เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-22
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
60Bab
7.4KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

[คำโปรย] "เมื่อ 'โอสถลวงใจ' เปลี่ยนแม่เสือสาวให้กลายเป็นลูกแมวเชื่องในกำมือมังกร!" ร่างกายที่เคยพยศกลับทรยศเจ้าของอย่างน่าละอาย เมื่อ อ๋องจวิ้นเจี๋ย มอบบทลงโทษอันแสนหวานล้ำและป่าเถื่อนให้แก่ผู้บุกรุกสาว 'จงเกลียดข้าให้เข้ากระดูกดำ... และจำสัมผัสของข้าให้สลักลึกลงไปในวิญญาณ ว่าเจ้าเป็นสมบัติของใคร!' ค่ำคืนแห่งพายุสวาทผ่านพ้นไป สิ่งที่เหลือไว้ไม่ใช่แค่ความระบม... แต่คือความจริงที่น่าตกตะลึง เมื่อ มู่หลาน ตื่นมาพบว่าวรยุทธ์ของนางหายไปจนหมดสิ้น! จากนักฆ่าผู้ยิ่งใหญ่ กลับกลายเป็นเพียงสตรีไร้ทางสู้ในกรงทองของศัตรู!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1: ฉันย้อนเวลามาจริงๆ หรือนี่!

บทที่ 1: ฉันย้อนเวลามาจริงๆ หรือนี่!

ความมืดมิด... และความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกถึงขั้วกระดูก

นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่นางจำได้ก่อนที่สติจะดับวูบลง

ภาพในหัวตัดสลับไปมาราวกับภาพฝันที่ขาดห้วง เสียงลมหายใจหอบกระเส่าดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนใบไม้แห้งกรอบท่ามกลางป่าทึบอันมืดมิดไร้ทางออก ความรู้สึกราวกับถูกพญามัจจุราชไล่ล่าติดตามมาติดๆ จนกระทั่งพื้นดินใต้เท้าว่างเปล่า...

ร่างทั้งร่างร่วงหล่นสู่ความเวิ้งว้าง ก่อนจะกระแทกกับผืนน้ำเย็นเฉียบที่โอบล้อมและฉุดกระชากร่างของนางลงสู่ก้นบึ้งที่มืดมิดที่สุด

“เฮือก!”

หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวพลางลืมตาโพลงขึ้นท่ามกลางความสลัว ร่างกายเกร็งกระตุกตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทว่าความเจ็บปวดแสนสาหัสที่แล่นพล่านขึ้นมาจากหน้าท้องทำให้นางต้องนิ่วหน้าด้วยความทรมาน

“เจ็บ...”

เสียงแหบพร่าครางแผ่ว มือเรียวอันสั่นเทายกขึ้นลูบคลำบริเวณที่ปวดร้าว สัมผัสที่ปลายนิ้วคือผ้าพันแผลเนื้อหยาบ และกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในอากาศชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียน

ที่นี่ที่ไหน?

ดวงตาที่ยังปรับโฟกัสได้ไม่ดีนักพยายามกวาดมองไปรอบกาย ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล... ไม่มีแสงไฟนีออนสว่างจ้า

รอบด้านมืดสลัว มีเพียงแสงเทียนวูบไหวริบหรี่อยู่ที่มุมหนึ่ง ผนังรอบข้างดูเหมือนถ้ำหินหรือกระท่อมดินที่ถูกสร้างขึ้นอย่างลวกๆ อากาศทั้งอับชื้นและเย็นเยือก บรรยากาศโดยรอบดูมืดมน อึดอัด และแฝงไปด้วยกลิ่นอายอันตรายราวกับเป็นรังของสัตว์ร้าย

ทันใดนั้น ความปวดร้าวรุนแรงก็แล่นปราดเข้าสู่ขมับจนนางต้องยกมือกุมศีรษะ ความทรงจำมหาศาลไหลเข้ามาประหนึ่งเขื่อนแตก

...เสียงแม่โวยวายผ่านโทรศัพท์มือถือ เรื่องเดิมๆ ปัญหาเดิมๆ ...

‘หาเงินส่งมาให้น้องเดี๋ยวนี้! น้องต้องใช้ค่าเทอมนะ!’

‘หนูไม่มีแล้วแม่! เดือนนี้หนูโอนไปให้ตั้งเท่าไหร่แล้วแม่ก็รู้!’

