All Chapters of ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน : Chapter 31 - Chapter 40

99 Chapters

กลับเมืองหลวง

“คุณชายจางถือได้ว่าเป็นคนมีน้ำใจทีเดียว แต่ถ้าหากท่านพี่ถามถึงเรื่องอื่นข้าขอพูดไว้ตรงนี้เลยนะเจ้าคะ ข้าไม่ได้คิดอันใดกับคุณชายจางมากเกินกว่าแขกที่มาเยี่ยมเยียนเท่านั้น”“ถึงแม้ว่าเขาจะชอบพอเจ้าอย่างนั้นหรือ”“เขาน่ะหรือชอบข้า เป็นไปไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ” “ถ้าคุณชายจางชอบเจ้าจริง เจ้าจะยินดีไปเป็น ฮูหยินของเขาหรือไม่” เจิ้งกงถามหยั่งเชิง“คู่หมั้นของข้าเพิ่งตายไป ท่านจะให้ข้าออกเรือนไปกับบุรุษอื่นแล้วหรือ”“เจ้าอย่าได้เข้าใจเขาผิด ข้าเพียงถามดูก็เท่านั้น อีกอย่างใช่ว่าเจ้าจะไม่ต้องแต่งงานเสียหน่อย ถึงยังไงสักวันหนึ่งเจ้าก็ต้องแต่งไปเป็นภรรยาของบุรุษใดสักคนอยู่ดี”“ตัวข้าทั้งเคยหย่าร้าง มิหนำซ้ำคู่หมั้นก็ยังมาถูกฆ่าอีกยังจะมีบุรุษใดอยากได้ข้าไปเป็นฮูหยินอีกหรือเจ้าคะ”“น้องหญิง เจ้าไม่รู้อะไร ชาติตระกูลสำคัญกว่าสิ่งใดทั้งนั้น ตัวเจ้านั้นมีครบทุกอย่าง คุณชายหลายคนย่อมอยากได้เจ้าเป็นฮูหยินอยู่แล้ว”“งั้นหรือเจ้าคะ”“อันที่จริงคุณชายจางได้บอกกับข้าว่าเขาพึงใจเจ้า หากเจ้าไม่คัดค้านอันใดเขาจะให้แม่สื่อมาสู่ขอ เจ้าคิดเห็นเช่นไร”“แทนที่ท่านพี่จะมาถามความเห็นข้า มิสู้ไปถามท่า
Read more

อย่าคิดว่าข้าไม่รู้

ทันทีที่กลับมาถึงจวนลี่ถิงรีบเดินตรงดิ่งไปที่เรือนใหญ่ด้วยใจร้อนรุ่ม“รายงานท่านแม่ทัพให้ข้าที”“ท่านใหม่ทัพ แม่นางลี่ถิงขอพบเจ้าค่ะ”“ให้นางเข้ามา”ร่างบางเดินเข้ามาข้างในแต่ไม่ได้ปริปากพูดอันใด เขาจึงได้เอ่ยปากถามออกไป“เจ้ามีอะไรก็ว่ามาเถิด ข้ายังมีงานต้องทำ”“ท่านไม่ทัพ ท่านคิดจะให้ข้าอยู่ที่นี่ในฐานะใดหรือเจ้าคะ นี่ก็ปีเศษแล้วที่ข้าอยู่ที่นี่โดยไร้ซึ่งฐานะใด ตอนนี้ลี่เอินของพวกเราเริ่มโตแล้วด้วย หากนางโตขึ้นนางจะต้องลำบากแน่” ร่ำไห้บอก“ก่อนที่ข้าจะพาเจ้ากลับจวน เจ้าจำคำที่ข้าเคยบอกไม่ได้หรือ”หญิงสาวชะงักงัน แล้วใช้มือปาดน้ำตาออกจากแก้มทั้งสองข้าง“ท่านบอกข้าว่าท่านจะดูแลข้าให้ดีที่สุด”“แล้วตอนนี้ข้าดูแลเจ้าไม่ดีอย่างนั้นหรือ”“…”“ในเมื่อเจ้ากล้าถาม ข้าก็กล้าตอบ ข้าไม่เคยคิดที่จะยกเจ้าเป็นฮูหยินหรือแม้แต่เป็นอนุภรรยา”“ท่านพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไงกัน ที่ผ่านมาท่านเห็นเรื่องของพวกเราเป็นอะไรหรือเจ้าคะ”“ระหว่างเราไม่ได้มีอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือตอนนี้ ข้าไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับเจ้า เจ้าล้วนรู้อยู่เต็มอกที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้เป็นเพราะใคร”“ท่านแม่ทัพจะโยนความผิดให้ข้าอย่างน
Read more

