All Chapters of เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ: Chapter 31 - Chapter 40

60 Chapters

บทที่ 31 เจ้าเรียนวิชานี้มาจาก... สำนัก 'เนตรนารี' กระนั้นรึ?

บทที่ 31"เอ่อ... คือ..."มู่หลานอึกอัก ลิ้นพันกันจนแทบจะผูกเงื่อนตาย เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาจับผิดในระยะประชิดของ อ๋องจวิ้นเจี๋ยสมองอันชาญฉลาด กำลังทำงานหนักยิ่งกว่าเครื่องจักรไอน้ำ เพื่อประมวลผลหาคำแก้ตัวที่ฟังดูเข้าท่าที่สุดเท่าที่จะนึกออกในเสี้ยววินาที"พะ... พอดีว่า..." นางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หลบสายตาเขาเป็นพัลวัน"ข้าเคยได้รับภารกิจให้ไปสังหารเป้าหมายท่านหนึ่ง... และท่านผู้นั้น... เอ่อ... เก่งกาจเรื่องการคำนวณบัญชีมากเจ้าค่ะ! ท่านผู้นั้นขอร้องให้ข้าไว้ชีวิต โดยแลกกับการถ่ายทอดวิชาความรู้เรื่องตัวเลขพวกนี้ให้... ข้าเห็นว่ามันแปลกดี ก็เลย... ก็เลยเรียนรู้ติดตัวมาเจ้าค่ะ!"(โอ๊ยยยย... มีนา! นี่มันนิทานหลอกเด็กอนุบาลชัดๆ! แถสีข้างถลอกปอกเปิกหมดแล้ว! เขาจะเชื่อไหมเนี่ย!?)ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง มู่หลานกลั้นหายใจรอรับชะตากรรม"ฮ่าๆๆๆ!"จู่ๆ จวิ้นเจี๋ยก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ร่างสูงสง่าสั่นไหวด้วยความขบขันจนต้องยกมือขึ้นกุมท้อง"นักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งพรรคทมิฬ... สนใจมานั่งเรียนวิชาดีดลูกคิดคำนวณบัญชีจากเหยื่อ ก่อนจะลงมือฆ
Read more

บทที่ 32 หากต้องตายด้วยน้ำมือของเจ้า... ข้าก็ยินดี

บทที่ 32ในที่สุด... ภารกิจขุดรากถอนโคนการทุจริตที่กัดกินเมืองเป่ยเยี่ยนมาช้านาน ก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีราวกับปาฏิหาริย์ด้วยหลักฐานจาก "ตารางบัญชีมรณะ" ของมู่หลาน ทำให้อ๋องจวิ้นเจี๋ยสามารถสั่งยึดทรัพย์สินที่ถูกยักยอกไปกลับคืนสู่คลังหลวงได้แทบทุกตำลึง และลงดาบประหารชีวิตเจ้าเมืองกังฉินพร้อมพวกพ้องได้อย่างเด็ดขาด สมฉายา 'พยัคฆ์หน้าหยก' ที่เลื่องลือขบวนเดินทางมุ่งหน้ากลับสู่เมืองหลวงด้วยความรวดเร็ว...ระหว่างทาง มั่วเหยียน หัวหน้าองครักษ์ และ ซูเจิน ได้เดินทางตามมาสมทบกับขบวน เพื่อเพิ่มกำลังการคุ้มกันให้แน่นหนายิ่งขึ้นทว่า... เส้นทางขากลับดูเหมือนจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนขามาฟิ้ว... ฉึก!เสียงลูกธนูแหวกอากาศดังหวีดหวิว ก่อนจะพุ่งปักเข้าที่ขอบหน้าต่างรถม้าอย่างรุนแรงจนไม้แตกกระจาย! ปลายลูกธนูสั่นระริกห่างจากใบหน้าของมู่หลานไปเพียงคืบเดียว!ตามมาด้วยเสียงตะโกนโหวกเหวกและเสียงอาวุธกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว"เคร้ง! ...คุ้มกันท่านอ๋อง! มีนักฆ่าบุก!"ภายในรถม้าที่โคลงเคลงจากการหักหลบ...มู่หลานนั่งกอดอกถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเซ็งจัด นางถูกสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้ออกไปเพ่นพ่านสู้รบ โดยมี
Read more

บทที่ 33 กลับบ้านกันเถอะ...

