ห้วงแค้นนางร้ายพลิกชะตา의 모든 챕터: 챕터 181 - 챕터 190

248 챕터

ตัวตนสุ่ยหนิง1

ลมฤดูใบไม้ผลิพัดพากระดิ่งใต้ชายคาของบ้านไม้หลังหนึ่งให้ส่งเสียงกังวานใส ท่ามกลางความเงียบของตรอกลึกที่ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรผ่านไปมา เสียงกระดิ่งจึงดังชัดเจนยิ่ง ภายในบ้านไม้ สุ่ยหนิงนั่งจ้องห่อผ้าบนโต๊ะเบื้องหน้าด้วยความสงบนิ่ง ถัดไปด้านข้างฝั่งขวามือมีบุรุษวัยกลางคนนั่งอยู่ เขาไม่เพียงมองห่อผ้า ใบหน้ายังฉายความกลัดกลุ้มระคนลำบากใจ “หนิงเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจว่าจะทำเช่นนี้” สุ่ยหนิงเลื่อนสายตาจากห่อผ้ามายังชายวัยกลางคน ส่งยิ้มให้เขาแล้วว่า “พ่อบุญธรรม แม้ที่ผ่านมาเราสองคนไม่จำเป็นต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ทว่าหนี้เลือดที่ผู้อื่นติดค้าง หนิงเอ๋อร์มิอาจปล่อยวางได้จริง ๆ” “หนิงเอ๋อร์ พ่อบุญธรรมเข้าใจเจ้า พ่อบุญธรรมเองก็อยากแก้แค้นให้บิดาเจ้าเช่นกัน แต่เรื่องนี้จำต้องวางแผนให้รอบคอบ ถ้าการแก้แค้นต้องแลกกับชีวิตของเจ้า พ่อบุญธรรมคิดว่าบิดามารดาเจ้าที่อยู่ในปรโลกจะต้องไม่เห็นด้วย” ดวงตาสุ่ยหนิงทอประกายเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ไม่สั่นคลอน น้ำเสียงที่ใช้ตอบจึงทั้งเยือกเย็นทั้งสงบ “หลายปีมานี้ ไม่เคยมีวันใดที่หนิงเอ๋อร์ไม่คิดแก้แค้นให้ครอบครัว ความตายบางเบ
더 보기

ตัวตนสุ่ยหนิง2

พ่อบุญธรรมใคร่ครวญการกระทำของสองสามีภรรยาตั้งแต่เข้ามาในบ้าน นอกจากนั่งดื่มชาเงียบ ๆ ดูเหมือนทั้งสองไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรอีก เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ผู้คุ้มกันที่เขาจ้างมายังไม่มีใครโผล่หน้าออกมาสักคน ถ้าไม่ถูกจัดการก็คงถูกควบคุมตัวไว้แล้วกระมัง คนมีทักษะการต่อสู้ยังพ่ายแพ้ราบคาบ นับประสาอะไรกับเขาและบุตรสาวที่เป็นเพียงคนธรรมดา คิดมาถึงตรงนี้ พ่อบุญธรรมพลันถอนหายใจยอมรับชะตา ในเมื่อกลายเป็นตะพาบในไหไปแล้ว อยู่หรือตายจึงไม่ใช่สิ่งที่เขามีสิทธิ์ตัดสินใจ เขาหลับตาสูดลมหายใจลึกยาว ครั้นสัมผัสได้ถึงความสงบจึงค่อยลืมตาขึ้น เขาอยากรู้เช่นกันว่าซื่อจื่อผู้นี้เก่งกาจถึงขั้นไหน ในมือมีความลับของพวกเขากี่มากน้อย หลิวหมิงหย่วนรินชาส่งให้สองพ่อลูกหลังทั้งสองนั่งลงเป็นที่เรียบร้อย นางส่งยิ้มบางให้สุ่ยหนิงที่นั่งอยู่ด้านข้าง จากนั้นหลุบตามองถ้วยชาเบื้องหน้า ไม่ได้ทักทายหรือถามไถ่อะไร เนื่องจากก่อนหน้านี้นางสงสัยว่าสุ่ยหนิงอาจเป็นคนที่คอยชักใยผู้อื่นให้ทำร้ายนาง ถึงซ่งเทียนเหิงจะบอกว่านางคิดมากไปเอง กระนั้นที่ผ่านมาก็ยังคอยระแวดระวังและเว้นระยะห่างกับสุ่ยหนิงอย่างชัดเจน
더 보기

