Lahat ng Kabanata ng ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน : Kabanata 91 - Kabanata 99

99 Kabanata

ไม่เคยพูดสักครั้ง

หีบเครื่องประดับราคาแพงรวมทั้งหีบอาภรณ์ลวดลายวิจิตรจำนวนหลายหีบถูกยกมาไว้ที่หน้าห้องของฟู่ฟางซินจนไม่มีทางให้เข้าออก พร้อมกับบ่าวอีกหลายคนที่ยืนคอยท่ารอเจ้าของอยู่ด้านหน้าไม่ไหวติง จนกระทั่งหญิงสาวเดินกลับมาที่ห้องของตัวเองก็พบพวกเขายืนอยู่ “มีอะไรหรือ เหตุใดถึงได้มายืนอยู่หน้าห้องของข้าเช่นนี้” “แม่นางฟู่ ท่านอ๋องสั่งให้พวกเรานำของพวกนี้มาให้ท่านขอรับ” “ท่านช่างโชคดีนัก ท่านอ๋องของพวกเราไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อน” “ของในหีบคืออะไรงั้นหรือ” นางถาม เมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของพวกเขา “เรื่องนี้รอท่านเปิดดูก็จะรู้เอง พวกเจ้ายกเข้าไป” หันมาพูดกับนางเสร็จ จึงสั่งให้ลูกน้องยกหีบเข้าไปวางไว้ด้านใน ทว่าหีบพวกนั้นเยอะเกินไปทำให้ไม่สามารถนำไปวางไว้ด้านในครบทุกหีบ “ห้องนอนของข้าเล็กนิดเดียว มีหรือจะสามารถนำหีบพวกนี้เข้าไปข้างในครบทุกหีบ” ว่าพลางถอนหายใจ “เรื่องนี้ท่านอ๋องคิดเอาไว้แล้วขอรับ ห้องข้าง ๆ ที่วางอยู่ล้วนยกให้แม่นางฟู่” เขาตอบ เฉินเฟยหลงนั่งอ่านรายงานจากพวกขุนนางอยู่ที่ห้องทำงานตั้งแต่เช้าจวบจนช่วงบ่ายถึ
Magbasa pa

คงรู้ว่าต้องทำเช่นไร

“ของที่เจ้านำมา ข้าไม่อาจรับไว้ได้ ข้านั้นต่ำต้อยมีหรือจะคู่ควรกับสิ่งของที่แม่นางจ้าวนำมามอบให้ได้” “น้องหญิง เจ้าก็อย่าได้ถือสาเรื่องราวในอดีตนักเลย ตอนนี้เจ้ากับข้าล้วนมีฐานะเท่าเทียมกัน จะนำมาเทียบกับครั้งก่อนได้อย่างไร” “ในเมื่อท่านพูดถึงขนาดนี้ หากอยากให้ข้ารับไว้จริง ๆ คงต้องดูท่าทางของท่านว่าจริงใจมากเพียงไร” “เจ้าหมายความว่ายังไง” รอยยิ้มก่อนหน้าเปลี่ยนผันแทบทันที บัดนี้มีเพียงใบหน้าบึ้งตึงกับน้ำเสียงไม่พอใจเท่านั้น “คิดว่าแม่นางจ้าวคงรู้ว่าต้องทำเช่นไร ถึงจะทำให้คุณหนูของข้าพอใจ” หมิ่นเยว่บอกพลางยิ้มเยาะ ทำให้ อี้หมิ่นได้แต่กัดฟัน ก่อนโน้มตัวลงแล้วยื่นกล่องของขวัญให้ด้วยความนอบน้อม การกระทำเช่นนี้ของหญิงสาวทำให้อี้โหรวพอใจเป็นอย่างมาก นางหัวเราะร่วนออกมาแล้วจึงยื่นมือไปรับ “ไม่คิดว่าแม่นางจ้าวจะอ่อนน้อมเช่นนี้ ลำบากท่านแล้ว” สีหน้าของจ้าวอี้หมิ่นดูโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่กลับมาจากจวนตระกูลเสิ่น หากไม่ใช่เพราะท่านพ่อและท่านแม่ นางไม่มีวันลดตัวลงไปทำเรื่องอับอายแบบนี้แน่ อย่าให้ถึงเวลาของนางบ้
Magbasa pa