บทที่ 33สวบ... สวบ...เสียงฝีเท้าแผ่วเบาหลายคู่ย่ำลงบนใบไม้แห้ง ดังขึ้นรอบทิศทาง... ราวกับฝูงหมาป่าที่กำลังกระชับวงล้อมเหยื่อมู่หลาน... ซึ่งบัดนี้ได้รับวรยุทธ์และลมปราณกลับคืนมาเต็มเปี่ยม ร่างกายรู้สึกเบาหวิวและเปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้าง นางลุกขึ้นยืนตระหง่านอยู่หน้าปากถ้ำ ร่างบางในชุดเปื้อนเลือดบดบังร่างของ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ที่หมดสติไว้อย่างมิดชิดมือเรียวกระชับมีดสั้นคู่กายแน่น แววตาที่เคยขี้เล่นบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นคมกริบและเย็นชาดุจน้ำแข็ง กวาดมองไปรอบๆ ราวกับ 'นางพญาเสือโคร่ง' ที่พร้อมขย้ำศัตรูทุกคนที่กล้าย่างกรายเข้ามาแตะต้องคนของนางฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!เงาร่างสีดำนับสิบสายพุ่งทะยานลงมาจากยอดไม้และพุ่มไม้ เข้ามาปิดล้อมปากถ้ำไว้อย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ทุกคนสวมชุดปฏิบัติการรัดกุมสีดำสนิทและปิดบังใบหน้ามิดชิด เหลือเพียงดวงตาที่วาวโรจน์ทว่า... ท่วงท่าการยืน... การจับดาบ... และการจัดระเบียบแถวที่คุ้นตา ทำให้มู่หลานคลายปมคิ้วที่ขมวดมุ่นลงเล็กน้อยกลุ่มนักฆ่าเหล่านั้นชะงักกึก... เมื่อเห็นสตรีปริศนาที่ยืนขวางทางอยู่ นางแผ่จิตสังหารที่รุนแรงและคุ้นเคยออกมาจนพวกนางรู้สึกกดดัน"จำ 'พี่สาว'
Read more

บทที่ 34 ความรักที่กำลังเบ่งบานของหัวหน้าสาว

บทที่ 34เมื่อพายุแห่งความวุ่นวายและการนองเลือดผ่านพ้นไป... ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงก็กลับมาสดใสอีกครั้งณ เรือนพักส่วนตัวในคฤหาสน์ของ 'หลินเวย' ...หญิงม่ายมหาเศรษฐีผู้งดงามและร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวง (แบบไม่ง้อผู้ชาย)กลิ่นหอมหวลชวนน้ำลายสอของ 'เนยย่าง' และ 'หมูหมักซอสสูตรลับ' ลอยคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วสวนหย่อมเล็กๆ ที่ถูกสั่งปิดตายอย่างมิดชิดเพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุดตรงกลางวงล้อม... เตาถ่านดินเผาทรงโค้งนูนแปลกตาที่หลินเวยสั่งปั้นขึ้นเป็นพิเศษ (หรือที่คนยุค 2025 รู้จักกันในนาม 'เตาหมูกระทะ') กำลังส่งเสียง ซู่... ซ่า... ของมันหมูที่ละลายลงบนกระทะทองเหลือง ยั่วน้ำลายจนท้องร้องจ๊อกๆสามสาวผู้หลงยุค มู่หลาน (มีนา) , พระชายาเยว่ซิน (หมอพิมพ์) และ หลินเวย (แพรว) นั่งล้อมวงกันบนเสื่อ คีบหมูย่างเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เป็นมื้ออาหารแห่งการเฉลิมฉลองการรอดตายและเยียวยาจิตใจที่ดีที่สุดในสามโลก"อื้มมม! ...น้ำจิ้มสุกี้สูตรเจ๊แพรวนี่มันเด็ดสาระตี่จริงๆ!"เยว่ซินเคี้ยวหมูนุ่มๆ ตุ้ยๆ จนแก้มป่อง ยกนิ้วโป้งให้เพื่อนสาวรัวๆ "กินแล้วน้ำตาจะไหล... รสชาตินี้มันใช่เลย! คิดถึงร้านเจ้าประจำปากซอยที่กรุงเทพฯ ชะมัด!"
Read more