ต้องการพูดบางอย่าง

หลังจากตะวันตกดิน เขาได้ลอบเข้าพบเจิ้งกั๋วกงเป็นการส่วนตัว แม้บุรุษวัยชราจะไม่ค่อยชอบพอเขาเท่าใดนัก แต่เพราะมีเรื่องบางอย่างที่ต้องร่วมมือกันจึงจำใจต้องสงบศึกเป็นการชั่วคราว“เจ้าคงรู้เรื่องที่หลานสาวข้าจะหมั้นหมายกับจางหมิ่นแล้วถึงได้รีบมาหาข้าค่ำมืดเช่นนี้”“ว่ามาเถิดขอรับ ว่าจะให้ข้าช่วยอะไร” เขาไม่ได้สนใจคำพูดนี้ของบุรุษวัยชราสักนิด แต่ถามเข้าเรื่องแทน“เจ้าได้หลักฐานอะไรมาบ้าง”“นักฆ่าที่ส่งไปปลิดชีพคุณชายลู่ ล้วนถูกฆ่าตายไปเกือบหมด แต่โชคดีที่ข้าช่วยชีวิตหนึ่งในนักฆ่าพวกนั้นได้ทันจึงได้เค้นเอาคำตอบ เป็นจางหมิ่นที่บงการอยู่เบื้องหลัง”“ข้าคิดไว้ไม่มีผิด”“ในเมื่อรู้แล้วก็อยู่ที่ท่านกั๋วกงแล้วว่าจะจัดการคนพวกนั้นเช่นไร”“ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต จางหมิ่นผู้นี้ถึงกับกล้าสั่งคนไปฆ่าหลานเขยของข้า ข้าไม่ปล่อยมันไว้แน่”“แล้วทีข้าล่ะขอรับ ข้าก็เคยเป็นหลานเขยของท่านมิใช่หรือ แล้วเหตุใดจึงได้บีบบังคับข้านัก” เขาอดรู้สึกน้อยใจไม่ได้จึงได้เอ่ยเช่นนี้ออกไป คนที่ส่งจดหมายมาตั้งแต่ที่เขายังไม่ทันได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงก็คือเจิ้งกั๋วกง พอเขาเดินทางถึงจวนได้ไม่นานคนผู้นี้ก็ส่งจดหมายมาอีก ในเน
Read more

กำจัด

เถียนไฉ่หงเริ่มไม่อยู่นิ่ง นางพยายามที่จะทวงคืนอำนาจในจวนของตัวเองกลับคืนมมา ขณะเดียวกับที่ลี่ถิงเริ่มหมดอาลัยตายอยาก สิ่งที่นางปรารถนาคงไม่อาจเป็นจริงได้อีกครั้นมองไปที่ใบหน้ากลม ๆ ของลูกสาวที่บัดนี้เริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นแทนที่คนเป็นแม่อย่างนางจะรู้สึกมีความสุข ทว่ากลับรู้สึกโกรธเคืองที่เด็กคนนี้เป็นตัวถ่วงในชีวิตนาง มิหนำซ้ำยิ่งนางโตขึ้นใบหน้ายิ่งคล้ายบิดาจนพาลให้นางไม่อยากมองหน้าเมื่อรู้ว่าท่านแม่ทัพหลิงรู้ความลับทุกอย่างที่นางได้ปิดบังเอาไว้ ตอนนี้นางไม่กล้าสู้หน้าเขาด้วยซ้ำจึงได้แต่หลบหน้าอยู่ที่เรือนรับรองแห่งนี้ไม่ยอมออกไปที่ใด อีกทั้งไม่อาจทนอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้ ขณะที่กำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้นมารดาท่านแม่ทัพได้เข้ามาหานางถึงที่เรือน“หลิงเหยียนเล่าเรื่องทุกอย่างให้ข้าฟังหมดแล้ว เจ้ายังมีอะไรคิดแก้ตัวรึไม่”“ที่ข้าทำทุกอย่างลงไปเป็นเพราะว่าข้ารักท่านแม่ทัพ ข้าผิดหรือที่อยากอยู่เคียงคู่บุรุษที่ข้ารัก”“รักงั้นรึ ข้าว่าเจ้าเห็นแก่ตัวมากกว่า รู้ทั้งรู้ว่าลูกชายข้ามีฮูหยินเอกอยู่ก่อนแล้ว แต่ยังคิดที่จะปีนเตียงคนอื่นไม่มีสตรีดี ๆ ที่ไหนกระทำตัวแบบนี้ให้วงศ์ตระกูลต้องอับอาย”“ตอนนั้นข้
Read more