ล้มล้างสกุลเสิ่น

ทันใดนั้นเองทหารจำนวนมากที่มาพร้อมอาวุธครบมือได้วิ่งกรูเข้ามาภายในจวนสกุลเสิ่น ท่ามกลางความตกใจของคนในงานทำให้เกิดความวุ่นวายไม่น้อย “เสิ่นอ้ายเฉียว อยู่ที่ใด!” แม่ทัพเผิงถามเสียงดัง มาที่จวนสกุลเสิ่นครั้งนี้เพื่อมาจับคน ซึ่งจะเป็นผู้ใดไม่ได้หากมิใช่เจ้ากรมนิติบัญญัติอย่างเสิ่นอ้ายเฉียว ทั้งที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นานแต่กลับรับสินบนเป็นจำนวนเงินกว่าหมื่นตำลึง “เกิดอะไรขึ้นกัน! ทำไมท่านถึงพาทหารมาที่นี่” ใต้เท้าเสิ่นถามขึ้น หลังจากบ่าวในจวนไปรายงานขณะที่ตนกำลังดื่มฉลองอยู่กับพวกขุนนางที่โถงจัดงานเลี้ยง “จับตัวเขาไว้” แม่ทัพเผิงหันไปสั่งทหารให้จับกุมตัวเสิ่นอ้ายเฉียวไว้ ด้วยเกรงว่าเขาจะหนี “ขอรับ ท่านแม่ทัพ” “พวกเจ้าช่างบังอาจนัก ไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร!” เขาตวาดเสียงดังเพื่อข่มขู่ แต่เผิงเซ่าซงยกยิ้มที่มุมปากแล้วนำราชโองการมาเปิดอ่าน “เสิ่นอ้ายเฉียว คุกเข่าลง ที่ข้ามาวันนี้เพราะพระราชโองการขององค์ฮ่องเต้” ใต้เท้าเสิ่นทำได้เพียงคุกเข่าลงเพื่อรอรับพระราชโองการ พร้อมกับฮูหยินเสิ่นและลูกสาวที่พลอยนั่งลงตามไ
Magbasa pa

ไม่อาจทนฟัง

ทันทีที่ท่านหญิงอวี้หลานทราบข่าวเข้าว่าชินอ๋องอาศัยอยู่กับสตรีคนหนึ่ง ทั้งที่แต่ก่อนไม่เคยแม้แต่เฉียดเข้าใกล้หญิงใด ถึงแม้จะให้สตรีปรนนิบัติบนเตียง แต่ไม่เคยยกพวกนางเหล่านั้นขึ้นเป็นสนมหรือชายารอง “ท่านหญิง เหตุใดท่านถึงร้อนใจนักล่ะเจ้าคะ” “เจ้าจะไม่ให้ร้อนใจได้อย่างไร ข้าได้ยินมาว่าท่านอ๋องให้สตรีนางหนึ่งมาอยู่ที่นั่นด้วย” จนกระทั่งลงจากรถม้าที่หน้าจวนชินชินอ๋องจึงได้รีบสาวเท้าเดินขอเข้าพบว่าที่สามีเป็นการด่วน ทว่าระหว่างทางกลับได้พบสตรีนางหนึ่ง หน้าตาของนางดงามหมดจรด “เห็นทีคงเป็นเจ้ากระมัง” นางว่าพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ฟางซิน “ท่านพูดเรื่องอะไรกัน” “ข้าคือว่าที่พระชายาของชินอ๋อง คิดว่าเจ้าคงได้ยินมาบ้างว่าอีกไม่นานข้ากับท่านอ๋องจะแต่งงานกัน” “ที่แท้ท่านคือท่านหญิงอวี้หลาน” “รู้ก็ดีแล้วนี่ แล้วทำไมถึงยังหน้าด้านมาอยู่ที่นี่อีก ข้าถามบ่าวในจวนแล้วเจ้าเป็นลูกสาวของใต้เท้าฟู่ ในเมื่อฮ่องเต้คืนจวนให้เจ้าแล้ว ทำไมถึงไม่กลับไปเสียที” “ท่านรู้จักข้าด้วยอย่างนั้นหรือ” “ในเมืองหลวงนี
Magbasa pa

