บททั้งหมดของ ภรรยาสำรอง: บทที่ 101 - บทที่ 110

111

บทที่ 30 หัวใจเจ็บ

บทที่ 30 หัวใจเจ็บ เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไม่อาจดึงสายตาคู่คมกริบที่บัดนี้มีแต่ความปวดหัวใจขึ้นมองได้ ใบหน้าที่ก้มลงกำลังนองด้วยหยดน้ำตา หลายวันที่ผ่านมาเขายังคงนั่งอยู่ตรงนี้ ณ ที่เดิมไม่ไปไหน พยายามเข้าไปภายในห้องก็ต้องถอยหลังออกมา เมื่อไม่ได้เป็นที่ต้อนรับ หัวใจร้าวคล้ายจะแหลกสลาย เมื่อนึกถึงถ้อยคำบริภาษรุนแรงที่สร้างบาดแผลตรงอกซ้าย เขาได้กลับกลายไปเป็นคนทรยศ เพราะเลือกความถูกต้องมากกว่าบุญคุณของคนที่เลี้ยงดู “คุณหมอก” จนกระทั่งได้ยินเสียงอันคุ้นหู กรอบหน้าคมก็เงยขึ้น “นุดี” ทันใดนั้นเขาก็ดึงร่างระหงเข้ามาสวมกอด เขาคิดถึงภรรยา แต่ที่ผ่านมาไม่กล้าโทร.ไปหาเนื่องด้วยไม่สามารถพาหญิงสาวเข้ามาสู่สภาวะกดดันด้วยได้ มือนุ่มค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังของสามี สงสารไม่น้อยเลยกับการที่เขาต้องทำเช่นนี้ แต่มันก็เป็นวิธีจบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกอย่างการกระทำของธัญญาเรศก็ร้ายแรงเกินกว่าจะให้อภัย เธอไม่รู้จะปลอบอย่างไร กลัวจะเป็นการซ้ำเติม ในใจหวังว่ากฎหมายบ้านเมืองจะสามารถเอาผิดธัญญาเรศได้ขณะที่หมอกกำลังเฝ้าเสียใจ คนเป็นพี่กลับ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 30 หัวใจเจ็บ (02)

เวลานี้ไม่มีใครมาลิดรอนอิสรภาพไปจากพาขวัญได้อีกแล้ว หญิงสาวปราศจากพันธะใดๆ ทว่าหัวใจดวงน้อยเริ่มกลัวการจากลาขึ้นมา หญิงสาวอดนึกสงสารลูกไม่ได้ ในวันนี้ทุกคนต่างถลำลึกรักโมกข์ และการกระทำลับๆ ของอีกฝ่ายที่ผ่านมาก็มีผลต่อการตัดสินใจของเธอ ถ้ายังไม่รู้ถึงทุกสิ่งที่เขาทำ คงตัดสินใจหอบลูกกลับไปยังบ้านของตนเองได้ไม่ยาก ทว่าตอนนี้ไม่รู้ว่าสมควรจะทำอย่างไรดี จะอยู่ต่อหรือจากไป...ทางไหนจะดีกว่ากัน “มานั่งทำอะไรตรงนี้” เสียงทุ้มเข้มดังขึ้น หลังเห็นพาขวัญหยุดยืนมองรูปของนุริน เธอมองด้วยความรู้สึกอิจฉา จะมีผู้ชายคนไหนรักเธอเช่นนี้บ้าง แม้ตัวตายจากไปนานแสนนานแล้ว โมกข์ก็ยังรักและคิดถึงอีกฝ่ายเสมอ พาขวัญไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เลือกจะเดินเลี่ยงตัวไปอีกทางแต่ก็ไม่วายหันไปมองชายหนุ่ม เห็นโมกข์ยืนมองภาพของคนรักแล้วระบายยิ้ม มันตอกย้ำว่าไม่มีใครแทนที่นุรินได้ ความรักที่เก็บกักไว้ในอกซ้ายมีเจ้าของแล้ว และจะไม่มีวันปันมาให้ภรรยาสำรองอย่างเธอแน่นอน รัก...นี่เธอรักเขาเข้าแล้วอย่างนั้นหรือ “เราสมควรจะทำยังไงดี จะอยู่หรือไป หัวใจถึงจะไม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 31 หอบหัวใจหนี