จุดจบน่าสังเวช

“เจ้า...คิดจะทำอะไรงั้นรึ”“ในเมื่อนางทำร้ายข้าก่อน ข้าจะตอบแทนนางกลับคืนอย่างสาสม” บอกแต่เพียงเท่านี้ไม่นานนักเหอเฟยซินก็ได้ยินว่าคนจากเรือนอวี้อวิ่นล้มป่วยลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ อาการของนางเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งสิ้นใจตายลงทั้งเจ้านายและสาวใช้คนสนิท ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ลี่ถิงขอย้ายออกจากสกุลหลิง“ข้าฝากท่านดูแลนางด้วยนะเจ้าคะ หากนางถามถึงมารดาอย่างข้า ให้บอกนางไปว่าข้าตายแล้ว”“ทำไมเจ้าถึงได้ใจร้ายนัก นางเป็นลูกของเจ้าแท้ ๆ” เหอเฟยซิยเอ่ย ขณะอุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมกอด“บอกว่าข้าตายไปแล้ว คงดีกว่าถ้าจะบอกว่าข้าเกลียดนาง ท่านว่าหรือไม่” บอกด้วยรอยยิ้มเย็น ลี่ถิงมองหน้าลูกสาวตัวน้อยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะจากไป“เอาเงินนี่ไป หากเจ้าลำบากให้คนส่งจดหมายมาบอกข้า ข้าย่อมต้องช่วยเหลือเจ้าแน่” บอกพลางยื่นถุงเงินให้นาง“ทั้งที่ข้าทำให้ครอบครัวของท่านแม่ทัพแตกแยก แล้วทำไมท่านถึงได้เมตตาต่อข้าเช่นนี้” ลี่ถิงอดซาบซึ้งกับความมีเมตตาของสตรีตรงหน้าไม่ได้“เรื่องทุกอย่างกลายเป็นอดีตไปแล้ว ไม่อาจหวนคืนได้อีก ที่เจ้าไร้ญาติขาดมิตรเป็นเพราะบิดาของสละชีวิตเพื่อช่วยลูกชายข้า เรื่องแค่นี้ถือว่าเล็กน
Read more

เรื่องที่ไม่เคยบอก

ด้วยความดื้อด้านของแม่ทัพหนุ่มที่ไม่อาจปล่อยนางไปได้เป็นครั้งที่สามจึงได้ถือวิสาสะเข้าสวมกอดนางเอาไว้จากด้านหลัง“ท่านปล่อยข้า” อวี้เหม่ยพยายามขัดขืนจนสุดกำลัง แต่ไร้ผลเพราะนอกจากนางจะไม่สามารถหลุดพ้นจากอ้อมกอดของเขาแล้ว กลับถูกกอดแนบแน่นมากขึ้นกว่าเดิม“ข้ารู้ว่าสิ่งที่ข้าเคยทำต่อเจ้านั้นยากเกินกว่าที่เจ้าจะให้อภัย”“…”“ข้าไม่ได้คาดหวังว่าเจ้าจะให้อภัยข้า แต่ช่วยฟังสิ่งที่ข้าจะพูดต่อไปนี้ได้หรือไม่ หากข้าพูดจบแล้วข้าจะไม่รั้งเจ้าไว้อีก”“พูดมาสิเจ้าคะ”“ข้าไม่เคยเปลี่ยนไป ไม่ว่าตอนนี้หรือในอดีตข้ายังเป็นพี่หลิงเหยียนของเจ้าไม่เคยเปลี่ยน”“ถ้าท่านจะพูดเรื่องนี้ก็พอเถิดเจ้าค่ะ ท่านน่ะหรือไม่ได้เปลี่ยนไป ตัวข้าย่อมรู้ดีอยู่เต็มอก” นางบอกเขาด้วยเสียงแข็งกร้าว ตั้งแต่เขากลับมาจากสนามรบจากที่ไม่เคยเย็นชาใส่นางสักครั้ง แต่กลับมาหนนี้เขากลับทำราวกับว่าไม่เคยรู้สึกอันใดต่อนางแม้เพียงนิด แล้วเขายังกล้ามาพูดจาเช่นนี้อีกหรือ“มีเหตุผลเพียงข้อเดียวที่ทำให้ข้าต้องทำเช่นนั้น เหตุผลนั้นก็คือเจ้า”“…”“เจ้าเคยบอกเอาไว้มิใช่หรือ ว่าอยากมีลูกสักหลายคนหน่อย แต่ข้าในตอนนั้นไม่อาจมีลูกได้แล้วข้าจะกล้าพูด
Read more