เสียงก่นด่าและแรงกดดันเหล่านั้นยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำ ความเครียดและความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมานานบวกกับความน้อยเนื้อต่ำใจ ทำให้ในตอนนั้น เดินข้ามถนนไปอย่างเลื่อนลอย...

เอี๊ยด!

เสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยแรงกระแทกมหาศาลที่ทำให้โลกทั้งใบหมุนคว้าง ร่างทั้งร่างลอยละลิ่วก่อนจะดิ่งลงสู่สายน้ำที่เย็นยะเยือก

ใช่... เธอถูกรถชนแล้วตกลงไปในน้ำ

ตามหลักแล้วเธอควรจะตายไปแล้ว หรืออย่างดีที่สุดก็ควรนอนอยู่ในห้อง ICU สักแห่งในกรุงปักกิ่ง ไม่ใช่มานอนเจ็บปางตายอยู่ในสถานที่อับโชคเช่นนี้!

“ฟื้นแล้วหรือ... หัวหน้า”

เสียงเรียกที่ราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งความรู้สึกดังขึ้นจากมุมมืด ทลายภวังค์ความคิดของนางจนหมดสิ้น หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปตามต้นเสียงด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวง

เงาร่างหนึ่งค่อยๆ เคลื่อนออกมาจากเงามืด แสงเทียนริบหรี่ส่องกระทบใบหน้าของสตรีผู้หนึ่งที่กำลังยืนกอดอกพิงผนังถ้ำอยู่ ใบหน้านั้นงดงามหมดจดทว่ากลับเรียบตึง ดวงตาคมกริบจ้องมองมาที่นางอย่างประเมิน

แต่สิ่งที่ทำให้นางต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง กลับไม่ใช่แววตานั้น... แต่เป็นเครื่องแต่งกายของอีกฝ่าย

อาภรณ์สีดำสนิทรัดกุม ดูทะมัดทะแมงราวกับหลุดออกมาจากหนังกำลังภายในที่เคยผ่านตา

ชุดคอสเพลย์เหรอ?

คำถามผุดขึ้นในสมองที่กำลังมึนงง แต่สัญชาตญาณส่วนลึกกลับร้องเตือนว่า... นี่ไม่ใช่การแสดง และที่แห่งนี้ไม่ใช่โลกใบเดิมที่นางรู้จักอีกต่อไป!

“หัวหน้า... ท่านไหวหรือไม่?”

คำเรียกขานนั้นทำให้นางชะงักงัน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความมึนงงสับสน

หัวหน้า? ใครคือหัวหน้า?

ใช่... เธอเป็นหัวหน้า

แต่ทว่าในชีวิตก่อนหน้านั้น นางคือรองผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชีของบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ เป็นหญิงแกร่งชาวไทยที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำงานตัวเป็นเกลียวอยู่ในประเทศจีนเพียงลำพัง เพียงเพื่อจะส่งเงินกลับไปจุนเจือครอบครัวที่บ้านเกิด

ภาพความทรงจำอันขมขื่นย้อนกลับมาฉายซ้ำราวกับตอกย้ำความเจ็บปวด... วันนั้นเป็นวันที่นางเหนื่อยล้าแสนสาหัส ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากที่ทำงาน เสียงโทรศัพท์จากแม่ก็ดังขึ้น ไม่ใช่เพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แต่กลับเป็นเรื่องเดิมที่ทำให้นางแทบหมดแรง

‘ต้องใช้อีกแล้วหรือแม่? เดือนนี้หนูแทบไม่เหลือเงินเก็บเลยนะ’

‘ก็น้องแกจำเป็นต้องใช้! แกเป็นพี่ แกก็ต้องเสียสละสิ!’

เสียงตวาดลั่นของแม่ยังคงดังก้องอยู่ในหู ความน้อยเนื้อต่ำใจทำให้นางเดินร้องไห้ไปตามทางเท้าอย่างเหม่อลอย จนกระทั่ง... แสงไฟจากหน้ารถพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง แรงกระแทกมหาศาลบดขยี้ร่างกาย ก่อนที่ความเย็นยะเยือกของสายน้ำจะกลืนกินลมหายใจสุดท้ายของนางไป

หญิงสาวสะบัดศีรษะไล่ความทรงจำอันเลวร้าย พยายามดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ดวงตาจ้องมองสตรีในชุดโบราณตรงหน้าด้วยความสับสนมึนงง

“เมื่อครู่... คุณเรียกฉันว่าอะไรนะ?” นางถามออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“หัวหน้า... ท่านยังมึนงงเพราะพิษบาดแผลอยู่หรือ?”