บทที่ 31 หอบหัวใจหนี “คุณโมกข์” ลุงไม้ถึงกับต้องสะกิดต้นแขนแกร่ง หลังทุกคนยืนมองใครคนหนึ่งเดินจากไป ช่างเร็วไวจนเจ้าตัวเตรียมใจไม่ทัน และได้แค่ยืนนิ่งเฝ้ามอง ไม่คิดจะเอ่ยคำร่ำลาเลยสักนิด “ไม่คิดจะห้ามหนูขวัญบ้างหรือยังไงครับ” คนเก่าคนแก่กระแทกลมหายใจออกมา ไม่คิดเลยว่าเจ้านายจะยังถือทิฐิเป็นที่ตั้ง ขนาดเมียพาลูกเดินแยกทางออกไปเช่นนี้แล้วยังจะมาทำท่าไม่สนใจอีก เอาแต่นิ่งเงียบจนน่ากลัว แล้วดูสิ ดูทำหน้าเข้า พอเขาไปแล้วเพิ่งจะมาทำใบหน้าเศร้าสร้อย ชายหนุ่มไม่ได้โต้ตอบอะไร เลือกเดินหนีไป พิมพ์ผกาส่ายหน้า “ปล่อยแกไปเถอะพี่ไม้ คนอย่างนี้ต้องปล่อยให้คิดถึงเสียให้เข็ด ไม่กี่วันหรอก ขี้คร้านจะรีบไปตามหนูขวัญกลับมา” “มั่นใจหรือ ในเมื่อคุณโมกข์ไม่ได้รักหนูขวัญ” ลุงไม้ไม่แน่ใจเอาเสียเลย “พี่ไม่ได้สังเกตสายตาคุณโมกข์เลยหรือไง มันหงอยและเศร้าขนาดนั้น เป็นแต่ก่อนนะต่อให้หนูขวัญมาตายไปต่อหน้าต่อตาแกยังไม่แสดงความรู้สึกเลย เก่งขนาดปิดบังหนูขวัญมาได้ตั้งนาน ไม่มีใครทำแกพ่ายแพ้ได้หรอก นอกจากหัวใจของตัวเอง”
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 31 หอบหัวใจหนี (02)

“แล้วคุณล่ะหลงรักผมตอนไหน” “นุดีไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ มารู้ตัวก็หลงรักสามีของตัวเองไปแล้ว รู้ไหมวันแรกที่ได้เจอกันนุดีกลัวมาก กลัวว่าคุณหมอกจะทำกับนุดีเหมือนพวกในละคร แต่พอได้มาเรียนรู้กันและกัน ก็ทำให้นุดีค่อยๆ หลงรักคุณ แม้คุณหมอกจะเป็นคนนิ่งๆ แต่ก็อบอุ่นมาก” ในตอนแรกเธอนั้นได้สร้างกำแพงใส่หมอก เขาเข้าใกล้เธอก็จะถอยห่าง มาเปิดใจให้ในตอนที่รู้จักกันมากขึ้น แม้นอนร่วมเตียงกัน แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้แตะต้องเธอ จนใกล้ชิดกันมากกว่าเดิมถึงได้มีความลึกซึ้ง ชายหนุ่มเองก็คลี่ยิ้ม แล้วขยับตัวถอยห่าง “เดี๋ยวคืนนี้เราออกไปนั่งดูพระจันทร์กันนะ ผมให้ทางโรงแรมจัดที่นั่งให้สำหรับเรา ถือว่ามาฮันนีมูน อยู่ด้วยกันมาตั้งนานแล้วเรายังไม่เคยหวานกันสักครั้งเลย อีกหน่อยเจ้าตัวเล็กก็จะมาป่วนแล้ว เดี๋ยวจะอด” คิดว่าถ้าลูกได้ลืมตาดูโลกแล้วคงจะทุ่มเวลาให้กับแกมากเป็นพิเศษ คงวุ่นวายอยู่เป็นปีสองปี นุดีพยักหน้าแล้วทอดสายตามองไปยังท้องทะเล ใครจะไปคิดว่าเธอจะได้ลงเอยกับคนที่หัวใจต้องการเช่นนี้ ชายหนุ่มยิ้มได้ไม่เต็มปาก แต่ก็
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 32 ฤทธิ์รัก