ตอนจบ

“ข้าผิดหวังกับท่านนัก ที่ผ่านมาข้านึกว่าท่านยินดีกับงานแต่งงานของข้ากับท่านแม่ทัพหลิงเสียอีก แต่ดูเหมือนว่า ข้าจะคิดผิดมหันต์ ข้าขอบอกท่านให้ว่าถ้าหากข้าจะแต่งงานกับใครสักคน มิใช่เพราะว่าเขามาจากตระกูลสูงศักดิ์หรือใหญ่คับฟ้ามาจากที่ใด แต่เป็นเพราะว่าข้ารักบุรุษผู้นั้น หากไร้ซึ่งความรู้สึกพวกนั้นแล้ว ข้าขอครองตัวอยู่คนเดียวทั้งชีวิต”พูดเพียงแค่นี้แล้วเดินกลับเรือนนอนของตัวเองไป เพื่อทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมาเขาคงรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยที่ถูกท่านตาบีบคั้นให้ทำในสิ่งที่ตนไม่อยากทำคิดได้ดังนั้นนางถึงได้รู้สึกเห็นใจเขาขึ้นมา แต่ยังไม่คลายความโกรธเคืองเมื่อครั้งอดีตที่เขาเคยทำกับนางหนึ่งปีผ่านไปแม่ทัพหนุ่มกลายเป็นบิดาเต็มตัว ทุกครั้งที่มีเวลาว่างเขามักพาลี่เอินออกมาเดินเล่นที่นอกจวนอยู่เสมอจนตอนนี้นางอายุได้สองขวบ แต่ยังไม่เคยพูดจาออกมาสักคำ แม้เขาจะให้ท่านหมอมาตรวจดูแต่เหมือนจะไม่มีประโยชน์นับตั้งแต่บอกเรื่องนั้นกับหลิวอวี้เหม่ย เขาไม่ได้ไปมาหาสู่ให้นางได้เห็นหน้าเขาบ่อยนักด้วยเกรงว่านางอาจถูกเจิ้งกั๋วกงเร่งให้ออกเรือน จึงทำได้เพียงคอยดูแลนางอยู่ห่าง ๆ“ลี่เอิน เจ้าเห็นรองเท้าคู่นั้น
Read more

เจ้าสาวทั้งสอง

เรื่อง ไม่มีอีกแล้วสตรีที่รักท่าน (เนื่องจากเป็นเรื่องสั้น ไรท์เลยจะอัปต่อจากนิยายเรื่องใบหย่านี้มอบแด่ท่าน)คำโปรยเพื่อเขาแล้วนางยอมละทิ้งทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งชีวิตตัวเอง เขาแต่งอนุเข้าจวนเรื่องนี้นางไม่เคยขัดข้อง มิหนำซ้ำยังยินดีที่เขามีสตรีเคียงข้างเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง ทว่าผู้ใดเล่าจะรู้ว่าวันที่นางตายร่างอันไร้วิญญาณของนางยังไม่ทันถูกดินกลบเสียด้วยซ้ำ เขากลับยกอนุผู้นั้นขึ้นเป็นฮูหยินเอกแทนนาง ครั้นนางได้มีโอกาสได้ย้อนเวลากลับมาอีกครั้งถึงได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าความรักที่มอบให้สามีไร้ใจเช่นเขาช่างโง่งมนัก เพราะเขาไม่มีวันรักนางตอบ พอกันทีกับการทุ่มเททั้งกายใจเพื่อบุรุษเช่นนั้น ต่อแต่นี้ไม่มีอีกแล้วสตรีที่รักท่าน ***** ท่านโหวหนุ่มขี่ม้านำขบวนเกี้ยวเจ้าสาวมาที่จวนของตน ทว่าแทนที่ใบหน้าของเขาจะแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มยินดีที่ได้ออกเรือนกับสตรีคู่หมั้นหลังจากได้หมั้นหมายกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ ใบหน้าเจ้าบ่าวกลับเรียบเฉยราวกับถูกบังคับก็มิปาน ครั้นเดินทางมาถึงหยางเฟยหลงได้ลงจากหลังม้าแล้วอุ้มเจ้าสาวผ่านพ้นประตูจวนตาม
Read more

