《ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน 》全部章節:第 41 章 - 第 50 章

77 章節

ไม่ใช่เหตุผลอื่นใดแต่เป็นเพราะนาง

ด้วยคำพูดนี้ของเขาทำให้นางปิดปากเงียบลงเพราะไม่อาจทนฟังคำตอบนั้นจากเขาได้ นางผิดหรือที่หวังว่าบุรุษที่ตนรักจะกลับไปเป็นเหมือนวันวาน กลับไปเป็นพี่เฟยหลงคนเดิมที่คอยห่วงใยนางเฉกเช่นอดีต ทว่าพอมองเข้าไปในแววตาของเขากลับพบเพียงความเฉยชา "ว่ายังไงล่ะ เจ้าอยากให้ข้าพูดซ้ำอีกครั้งรึไม่" เจียหรงไม่ได้ตอบคำถามของร่างสูง นางทำเพียงหันหลังเดินกลับเรือนไปด้วยความปวดร้าวพร้อมกับทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ว่าตนได้ทำสิ่งใดผิดพลาดไปหรือไม่ เหตุใดเขาถึงได้เย็นชาไร้หัวใจประหนึ่งมองเห็นนางเป็นแค่คนแปลกหน้าผู้หนึ่งเท่านั้น นางพยายามคิดหาเหตุผลแต่กลับไร้ซึ่งคำตอบ ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเขาไฉนถึงได้กลายเป็นเช่นนี้ได้ "เสี่ยวลู่!" "ขอรับท่านโหว" ขานรับพลางเดินเข้ามาใกล้ "นำชุดของข้าไปให้ฮูหยินที่เรือนด้วย" "บ่าวจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้" เมื่อตกปากรับคำเสร็จจึงปลีกตัวไปยังห้องนอนของเจ้านายทันทีทิ้งให้ท่านโหวหนุ่มอยู่ตามลำพังกับอนุจ้าว "ทำไมถึงได้ทำหน้าบึ้งตึงนักเล่า" "ท่านจะใส่ชุดที่นางตัดให้งั้นหรือ" "ใครว่าล่ะ หาก
閱讀更多

หวนคิดถึง...ยามแรกพบ

“ตระกูลจ้าวอยู่ใกล้จวนของเราแค่ปลายจมูก อีกอย่างงานเลี้ยงจัดตอนเย็นมิใช่หรือ ตอนนี้เพิ่งจะยามซื่อยังอีกหลายชั่วยามกว่างานเลี้ยงจะเริ่ม” “ท่านยังจะไปเห็นภาพบาดตาอีกหรือเจ้าคะ” เจาฝางถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เพราะทุกครั้งที่นายหญิงไปที่นั่นล้วนต้องทนเห็นท่านโหวกับอนุจ้าวป้อยอพูดคำหวานใส่กัน โดยไม่ไว้หน้านางสักนิด “นำชุดของท่านโหวมาให้ข้าที” เจียหรงเปลี่ยนเรื่อง แม้ตอนนี้จะยังไม่ชินที่ต้องทนเห็นคนที่ตนรักอยู่กับสตรีอื่น แต่ในไม่ช้านี้นางคงชินชาไปเองนั่นแหละ ตั้งแต่ออกเรือนมาเพิ่งเข้าใจหัวอกของสตรีที่แต่งงานแล้วก็ตอนที่สามีรับอนุเข้าจวนมา พวกนางเหล่านั้นคงรู้สึกเหมือนกับนางในตอนนี้ แม้เจ็บปวดรวดร้าวเพียงใดแต่ต้องซ่อนความรู้สึกเหล่านั้นภายใต้รอยยิ้มเย็น เพียงเพราะเป็นฮูหยินเอกจะใจแคบกับเรื่องพวกนี้ไม่ได้ อีกหนึ่งหน้าที่สำคัญของฮูหยินเอกคือการส่งเสริมให้สามีมีทายาทเพื่อสืบทอดตระกูลหยาง ในอนาคตไม่แน่ว่านางอาจต้องรับอนุเข้าจวนมาอีกหลายคน สกุลหยางจะได้มีทายาทมากหน่อย เจาฝางใช้เวลาเพียงไม่นานจึงได้นำชุดที่ว่ามาด้วย ชุดที่เจียหรงลงมือปักเองกั
閱讀更多

