ 5 : เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก
บทที่ 5 : เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอกบรรยากาศหน้าเรือนร้างอันเงียบสงัด เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่เพิ่งจะมลายหายไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของการเข่นฆ่าที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศ“ขอบพระทัยท่านอ๋อง... ขอบพระทัยที่เสด็จมาช่วยชีวิตกระหม่อมได้ทันเวลาพะยะค่ะ!”ใต้เท้าเสิ่นทรุดกายลงโขกศีรษะกับพื้นดินด้วยความซาบซึ้งใจจนสุดพรรณนา ร่างท้วมยังคงสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำที่เพิ่งรอดพ้นจากคมเขี้ยวนักฆ่า ข้างกายคือฮูหยินและบุตรสาวที่โอบกอดกันร่ำไห้ด้วยความขวัญเสียมืออันสั่นระริกของใต้เท้าเสิ่นรีบล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ หยิบม้วนเอกสารบัญชีลับออกมาส่งมอบให้แก่บุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้า ราวกับมันเป็นถ่านร้อนที่พร้อมจะลวกมือหากถือไว้เนิ่นนานกว่านี้“นี่คือหลักฐานทั้งหมดที่กระหม่อมเพียรรวบรวมมา... เชิญท่านอ๋องรับไปเถิดพะยะค่ะ!”เดิมทีเขาตั้งใจจะเก็บมันไว้มอบแด่ฮ่องเต้ด้วยตนเองเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ทว่าเหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อครู่เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่า ศัตรูมิตั้งใจจะปล่อยให้เขามีลมหายใจจนถึงรุ่งสาง หากมิได้ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ส่งยอดฝีมือมาคุ้มกันไว้ทัน เขาและครอบครัวคงกลายเป็นวิญญาณเฝ้าป่าไปเสียแล้วจวิ้นเจี๋ยรับม้วนเอกสารนั
Baca selengkapnya
บทที่ 6 : ขอลาออกจากการเป็นนักฆ่า
บทที่ 6 : ขอลาออกจากการเป็นนักฆ่าเวลาผ่านพ้นไป... นับตั้งแต่ดวงวิญญาณของสาวออฟฟิศผู้เคราะห์ร้ายได้พลัดหลงเข้ามาอยู่ในร่างของยอดนักฆ่าสาวผู้นี้ทว่าสิ่งหนึ่งที่ ‘มู่หลาน’ ตระหนักได้แน่ชัดในยามนี้คือ... สวรรค์ยังคงมีเมตตาต่อนางอยู่บ้าง!หลังจากต้องทนซุกหัวนอนบนเตียงแข็งในถ้ำอันอับชื้น และขบเคี้ยวหมั่นโถวแห้งกรังประทังชีวิตมานานนับเดือน การได้เหยียบย่างเข้าสู่เมืองหลวงและแทรกซึมเข้ามาใน ‘หอหมื่นบุปผา’ แห่งนี้ สำหรับนางแล้วมันคือการยกระดับคุณภาพชีวิตจากดินสู่ฟ้าโดยแท้จริง!เตียงกว้างที่หนานุ่มราวกับปุยนุ่น ผ้าห่มแพรไหมเนื้อละเอียดที่กรุ่นกลิ่นเครื่องหอมจรุงใจ และอาหารเลิศรสที่วางเรียงรายยั่วน้ำลายอยู่เบื้องหน้า...ฉันขอลาออกจากการเป็นนักฆ่า แล้วมาสมัครเป็นนางรำถาวรเลยได้ไหมเนี่ย! มู่หลานคร่ำครวญในใจด้วยความซาบซึ้ง อยากจะล้มตัวลงกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียงนี้ไปตลอดกาล ทว่าติดตรงที่ภารกิจสำคัญ (และยาพิษในกาย) ยังคงค้ำคอเป็นโซ่ตรวนให้นางต้องเดินหน้าต่อ“พวกเจ้าสองคน... ช่างเป็นเพชรในตมโดยแท้!”เสียงอุทานด้วยความพึงพอใจของ ‘แม่เล้าจู’ เจ้าของหอหมื่นบุปผา ดังขึ้นหลังจากได้ชมการแสดงทดสอบฝีมือหงเหล