ตัวตนสุ่ยหนิง3

สุ่ยหนิงเห็นสายตาที่ซ่งเทียนเหิงส่งมาให้ก็รีบเข้าไปประคองพ่อบุญธรรม พยักหน้าเล็กน้อยก่อนพาท่านเข้าไปห้องด้านใน ซ่งเทียนเหิงยอมไว้ชีวิตนาง แน่นอนว่านางซาบซึ้ง ทว่าบาดแผลของพ่อบุญธรรมทำนางร้อนใจ คิดเพียงต้องการห้ามเลือดทำแผล ส่วนเรื่องขอบคุณเขานั้น ประเดี๋ยวค่อยกลับมาทำ อย่างไรเสียก็ยังมีเรื่องให้ต้องพูดคุยกัน ลับร่างสองพ่อลูก ซ่งเทียนเหิงหันมาส่งยิ้มให้หลิวหมิงหย่วน ดวงตาลึกลับซับซ้อนทอประกายเจ้าเล่ห์ ให้ความรู้สึกประหนึ่งหมาป่ากำลังออกล่าเหยื่อ “อธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฮูหยินฟังไม่ใช่ไม่ได้ แต่คนเรามีรับต้องมีให้ คิดรับอยู่ฝ่ายเดียวมิใช่กำลังเอาเปรียบกัน” เป็นเช่นนี้ตลอด! หลิวหมิงหย่วนกลอกตาทำหน้าเอือมระอาผู้เป็นสามี ดูท่าตั้งแต่แรกที่ชวนนางมาก็เตรียมวางแผนจะเอารางวัลอยู่แล้ว มิน่าถึงไม่ยอมบอกอะไร กระตุ้นให้นางอยากรู้แล้วค่อยตะครุบกรงเล็บลงมา ร้ายกาจไม่มีผู้ใดเกินจริง ๆ เมื่อความอยากรู้อยากเห็นมีอิทธิพลมากกว่าการจ่ายค่าตอบแทน หลิวหมิงหย่วนจึงต้องยอมให้ในสิ่งที่หมาป่าต้องการ “คืนนี้ข้าจัดการเอง ส่วนท่านนอนอยู่เฉย ๆ” ซ่งเทียนเ
더 보기

ตัวตนสุ่ยหนิง4

กลางอกหลิวหมิงหย่วนหวานล้ำราวกับมีบ่อน้ำผึ้งขนาดใหญ่อยู่ภายใน ซ่งเทียนเหิงเป็นสามีที่ดีมากจริง ๆ ดีจนนางรู้สึกว่าไม่คู่ควรกับเขา ดวงตาสีน้ำหมึกปรากฏอารมณ์หลากหลาย หงายมือไปข้างหน้าขอเครื่องรางจากเขา เห็นท่าทางลังเลของซ่งเทียนเหิง นางย่อมเข้าใจความคิดเขา เขาคงกลัวเครื่องรางนี้จะได้ผล เป็นเหตุให้นางไม่ได้แก้แค้น “ให้ข้าเก็บไว้เถอะ ลูกที่เกิดจากความรักของเราสองคน ถ้าเขามาจริงก็ถือเสียว่าเขาไม่อยากให้มือมารดาแปดเปื้อนเลือด ข้ายินดีปล่อยวางความแค้นเพื่อเขา ไม่ทำบาปทำกรรมด้วยการเข่นฆ่า แม้คนเหล่านั้นจะสมควรตาย หวังว่าบุญกุศลครั้งนี้จะส่งผลให้ลูกของเราเกิดมามีสุขภาพแข็งแรง สติปัญญาล้ำเลิศ เก่งกล้าสามารถไม่ต่างจากบิดาผู้ให้กำเนิด” หลิวหมิงหย่วนอาศัยจังหวะที่ซ่งเทียนเหิงกำลังขบคิดหยิบเครื่องรางมาจากมือเขา แย้มยิ้มแล้วพูดต่อว่า “ลูกคนแรกท่านอยากได้บุตรชายหรือบุตรสาว” กว่าซ่งเทียนเหิงจะคืนสติ หลิวหมิงหย่วนก็เก็บเครื่องรางไว้ข้างเอวเรียบร้อยแล้ว เพราะรู้จักนิสัยนางเป็นอย่างดี เขาจึงไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน นางถึงกับยอมปล่อยวางความแค้นเพื่อลูก ลูกที่เกิดจากคว
더 보기