อยากให้ข้าพูดซ้ำงั้นหรือ

“ให้นางเข้ามา” ทันทีที่เห็นร่างสูงกำลังนั่งอ่านจดหมายกองโตอยู่ที่โต๊ะทำให้นางระบายยิ้มออกมา เขายังคงมีแววตามุ่งมั่นไม่เปลี่ยนไปสักนิดแม้เวลาจะผ่านมานับสิบปีแล้ว “เจ้ามาทำไม” หยางเฟยหลงกระแอมเล็กน้อยก่อนเอ่ยถาม ยามเห็นท่าทางเหลอหลาของนาง คราแรกที่พบหน้ากันนางก็เป็นเช่นนี้จนบางครั้งเขายังแอบกลั้นขำ “ข้าปักชุดเสร็จแล้วเจ้าค่ะ เลยถือโอกาสนำมาให้ท่าน ชุดที่ท่านโหวสวมอยู่คงเป็นชุดที่อนุจ้าวเป็นคนปักให้ใช่หรือไม่” เจียงหรงอดถามไม่ได้ เพราะชุดที่ชายหนุ่มสวมอยู่นั้นมีสีม่วงเข้มตามที่ได้ยินมา “ใช่ เอามาให้ข้าดูหน่อย หากข้าเห็นรอยด่างพร้อยแม้แต่น้อยคิดว่าเจ้าคงรู้ดีว่าข้าคงไม่สวมชุดที่เจ้านำมา” “ข้าย่อมรู้นิสัยของท่านดี” เพียงชั่ววูบที่นางเห็นสายตาอ่อนโยนทอดมองมาที่ตนเองทำให้ยกยิ้มขึ้นมาได้บ้าง ทว่าไม่ทันที่เขาจะรับเอาชุดไปตรวจดูเสียงของอนุจ้าวได้ดังขึ้นจากทางด้านหลังเสียก่อน “ท่านโหว ได้เวลาแล้วเจ้าค่ะ” “ข้ารู้แล้ว เสี่ยวลู่” ท้ายประโยคเขาเรียกบ่าวรับใช้คนสนิทที่ยืนคอยท่าอยู่นอกประตู “เอาชุดไปเก็บที”
閱讀更多

จวนสกุลจ้าว

ด้วยความทระนงว่าตนอยู่เหนือขุนนางอื่นในราชสำนักทำให้จ้าวต้าชุนวางท่าไม่ยอมออกมาต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน มีเพียงบ่าวรับใช้กับสาวใช้ที่ออกมาต้อนรับ ทันทีที่ทั้งสองคนลงจากรถม้ามีเพียงหยางเฟยหลงที่ทอดมองเหล่าคนรับใช้ด้วยความฉงน เดิมทีเจ้าของงานเลี้ยงจะเป็นคนออกมาต้อนรับคนที่มาร่วมงาน ทว่าเหตุใดถึงไม่เห็นแม้แต่เงา "ท่านพ่อล่ะ" ซูลี่ถามสาวใช้ "ใต้เท้ารอท่านอยู่ที่เรือนใหญ่เจ้าค่ะ" "งั้นรึ ท่านโหว พวกเราเข้าไปข้างในกันเถิด" ร่างสูงเดินตามมาอย่างเงียบ ๆ กระทั่งเดินมาถึงโถงจัดงานเขาถึงได้ยินเสียงของพวกขุนนางกำลังพูดคุยกัน "ท่านโหว ไม่เข้าไปหรือเจ้าคะ" ถามขึ้น เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม "เจ้าไม่เข้าไปพร้อมข้าหรอกหรือ" เขาถามหยั่งเชิง "เรื่องบ้านเมืองเป็นเรื่องของบุรุษ สตรีอย่างข้าจะเข้าไปสอดแทรกได้เช่นไร ข้าอยากไปพบท่านแม่สักหน่อย หากงานเลี้ยงเลิกแล้วพวกบ่าวรับใช้คงไปรายงานข้า ไม่ต้องกังวลหรอกนะเจ้าคะ ข้ารู้ว่าท่านรู้สึกยังไงที่ต้องมาพบบิดาของข้าโดยที่ข้าไม่ได้อยู่ด้วย" ว่าพร้อมนำมือแกร่งไปกุมไว้แล
閱讀更多

