ห้วงแค้นนางร้ายพลิกชะตา のすべてのチャプター: チャプター 221 - チャプター 230

248 チャプター

เยี่ยมเยือนอดีตแม่สามี2

ริมฝีปากหลิวหมิงหย่วนคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม แววตาลึกล้ำสงบนิ่งดุจห้วงน้ำลึก “ซุนกงกงเห็นไท่เฟยประสบเรื่องร้าย เขาไม่เพียงไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ยังหนีออกจากวังอย่างรวดเร็ว โชคดีที่หม่อมฉันรอบคอบ จึงสกัดจับตัวเขาได้ที่ประตูเมือง เรื่องซุนกงกงหนีเอาตัวรอด ท่านอ๋องไม่ส่งคนมาแจ้งไท่เฟยให้ทราบหรือ ไฉนท่านอ๋องจึงทำเช่นนี้ ปล่อยพระมารดาโง่งมไม่รู้เรื่องรู้ราวได้อย่างไร” ประหนึ่งมีสายฟ้าฟาดลงมาบนร่าง หัวใจฉินไท่เฟยหล่นวูบ เนิ่นนานถึงค่อยได้สติ นางรีบสงบใจ ใคร่ครวญจริงเท็จ หลิวหมิงหย่วนอยู่ฝ่ายตรงข้าม คำพูดเกินครึ่งล้วนเชื่อถือไม่ได้ ซุนกงกงทำงานให้นาง หลังผลัดเปลี่ยนแผ่นดินก็ย้ายมาช่วยเหลือบุตรชายนาง รุกถอยร่วมกัน ความเชื่อใจจึงไม่ต้องเอ่ยถึง เวลานี้แผนการเดินมาถึงช่วงสำคัญแล้ว แม้มีอุปสรรคไม่คาดฝันเกิดขึ้น เขาก็ไม่น่าจะละทิ้งอำนาจที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม หนีไปอย่างนั้น ความสับสนว้าวุ่นค่อย ๆ ถูกขจัด ฉินไท่เฟยกลับมาสุขุมเยือกเย็น หลิวหมิงหย่วนมาที่นี่ไม่ได้มีจุดประสงค์ดี ไยนางต้องคล้อยตามให้เป็นที่ตลกขบขัน “แผนยุยงปลุกปั่นของเจ้าใช้ไม่ได้ผลกับข้าหรอก เชิญพวกเจ้าหลงลำ
続きを読む

เยี่ยมเยือนอดีตแม่สามี3

รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมจืดจางลงเล็กน้อยเมื่อไม่เห็นความขลาดกลัวในตัวหลิวหมิงหย่วน หัวคิ้วฉินไท่เฟยขมวดเข้าหากัน ไม่เคยมีใครถูกนางข่มขู่แล้วยังสงบนิ่งได้ หลิวหมิงหย่วนนับเป็นคนแรก สตรีที่ไม่กลัวตาย ไม่แปลกที่บุตรชายนางจะสนใจ หลังข้าจ้องเจ้า เจ้าจ้องข้าอยู่นาน หลิวหมิงหย่วนก็พยักหน้าเห็นด้วยกับฉินไท่เฟย “เสียงร้องขอชีวิตไพเราะจริง ๆ กระนั้นสำหรับข้ายังคงให้มันเป็นที่สอง ส่วนที่หนึ่งนั้น คือเสียงโหยหวนของคนใกล้ตาย”กลิ่นอายอำมหิตโอบล้อมเรือนร่างระหง ขับเน้นความน่าประหวั่นพรั่นพรึงให้เด่นชัด ดอกปี่อั้นข้างปรภพผลิบานเต็มดวงหน้า เปลี่ยนคุกหลวงให้กลายเป็นดินแดนแห่งความตาย ฉินไท่เฟยสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่หลิวหมิงหย่วนแผ่ออกมา พลังไร้รูปสายหนึ่งกดทับร่างเสียจนสั่นสะท้าน ริมฝีปากบางเม้มแน่น ราวก่อนหน้านี้ไม่เคยยิ้มมาก่อน เล็บแหลมคมจิกบนฝ่ามือ หวังใช้ความเจ็บรั้งสติไม่ให้ความกลัวเข้าครอบงำ เห็นท่าทางหวาดหวั่นของอดีตแม่สามี หลิวหมิงหย่วนเบิกบานใจอย่างยิ่ง แต่ยังคงไม่ใช่ที่สุด เรื่องสนุกที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต่อจากนี้ต่างหาก “ฉินซวง เจ้าอยากรู้หรือไม่ว่า
続きを読む

เยี่ยมเยือนอดีตแม่สามี4

หลิวหมิงหย่วนหยุดพูด สายตามองไปยังอาหารเบื้องหน้าฉินไท่เฟย แย้มยิ้มประหนึ่งนางมารพบเจอเรื่องถูกใจ “ซี่โครงผัดเปรี้ยวหวาน เนื้อตุ๋นน้ำแดง ตับผัดต้นหอม น้ำแกงไส้ ไม่รู้อาหารจานไหนที่เจ้าชอบเป็นพิเศษ” ในหัวฉินไท่เฟยมีเสียงระเบิดดังสนั่น อื้ออึงเสียจนสมองหยุดทำงาน ครั้นได้สติ ดวงตาหงส์พลันเบิกกว้าง นางมองอาหารเบื้องหน้า เม็ดเหงื่อผุดพรายตามใบหน้าและลำตัว ช่องท้องบิดมวนอย่างรุนแรง กล้ามเนื้ออกหดเกร็ง น้ำลายในปากมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความพะอืดพะอมที่พยายามกลั้นไว้ก่อนหน้านี้ถึงคราวสิ้นสุด อาหารบนโต๊ะถูกสองมือกวาดลงพื้น ในสายตาฉินไท่เฟยยามนี้ อาหารหน้าตาน่ากินสี่อย่างได้กลายเป็นฝันร้ายที่ยากลืมเลือนของนางไปแล้ว สตรีวัยกลางคนรีบร้อนลุกจากเก้าอี้ ถลันตัวไปยังมุมห้องโก่งคออาเจียน ต้องการนำเนื้อคนที่เพิ่งกินเข้าไปออกมาให้หมด หลิวหมิงหย่วนมองจานชามที่แตกกระจัดกระจายบนพื้น แหงนหน้าปล่อยเสียงหัวเราะเบิกบาน นางอำมหิตแล้วอย่างไร เลือดเย็นแล้วอย่างไร ทำเรื่องที่คนเขาไม่ทำกันแล้วอย่างไร ขอเพียงทำแล้วมีความสุข นางต้องสนด้วยหรือว่าคนชั่วที่เคยทำร้ายนาง
続きを読む

ล้อมเว่ยช่วยจ้าว

ข่าวการฆ่าตัวตายของฉินไท่เฟยถูกส่งเข้าวังอย่างรวดเร็ว อู๋ซั่วหยางได้ยินถึงกับตะลึงงัน ไม่อยากเชื่อว่ามารดาผู้ให้กำเนิดจะตัดสินใจจบชีวิตด้วยวิธีสิ้นคิดเช่นนี้ ตั้งแต่จำความได้ พระมารดาเป็นคนที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ไม่ว่าขุนนางในราชสำนักดูถูกเหยียดหยามเพียงใด ท่านจะแย้มยิ้มแล้วบอกกับเขาว่าพวกเราต้องอดทน สักวันพวกเราสองแม่ลูกต้องได้เหยียบพวกเขาไว้ใต้ฝ่าเท้า ทั้งที่สัญญากันเอาไว้แล้ว ไฉนการใหญ่ยังไม่ทันสำเร็จก็... ร่างสูงสง่าเหยียดตรงดุจลำไผ่แม้คุกเข่ามาแล้วสองวันสองคืนสั่นสะท้าน จิตวิญญาณร่วงหล่นจมดิ่งสู่ความมืดมิด ชายหนุ่มจ้องมองตำหนักบรรทมของพี่ชายต่างมารดาด้วยความเคียดแค้นระคนเจ็บปวด เป็นเขาที่บีบให้พระมารดาของตนต้องตาย อู๋ซั่วหยางลุกขึ้น ฝืนประคองช่วงขาที่ไร้ความรู้สึกเดินโซซัดโซเซออกจากตำหนักบรรทมของพี่ชาย ตลอดทางไม่พูดจา ขันทีกับนางกำนัลที่พบเห็นก็ไม่กล้าทัก ได้แต่ถอยหลบไปทำความเคารพข้างทาง ยามท่านอ๋องสูงศักดิ์เดินผ่าน ไอเย็นยะเยือกสายหนึ่งจะแทรกซึมเข้าสู่ร่าง ส่งผลให้พวกเขาตัวสั่นงันงก กระทั่งหายใจแรงยังไม่กล้า แรงกดดันมหาศาลจากตัวท่านอ๋อง นับเป็นครั้งแร
続きを読む

