รัตติกาลคล้อยต่ำจนเกือบจรดรุ่งสาง สายลมพัดผ่านช่องหน้าต่างของเรือนเก็บฟืน หอบเอากลิ่นอายความหนาวเหน็บลามเลียผิวเนื้อ ทว่าไม่อาจดับความร้อนรุ่มในอกของบุรุษผู้กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนกองฟางได้เซียวจิ่งหยางกัดผ้าฝ้ายสีหม่นไว้ในปากแน่น มือกร้านซึ่งเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นกำลังเทผงยาสมานแผลลงบนบาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังและท่อนแขน เลือดสีชาดไหลซึมผสมกับเหงื่อกาฬหยดแหมะลงบนพื้นดิน เหงื่อเย็นเยียบผุดพรายเต็มหน้าผาก ทว่าเขากลับไม่เปล่งเสียงร้องออกมาแม้แต่ครึ่งคำ“ท่านคิดจะปิดบังนายหญิงไปถึงเมื่อใด” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดโม่เหยียนก้าวพ้นจากเงามืดของหลังคา ใบหน้าขององครักษ์หนุ่มเคร่งเครียด สายตาจับจ้องไปยังบาดแผลบนร่างของอดีตแม่ทัพ“โม่เหยียน” เซียวจิ่งหยางคายผ้าฝ้ายออกจากปาก หอบหายใจรวยรินทว่าพยายามหยัดกายให้ตั้งตรง “เรื่องใดที่ข้าปิดบังนางกัน”“อย่ามาแสร้งทำเป็นไขสือใต้เท้าเซียว” โม่เหยียนแค่นเสียง หยิบกระบี่ชิงเฟิงกอดอก “อาอิ๋งแม้นถูกจับเป็นทว่าสุนัขจิ้งจอกเฒ่าอย่างไป๋จ้านเทียนย่อมมีแผนตัดหางปล่อยวัด มันย่อมหาแพะรับบาปมาสวมรอยแทนตนเองได้ในที่สุด คดีลอบโจมตีขบวนเครื่องราชบรรณากา
Last Updated : 2026-04-11 Read more