“ขวัญท้องหรือลูก” คนโดนถามหน้าซีด คำถามนั้นสะกิดใจให้เธอคิดอะไรได้บางอย่าง ทำเอาดวงตาเบิกกว้าง แล้วนิ่งเงียบไป มัวแต่เสียใจจนหลงลืมไปเลย พลันยกมือขึ้นทาบหน้าท้องของตนเอง หรือว่าเธอจะหอบลูกอีกคนมาด้วย คิดได้ดังนั้นใจก็สั่นไหว บุญตาหรี่ตามอง แล้วแตะแขนของลูกสาวเบาๆ “ไปตรวจดูซะให้รู้นะขวัญ เผื่อแม่จะมีหลานเพิ่มอีกคน” ร่างระหงพยักหน้า เธอท้องหรือเปล่านะ ทำไมไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะ หน้าท้องก็ไม่ได้นูนขึ้น หรืออาจจะไม่ได้สังเกตเพราะตอนที่มีพาณิภัคและพาณิธิดาตอนนั้นหน้าท้องเธอขยายใหญ่มาก แล้วต้องรีบไปพิสูจน์ความจริงให้รู้กันด้วยการออกไปซื้อที่ตรวจครรภ์จากร้านขายยา บุญตานั่งลุ้นด้วยใจจดจ่อ มีหลานๆ นั่งอยู่ใกล้ๆ ขณะพาขวัญอยู่ภายในห้องน้ำ มองแท่งพลาสติกซึ่งอยู่ในมือ เฝ้ารอผลอย่างกระวนกระวาย ไม่นานเท่าไรลมหายใจก็ระอุร้อน เรียวปากกัดเม้มแน่น แล้วความจริงก็ประจักษ์ชัด “เป็นยังไงบ้างลูก” หลังพาขวัญเดินออกมา บุญตาก็รีบเอ่ยปากถามทันที ก่อนทุกคำตอบจะถูกเอ่ยบอกพร้อมยื่นหลักฐานสำคัญไปให้ดู... บทที่ 32 ฤทธิ์รัก สีหน้าคม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 33 บทเรียนหัวใจ

“หึ กล้าพูดนะพาขวัญ แล้วทีเธอล่ะยังจะไม่บอกฉันเรื่องลูกเลย” ประโยคที่สวนกลับมาทำให้เธอสะอึกแล้วนิ่งไป “แม่ว่าใจเย็นกันดีกว่านะ แล้วเราเข้าไปคุยกันในบ้าน ขวัญเองเรากำลังท้องกำลังไส้จะมาโมโหแบบนี้ได้ยังไง ไม่คิดถึงลูกหรือไง ส่วนคุณโมกข์ใจเย็นหน่อยนะคะ อย่าทำให้หลานๆ ต้องตกใจเลย” คนอาบน้ำร้อนมาก่อนพอจะดูออก แท้จริงแล้วคนทั้งคู่ไม่ได้ถึงขั้นจะเกลียดกัน แต่ต้องปรับความเข้าใจกัน หนนี้คนที่ถอนหายใจระบายความเครียดเป็นชายหนุ่มเอง เขาพยักหน้าแล้วปล่อยลูกลง ก่อนจะหันมองแม่ของลูก แล้วยิ้ม เผลอแป๊บเดียวเขากำลังจะกลายไปเป็นคุณพ่อลูกสามแล้ว “เราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่านะคะคุณโมกข์” ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปด้านใน เด็กๆ ก็วิ่งตามคอยเกาะแข้งเกาะขาด้วยความคิดถึง เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นซักถามบิดาถึงหลายวันที่ผ่านมา ภาพเหล่านั้นสะเทือนหัวใจคนยืนมองทั้งสองคน โดยเฉพาะคนที่หอบเด็กๆ หนีมา “เห็นความสุขของลูกไหมขวัญ” บุญตาตั้งคำถาม “แต่แม่ไม่ได้ยัดเยียดให้ขวัญต้องเลือกในสิ่งที่ฝืนใจนะลูก แม่แค่อยากให้คุยกัน และไม่ปิดบัง คุณโมกข์เองก็มีสิ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 33 บทเรียนหัวใจ (02)

