ห้วงแค้นนางร้ายพลิกชะตา のすべてのチャプター: チャプター 201 - チャプター 210

248 チャプター

เป็นหนี้ต้องชดใช้1

อากาศฤดูคิมหันต์ร้อนแรงดุจเปลวเพลิงต้องการแผดเผาคน หลิวหมิงหย่วนกลับจากเรือนแม่สามีก็จัดการผลัดเปลี่ยนอาภรณ์บางเบาสำหรับอยู่เรือน จากนั้นอุ้มเสี่ยวไป๋ออกไปนั่งรับลมที่ศาลากลางน้ำ ดอกบัวหลากสีในสระผลิบานแล้ว ส่งกลิ่นหอมเย็นทั่วเรือนสมเป็นดอกบัวพันธุ์ล้ำค่าหายาก แมลงปอบินแตะผิวน้ำ เกิดเป็นคลื่นวงกลมที่แทบมองไม่เห็นภายใต้แสงอาทิตย์เจิดจ้า หลิวหมิงหย่วนเอนตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนบนตั่งยาว ในมือถือพัดกลมโบกไปมา ด้านข้างมีจื่อหรานช่วยพัดให้อีกทาง ริมท่าน้ำที่ยื่นต่อจากตัวศาลา เสี่ยวไป๋กำลังนอนหมอบมองฝูงปลาแหวกว่ายไปมาในสระน้ำใส ใบหน้าของมันเดี๋ยวหันไปทางซ้าย อีกเดี๋ยวหันไปทางขวา สลับกันไปมาจนเจ้าของที่มองอยู่เริ่มเวียนศีรษะ “ตะกละเสียจริง” หลิวหมิงหย่วนใช้ปลายพัดแตะจมูกเล่นพลางต่อว่าสัตว์เลี้ยงอย่างไม่จริงจัง “โชคดีที่มันยังรู้จักกลัวน้ำ มิเช่นนั้นปลาในสระคงไม่เหลือให้ชื่นชม” จื่อหรานอมยิ้ม ลุกขึ้นไปหยิบน้ำบ๊วยแช่เย็นที่สาวใช้เพิ่งยกเข้ามา “น้ำบ๊วยคลายร้อนเจ้าค่ะ” น้ำบ๊วยเปรี้ยวอมหวานทั้งยังเย็นฉ่ำช่วยคลายความร้อนได้ดีจริง ๆ สายลมหอบหนึ่งพัดกร
続きを読む

เป็นหนี้ต้องชดใช้2

แรกเริ่มกำจัดเกาหงซวน ต่อมาอาศัยความเสียใจจากการสูญเสียพี่ชายมาวางยาเกาซีเหมิง ทำตัวเป็นสามีที่ดีคอยดูแลภรรยา ให้อัครเสนาบดีเกาเกิดความซาบซึ้งใจ ทั้งยังใช้เป็นข้ออ้างปกปิดความเคลื่อนไหว ถึงเวลาก็ให้คนปล่อยข่าวเรื่องที่เกาซีเหมิงอาจอยู่ได้ไม่นาน แต่ไหนแต่ไรอัครเสนาบดีเกาอยากให้เกาซีเหมิงได้ครอบครองตำแหน่งฮองเฮา พอข่าวลือว่าเกาซีเหมิงอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานลอยไปเข้าหูอัครเสนาบดีเกา นั่นคือโอกาสในการยุยงปลุกปั่นอัครเสนาบดีเกาให้เคลื่อนทัพก่อกบฏ สร้างขวัญกำลังใจให้บุตรสาวอยากมีชีวิตอยู่ต่อด้วยตำแหน่งฮองเฮา สุดท้ายชะตากรรมของตระกูลเกาก็ไม่ต่างจากตระกูลหลิวในชาติก่อน เป็นบันไดให้อู๋ซั่วหยางเหยียบย่ำขึ้นสู่ที่สูง พอหมดประโยชน์ก็จัดการกำจัดทิ้งด้วยข้อหากบฏทำลายชาติบ้านเมือง กล่าวกันจนถึงที่สุด สองตระกูลยังพอมีข้อแตกต่าง ตระกูลหลิวจงรักภักดี ข้อหากบฏนั้นเป็นสิ่งที่อู๋ซั่วหยางวางแผนยัดเยียดให้ ส่วนตระกูลเกามักใหญ่ใฝ่สูง หลงใหลอำนาจต้องการอยู่ใต้หนึ่งคนเหนือคนนับหมื่น ถึงจะบอกว่าถูกอู๋ซั่วหยางหลอกใช้ แต่ตัวการที่แท้จริงกลับเป็นความโลภของตนเอง หูเจียนสืบเรื่องก
続きを読む