Baca selengkapnya
บทที่ 7: ใครแพ้ต้องเห่าเหมือนหมา
บทที่ 7: ใครแพ้ต้องเห่าเหมือนหมาเสียงปรบมือเกรียวกราวและสุ้มเสียงโห่ร้องชื่นชมค่อยๆ แผ่วจางลง ยามที่ม่านไหมผืนหนาปิดตัวลงสนิทเพื่อสิ้นสุดการแสดงมู่หลาน ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ทันทีที่พ้นจากสายตาผู้ชมบนเวที นางก็แทบจะโยนมาดนางพญาผู้สูงศักดิ์ทิ้งไปในทันที ไหล่บางห่อลงด้วยความเหนื่อยล้าเกินจะกล่าวการที่ต้องมานั่งกรีดนิ้วบนสายพิณ พร้อมกับปั้นหน้าส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้บุรุษนับร้อยนี่มันช่างบั่นทอนกำลังกายยิ่งกว่าการกวัดแกว่งอาวุธเสียอีก!“หึ... แสดงได้มิเลวนี่”เสียงแหลมสูงที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง มิต้องหันไปมองนางก็รู้ซึ้งว่าเป็นผู้ใด หงเหลียน เดินนวยนาดเข้ามาใกล้ ใบหน้าสวยเฉี่ยวยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มักใช้ประดับกายอยู่เป็นนิจ“ทว่า... สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าการแสดงเห็นจะเป็นแขกผู้ทรงเกียรติในเขตพิเศษแถวหน้าสุดมากกว่า” หงเหลียนจีบปากจีบคอเอ่ย สายตาฉายแววท้าทายอย่างไร้ปิดบัง “ข้าเห็นนะ... อ๋องจวิ้นเจี๋ย เป้าหมายที่เจ้าเพิ่งจะทำภารกิจล้มเหลวมิเป็นท่า นั่งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงนั้น”มู่หลานกรอกตามองบนด้วยความระอาในใจ... เออ เห็นแล้วย่ะ!“แล้วอย่างไร?” มู่หลานถามกลับ
Baca selengkapnya
บทที่ 8: กล้าหนีข้าไปงั้นรึ
บทที่ 8: กล้าหนีข้าไปงั้นรึวินาทีนั้น... เสียงรอบกายพลันเงียบงันราวกับกาลเวลาถูกหยุดนิ่งความหนาวเหน็บสายหนึ่งแล่นปราดจากฝ่าเท้าขึ้นมาเกาะกุมดวงใจจนสั่นสะท้าน คำว่า ‘ความแตก’ วนเวียนอยู่ในห้วงความคิดซ้ำไปซ้ำมาราวกับกงล้อที่มิอาจหยุดยั้ง แต่ทว่า... สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของนางสู้ชีวิตทำงานรวดเร็วยิ่งกว่าสติสัมปชัญญะจะยอมรับไม่ได้เด็ดขาด!ขืนพยักหน้ายอมรับในยามนี้ เท่ากับนางเดินเข้าคุกหลวงด้วยเท้าตนเอง หรือมิเช่นนั้นอาจถูกบั่นคอทิ้งเสียตรงนี้ให้กลายเป็นผีเฝ้าหอ!มู่หลานสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความตระหนก ปรับเปลี่ยนแววตาที่สั่นไหวให้กลายเป็นแววตาหวานเชื่อม หยาดเยิ้มไปด้วยจริตมารยาแห่งอิสตรีที่เพียรฝึกปรือมาจากสำนักโคมเขียว ริมฝีปากอิ่มสีชาดยกยิ้มยั่วยวน พลางขยับกายเข้าไปแนบชิดร่างสูงใหญ่อย่างใจกล้าบ้าบิ่น“ท่านอ๋องกล่าวอันใดหรือเจ้าคะ...”นางหัวเราะเสียงใส ฟังดูไร้เดียงสาปนขบขัน “นักฆ่ากระนั้นหรือ? มือของข้าน้อยนุ่มนิ่มเพียงนี้ วันๆ จับเป็นแต่พู่กันเขียนคิ้วและดีดสายพิณ... จะไปมีเรี่ยวแรงจับดาบไล่เข่นฆ่าผู้ใดได้เล่าเจ้าคะ”ปลายนิ้วเรียวสวยกรีดกรายไปตามแผงอกแกร่งของบุรุษตรงหน้าอย่างอ้อย
