ที่สำคัญไปกว่านั้น นางยังไม่เคยเห็นสตรีที่แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นเขามาก่อน อีกทั้งคนที่ทำเป็นมองไม่เห็นเขา ก็คือสตรีที่เขาเหลือบมองอยู่บ่อยครั้ง ราวกับเขากำลังหาโอกาสเข้าไปสนทนากับอีกฝ่ายขณะแต่ละตระกูลเข้าไปแสดงความยินดีต่อใต้เท้าเสิ่น รั่วเซวียนก็ขยับถอยออกมาเพราะเหนื่อยจะปั้นสีหน้า นางไม่ได้อยากมางานเลี้ยงนี้ รู้ดีว่านี่เป็นงานเลี้ยงที่แต่ละตระกูลจะมาแนะนำตัวกับเจ้าเมืองคนใหม่สิ่งที่ทำให้นางเบื่อหน่ายก็คือสายตาของทุกๆ คน สายตาของตระกูลคหบดีต่างๆ บางคนมองมาแล้วหลบตา บางคนถึงกับไม่เกรงใจที่จะกล่าวกระทบกระเทียบ นางพยายามใจเย็นอย่างถึงที่สุด ไม่อยากก่อเรื่อง อยากอยู่เงียบๆ แต่ดูเหมือนคนที่นี่จะไม่ยอมปล่อยนางไปโดยง่าย“ตอนนี้สีหน้าของเจ้าคล้ายตอนที่เจ้ากำลังจะพุ่งเข้าไปจัดการเซี่ยอี้วันนั้นไม่ผิด”“ตอนนั้นท่านหันหลังจะรู้ได้อย่างไรว่าข้ามีสีหน้าอย่างไร” รั่วเซวียนยกจานของว่างขึ้นมา หยิบขนมเปี๊ยะขึ้นมากัด ...รสชาติไม่เลวจวินซีหลิวหัวเราะมองตามสายตาของนาง “เจ้ามองอะไรอยู่”“กลุ่มคนที่กำลังสวมหน้ากากเข้าหากัน ...ท่านขยับไปหน่อยอย่าเข้ามาอยู่ใกล้ข้านัก รังเกียจที่ข้าชื่อเสียงฉาวโฉ่ไม่พอหรือ
Read more