สตรีชุดดำขยับเข้ามาใกล้ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยเจือแววกังวลเล็กน้อย “แผลที่หน้าท้องของท่านฉกรรจ์นัก ข้าจัดการทำแผลให้แล้ว แต่อาจจะยังเจ็บอยู่บ้าง”

นางก้มลงมองบาดแผลที่หน้าท้องตนเองอีกครั้ง ความเจ็บปวดที่เต้นตุบๆ นี้คือของจริง ไม่ใช่ความฝัน นางกัดฟันข่มความทรมานแล้วเงยหน้าถามสิ่งที่ค้างคาใจที่สุดออกไป

“ที่นี่... คือที่ไหน?”

สตรีชุดดำชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น

“ที่นี่คือจุดพักฟื้นชั่วคราวในป่าลึก... เราหนีรอดมาได้หวุดหวิด หลังจากที่ท่านถูก ‘ท่านอ๋อง’ ไล่ล่าจนถูกคมดาบแทงตกหน้าผาจมดิ่งลงสู่แม่น้ำ”

“ท่านอ๋อง?”

นางทวนคำนั้นในลำคอ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม

อ๋อง? อ๋องไหนกัน?

สมองของนางพยายามประมวลผลอย่างรวดเร็ว...

คำศัพท์โบราณชุดนั้น อาภรณ์ย้อนยุค สถานที่ที่ดูเหมือนถ้ำลึกลับ และร่องรอยการต่อสู้อันดุเดือดที่ทิ้งรอยแผลไว้บนร่างกาย...

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? กองถ่ายละครหรือ? หรือจะเป็นรายการเรียลลิตี้แกล้งคน?

ทว่าความเจ็บปวดที่แล่นริ้วขึ้นมาจากบาดแผล และกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในจมูกขณะนี้ มันสมจริงเกินกว่าจะเป็นเพียงการแสดง

“ท่านอ๋อง... จวิ้นเจี๋ย” สตรีชุดดำเอ่ยนามนั้นออกมา แววตาที่เคยราบเรียบพลันลุกโชนด้วยเพลิงอาฆาต “เขาคือเป้าหมายที่ผู้ว่าจ้างต้องการ... และเราต้องเด็ดศีรษะมันมาให้ได้”

ชื่อที่ไม่เคยผ่านหู กับสถานะ ‘นักฆ่า’ ที่ถูกยัดเยียดใส่มือมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้อดีตรองผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชีสาวถึงกับหน้ามืดมึนงง ราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบลงที่กลางศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ย้อนเวลามางั้นหรือ? ฉันย้อนเวลามาจริงๆ หรือนี่!

จากสาวออฟฟิศที่วันๆ จ้องอยู่แต่กับตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ กลับต้องมาอยู่ในร่างของมือสังหารที่มีศัตรูระดับเชื้อพระวงศ์! ชีวิตก่อนก็ต้องปากกัดตีนถีบจนตัวตาย ชีวิตใหม่กลับต้องมาหนีตายจากการถูกไล่ล่าเสียอย่างนั้น

ซวย... ชีวิตมันจะซวยซ้ำซวยซ้อนไปถึงไหนกัน!

±++++++++++++++++

แนะนำนิยายเซต: แก๊งสามสาวทะลุมิติ

นิยายเรื่องนี้เป็นหนึ่งในซีรีส์เซตแก๊งเพื่อนสาวจากยุคปัจจุบัน ที่จับพลัดจับผลูทะลุมิติมาป่วนหัวใจบุรุษแคว้นนี้ค่ะ! ใครที่โดนตกและชื่นชอบความผูกพันของพวกนาง สามารถตามไปฟินและเอาใจช่วยพวกนางให้ครบทั้ง 3 เรื่องได้ตามนี้เลยนะคะ 👇

📖 เรื่องที่ 1 : เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม (เรื่องราวของ 'เยว่ซิน' กับ อ๋องจวิ้นอวี้)

📖 เรื่องที่ 2 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ (เรื่องราวของ 'มู่หลาน' กับ อ๋องจวิ้นเจี๋ย)

📖 เรื่องที่ 3 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ (เรื่องราวของ 'หลินเวย' กับ แม่ทัพเยว่เฉิน)

ฝากติดตามผลงานทั้ง 3 เรื่องของ แคลร์ออสติน ด้วยนะคะ!