บทที่ 35 มีเพียงบุรุษธรรมดาที่รักเจ้าหมดหัวใจ... เพียงเท่านั้น

บทที่ 35กุบ... กุบ...เสียงกีบม้ากระทบพื้นดินแห้งแข็งเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรีอ๋องจวิ้นเจี๋ย บังคับอาชาสีนิลตัวโปรดให้เดินลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ บนเนินเขาสูงชัน โดยมี มู่หลาน นั่งซ้อนอยู่ด้านหน้า แผ่นหลังบางแนบชิดไปกับแผงอกแกร่งที่อบอุ่นราวกับเตาผิงเคลื่อนที่ ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บของลมดึกได้เป็นอย่างดี"หลับตา..."เสียงทุ้มกระซิบแผ่วพร่าที่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำให้นางขนลุกซู่"จะถึงหรือยังเจ้าคะ? ...ข้าลุ้นจนเกร็งไปหมดแล้วเนี่ย" มู่หลานบ่นอุบอิบ แต่ก็ยอมทำตามคำสั่ง หลับตาลงแต่โดยดี ปล่อยให้เขากุมบังเหียนนำทางไปสู่ความมืดมิด"ถึงแล้ว... ลืมตาได้"เมื่อเปลือกตาบางค่อยๆ เปิดขึ้น... ภาพเบื้องหน้าก็ทำเอามู่หลานต้องกลั้นหายใจเฮือกใหญ่ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลน!เบื้องล่างของหุบเขาลึกที่โอบล้อมด้วยขุนเขา... ถูกปกคลุมไปด้วย 'ทุ่งดอกไม้เรืองแสง' นับล้านดอก!กลีบดอกสีฟ้าครามและสีม่วงอ่อน เปล่งแสงนวลตาเรืองรองแข่งกับแสงจันทร์ ราวกับดวงดาวที่ตกลงมาเกลื่อนพื้นดิน ผสมผสานกับแสงระยิบระยับของฝูงหิ่งห้อยที่บินว่อนไปมาเหนือยอดหญ้า ราวกับละอองเวทมนตร์
Read more

บทที่ 36 ความแค้นจึงฝังรากลึกยากจะถอน

บทที่ 36ท่ามกลางรัตติกาลอันเงียบสงัด...การเดินทางกลับจวนอ๋องได้สิ้นสุดลงแล้ว ทว่า... พายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำอยู่ในหัวใจดวงน้อยของ มู่หลาน กลับไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงเลยแม้แต่น้อยทันทีที่กีบม้าหยุดกึกหน้าเรือนพัก...นางก็รีบดีดตัวลงจากหลังม้าราวกับต้องของร้อน! ผละออกจากอ้อมกอดแกร่งและไออุ่นจากแผ่นอกที่แนบชิดมาตลอดทางอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบแม้สายลมยามดึกจะพัดผ่านมาจนหนาวเหน็บเพียงใด... แต่ใบหน้าสวยหวานของนางกลับร้อนผ่าวราวกับคนจับไข้สูง!ความเย่อหยิ่งเย็นชาและมาดนางพญาที่เคยใช้เป็นเกราะป้องกันหัวใจ... บัดนี้ได้พังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี เหลือทิ้งไว้เพียงดวงหน้าแดงซ่านที่ลามไล่ไปจนถึงใบหูและลำคอระหงนางก้มหน้างุดมองปลายเท้าตัวเอง พยายามซ่อนความขัดเขินจากสายตาอยากรู้อยากเห็นของบ่าวไพร่ และที่สำคัญที่สุด... หลบเลี่ยงสายตาคมกริบของคนร่างสูงบนหลังม้า ที่นางรู้ดีว่าเขากำลังจ้องมองนางอยู่ด้วยแววตาเป็นประกายวิบวับ!"ขะ... ข้าขอตัวกลับเรือนไปพักผ่อนก่อนนะเจ้าคะ!"นางรีบเอ่ยบอกเสียงรัวเร็วลิ้นแทบพันกัน โดยไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปสบตา ก่อนจะเตรียมสับเท้าใส่ 'เกียร์หมา' วิ่งหนีเข้าเรือนตัวเองให้เร
Read more