ฮูหยินสกุลหยาง

หลังจากคืนเข้าหอคืนนั้นหยางเฟยหลงยังไม่เคยไปร่วมหลับนอนกับพวกนางทั้งสองคนร่วมเดือนเศษ ด้วยภาระงานที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อนราวกับต้องการจะทดสอบความสามารถของเขาในตำแหน่งเฉิงหยางโหวที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งเมื่อครึ่งปีก่อน เดิมทีตระกูลหยางไม่ได้เป็นจุดสนใจของขุนนางตระกูลอื่นสักเท่าใดนัก เหตุเพราะบิดาผู้ล่วงลับของเขาเป็นเพียงอาจารย์สอนเหล่าบัณฑิตในสถาบันเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเมืองหลวง ผิดกับบรรพบุรุษของสกุลหยางที่ล้วนแต่เป็นแม่ทัพทั้งสิ้น พวกเขาต่างสิ้นชีพในสนามรบทำให้ตระกูลหยางทั้งตระกูลเหลือเพียงบิดาของเขาที่ตอนนั้นยังเด็กมาก พอเติบใหญ่ขึ้นหยางซีซวนเลือกเดินคนละเส้นทางกับบรรพบุรุษของตนทำให้บทบาทในราชสำนักของสกุลหยางสิ้นสุดลงนับตั้งแต่นั้นมา ทุกครั้งที่ท่านย่าเล่าเรื่องราวของท่านปู่ให้เขาฟังก่อนที่ท่านจะจากไปด้วยโรควัยชราทำให้หยางเฟยหลงคิดอยากเดินตามรอยของท่านปู่ แต่การจะเข้ามาเป็นแม่ทัพไม่ใช่เรื่องง่ายมิหนำซ้ำทั้งบิดาและมารดาของเขาไม่สนับสนุนเพราะกลัวว่าเขาจะตายในสนามรบไปอีกคน จนกระทั่งเมื่อหลายปีก่อนบิดาและมารดาได้เสียชีวิตลงเพราะโรคระบาดเขาถึงได้คิดกลับมาทำตามความฝันของต
Read more

เดิมทีตำแหน่งนี้ไม่ใช่ของนาง

คราแรกที่เขาบอกนางว่าจะรับอนุเข้าจวนเรื่องนี้นางไม่เคยขัดข้อง มิหนำซ้ำยังยินดีที่เขามีสตรีเคียงข้างเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง แล้วเหตุไฉนตอนนี้นางกลับไม่ได้รู้สึกยินดีเหมือนวันวาน เขาไม่ได้รักนางจริง ๆ หรือ ยิ่งคิดยิ่งพาลทำให้สับสัน เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ปี เหตุใดใจเขาถึงได้เปลี่ยนผันรวดเร็วถึงเพียงนี้ สาวใช้รีบคาบข่าวมาบอกจ้าวซูลี่ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่เรือนใหญ่ ใบหน้างามสะคราญยิ้มกว้างขึ้นทันใด เมื่อคิดว่าเจียหรงรู้สึกเช่นไรที่ถูกบุรุษที่ตัวเองรักเอ่ยวาจาเช่นนั้นให้นางได้ยิน "ท่านโหวพูดแบบนี้จริงหรือ" "จริงเจ้าค่ะ ทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างได้ยินกันหมด" "แล้วสีหน้าของสตรีแซ่เจียล่ะ นางคงไม่กล้าออกมาสู้หน้าใครแล้วกระมัง ช่างสะใจนัก!" "เห็นว่านางมีอาการตกใจจนหน้าซีดเผือด อุตส่าห์หมั้นหมายกับท่านโหวมาตั้งนาน แต่ใจของท่านโหวกลับมีแต่ท่านผู้เดียว ยิ่งคิดก็ยิ่งสะใจนะเจ้าคะ" "คนอย่างนางน่ะหรือจะเทียบเคียงข้าได้ รอดูต่อไปเถิดว่าข้าจะทำอะไรนาง" บอกด้วยน้ำเสียงมาดร้าย "อ้อ บ่าวมีอีกเรื่องที่ต้องรายงานท่าน"
Read more
PREV
123456
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status