อย่าทำให้ผิดหวัง

สุดท้ายแล้วเรื่องที่จ้าวต้าชุนเรียกขุนนางใหญ่มาที่จวนก็เพื่อหยั่งเชิงท่าทีของพวกขุนนางที่อยู่ฝ่ายตนเองว่าจะยอมร่วมมือถวายกีฏาแก่องค์ฮ่องเต้เรื่องแต่งตั้งองค์ชายใหญ่ขึ้นเป็นองค์รัชทายาทหรือไม่ “ท่านโหว” บ่าวรับใช้เอ่ยขึ้นทันที หลังจากเห็นร่างสูงเดินออกมาด้านนอก “มีอะไร” “เชิญท่านโหวไปรอที่เรือนรับรองก่อนขอรับ คุณหนูให้คนมารายงานว่าต้องอยู่พูดคุยกับนายท่านก่อน หากเสร็จธุระเมื่อใดจะรีบมาหาท่านทันที” ได้ยินดังนั้นเขาทำเพียงพยักหน้ารับรู้ โดยที่ไม่ได้แสดงความรู้สึกอันใดออกมาผ่านใบหน้า เพราะรู้ดีว่าต่อให้ตนกับจ้าวซูลี่จะกลายเป็นสามีภรรยากันแล้ว ทว่าในสายตาของตระกูลจ้าวเขายังเป็นเพียงคนนอกที่ไม่น่าไว้ใจ หลังจากหารือกับพวกขุนนางเสร็จสิ้น จ้าวต้าชุนได้กลับมาที่เรือนของตนก็พบเข้ากับฮูหยินกับลูกสาวที่กำลังพูดคุยกันอยู่ นับตั้งแต่นางออกเรือนไป นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกสาวกลับมาที่จวน ไม่แปลกถ้าสองแม่ลูกจะมีเรื่องให้พูดคุยกันมากหน่อย “ท่านพี่” ฮูหยินจ้าวร้องทัก “ท่านพ่อ มาแล้วหรือเจ้าคะ” “พอเห็นสีหน้าเจ
閱讀更多

เลือกข้าง

ขณะที่สองมือถือถาดน้ำชาเข้ามาด้วย ที่นางลงทุนยกถาดน้ำชามาหาเขาด้วยตัวเองก็เพราะเรื่ององค์รัชทายาท หลายวันมานี้บิดาของนางส่งจดหมายมาถามเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ทว่าสามีนางกลับยังไม่แสดงจุดยืนของตัวเองในราชสำนักเสียทีนางถึงได้ร้อนใจนัก “เรื่องแต่งตั้งองค์รัชทายาทน่ะ ข้ารำคาญคนแก่พวกนี้เต็มทน พวกเขาไม่รู้หรือว่าข้าต้องสนับสนุนองค์ชายใหญ่อยู่แล้ว” “ชาเจ้าค่ะ” ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเขา นางรีบยื่นจอกชาไปตรงหน้าเพื่อเอาใจ “ขอบใจเจ้ามาก” “เสี่ยวลู่” “ขอรับ” “ข้าสั่งให้เจ้าเอาจดหมายพวกนั้นไปเผามิใช่รึ ทำไมยังไม่ไปอีก” เขาถามแกมดุ “บ่าวจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยขอรับ” พูดจบได้ออกจากห้องไป “เจ้ามาหาข้าด้วยตัวเองแบบนี้คงมีเรื่องจะพูดกับข้าใช่หรือไม่” “คิดว่าท่านโหวคงรู้อยู่แล้วกระมัง ว่าที่ข้ามาด้วยเรื่องใด” “เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ต่อให้ต้องไปตายแทนตระกูลจ้าวข้าก็ไม่มีทางหักหลังบิดาของเจ้าแน่” “ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ ข้าแค่เป็นห่วงท่านก็เท่านั้น” อนุจ้าวบอกด้วยน้ำเสียงร้อนรน แม้ใจจริงจะมาเพ
閱讀更多