ปล่อยข่าว

“เรื่องนี้ข้าเป็นพยานได้นะขอรับ ว่าแม่นางฟู่เป็นคนลงมือตบตีท่านหญิง” “ข้าไม่ได้ถามความเห็นเจ้า” “เรียนท่านอ๋อง กัวกงกงมาขอรับ” “เขามาที่นี่ทำไมกัน” “เรื่องนี้เห็นบอกว่าเกี่ยวกับการพระราชทานสมรสของท่านกับท่านหญิง” ฟู่ฟางซินกับเทียนอ้ายที่เดินตามหลังมาได้ยินประโยคนี้เข้า จากที่จะขอเข้าพบชายหนุ่ม ฟางซินตัดสินใจเดินกลับห้องของตัวเองแทนพร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวดที่อกข้างซ้าย แม้จะเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าไม่ช้าหรือเร็ว เขากับท่านหญิงก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี แต่ทำไมหัวใจของนางถึงได้รู้สึกหน่วงเช่นนี้กัน “ท่านพี่ ร้องไห้ทำไมหรือขอรับ” ซานเฉิงเข้ามาเห็นพี่สาวร้องได้จึงได้เอ่ยถามด้วยความเป้นห่วง ก่อนใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาให้ “พี่แค่คิดถึงจวน พวกเรากลับจวนกันดีหรือไม่” นางโกหกน้องชาย “ขอรับ” ฟู่ฟางซินเก็บข้าวของบางส่วนกลับจวนไปพร้อมกับบอกให้เทียนอ้ายส่งของที่เหลือกลับมาให้นางทีจวนภายหลัง กลับจวนครั้งนี้มีคุณชายเทียนอ้ายมาส่ง นางกับน้องชาย ลี่ผิงและจื่อหรงที่ขอติดตามมาด้วยได้เดินทางมาถึงที่จวนสกุลฟู่ที่บัดน
Magbasa pa

กรรมตามสนอง

ตั้งแต่นางกลับจวนมาได้กำจัดหมิ่นเยว่เป็นคนแรก โดยการโบยนางเสร็จก็ขายนางไปเป็นทาสที่หอนางโลมใกล้ชายแดน เมื่อจัดการเรื่องภายในจวนเข้าที่เข้าทางแล้ว ถึงเวลาที่ต้องเอาคืนสองแม่ลูกนั่น ฟางซินสั่งให้บ่าวรับใช้ทั้งชายหญิงไปรื้อค้นเรือนนอนของพวกนางจนเละเทะไม่เหลือชิ้นดี "นี่พวกเจ้าทำอะไร!" ลู่จิ่งอี้ที่เข้ามาเห็นพอดีได้ถามขึ้นเสียงดัง "พวกเราแค่ทำตามคำสั่งคุณหนู หลีกไป!" เอ่ยจบได้ผลักนางจนล้มลงไปอีกทาง ไม่นานนักฟางซินได้เดินเข้ามา "ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะสั่งให้คนมาทำลายห้องนอนของข้า หลานข้า บอกข้าสิว่าเจ้าไม่ได้เป็นคนสั่ง" ลู่จิ่งอี้เอ่ยทันทีที่เห็นร่างบาง "ใครหลานเจ้ากัน" ว่าพลางตบหน้าของสตรีย่างวัยชราสองที ในอดีตนางเคยถูกตบเช่นนี้ หากนางจะเอาคืนบ้างก็ถือว่าสมควร "เจ้ากล้าตบหน้าข้าหรือ" "มากกว่าตบข้าก็ทำได้" "นี่เจ้าคิดจะทำอะไร" "ส่งเสื้อผ้าให้นางเสีย แล้วไล่ให้ไปอยู่ที่ท้ายจวน ที่ ๆ ข้าเคยอยู่ จำไว้ถ้าไม่ครบสามวันอย่าได้ให้อาหารนางกับลูก ไม่เว้นแม้แต่หมั่นโถว ใครขัดคำสั่งข้า ข้าจะไม่ละเว้นแ
Magbasa pa

เกือบถูกทำร้าย

ม่านตาของนางสะท้อนกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาด้านใน ทำให้ฟางซินลืมตาตื่นขึ้นมาช่วงเช้าของอีกวันพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ แสนคุ้นเคย “นี่ข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน” “เจ้าตื่นแล้วหรือ” เฉินเฟยหลงถามขึ้น เมื่อเห็นว่าร่างบางนั่งอยู่บนเตียงนอนของตัวเอง เขาเพิ่งออกไปเอาถังน้ำอุ่นกับยามาให้นาง ที่แขนของฟางซินมีรอยขีดข่วนเล็กน้อย หากปล่อยทิ้งไว้เกรงว่าอาจเกิดเป็นรอยแผลเป็นได้ ด้วยความเป็นห่วงเขาถึงได้ให้คนไปจัดเตรียมยาไว้ให้ “ท่านอ๋อง ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไมหรือ” “เจ้าจำอะไรไม่ได้รึ เมื่อคืนเจ้าเกือบถูกอวี้หลานทำร้าย นางคิดทำให้เจ้าแปดเปื้อน ข้าไม่อยากจะคิดว่าถ้าหากเทียนหมิงไปช่วยเจ้าไม่ทัน จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น” “เมื่อคืน ข้าแค่เดินไปส่งแม่นางโม่วหลันที่เรือนรับรอง ไม่ได้เจอท่านหญิงอวี้หลานเหมือนที่ท่านเอ่ย” “นางสมรู้ร่วมคิดกับอวี้หลานเพื่อทำร้ายเจ้า แต่เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะไม่มีวันให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก” “เป็นเพราะนางไม่ได้เป็นพระชายาของท่าน นางถึงได้คิดมาทำร้ายข้าเช่นนี้” ฟางซินกล่าวโทษเขากลาย ๆ เพราะได้ยินมาบ้างว่าเขาไปขอยกเลิกพ
Magbasa pa