ลุงไม้และภรรยาถึงกับออกอาการดีใจกับข่าวที่เจ้านายนำมาบอก สายตานั้นขยายกว้างขึ้น แต่ก็ต้องเศร้าในประโยคถัดมาอยู่ดี “ทำไมถึงไม่พาหนูขวัญกับเด็กๆ กลับมาล่ะคะ” พิมพ์ผกาทำสีหน้าเศร้า คิดถึงพาขวัญและฝาแฝด เธอช่วยเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังแบเบาะ จากไปเช่นนี้ย่อมทำให้เกิดความโหยหาเป็นธรรมดา อีกอย่างอยากให้คนเป็นนายได้มีความสุข เชื่อว่าสายตาของตนไม่ผิดเพี้ยน คนหน้านิ่งกำลังมีความรักบรรจุอยู่ภายใน “ผมไม่อยากบังคับครับ พาขวัญเองก็ตกอยู่ภายใต้กรงขังมานาน เธอสมควรใช้ชีวิตตามต้องการ อีกอย่างเธอคงอยากจะอยู่กับแม่ของเธอด้วยครับ” เป็นเหตุผลง่ายๆ ซึ่งโมกข์ไม่เคยอธิบายให้เจ้าตัวรับรู้ เอาแต่ทำตัวทื่อๆ “แล้วทำไมไม่ลองพาคุณแม่ของหนูขวัญมาอยู่ที่นี่ด้วยกันล่ะครับ” ลุงไม้เสนออีกหนึ่งหนทาง “เรื่องนั้นผมทำแน่ครับ แต่อยู่ที่ว่าบทเรียนหัวใจของผมกับพาขวัญครั้งนี้จะต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนานไหม ผมไม่อยากไปเร่งอะไร ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่าครับ” บทเรียนชีวิตของตนและภรรยาผ่านอะไรมามาก ทุกข์มากกว่าสุข กว่าจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จึงอยากให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 34 ความคิดถึงและรัก

“พี่นี่มัน...” “แล้วนี่รู้หรือยังว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย” โมกข์ไม่ตอบแถมยังเปลี่ยนเรื่อง ทำให้หมอกต้องส่ายศีรษะ “ผู้ชายค่ะพี่โมกข์” นุดีตอบแล้วหันไปมองหน้าสามี เพราะถูกใจหมอกเป็นที่สุด ชายหนุ่มอยากจะมีลูกผู้ชายเป็นคนแรก แต่ถ้าเป็นลูกสาวก็ไม่ว่ากัน “เสียดายนะครับ ไม่ได้แบบยัยหนูภัค หนูดา” หมอกยังอดเสียดายไม่หาย อยากจะได้ควบสองแบบพี่ชายบ้าง แต่อย่างไรก็ยังรักลูกไม่เปลี่ยนแปลง “งั้นท้องหน้าก็มีแบบฉันให้ได้สิ” คนเป็นพี่คล้ายท้าน้อง ทำให้หมอกยักคิ้ว คอยดูสิ เขาจะต้องมีลูกฝาแฝดแบบพี่ชายให้ได้ คราวนี้ละคงสนุกน่าดู น่าจะทั้งแสบและซนไม่ต่างจากพาณิภัคและพาณิธิดา “แล้วนี่คิดจะทำอะไรครับ” อดถามไม่ได้กับอาการนิ่งๆ “เรียนรู้หัวใจของตัวเอง” โมกข์ตอบ “ระวังเถอะครับ สุนัขจะคาบไปรับประทาน” ถึงกับเตือนด้วยความหวังดี ชักช้าไปจะไม่ทันการณ์ พาขวัญเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงขี้ริ้วขี้เหร่ เธอมีเสน่ห์ แถมยังเป็นคนดี หนุ่มๆ คงอยากได้มาเป็นแม่ของลูก “ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันส่งเจ้าเปี๊ยกไปเป็นทัพหน้าแล้ว” คนฟังทั้งสองทำหน้าไม่เข้าใจ โมกข
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 34 ความคิดถึงและรัก (02)