ตัวตนสุ่ยหนิง5

ซ่งเทียนเหิงหันไปมองหลิวหมิงหย่วนตามสัญชาตญาณ ขณะที่หลิวหมิงหย่วนเอาแต่จับจ้องห่อผ้าไม่วางตา นี่นางไม่คิดจะหึงหวงสามีตนเองบ้างรึ? คำตอบนั้นชัดเจน ความเชื่อใจชนะทุกสิ่ง ไม่เว้นกระทั่งอารมณ์หึงหวง ซ่งเทียนเหิงถอนสายตากลับ ปล่อยหลิวหมิงหย่วนอยากรู้อยากเห็นต่อไป หากนางหึงหวงเขาสักนิด ไม่แน่เขาอาจมอบห่อผ้าให้นางเปิดดูของข้างใน “ข้ากับแม่นางสุ่ยหนิงพบกันไม่บ่อย แต่พอดูออกว่าเจ้าไม่ได้คิดอะไรกับข้า สายตาแม่นางสุ่ยหนิงอยู่ที่ใคร ต้องให้ข้าพูดออกมาหรือไม่” ซ่งเทียนเหิงไม่แยแสอาการอึ้งงันของสุ่ยหนิง ทั้งไม่คิดจะเปิดเผยชื่อบุรุษที่สุ่ยหนิงให้ความสนใจ พูดในสิ่งที่ควรพูดต่อ ตั้งแต่จำความได้ นอกจากหลิวหมิงหย่วน จำนวนคำที่เขาพูดกับสตรีอื่นนั้นแทบนับคำออกมาได้ วันนี้เขารู้สึกว่าตนเองพูดกับสุ่ยหนิงมากเกินไปแล้ว จึงอยากรีบจบการสนทนาและพาหลิวหมิงหย่วนกลับจวน “จุดประสงค์ที่แม่นางสุ่ยหนิงเข้าจวนโหวข้าคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก จึงให้คนสืบลึกลงไปอีก อันดับแรกต้องขอชื่นชมพ่อบุญธรรมของแม่นางสุ่ยหนิง ทำคนของข้าเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยกว่าจะพบข้อมูลสำคัญ หลังตัดสินใจ
더 보기

ตัวตนสุ่ยหนิง6

นางเงียบไปชั่วครู่ก่อนพูดต่อ “เจ้าตัวคนเดียวคิดแก้แค้นให้ครอบครัวถือเป็นเรื่องยาก ที่เจ้าเข้าจวนโหวคงเพราะต้องการให้ท่านพ่อกับสามีข้าช่วยเจ้า ในใจข้ามีข้อสงสัยอย่างหนึ่ง ไม่รู้ว่าแม่นางสุ่ยหนิงจะช่วยไขความกระจ่างให้ได้หรือไม่” สุ่ยหนิงเงยหน้าขึ้นมองหลิวหมิงหย่วน ระลอกคลื่นในดวงตาค่อย ๆ สงบลง ชั่วคราวนี้ถึงกับปล่อยวางเรื่องทุกอย่างในใจเพื่อคนตรงหน้า ไม่รู้คิดไปเองหรือไม่ ทุกครั้งที่พบหลิวหมิงหย่วน นางมักรู้สึกว่าสตรีผู้นี้มีความแค้นลึกล้ำไม่ต่างจากตน แต่กับผู้ใดนั้นนางไม่แจ่มแจ้ง และไม่คิดหาคำตอบในเรื่องที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับตนเอง “ฮูหยินน้อยมีข้อสงสัยอะไรหรือ” “เหตุใดถึงเป็นจวนซ่งโหวแทนที่จะเป็นศาลาว่าการหรือศาลต้าหลี่” ซ่งเทียนเหิงชะงักงัน ไม่คิดว่าหลิวหมิงหย่วนจะถามในสิ่งที่เขาไม่เคยนึกสงสัยมาก่อน เขารู้เพียงสุ่ยหนิงต้องการให้เขากับบิดาช่วยเหลือ ส่วนเหตุผลนั้นกลับไม่ใส่ใจ จวบจนได้ยินหลิวหมิงหย่วนเอ่ยถามสุ่ยหนิง เขาถึงเกิดความใคร่รู้ขึ้นมาบ้าง เขาหดมือที่ยื่นไปหาหลิวหมิงหย่วนกลับ จากนั้นเอามือไพล่หลังรอฟังคำตอบของสุ่ยหนิง สุ่ยห
더 보기