เป็นหนี้ต้องชดใช้3

กล่องไม้จำนวนสิบกว่าใบตั้งอยู่กลางห้องหนังสือ สองมือที่วางอยู่บนโต๊ะของอู๋ซั่วหยางกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนขณะกวาดตามองของที่บรรจุอยู่ภายใน ทั้งหมดล้วนเป็นศีรษะคนใต้อาณัติของเขา เป็นคนที่เขาจัดวางให้เฝ้าดูความเคลื่อนไหวของจวนซ่งโหว “เป็นฝีมือซ่งเทียนเหิงสินะ” อู๋ซั่วหยางถามเฉาเฉวียนเสียงเย็น สังหารสิบกว่าชีวิตในเวลาเดียวกัน ทั้งยังตัดศีรษะส่งมอบเป็นของขวัญ ชั่วคราวนี้นอกจากซ่งเทียนเหิง เขาก็คิดไม่ออกแล้วว่าจะมีใครทำเรื่องโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ออกมาได้ แผนลอบสังหารซ่งเทียนเหิงล้มเหลว ช้าเร็วฝ่ายตรงข้ามต้องมีความเคลื่อนไหว อู๋ซั่วหยางตระหนักได้ตั้งแต่แรก ดังนั้นกล่องไม้บรรจุศีรษะคนที่วางเรียงรายอยู่เบื้องหน้าจึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เลือดล้างเลือด! เป็นเรื่องถูกต้องแล้ว วันนั้นเขาฆ่าลูกน้องซ่งเทียนเหิง วันนี้ซ่งเทียนเหิงฆ่าลูกน้องเขา ต่างฝ่ายต่างไม่ติดค้างกัน เวลานี้ในมือเขามีคนให้ใช้สอยจำนวนมาก กลุ่มเก่าตายส่งกลุ่มใหม่ไปแทน ไยต้องคิดมากกับชีวิตคนระดับล่าง เฉาเฉวียนสั่งลูกน้องให้ปิดฝากล่องแล้วยกออกไปจัดการที่อื่น เนื่องจากศีรษะเ
続きを読む

จุดแตกหัก1

พริบตาเดียวผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว หมอดี ยาดี คนดูแลดี อาการบาดเจ็บของเหอหงซินจึงดีวันดีคืน สภาพแวดล้อมมีผลต่อจิตใจผู้ป่วย ด้วยเหตุนี้เหอหงซินจึงย้ายจากบ้านตระกูลเหอมาพักฟื้นที่คฤหาสน์ส่วนตัวบนเขานอกเมืองทางทิศเหนือ เทือกเขาเขียวขจีเรียงสลับซับซ้อน เมฆขาวแผ่ปกคลุมเป็นทะเลหมอก บ้างเลือนราง บ้างชัดเจน ยามพระอาทิตย์โผล่พ้นเหลี่ยมเขา สรรพสิ่งเบื้องล่างจะถูกอาบย้อมด้วยแสงสีทองละมุนตา เหอหงซินหลับตาสูดอากาศบริสุทธิ์ คิมหันตฤดูแล้วอย่างไร สถานที่แห่งนี้กลับเย็นสบายไม่ร้อนสักนิด บาดแผลที่ท้องสมานกันดีแล้ว อีกไม่กี่วันก็สามารถกลับไปดูแลกิจการของตระกูลได้ตามปกติ ปู่ของเขาอายุมากแล้ว สมควรพักผ่อนไม่ใช่วิ่งวุ่นดูแลกิจการแทนเขา “คุณชาย นายท่านมาเยี่ยมขอรับ” อาฟู่เข้ามารายงานผู้เป็นนายก่อนล่าถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่ เหอหงซินถอนสายตาจากธรรมชาติอันงดงามเบื้องหน้า หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าผู้เป็นบิดา สองมือประสาน ค้อมศีรษะคำนับอย่างนอบน้อม “ลูกคารวะท่านพ่อ” เหอหงเชาเดินขึ้นหน้าหมายประคองบุตรชายให้ลุกขึ้น สุดท้ายกลับต้องชะงักเมื่อเหอหงซินเบี่ยงตัวหลบ มือขอ
続きを読む