บทที่ 37 หญ้าเกล็ดมังกร

บทที่ 37ยามบ่ายแก่ๆ ที่แดดร่มลมตก... มู่หลาน อาศัยจังหวะที่ท่านอ๋องกำลังยุ่งอยู่กับกองเอกสารราชการ ปลีกตัวแอบหนีออกจากจวนอ๋อง เพื่อมารวมตัวกับ 'แก๊งชะนีหลงยุค' ที่ร้านขายผ้าอันดับหนึ่งของ หลินเวย เหมือนเช่นเคยภายในห้องรับรองระดับวีไอพีที่ถูกปิดมิดชิดเพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุดกลิ่นหอมกรุ่นของชามะลิชั้นดีลอยอบอวล ผสมปนเปไปกับเสียงบ่นกระปอดกระแปดของ เยว่ซิน ที่กำลังถือต้นสมุนไพรหน้าตาประหลาดหมุนไปหมุนมา"โอ๊ย... หงุดหงิดชะมัด! สมุนไพรยุคนี้มันเลิศเลอเพอร์เฟกต์มากนะ สรรพคุณแน่นปึ้ก แต่เครื่องมือสกัดยานี่สิ... เฮ้อ! อยากได้เครื่องปั่นเหวี่ยงสาร หรือไม่ก็ตู้อบแห้งสักเครื่องจัง"เยว่ซินวางต้นหญ้าลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอมกึ่งขัดใจ "ถ้ามีอุปกรณ์ครบนะ ฉันมั่นใจว่าจะสกัดยาตัวใหม่ๆ ได้เพียบเลย"คำบ่นเรื่องการปรุงยาของเพื่อนสาว ทำให้มู่หลานที่นั่งจิบชาอยู่เงียบๆ ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้...จริงสิ... ยัยพิมพ์เป็นถึงหมอ แถมยังบ้าวิจัยสมุนไพรเข้าเส้น... ไม่แน่ว่านางอาจจะรู้วิธีแก้ยานั่นก็ได้!มู่หลานวางถ้วยชาลง ตัดสินใจเอ่ยขอความช่วยเหลือ เพราะนางรู้ดีว่าการจะไปตามหา 'หมอเทวดา' ในตำนานที่ท่านอ๋องส่งคนอ
Read more

บทที่ 38 หนทางสู่ 'ป่าพิษ'

บทที่ 38บรรยากาศมื้อค่ำในเรือนใหญ่ดำเนินไปอย่างเงียบสงบ... เทียนไขในโคมส่องสว่างกระทบจานอาหารรสเลิศ แต่มู่หลานกลับเอาแต่เขี่ยข้าวในชามไปมา นางลอบมองหน้าชายคนรักที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สมองตีกันวุ่นวายราวกับสนามรบจะพูดยังไงดีนะ? เรื่องสมุนไพรในป่าพิษ...ถ้าพูดตรงๆ ... จอมเผด็จการอย่างเขาต้องสั่งห้ามเด็ดขาดแน่นอน แต่ถ้าไม่พูดแล้วแอบหนีไปเอง... กลับมามีหวังโดนเขาจับล่ามโซ่ขังลืมแน่ๆเอาวะ! เป็นไงเป็นกัน... ลองใช้ 'ไม้ตาย' ดูก่อนแล้วกัน!นางสูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้ดูน่ารักน่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้ วางตะเกียบลง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดัดให้หวานหยดย้อยราวน้ำผึ้งเดือนห้า“พี่เจี๋ยเจ้าคะ... พี่เจี๋ยเจ้าขา...”นางกะพริบตาปริบๆ ส่งสายตาเว้าวอนไปให้... เพราะรู้ดีว่าเวลาอยู่กันสองต่อสอง เขาแพ้ทางคำเรียกขานนี้ที่สุดจวิ้นเจี๋ยชะงักตะเกียบที่กำลังคีบผักทันที... เขาเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยสายตารู้ทัน มุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อยเรียกเสียงหวานเลี่ยนจนมดขึ้นขนาดนี้... แปลว่านางต้องการอะไรบางอย่างแน่ๆ“หยุด...”เขาเอ่ยเสียงเรียบ ดักคอทันควันโดยที่นางยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากขอ“ไม่ต้องมาทำเสียงอ้อนเหมือน 'แ
Read more