ตัวตนสุ่ยหนิง7

“ตอนแรกข้าไม่รู้สึกอะไร หลัง ๆ เริ่มสังเกตว่าสายตาที่ทั้งสองใช้มองกันมันแปลก ๆ” “คนมิใช่ก้อนหิน อยู่ร่วมกันนาน ๆ ย่อมต้องมีหวั่นไหว” หลิวหมิงหย่วนพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะมีคำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว “ท่านพี่ เมื่อครู่ท่านบอกว่าเพราะพี่เหวินเสียนขอร้องจึงเหลือทางรอดให้นาง แล้วหากพี่เหวินเสียนไม่ขอร้องเล่า ท่านจะไม่เหลือทางรอดให้นางหรือ” ซ่งเทียนเหิงหยุดเดิน หันหน้าเข้าหาหลิวหมิงหย่วน สีหน้าท่าทางจริงจังยิ่ง “ฮูหยิน หลัวสุ่ยหมิงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสิ้นพระชนม์ของไทเฮา ตามกฎหมายต้องประหารทั้งตระกูล เท่ากับว่าตอนนี้สุ่ยหนิงคือนักโทษประหาร ช่วยเหลือนักโทษปกปิดที่ซ่อนมีความผิด นางไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับข้า ฮูหยินคิดว่าข้าสมควรเสี่ยงอันตรายเพื่อนางหรือ บนโลกใบนี้นอกจากเจ้า ข้าซ่งเทียนเหิงไม่มีวันเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเพื่อสตรีใดทั้งนั้น โชคดีที่นางไปเข้าตาเจิ้งเหวินเสียน คนรักของสหายจะไม่ช่วยได้อย่างไร” หลิวหมิงหย่วนเข้าใจความคิดของซ่งเทียนเหิง มีโอกาสได้หวนกลับมาเคียงคู่มิใช่เรื่องง่าย ดังนั้นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงชีวิต เลี่ยงได้เขาย่อมอยากเลี่ยง ส
더 보기

เกาทัณฑ์ดอกเดียวได้นกสองตัว1

ข้ามเขาอีกลูกก็จะถึงเมืองหลวงแล้ว ต้นไม้ใบหญ้าพลิ้วไหวตามแรงลม หอบกลิ่นดินและกลิ่นหญ้าให้ล่องลอย บนกิ่งไม้มีนกร้อง สองข้างทางเป็นเสียงจักจั่น แม้ยังไม่ถึงวันลี่เซี่ย[1] แต่อากาศเริ่มร้อนอบอ้าวแล้ว เสียงรถม้าวิ่งกุบกับไปตามถนน เด็กหนุ่มคนหนึ่งเลิกผ้าม่านหน้าต่างขึ้นคล้องตะขอเหล็กด้านข้าง มองทัศนียภาพแปลกใหม่ด้วยความตื่นตาตื่นใจ ลมเย็นพัดเข้ามาปะทะใบหน้า เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ส่งเสียงหัวเราะสดใสตามประสาเด็กที่ไม่เคยเห็นโลกกว้าง “อาฉี อย่าเสียงดังรบกวนคุณชายอ่านหนังสือ” เสียงหวานใสเจือการตำหนิดังขึ้นด้านหลัง อาฉีรีบหดศีรษะกลับเข้ามาในรถม้า นั่งห่อไหล่พลางทำหน้าเศร้าสลด พูดเสียงงึมงำ “อาฉีขออภัยคุณชาย” เหอหงซินวางหนังสือในมือ มองอาฉีก่อนเลื่อนไปหาสตรีที่มีผ้าปกปิดใบหน้าช่วงล่าง ต้องยอมรับว่านางมีดวงตาที่งดงามมากจริง ๆ เวลาจ้องมองทำให้ยากถอนสายตากลับ พาให้ในใจนึกถึงใครบางคน คนผู้นั้นไม่ได้มีเพียงดวงตาที่น่ามอง กระทั่งใบหน้ายังงดงามไร้ที่ติ ทุกครั้งที่คิดถึงหลิวหมิงหย่วน มุมปากเหอหงซินจะยกโค้งเป็นรอยยิ้ม ยามเขายิ
더 보기