ล้อมเว่ยช่วยจ้าว2

สามวันที่ผ่านมามีข่าวลือไม่สู้ดีแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง กล่าวว่าโอรสสวรรค์ไร้คุณธรรม ปรักปรำให้ร้ายพระมารดาชินอ๋องด้วยข้อหาเท็จ จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต บีบคั้นผู้มีพระคุณที่คอยเลี้ยงดูหลังพระมารดาสิ้นให้ฆ่าตัวตายในคุก เพียงเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมรับสารภาพ โรงน้ำชา โรงเตี๊ยม ร้านอาหาร ตลอดจนแห่งรวมผู้คนล้วนวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องนี้ ส่วนใหญ่เข้าข้างฮ่องเต้ แต่ก็มีไม่น้อยที่คล้อยตามข่าวลือ กลุ่มคนที่เชื่อข่าวลือคือกลุ่มชาวบ้านยากจนที่ถูกขุนนางในราชสำนักกดขี่ข่มเหง ขูดรีดเงินทอง บังคับเอาทรัพย์สิน ต้องอดมื้อกินมื้อ ใช้ชีวิตลำเค็ญ ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ที่พวกเขาเชื่อว่าเลอะเลือน หารู้ไม่ว่าความจริงแล้วทั้งหมดเป็นฝีมือชินอ๋อง คนที่พวกเขากำลังเข้าข้างและเห็นใจ เมืองหลวงเป็นที่ประทับของโอรสสวรรค์ หากไม่มีผู้มีอำนาจสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ไหนเลยที่พวกขุนนางกังฉินจะกล้าทำตัวเหิมเกริม กระทำการอุกอาจโดยไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา ทั้งหมดทั้งมวลเป็นแผนสร้างความโกรธแค้นให้ราษฎร ให้ทุกคนเข้าใจว่ากษัตริย์ที่พวกเขาเคารพนับถือเป็นทรราช ไม่คู่ควรกับบัลลังก์มังกรอั
続きを読む

ล้อมเว่ยช่วยจ้าว3

อัครเสนาบดีเกาจับจ้องม้วนราชโองการในมือซ่งเทียนเหิง โยกย้ายกำลังทหารเข้าวังถือเป็นเรื่องใหญ่ เขาเป็นถึงอัครเสนาบดี หากฝ่าบาทมีราชโองการจริง ไยเขาไม่รู้ นอกเสียจาก... “ซ่งเทียนเหิง เจ้าช่างบังอาจนัก กล้าปลอมแปลงราชโองการมาหลอกข้า” ซ่งเทียนเหิงแค่นเสียงเยาะ แววตามีความตลกขบขัน “ท่านดำรงตำแหน่งอัครเสนาบดีมาสองแผ่นดิน ม้วนราชโองการจริงหรือปลอมยังแยกไม่ออกอีกหรือ ข้าซ่งเทียนเหิงยึดถือความถูกต้องเสมอมา ไม่มีพระบัญชา ไหนเลยจะกล้าเคลื่อนพลส่งเดช เป็นท่านเสียอีก นำกำลังพลมามากมายปานนี้ จุดประสงค์คือต้องการก่อกบฏใช่หรือไม่” สิ้นเสียงซ่งเทียนเหิง มือธนูนำลูกธนูขึ้นสาย เป้าหมายคือกองกำลังกบฏ ฝ่ายกบฏเห็นดังนั้นก็รีบตั้งโล่ป้องกันรวมถึงชักอาวุธตอบกลับ ส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดฉับพลัน ต่างฝ่ายต่างคุมเชิงกัน รอว่าผู้นำฝ่ายไหนจะสั่งเปิดศึกก่อน อัครเสนาบดีเกาประเมินกำลังฝ่ายตรงข้าม ชั่วครู่ให้หลังจึงแย้มยิ้มอย่างผู้มีชัย กำลังทหารของซ่งเทียนเหิงดูเหมือนมีมากมายก็จริง แต่เมื่อเทียบกับกองกำลังสามหมื่นของเขา เรียกได้ว่าไม่ต่างจากฝูงมดที่รอให้เขาเข้าไปบดขยี้
続きを読む

