LOGINทันทีที่เข้าสวมกอดแนบอกแกร่งของผู้เป็นสามี นางรู้ได้ทันทีว่าอ้อมกอดนี้ไม่ใช่ของนางอีกต่อไปแล้ว อ้อมกอดแสนอบอุ่นที่คะนึงหามาเนิ่นนาน ทว่าตอนนี้กลับเย็นเฉียบประหนึ่งแผ่นน้ำแข็งก็มิปาน อีกทั้งสายตาของเขาที่มองมายังเรียบเฉยเสียจนหัวใจของนางเริ่มสั่นคลอน ครั้นมองเห็นสตรีอีกผู้ถึงได้เข้าใจว่าคนที่เขารักไม่ใช่นางเหมือนดั่งเคย นี่น่ะหรือคือผลตอบแทนของนางที่รักมั่นต่อเขาผู้เดียว สุดท้ายถึงได้เข้าใจว่าความรักระหว่างชายหญิงหาได้ยั่งยืนเหมือนดั่งคำพูดแสนหวานที่เขาเคยพร่ำบอก เมื่อเขาไร้ใจมิได้รักใคร่นางเหมือนวันวานคงไม่มีเหตุผลใดที่ต้องฉุดรั้งเขาไว้อีก ไม่มีอีกแล้วหยดน้ำตาและความเสียใจ ต่อแต่นี้นางขอหย่าขาดจากเขา
View Moreท่ามกลางสงครามเขตชายแดนทางทิศใต้ งานแต่งงานระหว่างแม่ทัพหลิงเหยียนกับหลิวอวี้เหม่ยถูกจัดขึ้นด้วยความเรียบง่าย ดวงตะวันยังมิทันคล้อยลงดินและคู่บ่าวสาวยังมิทันได้เข้าห้องหอเสียด้วยซ้ำ แต่ทั้งคู่จำต้องแยกจากกันไกลนับพันลี้
“อวี้เหม่ย จงฟังให้ดีใบหย่านี้ข้ามอบให้เจ้าไว้เผื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด” “ไม่ ข้าไม่ต้องการ” หญิงสาวบอกคนรัก “ออกรบครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะเกิดอันใดขึ้นบ้าง หากข้าโชคร้ายจนมิอาจกลับมาหาเจ้าได้อย่างมีชีวิต อย่างน้อยใบหย่านี้คงช่วยให้เจ้ารอดพ้นจากวิกฤต” “ฮึก” เสียงร่ำไห้ของนางดังขึ้นยามได้ยินคำกล่าวเมื่อครู่ของสามี “อย่าร้องไห้ไปเลย ใช่ว่าข้าจะตายในสนามรบเสียเมื่อไร ข้าแค่พูดเผื่อไว้ก็เท่านั้น” เขาเอ่ยปลอบ พร้อมกับใช้มือขวาเช็ดน้ำตาให้นางด้วยความอ่อนโยน “ท่านสัญญากับข้าได้รึไม่ ว่าท่านจะกลับมาอย่างปลอดภัย” “ข้าสัญญา” “ท่านแม่ทัพ ถึงเวลาออกเดินทางแล้วขอรับ” บ่าวคนสนิทร้องเรียก “แล้วข้าจะรีบกลับมา” เขาบอกสตรีอันเป็นที่รักก่อนจะเดินตามหลังลูกน้องไป กระทั่งเวลาล่วงเลยจวบจนสามปีแต่ยังคงไร้วี่แววของสามีที่ตนรอคอย “ฮูหยิน ทำอะไรอยู่หรือเจ้าคะ” “ข้านั่งอ่านจดหมายของท่านแม่ทัพอยู่น่ะ” “จะว่าไปแล้วนี่ก็หลายเดือนแล้วนะเจ้าคะ ที่ท่านแม่ทัพไม่ได้ส่งจดหมายมา” “ท่านแม่ทัพคงยุ่งวุ่นวายกับการออกรบถึงไม่ได้ส่งจดหมายมาให้ข้า” “สามปีผ่านไปเร็วยิ่งนัก ท่านว่าไหมเจ้าคะ” “สามปีสำหรับคนที่ไม่ต้องรอก็ถือว่าเร็วอย่างที่เจ้าว่า สำหรับข้าแต่ละวันกว่าจะผ่านไปช่างยาวนานนัก” “ฮูหยิน” เพ่ยอิงที่รู้สึกผิดกับคำพูดเมื่อครู่ของตัวเองเอ่ยเรียกเจ้านายเสียงแผ่วเบาราวกับว่าจะปลอบใจ “ข้าได้แต่หวังว่าท่านแม่ทัพจะสบายดี…” ไม่ทันที่สองนายบ่าวจะได้เอ่ยอันใด จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายจากด้านนอกเข้าเสียก่อน “เรียกนางออกมา!” “ท่านแม่ มาหาข้าถึงที่เรือนมีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ” นางเดินออกมาดูก็พบว่าเป็นแม่สามีที่ส่งเสียงเอะอะโวยวายอยู่ที่นี่ “เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ปี แต่เจ้ากลับลืมหน้าที่ของตัวเองไปแล้วรึนี่ เหตุใดถึงไม่มาหาข้าที่เรือน” น้ำเสียงไม่พอใจดังขึ้นทันทียามเห็นหน้าลูกสะใภ้ “ขออภัยเจ้าค่ะ” “ตามข้ามาได้แล้ว!” “ฮูหยิน...” เพ่ยอิงเรียกนายหญิงของตนด้วยนัยน์ตาสั่นไหวเพราะรู้สึกสงสารจับใจ ตั้งแต่แต่งเข้าจวนตระกูลหลิงคุณหนูของนางไม่ได้รับการปฏิบัติเฉกเช่นฮูหยิน แต่กลับถูกแม่สามีโขกสับกลั่นแกล้งสารพัดราวกับว่านางเป็นเพียงทาสในเรือน “เพ่ยอิง เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่” นางหันมาบอกสาวใช้ข้างกาย ก่อนก้าวเดินตามหลังสตรีย่างวัยชราไปยังเรือนใหญ่ เถียนไฉ่หงนั่งลงบนเตียงนอนพร้อมกับใช้หางตามองไปยังลูกสะใภ้ที่บัดนี้กำลังนั่งล้างเท้าให้ตนอยู่เบื้องล่างด้วยท่าทีพึงพอใจเป็นที่สุด นับตั้งแต่แม่ทัพใหญ่หลิงอี้ สามีของนางกับลูกเลี้ยงอย่างหลิงเหยียนไปออกรบ นางได้ถือเอาตัวเองเป็นใหญ่ที่สุด ทุกคนในจวนล้วนต้องฟังคำสั่งนาง ไม่เว้นแม้กระทั่งหลิวอวี้เหม่ยที่เพิ่งแต่งเข้าจวนมายังไม่ถึงค่อนวันดีด้วยซ้ำ “ท่านแม่ ข้าล้างเท้าให้ท่านเสร็จแล้ว เช่นนั้นข้า...” ไม่รอให้สตรีอ่อนวัยเอ่ยจบ นางแกล้งเตะถังน้ำอุ่นที่ตนแช่เท้าอยู่จนน้ำกระเซ็นหกไปทั่ว “โทษที ข้าตกใจเสียงร้องของตุ๊กแก ลำบากเจ้าแล้ว” เถียนไฉ่หงเหยียดยิ้มบอก “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” นางว่า พลางใช้ผ้าเช็ดเท้านำมาเช็ดทำความสะอาดพื้นบริเวณที่เปียกชื้นจนสะอาด “กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ” เป็นเพ่ยอิงที่ถามขึ้น ขณะกำลังยกถังน้ำผ่านหน้าเรือน อวี้เหม่ยเพียงพยักหน้าตอบ “ฮูหยิน มือท่านไปโดนอะไรมาหรือเจ้าคะ!” “ข้าทำน้ำหกน่ะ” “มือท่านถูกน้ำร้อนลวกกลับมาอีกแล้วใช่หรือไม่” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางเห็นเจ้านายของตัวเองเป็นเช่นนี้หลังกลับมาจากเรือนหลักคงอย่างน้อยสามในเจ็ดครั้งกระมังที่เห็นนายหญิงกลับมาในสภาพเช่นนี้ “ฮูหยิน ท่านเข้าไปรอข้างในเรือนนอนก่อนเถิด