เดิมทีตำแหน่งนี้ต้องเป็นของข้า

“ฮูหยิน เป็นเพราะท่านปล่อยให้นางทำตามอำเภอใจจนเคยชิน ตอนนี้นางเลยไม่เห็นท่านอยู่ในสายตา” “แม้ข้าจะเป็นฮูหยิน แต่ถ้าเทียบกับบ้านเดิมของนางคนอย่างข้าน่ะหรือจะสู้นางได้ เจ้าย่อมรู้ดีว่าตระกูลจ้าวใหญ่คับฟ้าแค่ไหน” “นั่นสิเจ้าคะ ตระกูลของนางมีอำนาจมากถึงเพียงนั้นแล้วเหตุใดถึงได้เลือกมาเป็นอนุภรรยาของท่านโหวกัน” “นางคงรักท่านโหวมากถึงได้ยอมลดตัวมาเป็นอนุของผู้อื่น” “หากมีแค่เหตุผลนี้ก็ถือว่านางน่าชื่นชม แต่บ่าวเกรงว่าจะมีเหตุผลอื่นแอบซ่อนไว้มากกว่า” เรื่องพวกนี้มีหรือที่เจียหรงจะไม่เคยคิดสงสัย ทว่าเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่ายังไม่เห็นว่าจ้าวซูลี่จะลงมือทำอันใด นางถึงได้เลิกสงสัยไปโดยปริยาย เมื่อเห็นว่านายหญิงของตัวเองกลับมาถึงที่เรือนเมิ่งหรานรีบถือกล่องไม้ขนาดเล็กที่ภายในบรรจุของบางอย่างมาให้เจ้านายทันที “เจ้าตรวจดูข้างในแล้วหรือยัง” “เจ้าค่ะ ของยังอยู่ครบ” “ก็ดี” “ว่าแต่ท่านจะใช้ของสิ่งนี้ตอนไหนหรือเจ้าคะ” “วันนี้” น้ำเสียงเรียบนิ่งดุจสายน้ำบอกสาวใช้คนสนิท จ้าวซูลี่เปิดกล่องไม้ดูก็พบว
閱讀更多

วันที่นางตาย

การเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่าจนกระทั่งก่อนวันเกิดบุรุษที่นางรักเพียงสามวันเจียหรงได้รับจดหมายส่งมาจากเสียนหยางว่าตอนนี้เขาอยู่ระหว่างเดินทางกลับมาเมืองหลวง เป็นวันเดียวกันกับที่จ้าวซูลี่คิดจะพรากชีวิตของ ฮูหยินเอกก่อนที่ท่านโหวจะเดินทางมาถึง “ฮูหยิน ท่านพักก่อนเถิดเจ้าค่ะ นับตั้งแต่ท่านโหวไม่ได้อยู่ที่จวนท่านเอาแต่นั่งปักถุงเท้าจนตอนนี้มีหลายสิบคู่แล้วกระมัง” “ข้าแค่รู้สึกเบื่อก็เท่านั้น อีกอย่างอากาศเริ่มเย็นแล้ว ท่านโหวควรมีถุงเท้าไว้ใส่หลายคู่หน่อยกว่าจะผ่านพ้นฤดูหนาวก็อีกตั้งหลายเดือน ตอนที่ข้าไม่อยู่ข้าจะได้วางใจ” “ทำไมหลายวันมานี้ท่านถึงได้พูดเป็นลางร้ายแบบนี้ล่ะเจ้าคะ ท่านอายุยังน้อยยังมีเวลาเหลือเฟือ อีกไม่นานท่านโหวจะกลับมาแล้วบ่าวว่าท่านควรหาชุดสวย ๆ ใส่ไปต้อนรับท่านโหวดีหรือไม่” “นั่นสินะ อีกไม่นานเขาจะกลับมาแล้ว” “เจาฝาง” “เจ้าคะ” นางขานรับ “เจ้าอยู่รับใช้ข้ามาสิบกว่าปีแล้ว แต่พวกเรายังไม่เคยดื่มเหล้าด้วยกันสักจอก” “ถ้าอย่างนั้นบ่าวจะไปที่ห้องครัว นำเหล้ามาสักไหร่วมดื่มกับท่าน
閱讀更多