ล้อมเว่ยช่วยจ้าว4

ซ่งเทียนเหิงยังคงพูดต่อ หาได้แยแสใบหน้าที่ยิ่งนานยิ่งซีดเผือดของอดีตอัครเสนาบดีไม่ “ตราบใดที่เมืองหลวงมีซ่งหลิว การใหญ่อะไรล้วนยากสำเร็จ ชินอ๋องตระหนักถึงเรื่องนี้ จึงได้ชิงเปลี่ยนแผนละทิ้งหมากอย่างเจ้า เกาจื่อซู ตราพยัคฆ์ที่เจ้าครอบครองมีอำนาจสั่งการทหารได้ก็จริง แต่คำสั่งนั้นต้องเพื่อปกป้องบ้านเมืองมิใช่ก่อกบฏ ทหารดีต้องไม่ทรยศต่อบ้านเมือง ต่อองค์เหนือหัว ส่วนทหารเลว” ดวงตาเย็นเยียบมองผ่านไหล่เกาจื่อซูไปยังกองกำลังด้านหลัง ใบหน้าแต่ละคนปรากฏอารมณ์หลากหลาย ที่เห็นเด่นชัดคงเป็นความหวาดกลัว กลัวว่าตนเองต้องมาจบชีวิตที่นี่ สายตาซ่งเทียนเหิงเลื่อนกลับมาหยุดที่สามแม่ทัพข้างกายเกาจื่อซู หยักยิ้มมุมปาก “ข้ารู้อยู่แล้วว่าในกองทัพหลิวโหวมีมอดปลวกอย่างพวกเจ้าซ่อนตัวอยู่ ต้องขอบคุณอดีตอัครเสนาบดีที่ช่วยลากออกมาให้ข้าได้ชำระล้าง ยามท่านพ่อตากลับมารับอำนาจอีกครั้ง กองทัพของท่านจะได้ใสสะอาดไร้สิ่งสกปรก” เรื่องราวที่ได้รับรู้ทำเกาจื่อซูแก่ลงนับสิบปี ไหล่ทั้งสองข้างงองุ้ม ไม่ผึ่งผายสง่างามเฉกเช่นอดีต ก่อนเคลื่อนกำลังพลออกจากค่าย อู๋ซั่วหยางได้ส่งคนมาแจ้งว่าจะพาบุตรสาวของเข
続きを読む

ล้อมเว่ยช่วยจ้าว5

การต่อสู้เริ่มขึ้น แม้ไม่ดุเดือดเฉกเช่นสงครามระหว่างแคว้น แต่ก็มีบาดเจ็บล้มตาย ซ่งเทียนเหิงมองการต่อสู้จากด้านบน หันไปขอคันธนูจากแม่ทัพฉิน จับโจรต้องจับหัวหน้า อยากสยบความวุ่นวายต้องจัดการที่ต้นเหตุ ซ่งเทียนเหิงนำลูกธนูขึ้นสายพร้อมกันทั้งสามดอก เล็งไปที่เป้าหมาย ลูกธนูพุ่งฝ่าอากาศ รวดเร็วดุจพายุ แทงทะลุจุดตายของแม่ทัพทั้งสามอย่างแม่นยำ สิ้นใจตายในทันที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันทำการต่อสู้หยุดชะงัก ทหารที่กำลังโรมรันฟันแทงพากันมองร่างที่ล้มลงพื้นอย่างตกตะลึง กระทั่งมีเสียงตะโกนว่าแม่ทัพสิ้นแล้ว ทหารที่พยายามตีฝ่าวงล้อมถึงค่อยได้สติ สิ้นไร้ผู้นำ พวกเขายังจะทำอะไรได้อีกนอกจากยอมจำนน เสียงอาวุธกระทบพื้นดังต่อเป็นทอด ๆ แม่ทัพฉินประสานมือชื่นชมการยิงธนูของซ่งเทียนเหิง ก่อนจะวิ่งลงบันไดไปควบคุมสถานการณ์ด้านล่าง ซ่งเทียนเหิงรอจนมั่นใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ถึงค่อยโบกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนแยกย้าย ขณะหมุนตัวจะเข้าไปรายงานสถานการณ์ให้ฮ่องเต้ที่ประทับอยู่ในท้องพระโรงได้ทราบ หางตาพลันเห็นเงาร่างคุ้นเคยกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาหาตน “ท่านพ่อ ไ
続きを読む