ประเดี๋ยวบ่าวจะตามเข้าไป” “ขอบใจเจ้ามาก” ม่านโหรวกล่าวขอบคุณสาวใช้เช่นนี้ประจำ เพราะรู้ดีว่าสาวใช้คนสนิทจะไปทำอันใด “บ่าวจะประคบเย็นให้นะเจ้าคะ” เพ่ยอิงกลับมาพร้อมกับถังน้ำเย็นหนึ่งถังและผ้าชุบน้ำหมาด ๆ แล้วบรรจงประคบตรงมือให้คนเป็นเจ้านาย “เรื่องนี้เจ้าอย่าได้บอกผู้ใดเป็นอันขาด โดยเฉพาะท่านแม่” “บ่าวถามจริง ๆ เถิดเจ้าค่ะ เหตุใดท่านถึงยอมให้ฮูหยินรังแกเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนท่านหาได้ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำฝ่ายเดียว”“ถึงอย่างไรเสียนางก็ได้ชื่อว่าเป็นมารดาของสามีข้า แม้จะไม่ใช่มารดาแท้ ๆ ของท่านแม่ทัพก็ตามที” นางยังคงตอบคำถามด้วยถ้อยคำเดิมเหมือนสามปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ฝ่ายเพ่ยอิงไม่ได้ซักไซ้อันใดต่อเพราะรู้เหตุผลที่แท้จริงอยู่แก่ใจ เพราะคำว่ารักคำเดียวทำให้คุณหนูของนางยอมทุกอย่าง
เมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นที่จวนสกุลฟู่ดังเข้าหูชินอ๋อง เขาไม่รีรอที่จะมาหาหญิงสาวถึงที่จวน แม้ว่าจะมีงานมากมายให้สะสาง แต่เขาให้ความสำคัญกับเรื่องของนางมากที่สุด “ท่านอ๋อง มาได้ยังไงกัน” ฟางซินทำหน้าตกใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มยืนกอดอกมองอยู่หน้าเรือนนอน เวลานี้ค่ำมืดแล้ว มีผู้ใดบ้างนอกจากนางที่จะออกมารับแขกเช่นนี้ “ห่างกันยังไม่พ้นวัน ผู้ใดจะรู้ว่าเจ้าจะเนื้อหอมจนพวกแมลงสาปจากตระกูลต่าง ๆ ตามมาตอมถึงที่จวน” “พวกแมลงสาปที่ว่าคงไม่ได้หมายถึง...” “ข้าหมายถึงพวกขุนนางที่ส่งแม่สื่อมาสู่ขอเจ้า”ครั้นได้ยินคำพูดนี้ของคนตรงหน้า นางถอนหายใจราวกับปลงตก “แล้วไม่ดีหรือเจ้าคะ” “นี่เจ้าแกล้งไม่รู้หรืออย่างไร ว่าข้ารู้สึกกับเจ้าเช่นไร” เอ่ยพลางขยับตัวมาประชิดร่างบาง “ข้าขอพูดตามตรง ถึงแม้ตระกูลฟู่จะเป็นตระกูลขุนนาง ทว่าตอนนี้เหลือเพียงข้ากับซานเฉิง ข้าไม่ต้องการแต่งไปเป็นอนุของผู้ใด หากต้องกลายเป็นชายารองของท่าน ข้าขอออกเรือนกับบุรุษที่ได้รักคงดีเสียกว่า” “แล้วใครบอกเจ้า ว่าข้าจะให้เจ้าเป็นแค่ชายารอง” เขายิ้มบอกแล้วรวบเอวนางเข้าส
หลายวันมานี้นางอยู่ที่จวนชินอ๋อง หากจะกลับจวนของตนก็ไม่อาจทำเช่นนั้นได้ เหตุเพราะชายหนุ่มให้ลูกน้องของเขาตามติดนางทุกฝีก้าว ราวกับว่ากลัวนางจะหนีจากเขาไปเสียอย่างนั้น “พวกท่านทั้งสอง ไม่มีงานทำหรือเจ้าคะ ทำไมถึงได้เอาแต่ตามติดข้า” “เป็นคำสั่งของท่านอ๋อง” เทียนบอกนาง “หากไม่ใช่เพราะท่านอ๋องเป็นคนสั่ง