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
60 Bab
บทที่ 1: ฉันย้อนเวลามาจริงๆ หรือนี่!
บทที่ 1: ฉันย้อนเวลามาจริงๆ หรือนี่!ความมืดมิด... และความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกถึงขั้วกระดูกนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่นางจำได้ก่อนที่สติจะดับวูบลงภาพในหัวตัดสลับไปมาราวกับภาพฝันที่ขาดห้วง เสียงลมหายใจหอบกระเส่าดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนใบไม้แห้งกรอบท่ามกลางป่าทึบอันมืดมิดไร้ทางออก ความรู้สึกราวกับถูกพญามัจจุราชไล่ล่าติดตามมาติดๆ จนกระทั่งพื้นดินใต้เท้าว่างเปล่า...ร่างทั้งร่างร่วงหล่นสู่ความเวิ้งว้าง ก่อนจะกระแทกกับผืนน้ำเย็นเฉียบที่โอบล้อมและฉุดกระชากร่างของนางลงสู่ก้นบึ้งที่มืดมิดที่สุด“เฮือก!”หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวพลางลืมตาโพลงขึ้นท่ามกลางความสลัว ร่างกายเกร็งกระตุกตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทว่าความเจ็บปวดแสนสาหัสที่แล่นพล่านขึ้นมาจากหน้าท้องทำให้นางต้องนิ่วหน้าด้วยความทรมาน“เจ็บ...”เสียงแหบพร่าครางแผ่ว มือเรียวอันสั่นเทายกขึ้นลูบคลำบริเวณที่ปวดร้าว สัมผัสที่ปลายนิ้วคือผ้าพันแผลเนื้อหยาบ และกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในอากาศชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียนที่นี่ที่ไหน?ดวงตาที่ยังปรับโฟกัสได้ไม่ดีนักพยายามกวาดมองไปรอบกาย ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล... ไม่มีแสงไฟนีออนสว่างจ้
Baca selengkapnya
บทที่ 2 : จากพนักงานบัญชีมาสวมร่างเป็นนักฆ่า
บทที่ 2 : จากพนักงานบัญชีมาสวมร่างเป็นนักฆ่าหลายชั่วยามผ่านไป...ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมค่อยๆ ซึมลึกเข้าสู่ห้วงสำนึกอย่างช้าๆ ราวกับน้ำหมึกที่หยดลงบนผืนผ้าขาว นางคือนักฆ่าฝีมือฉกาจ ผู้ดับลมหายใจปลิดชีพผู้คนมานับไม่ถ้วน และนามของนางคือ ‘มู่หลาน’ส่วน ‘มีนา’ คือตัวตนของนางในโลกที่จากมา... โลกที่นางเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง“ท่านหัวหน้า! เราต้องหนีกันแล้ว!”เสียงร้องเตือนจากลูกน้องสาวทำให้มู่หลานสลัดภวังค์ทิ้ง นางรีบพาร่างที่บาดเจ็บเร่งรุดหนีออกมาตามคำบอกทันทีสายลมหวีดหวิวปะทะใบหน้า ความมืดรอบกายเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพติดตา มู่หลาน... หรืออดีตผู้ตรวจสอบบัญชีสาวในร่างใหม่ แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองสองขาของนางกำลังก้าวทะยานไปบนยอดไม้อย่างแคล่วคล่อง พลิกตัวหลบคมอาวุธลับที่พุ่งตามมาประดุจห่าฝน ก่อนจะดีดตัวข้ามโขดหินสูงชันด้วยท่วงท่าเบาหวิวดุจปุยนุ่น ทั้งที่สมองของนางยังมึนงงและร้องประท้วงด้วยความหวาดเสียว แต่ร่างกายนี้กลับขยับไปเองตามสัญชาตญาณที่ถูกฝึกฝนมาจนเข้ากระดูกดำ!ให้ตายเถอะ! ฉันทำแบบนี้ได้ยังไงกัน?ปกติแค่เดินขึ้นบันไดออฟฟิศเพียงสามชั้น นางก็หอบแฮกจนต้องคว้ายาดม