แม้จะอยากเอ่ยปากไล่

หลายวันมานี้นางอยู่ที่จวนชินอ๋อง หากจะกลับจวนของตนก็ไม่อาจทำเช่นนั้นได้ เหตุเพราะชายหนุ่มให้ลูกน้องของเขาตามติดนางทุกฝีก้าว ราวกับว่ากลัวนางจะหนีจากเขาไปเสียอย่างนั้น “พวกท่านทั้งสอง ไม่มีงานทำหรือเจ้าคะ ทำไมถึงได้เอาแต่ตามติดข้า” “เป็นคำสั่งของท่านอ๋อง” เทียนบอกนาง “หากไม่ใช่เพราะท่านอ๋องเป็นคนสั่ง มีหรือข้าจะอยากเสียเวลามาทำเรื่องพวกนี้” น้ำเสียงประชดประชันของเทียนหมิงเอ่ยเหมือนดั่งเคย แม้ปากเขาจะพูดจาเช่นนี้ แต่การกระทำกลับมิใช่คนโฉด จะว่าไปแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องครั้งก่อนนางยังไม่ได้เอ่ยขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเอาไว้ “แม้ท่านจะปากดี แต่ข้าจะทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน เรื่องคราวก่อนต้องขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ มิเช่นนั้นข้าคงไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นเช่นไร บางทีข้าอาจไม่มีหน้ามายืนอยู่ที่เมืองหลวงนี้อีก” ฟางซินถือโอกาสขอบคุณเขา “เรื่องนั้นข้าแค่เดินผ่านไปเห็นเข้าถึงได้ช่วยเจ้าเอาไว้” “พี่เทียนหมิง ในเมื่อนางขอบคุณ ท่านก็รับเอาไว้เถิด ทำไมถึงต้องต่อล้อต่อเถียงด้วยล่ะขอรับ” เทียนอ้ายที่ยืนฟังอยู่พูดแทรกพร้อมกับส่ายหัวระอากับพฤต
Magbasa pa

เจ้าสาว(จบ)

เมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นที่จวนสกุลฟู่ดังเข้าหูชินอ๋อง เขาไม่รีรอที่จะมาหาหญิงสาวถึงที่จวน แม้ว่าจะมีงานมากมายให้สะสาง แต่เขาให้ความสำคัญกับเรื่องของนางมากที่สุด “ท่านอ๋อง มาได้ยังไงกัน” ฟางซินทำหน้าตกใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มยืนกอดอกมองอยู่หน้าเรือนนอน เวลานี้ค่ำมืดแล้ว มีผู้ใดบ้างนอกจากนางที่จะออกมารับแขกเช่นนี้ “ห่างกันยังไม่พ้นวัน ผู้ใดจะรู้ว่าเจ้าจะเนื้อหอมจนพวกแมลงสาปจากตระกูลต่าง ๆ ตามมาตอมถึงที่จวน” “พวกแมลงสาปที่ว่าคงไม่ได้หมายถึง...” “ข้าหมายถึงพวกขุนนางที่ส่งแม่สื่อมาสู่ขอเจ้า”ครั้นได้ยินคำพูดนี้ของคนตรงหน้า นางถอนหายใจราวกับปลงตก “แล้วไม่ดีหรือเจ้าคะ” “นี่เจ้าแกล้งไม่รู้หรืออย่างไร ว่าข้ารู้สึกกับเจ้าเช่นไร” เอ่ยพลางขยับตัวมาประชิดร่างบาง “ข้าขอพูดตามตรง ถึงแม้ตระกูลฟู่จะเป็นตระกูลขุนนาง ทว่าตอนนี้เหลือเพียงข้ากับซานเฉิง ข้าไม่ต้องการแต่งไปเป็นอนุของผู้ใด หากต้องกลายเป็นชายารองของท่าน ข้าขอออกเรือนกับบุรุษที่ได้รักคงดีเสียกว่า” “แล้วใครบอกเจ้า ว่าข้าจะให้เจ้าเป็นแค่ชายารอง” เขายิ้มบอกแล้วรวบเอวนางเข้าส
Magbasa pa
PREV
1
...
5678910
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status