มีหรือข้าจะอยากเสียเวลามาทำเรื่องพวกนี้” น้ำเสียงประชดประชันของเทียนหมิงเอ่ยเหมือนดั่งเคย แม้ปากเขาจะพูดจาเช่นนี้ แต่การกระทำกลับมิใช่คนโฉด จะว่าไปแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องครั้งก่อนนางยังไม่ได้เอ่ยขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเอาไว้ “แม้ท่านจะปากดี แต่ข้าจะทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน เรื่องคราวก่อนต้องขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ มิเช่นนั้นข้าคงไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นเช่นไร บางทีข้าอาจไม่มีหน้ามายืนอยู่ที่เมืองหลวงนี้อีก” ฟางซินถือโอกาสขอบคุณเขา “เรื่องนั้นข้าแค่เดินผ่านไปเห็นเข้าถึงได้ช่วยเจ้าเอาไว้” “พี่เทียนหมิง ในเมื่อนางขอบคุณ ท่านก็รับเอาไว้เถิด ทำไมถึงต้องต่อล้อต่อเถียงด้วยล่ะขอรับ” เทียนอ้ายที่ยืนฟังอยู่พูดแทรกพร้อมกับส่ายหัวระอากับพฤต
ม่านตาของนางสะท้อนกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาด้านใน ทำให้ฟางซินลืมตาตื่นขึ้นมาช่วงเช้าของอีกวันพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ แสนคุ้นเคย “นี่ข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน” “เจ้าตื่นแล้วหรือ” เฉินเฟยหลงถามขึ้น เมื่อเห็นว่าร่างบางนั่งอยู่บนเตียงนอนของตัวเอง เขาเพิ่งออกไปเอาถังน้ำอุ่นกับยามาให้นาง ที่แขนของฟางซินมีรอยขีดข่วนเล็กน้อย หากปล่อยทิ้งไว้เกรงว่าอาจเกิดเป็นรอยแผลเป็นได้ ด้วยความเป็นห่วงเขาถึงได้ให้คนไปจัดเตรียมยาไว้ให้ “ท่านอ๋อง ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไมหรือ” “เจ้าจำอะไรไม่ได้รึ เมื่อคืนเจ้าเกือบถูกอวี้หลานทำร้าย นางคิดทำให้เจ้าแปดเปื้อน ข้าไม่อยากจะคิดว่าถ้าหากเทียนหมิงไปช่วยเจ้าไม่ทัน จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น” “เมื่อคืน ข้าแค่เดินไปส่งแม่นางโม่วหลันที่เรือนรับรอง ไม่ได้เจอท่านหญิงอวี้หลานเหมือนที่ท่านเอ่ย” “นางสมรู้ร่วมคิดกับอวี้หลานเพื่อทำร้ายเจ้า แต่เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะไม่มีวันให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก” “เป็นเพราะนางไม่ได้เป็นพระชายาของท่าน นางถึงได้คิดมาทำร้ายข้าเช่นนี้” ฟางซินกล่าวโทษเขากลาย ๆ เพราะได้ยินมาบ้างว่าเขาไปขอยกเลิกพ