Baca selengkapnya
บทที่ 3 : ใครมันจะอยากใช้ชีวิตเป็นนักฆ่ากัน!
บทที่ 3 : ใครมันจะอยากใช้ชีวิตเป็นนักฆ่ากัน!ใครจะไปเชื่อว่า... ในรังนักฆ่าที่มืดมนและอับชื้นประหนึ่งขุมนรกแห่งนี้ จะมีสวรรค์ชั้นย่อมซ่อนตัวอยู่มู่หลานเบิกตากว้างมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง ไอน้ำสีขาวบริสุทธิ์ลอยล่องม้วนตัวขึ้นมาจากบ่อน้ำแร่ธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ขุดเจาะลงไปในชั้นหิน กลิ่นกำมะถันจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมละมุนของสมุนไพรป่าที่ถูกโรยไว้ ลอยมาแตะจมูกชวนให้จิตใจที่ปั่นป่วนสงบลงอย่างน่าประหลาดแสงเทียนที่จุดไว้ตามโขดหินส่องกระทบผิวน้ำจนเป็นประกายระยิบระยับ ตัดกับความมืดมิดภายนอกอย่างสิ้นเชิง“เชิญเจ้าค่ะหัวหน้า”ซูเจินผายมือเชิญ หลังจากช่วยเปลื้องชุดที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือดและหยาดเหงื่อออกจนหมดสิ้นมู่หลานค่อยๆ หย่อนกายลงในบ่อน้ำอุ่นจัด ความร้อนที่พอเหมาะโอบล้อมผิวกายที่หนาวเหน็บมาตลอดคืน ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อค่อยๆ คลายลงอย่างช้าๆ ราวกับว่าสายน้ำนี้กำลังชะล้างความเหนื่อยล้าและความหวาดกลัวให้มลายหายไปจากจิตวิญญาณ“อ่า...”นางเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว พิงศีรษะกับขอบหินเย็นเยียบแล้วหลับตาลง ซึมซับความสบายที่หาได้ยากยิ่งในสถานการณ์ความเป็นตายเช่นนี้ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่
Baca selengkapnya
บทที่ 4 : นักฆ่าชั้นต่ำ... บังอาจแตะต้องคนของข้า
บทที่ 4 : นักฆ่าชั้นต่ำ... บังอาจแตะต้องคนของข้าแสงจันทร์นวลตา สาดส่องลงมากระทบยอดไม้ในป่าทึบ ทว่าไม่อาจส่องลอดผ่านกิ่งก้านหนาทึบลงไปถึงพื้นเบื้องล่าง ที่ซึ่งเงาสีดำหลายสายกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและไร้ซุ่มเสียงมู่หลานในอาภรณ์สีดำรัดกุมปกปิดใบหน้ามิดชิด เหลือเพียงดวงตาคู่คมปลาบที่วาววับท่ามกลางความมืด นางยืนสงบนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ เบื้องหลังมีซูเจินและนักฆ่าสาวฝีมือดีอีกสองนางหมอบต่ำกลืนไปกับเงามืด ทั้งหมดต่างเฝ้ารอคอยสัญญาณจาก ‘หัวหน้า’ อย่างใจจดใจจ่อมู่หลานลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พยายามควบคุมลมหายใจไม่ให้สั่นไหว สายตาจ้องเขม็งไปยังเป้าหมายเบื้องล่างบ้านไม้ร้างผุพังตั้งตระหง่านอยู่กลางป่ารก หลังคามุงจากเปื่อยยุ่ย ฝาผนังที่โหว่จนเห็นแสงตะเกียงวูบไหวจากภายใน ดูราวกับภาพวาดที่จงใจจัดวางไว้เพื่อสร้างบรรยากาศวังเวงช่างเป็นโลเคชั่นที่สมบูรณ์แบบเหลือเกิน... นางคิดประชดประชันในใจ เหมาะสำหรับเป็นหลุมศพของตัวประกอบเกรด B ในนิยายไม่มีผิด!เพียงแต่ว่า... ที่นี่ไม่ใช่นิยาย ไม่ใช่ซีรีส์ และไม่มีผู้กำกับคอยสั่งคัท หากพลาดพลั้งคือนางต้องตายจริง เจ็บจริง“หัวหน้า...” ซูเจินกระซิบเรียกแผ่วเบาเพื
