เข้าสู่ระบบ[คำโปรย] "เมื่อ 'โอสถลวงใจ' เปลี่ยนแม่เสือสาวให้กลายเป็นลูกแมวเชื่องในกำมือมังกร!" ร่างกายที่เคยพยศกลับทรยศเจ้าของอย่างน่าละอาย เมื่อ อ๋องจวิ้นเจี๋ย มอบบทลงโทษอันแสนหวานล้ำและป่าเถื่อนให้แก่ผู้บุกรุกสาว 'จงเกลียดข้าให้เข้ากระดูกดำ... และจำสัมผัสของข้าให้สลักลึกลงไปในวิญญาณ ว่าเจ้าเป็นสมบัติของใคร!' ค่ำคืนแห่งพายุสวาทผ่านพ้นไป สิ่งที่เหลือไว้ไม่ใช่แค่ความระบม... แต่คือความจริงที่น่าตกตะลึง เมื่อ มู่หลาน ตื่นมาพบว่าวรยุทธ์ของนางหายไปจนหมดสิ้น! จากนักฆ่าผู้ยิ่งใหญ่ กลับกลายเป็นเพียงสตรีไร้ทางสู้ในกรงทองของศัตรู!
ดูเพิ่มเติมตอนพิเศษกลิ่นหอมของเนยย่างและน้ำซุปกระดูกหมูอันเข้มข้น ลอยตลบอบอวลไปทั่วถนนสายหลักของเมืองหลวงแคว้นจ้าวผู้คนต่างพากันสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความสงสัย ก่อนจะเดินตามกลิ่นหอมยั่วน้ำลายนั้นมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านอาหารเปิดใหม่ขนาดใหญ่ ซึ่งประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงสว่างไสว ป้ายหน้าร้านเขียนด้วยตัวอักษรสีทองวิจิตรบรรจงว่า“โรงเตี๊ยมกระทะร้อนตระกูลหลิน (ต้นตำรับ) ”ใช่แล้ว... นี่คือกิจการใหม่ล่าสุดของ หลินเวย หญิงสาวผู้มาพร้อมกับนวัตกรรม “หมูกระทะ” ที่กำลังจะปฏิวัติวงการอาหารของยุคโบราณให้สะเทือนเลือนลั่น!บรรยากาศภายในร้านคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียง ซู่... ซ่า... ของเนื้อหมูหมักงาชิ้นโตที่กำลังย่างบนเตาทองเหลืองทรงโค้งมน ควันหอมกรุ่นลอยฟุ้งไปทั่ว สร้างความอบอุ่นจนลืมความหนาวเหน็บด้านนอกที่โต๊ะวีไอพีขนาดใหญ่กลางร้าน เต็มไปด้วยบุคคลระดับสูงที่มารวมตัวกันเพื่อฉลองเปิดร้านและฉลองปีใหม่“ระวังร้อนนะน้องหญิง... เป่าก่อน”อ๋องจวิ้นอวี้ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันในสนามรบ บัดนี้กำลังทำตัวเป็น 'พ่อบ้านใจกล้า' นั่งแกะกุ้งเผาและเป่าน้ำซุปให้ เยว่ซิน ภรรยาสาวที่กำลังตั้งครรภ์ได้หกเดือน ท้องของนางนูนเด่นอ
บทส่งท้ายรัตติกาลก่อนวันประหาร... ณ ชานเมืองแคว้นซีเหลียงเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีแมลงหวี่แมลงวันตัวไหนอาจหาญมาขัดขวางพิธีประหารเสนาบดีเฒ่าในวันรุ่งขึ้น มั่วเหยียน และ ซูเจิน จึงได้รับภารกิจสำคัญในการกวาดล้าง “กองกำลังเดนตาย” ที่เสนาบดีแอบซุกซ่อนไว้ในค่ายลับให้สิ้นซากท่ามกลางความมืดมิดของป่าทึบ เสียงคมดาบปะทะกันและประกายไฟจากการต่อสู้สว่างวาบขึ้นเป็นระยะ“ระวัง!”