ย้อนคืน

ดวงจิตสีขาวลอยล่องไร้ทิศทางอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนที่เจียหรงจะหวนคืนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง “คิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ” เสียงสาวใช้คนสนิทถามขึ้น ทำให้นางสะดุ้งถึงได้รู้ว่าตนได้ย้อนเวลากลับมาในอดีต “ฮูหยิน มือท่าน” เจียหรงหลุบตาก้มมองไปที่มือก็พบว่ามีหยดเลือดไหลออกมาเพราะถูกเข็มทิ่ม “หลายวันมานี้ท่านเอาแต่นั่งปักผ้าจนมือช้ำไปหมดแล้ว พักสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ” “นั่นอะไรรึ” นางถามสาวใช้ เมื่อเห็นของบางอย่างวางอยู่บนโต๊ะ “ฮูหยินท่านไม่สบายหรือเจ้าคะ เมื่อครึ่งชั่วยามก่อนท่านเพิ่งสั่งให้บ่าวนำชุดของท่านโหวไปวางไว้ตรงนั้น” “ช่วงนี้ข้าคงเหนื่อยเกินไปเหมือนที่เจ้าว่าถึงได้หลงลืมเช่นนี้” เจียหรงพูดตามน้ำ หากบอกเรื่องที่นางย้อนเวลากลับมาในอดีตให้ผู้ใดรู้คงไม่พ้นถูกกล่าวหาว่าเสียสติแน่ “วันนี้ขณะเดินผ่านลำธารบ่าวเห็นดอกบัวกำลังบานสะพรั่ง ท่านอยากไปไปดูหรือไม่” นางพยักหน้าตอบแล้วจึงเดินไปที่ศาลาริมน้ำเพื่อชมดอกบัว พอเห็นดอกบัวสีชมพูกำลังบานทั่วลำธารถึงได้รู้สึกคลายจิตใจลงบ้าง ครั้นกลับเรือนมาช่วงเย็น
閱讀更多

ไม่ดันทุรัง

“นางมาหรือยัง ไหนนางบอกว่าจะมาหาข้า นี่ก็สายแล้วเหตุใดถึงไม่เห็นแม้แต่เงา” “ท่านโหวถามถึงผู้ใดหรือขอรับ” “จะเป็นใครได้เล่า ถ้าไม่ใช่ฮูหยิน” เสี่ยวลู่ที่เพิ่งกลับจากนอกจวนแทรกขึ้น “ถ้าท่านโหวหมายถึงฮูหยิน นางมาแล้วขอรับ” พอได้ยินคำตอบตอบเขาได้แต่ขมวดคิ้วเข้าหากัน หากนางมาถึงแล้วทำไมเขาถึงไม่รู้เล่า “นางมาตั้งแต่เมื่อใด ทำไมเจ้าไม่รายงานข้า” เขาคาดคั้นบ่าว “ฮูหยินมาถึงตอนที่ท่านโหวกำลังพูดคุยอยู่กับอนุจ้าวขอรับ” “นางได้ยินทุกอย่างเลยหรือ” เขาเอ่ยกับตัวเองแผ่วเบา ทว่าบ่าวทั้งสองได้ยินจึงได้ตอบกลับมา “พอฮูหยินได้ยินท่านโหว เอ่อ บอกความในใจกับอนุจ้าว นางก็กลับเรือนไป” “แล้วชุดของข้าเล่า” ไม่วายถามถึงชุดที่เจียหรงจะนำมาให้ตนตรวจดูความเรียบร้อย “ฮูหยินนำกลับไปด้วยขอรับ” “ต้องโทษเจ้าที่ไม่รายงานข้าว่านางมาถึงแล้ว” ว่าพลางส่งสายตาเฉือดเฉือนไปให้ “จะโทษบ่าวเล็ก ๆ แบบนี้คงไม่ถูกกระมัง หากนายท่านไม่พูดความในใจกับอนุจ้าวมีหรือฮูหยินจะรีบกลับไปแบบนั้น” เป็นเสี่ยวลู่พ
閱讀更多
上一章
1
...
345678
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status