Baca selengkapnya
บทที่ 5 : เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก
บทที่ 5 : เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอกบรรยากาศหน้าเรือนร้างอันเงียบสงัด เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่เพิ่งจะมลายหายไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของการเข่นฆ่าที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศ“ขอบพระทัยท่านอ๋อง... ขอบพระทัยที่เสด็จมาช่วยชีวิตกระหม่อมได้ทันเวลาพะยะค่ะ!”ใต้เท้าเสิ่นทรุดกายลงโขกศีรษะกับพื้นดินด้วยความซาบซึ้งใจจนสุดพรรณนา ร่างท้วมยังคงสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำที่เพิ่งรอดพ้นจากคมเขี้ยวนักฆ่า ข้างกายคือฮูหยินและบุตรสาวที่โอบกอดกันร่ำไห้ด้วยความขวัญเสียมืออันสั่นระริกของใต้เท้าเสิ่นรีบล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ หยิบม้วนเอกสารบัญชีลับออกมาส่งมอบให้แก่บุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้า ราวกับมันเป็นถ่านร้อนที่พร้อมจะลวกมือหากถือไว้เนิ่นนานกว่านี้“นี่คือหลักฐานทั้งหมดที่กระหม่อมเพียรรวบรวมมา... เชิญท่านอ๋องรับไปเถิดพะยะค่ะ!”เดิมทีเขาตั้งใจจะเก็บมันไว้มอบแด่ฮ่องเต้ด้วยตนเองเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ทว่าเหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อครู่เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่า ศัตรูมิตั้งใจจะปล่อยให้เขามีลมหายใจจนถึงรุ่งสาง หากมิได้ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ส่งยอดฝีมือมาคุ้มกันไว้ทัน เขาและครอบครัวคงกลายเป็นวิญญาณเฝ้าป่าไปเสียแล้วจวิ้นเจี๋ยรับม้วนเอกสารนั
Baca selengkapnya
บทที่ 6 : ขอลาออกจากการเป็นนักฆ่า
บทที่ 6 : ขอลาออกจากการเป็นนักฆ่าเวลาผ่านพ้นไป... นับตั้งแต่ดวงวิญญาณของสาวออฟฟิศผู้เคราะห์ร้ายได้พลัดหลงเข้ามาอยู่ในร่างของยอดนักฆ่าสาวผู้นี้ทว่าสิ่งหนึ่งที่ ‘มู่หลาน’ ตระหนักได้แน่ชัดในยามนี้คือ... สวรรค์ยังคงมีเมตตาต่อนางอยู่บ้าง!หลังจากต้องทนซุกหัวนอนบนเตียงแข็งในถ้ำอันอับชื้น และขบเคี้ยวหมั่นโถวแห้งกรังประทังชีวิตมานานนับเดือน การได้เหยียบย่างเข้าสู่เมืองหลวงและแทรกซึมเข้ามาใน ‘หอหมื่นบุปผา’ แห่งนี้ สำหรับนางแล้วมันคือการยกระดับคุณภาพชีวิตจากดินสู่ฟ้าโดยแท้จริง!เตียงกว้างที่หนานุ่มราวกับปุยนุ่น ผ้าห่มแพรไหมเนื้อละเอียดที่กรุ่นกลิ่นเครื่องหอมจรุงใจ และอาหารเลิศรสที่วางเรียงรายยั่วน้ำลายอยู่เบื้องหน้า...ฉันขอลาออกจากการเป็นนักฆ่า แล้วมาสมัครเป็นนางรำถาวรเลยได้ไหมเนี่ย! มู่หลานคร่ำครวญในใจด้วยความซาบซึ้ง อยากจะล้มตัวลงกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียงนี้ไปตลอดกาล ทว่าติดตรงที่ภารกิจสำคัญ (และยาพิษในกาย) ยังคงค้ำคอเป็นโซ่ตรวนให้นางต้องเดินหน้าต่อ“พวกเจ้าสองคน... ช่างเป็นเพชรในตมโดยแท้!”เสียงอุทานด้วยความพึงพอใจของ ‘แม่เล้าจู’ เจ้าของหอหมื่นบุปผา ดังขึ้นหลังจากได้ชมการแสดงทดสอบฝีมือหงเหล
