“ได้ยินมาว่าเจ้าออกไปเดินเที่ยวตั้งแต่ฟ้าสาง...” รั่วเฟิงเดินเข้ามาหา คิ้วของเขาเลิกขึ้นเมื่อเห็นนางแต่งตัวด้วยชุดของบุรุษ “เจ้า...ท่านแม่รู้หรือไม่ว่าเจ้าแต่งตัวเช่นนี้”“รู้สิ ข้าไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง แต่งตัวเป็นบุรุษออกไปเดินตลาดดีกว่าเป็นคุณหนูสี่ผู้ชื่อเสียงฉาวโฉ่ตั้งเยอะ ไปแบบนี้ไม่มีใครสังเกตเห็นด้วยซ้ำ”รั่วเฟิงเปลี่ยนสีหน้า คิ้วของเขามุ่นลงดวงตาฉายแววจริงจัง “ฉาวโฉ่อะไรกัน เหตุใดต้องเหยียบย่ำตัวเองถึงเพียงนั้น เจ้าทำเพื่อคนตระกูลรั่วท่านพ่อรู้ ท่านแม่รู้ พวกเรารู้ ผู้ใดกล้าพูดมากข้าจะจัดการมันผู้นั้นเสีย”รั่วเซวียนหัวเราะ “ช่างเถิด ข้าไม่ได้อ่อนแอจนต้องให้ผู้ใดมาปกป้อง ใครอยากพูดก็พูดไป ต่อปากต่อคำไปก็เท่านั้น ข้ามีเรื่องสงสัยอยากถามท่าน”“ว่ามาสิ”“ท่านกำลังจะไปที่เรือนของข้ากระมัง” เห็นเขาหอบม้วนหนังสือกับชุดพู่กัน นางก็รู้ว่าบ่ายนี้รั่วเฟิงจะไปสอนน้องสาวของนางอ่านเขียน“ใช่ นี่ข้าหยิบมาเผื่อเจ้า” เขาส่งปรัชญาม้วนหนึ่งให้นาง เป็นปรัชญาของชนชั้นสูงกล่าวถึงคุณธรรมในการปกครอง “ไว้อ่านเล่น”“อ่านเล่น!” นางถลึงตาให้เขา “ใครเขาอ่านหนังสือพวกนี้เล่นๆ กัน” ถึงบอกแบบนั้นก็ยังรับไปถ
Mehr lesen