จุดแตกหัก2

แววตาเหอหงเชาอึมครึมขณะมองบุตรชายคุกเข่าโขกศีรษะให้ กลางอกมีลมตีขึ้นตีลงจนเจ็บจุก ต้องระบายออกมาด้วยการหัวเราะ “ดี! ซินเอ๋อร์ เจ้าช่างเป็นลูกชายที่ดีนัก วันนั้นพ่อขอให้ชินอ๋องยั้งมือไว้ไมตรีไม่ทำร้ายเจ้า แต่เจ้ากลับเอาตัวเข้าไปช่วยผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ตลอดเวลาที่เจ้าหมดสติ หัวใจพ่อจมดิ่งอยู่ในหุบเหวลึก เปลือกตาทั้งสองไม่เคยปิดได้อย่างสนิท เจ้าไม่เพียงไม่สำนึกบุญคุณ ยังเลือกเข้าข้างผู้อื่นแล้วมาเป็นศัตรูกับบิดาผู้ให้กำเนิด ประเสริฐ! ข้าช่างมีลูกที่ประเสริฐจริง ๆ” บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงัน เหอหงซินไร้ข้อโต้แย้ง ตั้งแต่ต้นจนจบอยู่ในท่าหมอบกราบศีรษะจรดพื้น สองพ่อลูกคุมเชิงกันอยู่พักใหญ่ หน้าผากเหอหงเชามีเหงื่อไหล ส่วนแผ่นหลังเหอหงซินก็เปียกชุ่มจนเสื้อผ้าแนบติดกาย “ซ่งเทียนเหิงไม่ใช่สหายที่ดีอะไร หากเขาหวังดีต่อเจ้าจริงคงไม่ลากเจ้ามาลงน้ำขุ่นบ่อนี้ เขาแค่ต้องการหลอกใช้เจ้าให้หาหลักฐานมาเอาผิดพ่อ โยงใยเรื่องทุกอย่างเข้าหาชินอ๋องเพื่อรับความดีความชอบ คนเช่นนี้ไม่น่าคบหาแม้แต่น้อย ต่อไปอย่าได้ติดต่อเขาอีก” ในที่สุดเหอหงเชาก็เป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อน
続きを読む

จุดแตกหัก3

คิดถึงท่าทางเจ็บปวดของหลิวหมิงหย่วน หัวใจซ่งเทียนเหิงพลันบีบรัด เขาควรทำเช่นไรให้จิตใจของนางได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ไหนจะยังเรื่อง... “เรื่องหย่วนเอ๋อร์ลูกคิดว่าหากไม่ถึงที่สุดยังคงอย่าให้นางรู้จะดีกว่า ภายนอกนางเป็นคนเข้มแข็งก็จริง ทว่าจุดอ่อนของนางคือคนในครอบครัวและญาติพี่น้อง ลูกไม่อยากเห็นนางร้องไห้เสียใจ” “หย่วนเอ๋อร์ไม่ใช่คนโง่ สิ่งที่ลุงของนางทำเป็นเรื่องใหญ่ เจ้าคิดว่าตนเองสามารถปกปิดนางได้ตลอดจริงหรือ” ซ่งเทียนเหิงเงียบ เอ่ยปากอีกทีก็ไม่ใช่เรื่องเดิมแล้ว “ทางด้านท่านพ่อตามีข่าวหรือไม่ขอรับ” ซ่งตงหยางเห็นบุตรชายเปลี่ยนเรื่องกะทันหันก็ไม่ได้ว่าอะไร เรื่องระหว่างสามีภรรยา ถึงเขามีศักดิ์เป็นพ่อกับพ่อสามีก็ยังนับว่าเป็นคนนอก “ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เจ้าไม่ต้องกลัดกลุ้มเรื่องเขาหรอก ประสบการณ์ของพ่อตาเจ้ามีมากกว่าเจ้าไม่รู้กี่เท่า หากจัดการเรื่องทางนั้นได้ไม่ดี วันหน้าก็อย่ารับตราพยัคฆ์ต่ออีกเลย” ซ่งตงหยางพูดกลั้วหัวเราะ หยัดตัวลุกจากเก้าอี้ “ก่อนหน้านี้สนทนากับแม่ทัพจ้าวยังไม่จบ พ่อจะไปพบเขาสักหน่อย เจ้าไปด้วยกันหรือไม่”
続きを読む