ตกดึกพาณิภัคและพาณิธิดายังไม่ยอมห่างจากบิดา ทำให้พาขวัญต้องนำผ้าห่มมาปูให้พวกแกได้นอนด้วยกันสมใจที่ด้านหน้า มีเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังขึ้นอยู่ตลอด ดูมีความสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ บ้านไม่จำเป็นต้องหลังใหญ่ เงินทองไม่ต้องมีเป็นถุงเป็นถัง แค่มีความสุขกองโตเท่านี้ก็สร้างรอยยิ้มให้ได้มากมาย และคงหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว “ที่ไร่เป็นยังไงบ้างคะ” หญิงสาวยังคิดถึงทุกคนเสมอ “ก็เหมือนเดิม ลุงไม้กับป้าพิมพ์บ่นว่าคิดถึง ครั้งหน้าว่าจะพามาหาด้วย” โดยเฉพาะคนเก่าคนแก่ของไร่บ่นให้ฟังทุกวันว่าอยากจะอุ้มเด็กๆ เหมือนก่อน “ขวัญเองก็คิดถึงลุงไม้กับป้าพิมพ์เหมือนกันค่ะ” หญิงสาวยังพึงระลึกอยู่เสมอถึงความเมตตาของผู้ใหญ่ทั้งสอง คราแรกที่เธอเข้าไปอยู่ในไร่จอมใจนั้นแสนจะอ้างว้าง แต่พอทั้งสองเข้ามาพูดคุยด้วยก็ทำให้เธอคลายจากความกลัวไปได้เยอะ จนค่อยๆ สนิทมากขึ้น ไม่นานก็มีหนึ่งคำถามดังขึ้น “แล้วไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอ” คนฟังไม่ตอบ เบือนหน้าหนีไปอีกทาง ขณะที่โมกข์ระบายยิ้มอมเศร้า “ช่างเถอะ” หลังจากนั้นพาขวัญและโมกข์ก็ไม่มีการสนทนา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 34 ความคิดถึงและรัก (03)

“คุณโมกข์ทำหรือคะ” หญิงสาวร้องถาม บุญตาพยักหน้ารับ มือเล็กหยิบช้อนขึ้นมาตักกับข้าวหลายอย่างใส่ปาก บอกไม่ถูกว่ากำลังรู้สึกอย่างไร ดีใจผสมกับความไม่คาดหมาย ส่วนชายหนุ่มก็ทำหน้าที่พ่อโดยการพาลูกไปเดินเลือกซื้อของในตัวจังหวัด แล้วต่อด้วยการไปห้างสรรพสินค้า แต่แล้วก็มีหนึ่งสิ่งที่เรียกความสนใจแก่เด็กๆ ได้ดี ไม่พ้นมุมของเล่น โมกข์จึงพาลูกไปเดินดู ไม่ได้สนใจกับเด็กผู้ชายวัยซนด้านหลัง ทว่าไม่นานสายตาคมกริบก็ต้องหันมองหลังจากพาณิธิดานั้นล้มลงหน้าคะมำ “แง...ป๊ะป๋า” เด็กหญิงร้องไห้ด้วยความเจ็บและตกใจที่จู่ๆ ก็โดนผลักเข้าเต็มแรง ทำให้โมกข์หันไปมองตัวต้นเหตุแล้วต้องส่ายศีรษะเมื่อพบว่าเป็นเด็กด้วยกันนี่เอง จึงต้องมองหาผู้ปกครองของเด็กคนดังกล่าวแล้วพาไปหาเพื่อตักเตือน ทว่าเรื่องนี้กลับลุกลามกว่าที่ควรจะเป็น ในด้านเจ้าของร่างระหงจู่ๆ ก็มีอาการใจหวิวๆ ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ขณะกำลังนั่งรอสามคนพ่อลูกอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน คงจะไม่มีอะไรหรอก อาจจะคิดมากไปเอง โมกข์กับลูกแค่ออกไปซื้อของกัน จะมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ไม่นานเท้าก็ต้องก้าวขยับยามได้
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
789101112
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status