Baca selengkapnya
บทที่ 7: ใครแพ้ต้องเห่าเหมือนหมา
บทที่ 7: ใครแพ้ต้องเห่าเหมือนหมาเสียงปรบมือเกรียวกราวและสุ้มเสียงโห่ร้องชื่นชมค่อยๆ แผ่วจางลง ยามที่ม่านไหมผืนหนาปิดตัวลงสนิทเพื่อสิ้นสุดการแสดงมู่หลาน ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ทันทีที่พ้นจากสายตาผู้ชมบนเวที นางก็แทบจะโยนมาดนางพญาผู้สูงศักดิ์ทิ้งไปในทันที ไหล่บางห่อลงด้วยความเหนื่อยล้าเกินจะกล่าวการที่ต้องมานั่งกรีดนิ้วบนสายพิณ พร้อมกับปั้นหน้าส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้บุรุษนับร้อยนี่มันช่างบั่นทอนกำลังกายยิ่งกว่าการกวัดแกว่งอาวุธเสียอีก!“หึ... แสดงได้มิเลวนี่”เสียงแหลมสูงที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง มิต้องหันไปมองนางก็รู้ซึ้งว่าเป็นผู้ใด หงเหลียน เดินนวยนาดเข้ามาใกล้ ใบหน้าสวยเฉี่ยวยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มักใช้ประดับกายอยู่เป็นนิจ“ทว่า... สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าการแสดงเห็นจะเป็นแขกผู้ทรงเกียรติในเขตพิเศษแถวหน้าสุดมากกว่า” หงเหลียนจีบปากจีบคอเอ่ย สายตาฉายแววท้าทายอย่างไร้ปิดบัง “ข้าเห็นนะ... อ๋องจวิ้นเจี๋ย เป้าหมายที่เจ้าเพิ่งจะทำภารกิจล้มเหลวมิเป็นท่า นั่งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงนั้น”มู่หลานกรอกตามองบนด้วยความระอาในใจ... เออ เห็นแล้วย่ะ!“แล้วอย่างไร?” มู่หลานถามกลับ
Baca selengkapnya
บทที่ 8: กล้าหนีข้าไปงั้นรึ
บทที่ 8: กล้าหนีข้าไปงั้นรึวินาทีนั้น... เสียงรอบกายพลันเงียบงันราวกับกาลเวลาถูกหยุดนิ่งความหนาวเหน็บสายหนึ่งแล่นปราดจากฝ่าเท้าขึ้นมาเกาะกุมดวงใจจนสั่นสะท้าน คำว่า ‘ความแตก’ วนเวียนอยู่ในห้วงความคิดซ้ำไปซ้ำมาราวกับกงล้อที่มิอาจหยุดยั้ง แต่ทว่า... สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของนางสู้ชีวิตทำงานรวดเร็วยิ่งกว่าสติสัมปชัญญะจะยอมรับไม่ได้เด็ดขาด!ขืนพยักหน้ายอมรับในยามนี้ เท่ากับนางเดินเข้าคุกหลวงด้วยเท้าตนเอง หรือมิเช่นนั้นอาจถูกบั่นคอทิ้งเสียตรงนี้ให้กลายเป็นผีเฝ้าหอ!มู่หลานสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความตระหนก ปรับเปลี่ยนแววตาที่สั่นไหวให้กลายเป็นแววตาหวานเชื่อม หยาดเยิ้มไปด้วยจริตมารยาแห่งอิสตรีที่เพียรฝึกปรือมาจากสำนักโคมเขียว ริมฝีปากอิ่มสีชาดยกยิ้มยั่วยวน พลางขยับกายเข้าไปแนบชิดร่างสูงใหญ่อย่างใจกล้าบ้าบิ่น“ท่านอ๋องกล่าวอันใดหรือเจ้าคะ...”นางหัวเราะเสียงใส ฟังดูไร้เดียงสาปนขบขัน “นักฆ่ากระนั้นหรือ? มือของข้าน้อยนุ่มนิ่มเพียงนี้ วันๆ จับเป็นแต่พู่กันเขียนคิ้วและดีดสายพิณ... จะไปมีเรี่ยวแรงจับดาบไล่เข่นฆ่าผู้ใดได้เล่าเจ้าคะ”ปลายนิ้วเรียวสวยกรีดกรายไปตามแผงอกแกร่งของบุรุษตรงหน้าอย่างอ้อย