จุดแตกหัก4

“เหตุใดวันนี้ท่านพี่จึงกลับเร็ว” หลิวหมิงหย่วนเอ่ยถามหลังได้สติ ปกติสามีผู้นี้จะกลับเข้าจวนในช่วงเวลาจุดโคม น้อยนักจะเห็นเขากลับมายามมีแสงสว่าง “คิดถึงฮูหยินจึงกลับเร็ว” ซ่งเทียนเหิงตอบด้วยประโยคหวานเลี่ยน หลิวหมิงหย่วนวางมือบนท่อนแขนที่โอบกอดเอวของตนโดยไม่พูดอะไร เวลาผ่านไปราวหนึ่งถ้วยชา นางถึงค่อยหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าซ่งเทียนเหิง ดวงตาใสกระจ่างยิ่งกว่าดวงดาวช้อนมองปลายคางเหลี่ยมได้รูป สองมือวางพาดไหล่กว้าง “อากาศร้อนยิ่ง ท่านเพิ่งกลับมาจากค่ายคงรู้สึกไม่สบายตัว ข้าจะให้สาวใช้ไปเตรียมน้ำสำหรับชำระล้างร่างกาย” ซ่งเทียนเหิงกลอกตาครุ่นคิดขณะมองคนในอ้อมแขน ไฉนเขาถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องระหว่างเขากับนาง หลิวหมิงหย่วนยังคงเป็นภรรยาที่แสนดี น่าแปลกที่ช่วงหลังเขามักสัมผัสได้ถึงความห่างเหินไม่สนิทแนบแน่นอย่างที่ควรจะเป็น “ฮูหยินมีเรื่องในใจที่อยากถามข้าหรือไม่” หลิวหมิงหย่วนหลุบตาซุกซ่อนประกายสั่นไหว นางยอมรับว่าการที่ซ่งเทียนเหิงมีเรื่องปกปิดทำให้นางรู้สึกไม่ดี กระนั้นก็ไม่คิดจะให้ความรู้สึกด้านลบมาบั่นทอนความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา
続きを読む

คลื่นลมเริ่มก่อตัว1

รถม้าหรูหราใหญ่โตแล่นผ่านประตูเมืองมาหยุดที่หน้าจวนชินอ๋อง ฉินไท่เฟยค้อมตัวออกจากรถม้า สีหน้าเบิกบานไร้ความอิดโรย ประหนึ่งการออกนอกเมืองหนนี้เป็นการไปเที่ยวพักผ่อนมิใช่ไปขอพรให้ลูกสะใภ้หายป่วย แน่นอนว่าคนเห็นแก่ตัวอย่างฉินไท่เฟยไม่เคยห่วงผู้ใดนอกจากตนเอง เกาซีเหมิงล้มป่วยสาเหตุเกิดมาจากอะไรตัวนางกระจ่างแจ้ง จึงไม่มีเหตุผลให้ต้องเอาร่างกายไปทรมานเพื่อคนที่ถูกกำหนดว่าต้องตาย การไปวัดขอพรเป็นเพียงเรื่องบังหน้า ไปพักผ่อนที่คฤหาสน์ลับของบุตรชายถึงจะเป็นเรื่องจริง “ไท่เฟยโปรดหยุดก่อน” สองเท้าที่กำลังเยื้องย่างจะเข้าจวนหยุดชะงัก ฉินไท่เฟยหมุนตัวกลับอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ที่การเดินเข้าบ้านของนางถูกขัดจังหวะ ครั้นเห็นเจ้าของเสียงที่เรียกรั้งตนด้วยความนอบน้อม ความขัดเคืองใจยิ่งเพิ่มขึ้นเนื่องจากคนผู้นี้นางไม่รู้จัก “เจ้าคือ...” ดวงตาเล็กแหลมกวาดมองชุดขันทีบนร่างฝ่ายตรงข้าม ดูจากลักษณะชุดที่คนผู้นี้สวมใส่ ตำแหน่งในวังแม้ไม่สูง ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ต่ำต้อย ขันทีหนุ่มอายุยี่สิบต้น ๆ ทรุดตัวคุกเข่าคำนับฉินไท่เฟยเต็มพิธีการ ตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีอาการปร
続きを読む