บทที่ 39 นางคือ 'คู่คิดคู่กาย' ที่สวรรค์ประทาน

บทที่ 39ยามบ่ายคล้อย...แสงแดดรำไรลอดผ่านกิ่งไม้ใหญ่ลงมากระทบผิวน้ำในลำธารที่เป็นประกายระยิบระยับ ขบวนเดินทางสั่งหยุดพักที่ริมลำธารใสสะอาดเพื่อให้คนและม้าได้ดื่มน้ำและผ่อนคลายอิริยาบถจากการเดินทางไกลมู่หลาน ไม่รอช้าที่จะใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ นางรีบกางแผนที่หนังแกะแผ่นใหญ่ที่ อ๋องจวิ้นเจี๋ย มอบให้ลงบนโขดหินเรียบ โดยมี พระชายาเยว่ซิน ชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยความสนใจ“ต้องขอบคุณเส้นสายของพี่เจี๋ยจริงๆ ที่ไปขุดเอาแผนที่ความละเอียดสูง แบบนี้มาได้...”มู่หลานไล่นิ้วเรียวไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยวในแผนที่ซึ่งระบุรายละเอียดภูมิประเทศไว้อย่างถี่ยิบ“ตามพิกัดที่เธอบอก... เจ้าหญ้าเกล็ดมังกรนั่น มักจะขึ้นอยู่ตามหน้าผาสูงชันที่มีความชื้นสูงและมีไอพิษลอยผ่านสินะ?”เยว่ซินพยักหน้าหงึกหงักพลางเคี้ยวขนมตุ้ยๆ “ใช่แล้ว! ...มันเป็นพืชสายมาโซคิสม์ ชอบขึ้นในที่อันตรายๆ ที่คนปกติเขาไม่ไปกันนั่นแหละ”“หึ... ก็กะไว้แล้วเชียว”มู่หลานกระตุกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย นางตบเป้สัมภาระใบเก่งของตัวเองเบาๆ“ฉันเลยเตรียม 'เชือกปีนเขาเกรด A' ที่ถักเองกับมือมาเพียบ รับรองว่าเหนียวทนทาน ต่อให้ผาสูงแค่ไหนก็ปีนสบายหายห่วง!”เ
Read more

บทที่ 40 นางเปรียบเสมือน 'ตำราสวรรค์ที่ไร้อักษร'

บทที่ 40ขบวนเดินทางค่อยๆ เคลื่อนตัวลึกเข้าไปในป่าพิษด้วยความระมัดระวังสูงสุด...บรรยากาศรอบกายเงียบสงัดจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนใบไม้แห้งและเสียงลมหายใจภายใต้หน้ากากกันพิษ เหล่าองครักษ์และผู้ติดตามต่างกระชับอาวุธในมือแน่น สายตาสอดส่ายไปรอบทิศราวกับเหยี่ยว เพื่อระวังภัยที่อาจพุ่งออกมาจากความมืดได้ทุกเมื่อทว่า... รั้งท้ายขบวนนั้น พระชายาเยว่ซิน กลับดูเพลิดเพลินเจริญใจผิดมนุษย์มนา!นางเดินรั้งท้ายสุด มักจะแวะหยุดก้มๆ เงยๆ อยู่ตามพุ่มไม้สีประหลาด เพื่อเก็บตัวอย่างสมุนไพรหน้าตาพิสดารที่ขึ้นอยู่ดาษดื่นตลอดสองข้างทาง ราวกับเด็กที่มาเดินทัศนศึกษาในสวนพฤกษศาสตร์“โห... นี่มันเฟิร์นยุคดึกดำบรรพ์นี่นา! สปอร์สีน้ำเงินด้วย!”“เยว่ซิน! ...ใช้ไม้เขี่ยดูก่อนจะยื่นมือลงไปนะ!”มู่หลานที่เดินนำอยู่หน้าสุด หันขวับกลับมาตะโกนเตือนเสียงเขียวด้วยความเป็นห่วง“ระวังงูเงี้ยวเขี้ยวขอจะฉกเอา!”และวาจานั้นก็ศักดิ์สิทธิ์ราวกับตาเห็น...ทันทีที่ อ๋องจวิ้นอวี้ (ผู้คอยเดินประกบภรรยาไม่ห่าง) ใช้ปลายดาบที่ยังอยู่ในฝัก ยื่นออกไปเขี่ยพุ่มหญ้าหนาทึบสีม่วงคล้ำที่เยว่ซินกำลังจะเอื้อมมือลงไปเก็บตัวอย่าง...
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status