บททั้งหมดของ สามีธงดำผู้นี้ข้าขอลาขาดได้หรือไม่?: บทที่ 21 - บทที่ 30

83

ตอนที่ 13 || พ่ายแพ้ให้ภรรยาตัวแทนนานแล้ว

ตอนที่ 13 || พ่ายแพ้ให้ภรรยาตัวแทนนานแล้วหึพลันนั้นมุมปากแกร่งก็ยกยิ้มอ่อนเมื่อภาพของเด็กสาวร่างอวบอิ่ม กิริยาเด๋อด๋า ไร้เดียงสาดุจผ้าขาวในวันวาน ผุดขึ้นในความคิดของซ่งตี้ชางอย่างไม่ทันตั้งตัว สามปีผ่านไป นางมิได้เปลี่ยนไปมากนัก เพียงแต่ความบริสุทธิ์ใสสะอาดนั้นจางหาย ความกลมป้อมของเด็กหญิงวัยสิบสามถูกกาลเวลาขัดเกลา เหลือไว้เพียงความอิ่มเอิบของวัยแรกแย้ม ผิวเนียนนุ่มที่เคยแดงระเรื่อดุจผลท้อ แปรเป็นความสดใสของสตรีวัยสาวมากขึ้นดวงตากลมโตซุกซนเลือนหาย เหลือไว้แต่แววตาเจ้าเล่ห์ แพรวพราวราวซ่อนเลศนัย โดยเฉพาะยามที่นางคิดว่าไร้ผู้ใดจับจ้อง ยิ่งร้ายกาจ กาลเวลาไม่เพียงพานางเติบโต หากยังล้างความไร้เดียงสาจนแทบสิ้นเสียดายหรือไม่?ที่ความบริสุทธิ์นั้นเลือนหาย เหลือเพียงชั้นเชิงที่นางซ่อนใต้ท่าทีสงบเสงี่ยม ยามเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น นางก้มหน้า เงียบ สำรวม แต่เพียงเผลอเสี้ยวลมหายใจยามที่นางคิดว่าเขามองไม่เห็น ตัวตนที่แท้จริงกลับเผยออกมา ความหงุดหงิด ความดื้อรั้น หรือแววขัดใจเล็กน้อยที่นางพยายามกดเก็บ ยามถูกเขากลั่นแกล้งลงโทษ ล้วนแสดงออกมาเต็มเปี่ยมเขาเห็นทั้งหมด แต่กลับไม่คิดเสียดายแม้แต่น้อย
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 14 || ขายดิบขายดีเกินคาด

ตอนที่ 14 || ขายดิบขายดีเกินคาด"นางคิดจะทำสิ่งใด กลับไม่ปรึกษาคนเป็นสามี เช่นนี้ใช้ได้ที่ใดกัน ท่านย่า"หลังจากปล่อยให้ความคิดหวนไปถึงอดีตอยู่นาน ราวกับชั่งน้ำหนักระหว่างก้าวจากอดีตหรือว่าตนจะจมอยู่กับมันต่อไปแล้วไม่มีความสุขไปชั่วชีวิต ซ่งตี้ชางจึงเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงเรียบเฉย หากแฝงความไม่พอใจอย่างมิได้ปิดบังที่เฉินสุ่ยเยว่พบหน้าตนทุกวันกลับไม่เคยบอกกล่าว สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง ทว่าแววตากลับเย็นชา ทั้งที่ในใจของท่านกั๋วกงหนุ่มเลือกแล้วว่าเขาจะก้าวไปข้างหน้าไม่หวนคืนอดีตอีก แต่กลับสงวนท่าทางจนน่าหมั่นไส้นักในสายตาของซ่งเหล่าไท่ไท่หญิงชราปรายตามองหลานชายครู่หนึ่งอยากทุบอีกฝ่ายสักหลายครั้งแต่ท่านไม่ทำ ก่อนจะหัวเราะเบาในลำคอ นัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยทั้งความระอาและตำหนิในคราเดียวกัน"เจ้าจะให้นางกล้าปรึกษาได้อย่างไร ในเมื่อทุกครั้งที่พบหน้า เจ้าก็เอาแต่ทำหน้าบึ้งตึง ใบหน้าแข็งกระด้างราวกับคนแปลกหน้า เจ้าเคยถามไถ่นางด้วยถ้อยคำดี ๆ บ้างหรือไม่ เคยแสดงสีหน้าห่วงใยให้เห็นบ้างก็เปล่าทั้งสิ้น ตั้งแต่แต่งงานกันมาจนเกือบหนึ่งปี ย่ายังไม่เคยเห็นเจ้าแสดงกับภรรยาเลยแม้แต่ครั้งเดียว อาคุน"คำพูดข
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 15 || นางคิดดีแล้วหรือ? 1