Baca selengkapnya
บทที่ 9 : ยอมตายเพื่อได้กลับไปโลกเดิม
บทที่ 9 : ยอมตายเพื่อได้กลับไปโลกเดิมแสงจันทร์กระจ่างสาดส่องลอดผ่านรอยแตกของหลังคาผุพัง ทอประกายจับฝุ่นผงที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศราวกับละอองเวทมนตร์ หากแต่สถานที่จริงกลับห่างไกลจากคำว่า ‘งดงาม’ ยิ่งนักมู่หลาน ทรุดกายลงนั่งพิงเสาไม้ต้นเก่าอย่างหมดสภาพ เสียงหอบหายใจของนางดังประสานไปกับเสียงจิ้งหรีดเรไรที่กรีดปีกระงมทั่วบริเวณหลังจากที่ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกมาจาก หอหมื่นบุปผา ราวกับสุนัขจนตรอก โดยมี ซูเจิน ติดตามมาด้วย ทว่าลูกน้องคนสนิทคู่ใจผู้นี้กลับยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย ไร้ความตื่นตระหนกได้ราวกับรูปปั้นหิน แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้"ป่านนี้ที่หอคงกำลังโกลาหลวุ่นวายกันน่าดู..."มู่หลานพึมพำกับตนเอง พลางยกมือทาบอก อย่างน้อยนางก็ยื้อลมหายใจมาได้อีกหนึ่งวันยัยหงเหลียนนั่นบ้าบิ่นเกินกว่าที่นางคาดคิด ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร? คงมิใช่ถูก อ๋องจวิ้นเจี๋ย จับตัวไปขังคุกแล้วหรอกนะ?แต่จะว่าไป ความวุ่นวายนั่นก็นับเป็นระฆังช่วยชีวิต นางกับซูเจินจึงอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีออกมาได้อย่างแนบเนียนไร้ร่องรอย... และแน่นอนว่านางมิใช่คนโง่ที่จะหวนกลับไปให้แม่เล้าจูจับได้ หรือรอให้ท่านอ๋องตามล่าตัวเจ
Baca selengkapnya
บทที่ 10 : อย่าหวังว่าเจ้าจะได้ก้าวเท้าออกไปจากห้องนี้
บทที่ 10 : อย่าหวังว่าเจ้าจะได้ก้าวเท้าออกไปจากห้องนี้ดวงตะวันลาลับขอบฟ้า ท้องนภาถูกกลืนกินด้วยสีหมึกแห่งรัตติกาลเงาร่างบอบบางในชุดดำรัดกุมเคลื่อนไหววูบไหวไปตามแนวสันหลังคา จวนอ๋องจวิ้นเจี๋ย อย่างเงียบเชียบประดุจแมวขโมยตัวน้อยที่กำลังย่องเบาเข้าบ้านเศรษฐีมู่หลาน กัดฟันแน่นข่มความหวาดกลัวที่เต้นตุบๆ ในอก อาศัยความทรงจำและสัญชาตญาณดิบของร่างกายเจ้าของเดิม หลบหลีกสายตาเวรยามที่เดินตรวจตราอย่างเข้มงวดทุกฝีก้าวพลั่ก! ตุบ!เสียงกระทบของเนื้อและกระดูกดังขึ้นเพียงแผ่วเบา ทหารยามเคราะห์ร้ายสองนายที่เฝ้าอยู่หน้าประตูชั้นใน ถูกฟาดด้วยสันมือเข้าที่ท้ายทอยอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ร่างหนาหนักร่วงลงไปกองกับพื้นราวกับใบไม้ร่วง โดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือแม้แต่ครึ่งคำมู่หลานรีบลากร่างไร้สติของพวกเขายัดเข้าไปซ่อนไว้หลังพุ่มไม้หนาทึบ พลางปาดเหงื่อและระบายลมหายใจยาวเหยียด"ขอโทษนะพี่ชาย... นอนพักสักตื่นเถอะนะ"แม้วรยุทธ์ของร่างเดิมจะร้ายกาจถึงขั้นปลิดชีพคนได้ในชั่วพริบตา แต่จิตวิญญาณข้างในของนางยังคงเป็น สาวออฟฟิศยุค 2025 ผู้รักสงบและกลัวเลือด นางฆ่าคนไม่ลงจริงๆ อย่างมากสุดก็แค่ทำให้สลบเหมื
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status