คลื่นลมเริ่มก่อตัว2

เกาซีเหมิงสายตาเลื่อนลอยขณะมองอู๋ซั่วหยาง สามวันมานี้นางเห็นเขาปรากฏตัวตรงหน้านับไม่ถ้วน ทว่ายามเอื้อมมือไขว่คว้า พระสวามีที่นางคิดถึงกลับกลายเป็นหมอกควันที่มิอาจจับต้องได้ อู๋ซั่วหยางทิ้งตัวลงนั่งขอบเตียง วางมือข้างหนึ่งบนมือเกาซีเหมิง “ได้ยินว่าพระชายาเฝ้ารอข้า ข้าจึงรีบทิ้งงานมาหาพระชายา เหตุไฉนไม่เห็นพระชายาดีใจสักนิด” สัมผัสอบอุ่นบนหลังมือทำเกาซีเหมิงได้สติ หยาดน้ำตาไหลร่วงราวไข่มุกหลุดออกจากสาย อาศัยแรงที่มีเพียงน้อยนิดโผเข้าไปสวมกอดอู๋ซั่วหยาง “ท่านอ๋อง เป็นท่านอ๋องจริง ๆ” อู๋ซั่วหยางลูบแผ่นหลังที่เหลือเพียงกระดูกของเกาซีเหมิง พูดอย่างอ่อนโยนว่า “ข้าเอง หลายวันนี้มีงานติดพันจึงไม่ได้มาหาพระชายา ขอโทษด้วย” เกาซีเหมิงซบหน้าร้องไห้กับอกกว้าง ส่งผลให้อาภรณ์บริเวณนั้นเปียกชื้น “หม่อมฉันนึกว่าท่านอ๋องทรงรังเกียจสภาพร่างกายยามเจ็บป่วยของหม่อมฉันจึงหายไป” เสียงสะอึกสะอื้นกล่าวอย่างน้อยอกน้อยใจ “จะเป็นไปได้อย่างไร ในสายตาพระชายาเห็นข้าเป็นคนไร้คุณธรรมที่ชอบทอดทิ้งภรรยาในยามที่อีกฝ่ายทุกข์ยากเช่นนั้นหรือ” อู๋ซั่วหยางดันตัวเกาซีเหมิงออ
続きを読む

คลื่นลมเริ่มก่อตัว3

“ท่านอ๋อง แผนการที่เราวางไว้คงต้องเร่งลงมือก่อนกำหนดเสียแล้ว” ซุนกงกงยกมือปรับหมวกบนหัวให้ตั้งตรง เพียงเห็นอู๋ซั่วหยาง ความหวาดหวั่นในใจก็ลดลงไปเกินครึ่ง ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายปานใด เขาเชื่อว่าตนเองมีหนทางรอดแล้ว “ปีนั้นหลังไทเฮาทรงสิ้นพระชนม์ ไท่เฟยกับกระหม่อมได้จัดการเก็บกวาดหลักฐานและคนที่รู้เรื่องจนหมด แต่ไม่นึกว่าจะมีปลาหลุดรอดแหออกไปได้ วันนี้ขณะไท่เฟยเข้าเยี่ยมพระอาการฝ่าบาท ฝ่าบาทได้ทรงนำหลักฐานการลอบปลงพระชนม์ไทเฮาออกมาเค้นความจริงกับไท่เฟย ถึงไม่มีพยานบุคคล หลักฐานที่อยู่ในมือฝ่าบาทกลับมัดตัวไท่เฟยแน่นยากสลัดให้หลุดพ้น เป็นบันทึกสาเหตุการประชวรที่แท้จริงของไทเฮากับหนังสือรับสารภาพของหลัวสุ่ยหมิง หัวหน้าสำนักหมอหลวงผู้ซึ่งรับหน้าที่ดูแลไทเฮาในตอนนั้น เขาชี้แจงว่าไทเฮาทรงสิ้นพระชนม์เพราะหญ้าอูโถว ซึ่งอาการของคนที่ล้มป่วยเพราะหญ้าอูโถวตรงตามบันทึกพระอาการของไทเฮาทุกประการ ฝ่าบาทจึงส่งคนไปตรวจสอบบันทึกการเบิกจ่ายสมุนไพรชนิดนี้” พูดมาถึงตรงนี้ซุนกงกงก็หยุดพักหายใจ รวมถึงอาศัยจังหวะนี้สังเกตสีหน้าท่าทางของอู๋ซั่วหยางที่มีต่อเรื่องที่ได้ยิน ใบหน้าเย็นชา
続きを読む
前へ
1
...
1920212223
...
25
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status