ตอนที่ 15 || นางคิดดีแล้วหรือ? ส่วนล่างของฟอร์มถึงจะมีเรื่องทุกข์ใจ เฉินสุ่ยเยว่ก็ยังคงแวะมาคารวะท่านผู้เฒ่าทั้งสองทุกวันมิได้ขาด นางมาอย่างสม่ำเสมอนับตั้งแต่แต่งเข้าจวนซ่งกั๋วกง จนคนในเรือนผิงอวี้ล้วนคุ้นเคยกับเงาร่างแน่งน้อยนานแล้ว เรียกว่าหญิงสาวไม่เคยขาดตกบกพร่องกับหน้าที่ภรรยาและหลานสะใภ้และในยามใดที่จัดการธุระของตนเสร็จแล้ว หญิงสาวก็มักเข้ามานั่งสนทนา ชงชา และขอคำแนะนำเรื่องทำบัญชีไปจนถึงเรื่องทำการค้ากับผู้เฒ่าทั้งสองอยู่เสมอมิได้ขาด ท่าทีของนางสงบเสงี่ยม สำรวม เหมาะสมกับฐานะหลานสะใภ้ในเรือนใหญ่ทุกประการเรียกว่ายิ่งอยู่ในโลกแห่งนี้นานเพียงใดตัวตนของ ‘ของขวัญ’ หญิงสาวต่างยุคก็เริ่มเลือนหาย กลายเป็น เฉินสุ่ยเยว่ คุณหนูสามแห่งจวนราชครูเฉินมากขึ้นทุกวันวันนี้ก็เช่นกัน หญิงสาวนั่งอยู่เบื้องหน้าซ่งเหล่าไท่ไท่อย่างสงวนท่าทาง มือเรียวประคองถ้วยชาช้าส่งหญิงชราให้ด้วยความเคารพ กลิ่นหอมอ่อนของใบชาผสมดอกเหลียนฮวาลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ แต่ความคิดของนางกลับไม่ได้อยู่กับกลิ่นชานั้นแม้แต่น้อยช่วงสายซ่งเหล่าไท่เย่ออกไปข้างนอกแล้วบัดนี้ในเรือนจึงมีเพียงเสียงของหญิงชราและหญิงสาวที่นั่งสนทนากันด้
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 15 || นางคิดดีแล้วหรือ? 2

คำว่า ไม่กล้า นั้นไม่หนักและเบาเกินไป ชัดเจน จนซ่งเหล่าไท่ไท่ผ่อนลมหายใจแผ่วเบา สายตาที่มองหลานสะใภ้เห็นใจอย่างที่สุด"เอาแบบนี้ดีหรือไม่ ให้ย่าลองเกริ่นกับอาคุนก่อนดูว่าเขาคิดอย่างไร"เป็นซ่งเหล่าไท่ไท่ที่คิดอย่างรอบคอบแล้วเสนอขึ้นมา เฉินสุ่ยเยว่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สีหน้าของหญิงสาวดูลังเลอยู่มาก"จะ…จะเหมาะหรือเจ้าคะ""เหมาะสิ"ซ่งเหล่าไท่ไท่ตอบทันที "เรื่องในเรือน จะให้เจ้าเก็บไว้คนเดียวได้อย่างไร"คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม "เช่นนั้นอาเยว่ ขอรบกวนท่านย่าแล้วเจ้าค่ะ"ซ่งเหล่าไท่ไท่ย่อมเข้าใจหลานสะใภ้ได้ดี ว่าอีกฝ่ายไม่กล้าเอ่ยปาก หากซ่งตี้ชางไม่เปิดโอกาสคิดได้ดังนั้น หญิงชราก็อดจะนึกหมั่นไส้หลานชายตัวดีของตนเสียมิได้ นางเคยเตือนเขาไปแล้วหลายครา เตือนทั้งตรงและอ้อม แต่ซ่งตี้ชางก็ยังคงเมินเฉย ไม่คิดจะใส่ใจให้มากกว่านี้ ราวกับเห็นว่าทุกอย่างเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ควรค่าให้ตนต้องเปลี่ยนแปลง ยิ่งคิด ซ่งเหล่าไท่ไท่ก็ยิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย ความไม่พอใจฉายชัดอยู่ในแววตาเพราะในสายตาของหญิงชราตลอดมาเฉินสุ่ยเยว่เป็นหญิงสาวที่วางตัวเรียบร้อย สีหน้าอ่อนโยนไม่เ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 16 || เถ้าแก่ซ่งหานคุน 1