เสียงทุ้มตะโกนก้อง เมื่อซูเจินที่กำลังรับมือกับทหารเดนตายฝีมือดีสามคนพร้อมกัน ก้าวเท้าพลาดสะดุดรากไม้จนเสียจังหวะ คมดาบของศัตรูฉวยโอกาสพุ่งตรงมาที่ลำคอของนางหมายปลิดชีพเคร้ง!ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย กระบี่หนักของมั่วเหยียนพุ่งเข้ามาปัดป้องการโจมตีนั้นได้ทันท่วงที แรงปะทะทำให้เกิดประกายไฟวูบใหญ่ ก่อนที่เขาจะหมุนตัวตวัดดาบสวนกลับ ปาดเข้าที่จุดตาย ปลิดชีพศัตรูผู้นั้นร่วงลงไปกองกับพื้นในดาบเดียวมั่วเหยียนหันกลับมามองนาง แววตาที่เคยมึนตึงและตายด้าน บัดนี้ฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด“เจ้าไม่เป็นไรนะ?”ซูเจินหอบหายใจถี่ หัวใจเต้นแรงระรัว... ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแผ่นหลังกว้างที่ยืนบังนางอยู่นี้ ช่างดูอบอุ่นและปลอดภ
บทที่ 58ภายในห้องลับใต้ดินของ 'โรงเตี๊ยมบุปผาสวรรค์'แสงเทียนวูบไหวส่องสว่าง เผยให้เห็นกองเอกสาร ม้วนกระดาษ และแผนผังจำนวนมหาศาลที่ถูกวางกองระเกะระกะอยู่บนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่กลางห้องมู่หลาน ยืนกอดอก จ้องมองแผนผังความสัมพันธ์ที่นางขีดเขียนขึ้นมาด้วยพู่กันสีแดงฉาน สีหน้าของนางเคร่งเครียด หลังจากใช้เวลาหลายวันในการรวบรวมข้อมูลจากสายข่าวและวิเคราะห์สถานการณ์ จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายก็ได้ถูกต่อจนครบ“ร้ายกาจ...” นางพึมพำเสียงเย็น “ไอ้แก่เจ้าเล่ห์นั่นไม่ได้แค่ต้องการหุ่นเชิด... แต่มันต้องการ 'อาวุธ' ที่เอาไว้ทำลายล้างราชวงศ์ต่างหาก”ความจริงที่นางค้นพบนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก...เสนาบดีกรมคลัง ไม่ได้แค่เอาตัวปลอมมาแทนที่นางเพื่อเสวยสุข หรือโกงกินงบประมาณแผ่นดิน แต่เขาใช้ฐานะ 'องค์หญิง' ของตัวปลอม เป็นเครื่องมือในการสั่งเก็บศัตรูทางการเมืองไปทีละคน โดยใช้แผนชั่วสารพัดเพื่อใส่ร้ายป้ายสี สร้างหลักฐานปลอม ใครที่ขวางทางมัน ล้วนถูกกำจัดด้วยข้อหากบฏหรือหมิ่นเบื้องสูงโดยฝีมือของ 'องค์หญิงกำมะลอ'และที่เลวร้ายที่สุด คือแผนการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี...“มันตั้งใจจะใช้การแต่งงานกับ ท่านอ๋องจวิ้นเจี๋ย เป็
บทที่ 57หลายวันผ่านไป...อาการของ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ดีขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าอัศจรรย์ ด้วยฤทธิ์ของยาคืนวิญญาณเก้าลักษณ์และกำลังใจจากคนรัก แม้ร่างกายจะยังอ่อนเพลียอยู่บ้าง แต่พิษร้ายที่เคยกัดกินหัวใจได้ถูกขจัดออกไปจนเกือบหมดสิ้นเหล่าองครักษ์เงาไม่รอช้า รีบส่งม้าเร็วคาบข่าวด่วนที่สุดกลับไปยังชายแดน เพื่อแจ้งให้ พระชายาเยว่ซิน และ อ๋องจวิ้นอวี้ ได้รับทราบว่าท่านอ๋องพ้นขีดอันตรายแล้วแต่ทว่า... ข่าวดีเรื่องการฟื้นคืนชีพของท่านอ๋อง กลับถูกกลบมิดด้วย “ข่าวช็อก” อีกข่าวหนึ่งที่ตามมาติดๆนั่นคือข่าวที่ว่า... มู่หลาน คือ องค์หญิงมู่หรงเหยียนแห่งแคว้นซีเหลียงตัวจริง!