เกาทัณฑ์ดอกเดียวได้นกสองตัว2

ตลอดการเดินทางเหอหงซินมักมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เสี่ยวหม่านเห็นเขามีท่าทีเคร่งขรึมจริงจังจนน่ากลัว สถานการณ์ด้านนอกจะต้องไม่ดีอย่างมากเป็นแน่ แม้ในใจจะร้อนรนเป็นห่วง สุดท้ายนางก็ช่วยเหลือเขาไม่ได้อยู่ดี สิ่งที่นางทำได้ในตอนนี้คือไม่ทำตัวเป็นภาระหรือตัวถ่วง ให้เขาออกไปจัดการเรื่องราวอย่างวางใจ “คุณชายวางใจ เสี่ยวหม่านกับอาฉีจะรอคุณชายอยู่ในรถม้า คุณชายต้องกลับมาอย่างปลอดภัยนะเจ้าคะ” ว่าแล้วก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ นางล้วงเข้าไปในแขนเสื้อเล็กแคบ หยิบถุงเครื่องรางที่มารดาเคยให้สมัยยังเป็นเด็กออกมา “เครื่องรางนี้มารดาเสี่ยวหม่านมอบให้ก่อนที่ท่านจะจากไป คุณชายพกติดตัวไว้ มันจะช่วยคุ้มครองคุณชายให้ปลอดภัย” เห็นเหอหงซินอ้าปากจะปฏิเสธ เสี่ยวหม่านจึงจัดการยัดถุงเครื่องรางใส่มือเขา จากนั้นหันไปกอดอาฉี นางทำเช่นนี้เท่ากับบีบบังคับให้เหอหงซินต้องรับถุงเครื่องรางเอาไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ได้ยินคนของซ่งเทียนเหิงตะโกนถามกลุ่มคนชุดดำว่าเป็นใคร ต้องการอะไร เหอหงซินจำต้องเก็บถุงเครื่องรางเข้าอกเสื้ออย่างจนใจ ขณะจะพลิกผ้าม่านประตูออกไป ไม่รู้เหตุ
더 보기

เกาทัณฑ์ดอกเดียวได้นกสองตัว3

เฉาเฉวียนยกกระบี่ขึ้นมาชักออกจากฝัก กลิ่นอายดำมืดขับเน้นความเหี้ยมเกรียมในดวงตา หัวหน้านำแล้ว ลูกน้องจะไม่ทำตามได้อย่างไร เพียงพริบตา กระบี่สีเงินยวงหลายสิบเล่มก็ออกมาเปล่งประกายแข่งกับแสงแดด “ในเมื่อคุณชายเหอไม่รับสุราคารวะ ข้ามีแต่ต้องมอบสุราพิษ” ยามสองฝ่ายประจันหน้ากันด้วยอาวุธ แรงกดดันจึงมากมายมหาศาลจนทำให้คนรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ความร้อนระอุของอากาศเพิ่มระดับขึ้นอีกหลายเท่า พาให้ร่างกายแต่ละคนชุ่มโชกเหงื่อ หัวหน้ากลุ่มองครักษ์ที่ซ่งเทียนเหิงส่งมารีบเอาตัวเข้าบังเหอหงซินไว้ด้านหลัง “คุณชายเหอ ท่านรีบขึ้นรถม้าเถอะ” เหอหงซินไม่เพียงไม่ขึ้นรถม้า ยังพูดอีกว่า “หัวหน้าเหยียน คนของข้าล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์ ข้าไม่อยากให้พวกเขาเดือดร้อน เปลี่ยนสถานที่สู้กันเถิด” หัวหน้าเหยียนที่เหอหงซินพูดด้วยขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ขณะกำลังจะหันไปถาม กลับพบว่าคนไม่อยู่แล้ว หัวหน้าเหยียนรีบมองหาตัวเหอหงซิน ครั้นพบก็ถึงกับต้องหยุดหายใจ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นระคนตื่นตระหนก “คุณชายเหอ ท่านจะไปที่ใด” เหอหงซินพลิกตัวขึ้นหลังม้า เชิดหน
더 보기
이전
1
...
1718192021
...
25
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status