Baca selengkapnya
บทที่ 9 : ยอมตายเพื่อได้กลับไปโลกเดิม
บทที่ 9 : ยอมตายเพื่อได้กลับไปโลกเดิมแสงจันทร์กระจ่างสาดส่องลอดผ่านรอยแตกของหลังคาผุพัง ทอประกายจับฝุ่นผงที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศราวกับละอองเวทมนตร์ หากแต่สถานที่จริงกลับห่างไกลจากคำว่า ‘งดงาม’ ยิ่งนักมู่หลาน ทรุดกายลงนั่งพิงเสาไม้ต้นเก่าอย่างหมดสภาพ เสียงหอบหายใจของนางดังประสานไปกับเสียงจิ้งหรีดเรไรที่กรีดปีกระงมทั่วบริเวณหลังจากที่ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกมาจาก หอหมื่นบุปผา ราวกับสุนัขจนตรอก โดยมี ซูเจิน ติดตามมาด้วย ทว่าลูกน้องคนสนิทคู่ใจผู้นี้กลับยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย ไร้ความตื่นตระหนกได้ราวกับรูปปั้นหิน แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้"ป่านนี้ที่หอคงกำลังโกลาหลวุ่นวายกันน่าดู..."มู่หลานพึมพำกับตนเอง พลางยกมือทาบอก อย่างน้อยนางก็ยื้อลมหายใจมาได้อีกหนึ่งวันยัยหงเหลียนนั่นบ้าบิ่นเกินกว่าที่นางคาดคิด ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร? คงมิใช่ถูก อ๋องจวิ้นเจี๋ย จับตัวไปขังคุกแล้วหรอกนะ?แต่จะว่าไป ความวุ่นวายนั่นก็นับเป็นระฆังช่วยชีวิต นางกับซูเจินจึงอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีออกมาได้อย่างแนบเนียนไร้ร่องรอย... และแน่นอนว่านางมิใช่คนโง่ที่จะหวนกลับไปให้แม่เล้าจูจับได้ หรือรอให้ท่านอ๋องตามล่าตัวเจ
Baca selengkapnya
บทที่ 10 : อย่าหวังว่าเจ้าจะได้ก้าวเท้าออกไปจากห้องนี้
บทที่ 10 : อย่าหวังว่าเจ้าจะได้ก้าวเท้าออกไปจากห้องนี้ดวงตะวันลาลับขอบฟ้า ท้องนภาถูกกลืนกินด้วยสีหมึกแห่งรัตติกาลเงาร่างบอบบางในชุดดำรัดกุมเคลื่อนไหววูบไหวไปตามแนวสันหลังคา จวนอ๋องจวิ้นเจี๋ย อย่างเงียบเชียบประดุจแมวขโมยตัวน้อยที่กำลังย่องเบาเข้าบ้านเศรษฐีมู่หลาน กัดฟันแน่นข่มความหวาดกลัวที่เต้นตุบๆ ในอก อาศัยความทรงจำและสัญชาตญาณดิบของร่างกายเจ้าของเดิม หลบหลีกสายตาเวรยามที่เดินตรวจตราอย่างเข้มงวดทุกฝีก้าวพลั่ก! ตุบ!เสียงกระทบของเนื้อและกระดูกดังขึ้นเพียงแผ่วเบา ทหารยามเคราะห์ร้ายสองนายที่เฝ้าอยู่หน้าประตูชั้นใน ถูกฟาดด้วยสันมือเข้าที่ท้ายทอยอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ร่างหนาหนักร่วงลงไปกองกับพื้นราวกับใบไม้ร่วง โดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือแม้แต่ครึ่งคำมู่หลานรีบลากร่างไร้สติของพวกเขายัดเข้าไปซ่อนไว้หลังพุ่มไม้หนาทึบ พลางปาดเหงื่อและระบายลมหายใจยาวเหยียด"ขอโทษนะพี่ชาย... นอนพักสักตื่นเถอะนะ"แม้วรยุทธ์ของร่างเดิมจะร้ายกาจถึงขั้นปลิดชีพคนได้ในชั่วพริบตา แต่จิตวิญญาณข้างในของนางยังคงเป็น สาวออฟฟิศยุค 2025 ผู้รักสงบและกลัวเลือด นางฆ่าคนไม่ลงจริงๆ อย่างมากสุดก็แค่ทำให้สลบเหมื
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status