สายลมโหมกระโชก พายุพัดซัดกระหน่ำ กลางดึกอันเงียบงันอยู่ๆ ก็เกิดพายุฝนโหมรุนแรง เมืองลั่วหยางอันสงบสุขคืนนี้กลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความหวาดกลัว ฝนเทลงมาหลังสายลมกระโชกเสียงหยาดฝนกระทบหลังคาดังสลับกับเสียงอสุนีบาต แสงวับวาบทำให้มองเห็นท้องฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยกลุ่มเมฆดำทะมึนดูคล้ายปิศาจแห่งรัตติกาล เสียงอสุนีบาตดังสนั่นติดต่อกันราวกับท้องฟ้ากำลังจะถล่มลงมาในไม่ช้า พร้อมกันนั้นก็มีครืนๆ ดังขึ้นเป็นระลอกสะท้อนไปมาทุกด้านท่ามกลางความน่าหวาดหวั่น กลับมีเงาร่างของสตรีนางหนึ่งสวมชุดสีขาวเปียกโชก นางเดินเท้าเปล่ามากับแสงวับวาบสาดประกายของแสงอสุนีบาต กระทั่งหยุดลงยังหน้าจวนที่แขวนแถบผ้าสีขาวเป็นสัญลักษณ์ของการไว้ทุกข์ สตรีนางนั้นเดินเข้าไปด้วยท่าทีเหม่อลอยยามเฝ้าประตูที่แอบงีบหลับลืมตาขึ้นมาเห็น เขาเบิกตาอ้าปากค้างด้วยความหวาดกลัว แหกปากตะโกนขึ้นมาสุดเสียง“ผีหลอก!!!”สตรีนางนั้นไม่ได้หยุด ไม่สนใจเสียงแหกปากด้วยความหวาดกลัวนั้น นางเพียงเดินไปยังโถงของจวน โถงกว้างมีโลงศพตั้งอยู่ รอบๆ ร้างไร้ซึ่งผู้คน ไม่มีคนเฝ้า ไม่มีสาวใช้คอยต้อนรับ ไม่มีใครเลยที่ยอมเสียเวลาไว้ทุกข์ส่งคนตายสู่ปรโลกช่างน่าเศร้
Read more