ณ ห้องรับรองลับของโรงเตี๊ยม“หา!! ...ว่าไงนะ!?”เสียงอุทานดังลั่นประหนึ่งฟ้าผ่าของ หลินเวย ทำเอาทุกคนในห้องสะดุ้งโหยง นางเบิกตากว้างมองเพื่อนรักหัวจรดเท้า สลับกับมองหน้าท่านอ๋องและหมอหลวง ก่อนจะยกมือทาบอกแล้วหลุดคำสบถภาษาบ้านเกิดออกมาเสียงดังฟังชัด“โอ้ว... มาย... ก๊อด!”หลินเวยส่ายหน้าไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง “นี่มันพล็อตนิยายแฟนตาซีชัดๆ! จากนักฆ่าสาวตกอับ กลายเป็นองค์หญิงพลัดถิ่นเนี่ยนะ? ...สุดยอดไปเลยเพื่อนฉัน! ชีวิตแกนี่มัน
บทที่ 4 : นักฆ่าชั้นต่ำ... บังอาจแตะต้องคนของข้าแสงจันทร์นวลตา สาดส่องลงมากระทบยอดไม้ในป่าทึบ ทว่าไม่อาจส่องลอดผ่านกิ่งก้านหนาทึบลงไปถึงพื้นเบื้องล่าง ที่ซึ่งเงาสีดำหลายสายกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและไร้ซุ่มเสียงมู่หลานในอาภรณ์สีดำรัดกุมปกปิดใบหน้ามิดชิด เหลือเพียงดวงตาคู่คมปลาบที่วาววับท่ามกลา
บทที่ 3 : ใครมันจะอยากใช้ชีวิตเป็นนักฆ่ากัน!ใครจะไปเชื่อว่า... ในรังนักฆ่าที่มืดมนและอับชื้นประหนึ่งขุมนรกแห่งนี้ จะมีสวรรค์ชั้นย่อมซ่อนตัวอยู่มู่หลานเบิกตากว้างมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง ไอน้ำสีขาวบริสุทธิ์ลอยล่องม้วนตัวขึ้นมาจากบ่อน้ำแร่ธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ขุดเจาะลงไปในชั้นหิน กลิ่นกำมะถันจา
บทที่ 2 : จากพนักงานบัญชีมาสวมร่างเป็นนักฆ่าหลายชั่วยามผ่านไป...ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมค่อยๆ ซึมลึกเข้าสู่ห้วงสำนึกอย่างช้าๆ ราวกับน้ำหมึกที่หยดลงบนผืนผ้าขาว นางคือนักฆ่าฝีมือฉกาจ ผู้ดับลมหายใจปลิดชีพผู้คนมานับไม่ถ้วน และนามของนางคือ ‘มู่หลาน’ส่วน ‘มีนา’ คือตัวตนของนางในโลกที่จากมา... โลกที่
บทที่ 1: ฉันย้อนเวลามาจริงๆ หรือนี่!ความมืดมิด... และความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกถึงขั้วกระดูกนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่นางจำได้ก่อนที่สติจะดับวูบลงภาพในหัวตัดสลับไปมาราวกับภาพฝันที่ขาดห้วง เสียงลมหายใจหอบกระเส่าดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนใบไม้แห้งกรอบท่ามกลางป่าทึบอันมืดมิดไร้ทางออก