ตั้งแต่นางกลับจวนมาได้กำจัดหมิ่นเยว่เป็นคนแรก โดยการโบยนางเสร็จก็ขายนางไปเป็นทาสที่หอนางโลมใกล้ชายแดน เมื่อจัดการเรื่องภายในจวนเข้าที่เข้าทางแล้ว ถึงเวลาที่ต้องเอาคืนสองแม่ลูกนั่น ฟางซินสั่งให้บ่าวรับใช้ทั้งชายหญิงไปรื้อค้นเรือนนอนของพวกนางจนเละเทะไม่เหลือชิ้นดี "นี่พวกเจ้าทำอะไร!" ลู่จิ่งอี้ที่เข้ามาเห็นพอดีได้ถามขึ้นเสียงดัง "พวกเราแค่ทำตามคำสั่งคุณหนู หลีกไป!" เอ่ยจบได้ผลักนางจนล้มลงไปอีกทาง ไม่นานนักฟางซินได้เดินเข้ามา "ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะสั่งให้คนมาทำลายห้องนอนของข้า หลานข้า บอกข้าสิว่าเจ้าไม่ได้เป็นคนสั่ง" ลู่จิ่งอี้เอ่ยทันทีที่เห็นร่างบาง "ใครหลานเจ้ากัน" ว่าพลางตบหน้าของสตรีย่างวัยชราสองที ในอดีตนางเคยถูกตบเช่นนี้ หากนางจะเอาคืนบ้างก็ถือว่าสมควร "เจ้ากล้าตบหน้าข้าหรือ" "มากกว่าตบข้าก็ทำได้" "นี่เจ้าคิดจะทำอะไร" "ส่งเสื้อผ้าให้นางเสีย แล้วไล่ให้ไปอยู่ที่ท้ายจวน ที่ ๆ ข้าเคยอยู่ จำไว้ถ้าไม่ครบสามวันอย่าได้ให้อาหารนางกับลูก ไม่เว้นแม้แต่หมั่นโถว ใครขัดคำสั่งข้า ข้าจะไม่ละเว้นแ
“ข้าต้องกลับไปอยู่แล้ว ที่ท่านแม่ล้มป่วยเป็นเพราะเรื่องที่ท่านแม่ทัพถูกลดตำแหน่งขุนนาง เรื่องพวกนี้เกี่ยวข้องกับข้าโดยตรง หากไม่กลับไปท่านแม่คงไม่หายดีในเร็ววันแน่” “ถ้าเช่นนั้นบ่าวจะรีบจัดเตรียมของให้ท่านนะเจ้าคะ” “รบกวนเจ้าด้วย” หลังจากที่อวี้เหม่ยกลับสกุลห
“ทำไมข้าจะไม่รู้เล่า ข้าอยู่ที่นี่มานับสิบปียังไม่เคยเห็นเขาพาสตรีใดนอกจากหลิวอวี้เหม่ยเข้าจวน แต่คราวนี้ต่างออกไป ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้นบ้างระหว่างที่เขาไปออกรบหรือบางทีเจ้ากับเขาคงมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมากเป็นพิเศษถึงได้ตัดใจลาจากเจ้าไม่ลง จนถึงกับพาเจ้ากลับเมืองหลวงมาด้วยเช่นนี้”
“ฮูหยิน ไปกันเถิดเจ้าค่ะ ใช่ว่าย้ายออกครั้งนี้จะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกเสียหน่อย” จื่อถงที่นอนจับไข้ถึงกับฝืนสังขารตัวเองออกมารับใช้เจ้านาย ด้วยเกรงว่านางอาจโกรธเคืองจนเก็บความรู้สึกเอาไว้ไม่อยู่ หากเป็นเช่นนั้นมีหวังแผนการที่วางเอาไว้ได้พังลงตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มแน่ “ข้าจะรอดู
จื่อถงถูกนำตัวมาที่เรือนของฮูหยินหลิง โดยมีเถียน ไฉ่หงวิ่งตามหลังมาพร้อมกับสบถถ้อยคำหยาบคายตลอดทาง “ใครกล้าแตะต้องนางข้าจะไม่ไว้ชีวิตแน่!” บ่าวรับใช้ที่จับกุมตัวหญิงชราได้แต่มองหน้ากันอย่างไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร ไม่นานนักร่างอรชรของอวี้เหม่ยเดินออกมานอกเรือนพร้อมสาวใช้อ






reviews