หันหางเสือตามทิศทางลม1

เสียงล้อรถม้าบดถนนแว่วดังเข้าโสต เปลือกตาทั้งสองข้างเริ่มมีความเคลื่อนไหว หลิวหมิงหย่วนฝืนสะกดความมึนงงในหัว ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก ภาพเบื้องหน้าเลือนรางพร่าเบลอ กระทั่งทุกอย่างกระจ่างชัด ดวงตาทั้งสองจึงเบิกกว้าง เหตุการณ์ก่อนหมดสติหลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิด ร่างกายแข็งเกร็ง มิอาจบรรยายความรู้สึกในตอนนี้ออกมาได้ “พี่อิ้งอี๋” เสียงแหบพร่าเอ่ยเรียกสตรีที่นั่งฝั่งตรงข้าม หลิวหมิงหย่วนขยับริมฝีปากอยากพูดต่อ สุดท้ายกลับไม่รู้ควรพูดอะไร และควรเริ่มพูดจากตรงไหน ญาติผู้พี่หญิงที่นางรู้จักกับสตรีที่เห็นอยู่นี้ ช่างแตกต่างราวกับเป็นคนละคน เหออิ้งอี๋ปล่อยผ้าม่านหน้าต่าง ผินหน้าเข้ามาด้านในตามเสียงเรียก นัยน์ตาดำขลับมีประกายชิงชัง ใบหน้าที่มักมีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับยามพบเจอเรียบเฉยเย็นชา “ตื่นแล้วหรือ” หลิวหมิงหย่วนขยับตัวจะลุกขึ้นนั่ง ทันใดนั้นกลับต้องนิ่วหน้าเมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บแสบบริเวณข้อมือกับข้อเท้า มิน่านางถึงรู้สึกไม่สบายตัว ที่แท้เพราะถูกมัดมือมัดเท้าไว้นั่นเอง ชั่วครู่ให้หลัง นางค่อย ๆ เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ทุลักทุเลอยู่นา
続きを読む

หันหางเสือตามทิศทางลม2

เหออิ้งอี๋ไร้ความตระหนก ถามกลับไม่ช้าไม่เร็ว “ไยถึงถามเช่นนี้” “เกาหงซวนเข้าออกจวนชินอ๋องบ่อยครั้ง ต้องรู้จักฉินอวี้รวมถึงความรู้สึกที่นางมีต่อชินอ๋อง สตรีจะร้ายกาจที่สุดเมื่อเห็นว่ามีคนจ้องแย่งของของตน เวลานั้นชินอ๋องมีท่าทีชื่นชอบหย่วนเอ๋อร์ ในใจฉินอวี้ย่อมบังเกิดความอิจฉาริษยาอยากทำลาย ศัตรูของศัตรูคือมิตร ยืมดาบฆ่าคน เป็นเรื่องถนัดของพี่อิ้งอี๋มิใช่หรือ รถม้าพุ่งชนไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็นฝีมือฉินอวี้ วันนั้นพี่อิ้งอี๋ออกไปเอาผ้าไหมบรรณาการ คำนวณตามเวลาแล้วน่าจะเพียงพอสำหรับส่งข่าวให้ฉินอวี้เตรียมการ หรือไม่ท่านกับเกาหงซวนก็ตระเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว เพียงดึงฉินอวี้มาเข้าร่วม ให้นางแบกหม้อดำแทน ส่วนตนเองนั่งดูความสำเร็จอย่างสบายใจ หากให้หย่วนเอ๋อร์ลองคาดเดา ลูกค้าที่พี่อิ้งอี๋ไปรับรองหลังจากแยกกับหย่วนเอ๋อร์คือเกาหงซวน ใช่หรือไม่” “ใช่!” เหออิ้งอี๋ยอมรับเต็มปากเต็มคำ หาได้แยแสท่าทางตะลึงงันของหลิวหมิงหย่วนไม่ ช่วงเวลาที่ได้ยินคำว่า ‘ใช่’ ร่างกายหลิวหมิงหย่วนประหนึ่งถูกแช่แข็ง แม้แต่มือที่พยายามแก้เชือกยังหยุดชะงัก “หลิวหมิงหย่วน ตัวเจ้
続きを読む
前へ
1
...
202122232425
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status