ตอนที่ 16 || เถ้าแก่ซ่งหานคุนหลังจากเมื่อวาน ซ่งเหล่าไท่ไท่เคยแวะมาชวนหลานชายดื่มน้ำชา เช้าวันนี้หญิงชราก็ยังมาเยือนเรือนผิงเซียงอีกครั้งดังเดิม ราวตั้งใจจะใช้เวลาอยู่กับหลานชายให้นานขึ้นอีกเล็กน้อย ทั้งสองนั่งเคียงกันใต้ชายคา รับลมอ่อนที่พัดผ่านสวนด้านหน้า กลิ่นหอมของชาบุปผาเหลียนฮวาที่เฉินสุ่ยเยว่เป็นผู้ผสมเองลอยคละคลุ้งทั่วบริเวณ คล้ายหมอกบางที่แทรกอยู่ในอากาศ บรรยากาศสงบเรียบ ทว่าภายใต้ความสงบนั้น กลับมีบางสิ่งที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่โดยไม่อาจเอื้อนเอ่ยซ่งตี้ชางยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ท่าทางนิ่งสงบราวบุรุษผู้ละวางโลกภายนอก แววตาที่มองเห็นเพียงขาวและดำ ทำให้ผู้คนภายนอกต่างเข้าใจว่าเขาเป็นเพียงกั๋วกงผู้ตาบอด ใช้ชีวิตเรียบง่าย ตัดขาดจากอำนาจและการเมืองในราชสำนักทว่าความจริงกลับตรงกันข้าม ภายใต้ความสงบนั้น คือเงามืดซึ่งเต็มไปด้วยอำนาจที่แม้แต่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันต้องเกรงใจเขา เพียงแต่ชายหนุ่มไม่เคยเผยอำนาจออกไปเท่านั้นแน่นอนว่าซ่งตี้ชางมิใช่เพียงอดีตแม่ทัพผู้เกรียงไกร ผู้ก้าวขึ้นเป็นเป่ยฉีเจียงจวินตั้งแต่อายุยังน้อย หากยังเป็นผู้ที่ยืนอยู่เหนือกระแสอำนาจทั้งหมดโดยไม่เปิดเผยตัว เขาไ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 16 || เถ้าแก่ซ่งหานคุน 2

คำตอบนั้นไม่ยาวมากและไม่ซับซ้อน แต่กลับตีกระทบตรงจุดที่ซ่งตี้ชางพยายามเก็บซ่อนไว้ภาพในอดีตผุดขึ้นชัดเจนโดยไม่ต้องเรียกหา ความผิดพลาด ความสูญเสีย การถูกบีบจนแทบไร้ทางถอย เขาเคยยืนอยู่ตรงขอบเหว เคยถูกผลักจนเกือบไม่อาจลุกขึ้นมาได้อีก ทว่าเขาก็รอดมาได้ เพราะตนเองเลือกจะเข้มแข็งแล้วนางเล่า?เฉินสุ่ยเยว่จะมีความจำเป็นต้องแข็งแกร่งเช่นนั้นหรือไม่ หรือเขาควรเป็นคนปกป้องทุกสิ่งออกไปจากนาง ให้ภรรยาสาวอยู่เพียงในจวนสงบสุขแต่ก็ทอดทิ้งความฝัน ความลังเลแทรกซึมเข้ามาอย่างเงียบงัน"ข้าไม่อยากให้นางเจ็บปวดเช่นตนเองนี่ขอรับท่านย่า" คราวนี้เสียงของซ่งตี้ชางเบาลงกว่าที่เคย เป็นน้ำเสียงที่แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่คุ้นเคยซ่งเหล่าไท่ไท่ยิ้มบาง รอยยิ้มนั้นมิได้เยาะเย้ย หากเป็นความเข้าใจที่ลึกซึ้ง "ที่แท้ก็เป็นห่วงอาเยว่มากล้น แต่เจ้ากลับใช้คำพูดทำให้นางเข้าใจผิดจนห่างไม่กล้าเข้าใกล้ นี่ไม่ถูกนะอาคุน"ประโยคแนะนำอย่างตรงไปตรงมาของท่านย่าทำให้ชายหนุ่มนิ่งงันไปอึดใจใหญ่ทีเดียวซ่งตี้ชางนึกย้อนถึงคำพูดของตนเองตลอดมา น้ำเสียงแข็งกระด้าง ตัดสินโทษโดยไม่อธิบาย สิ่งที่เขาคิดว่าทำไปเพราะปกป้องภรรยาสาว กลับกลายเป็นกำแพ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 17 || หุบปากเสีย 1

ตอนที่ 17 || หุบปากเสียส่วนล่างของฟอร์มวันรุ่งขึ้นยามอิ๋นแสงแรกยังมิทันสาดส่องทั่วผืนฟ้า เฉินสุ่ยเยว่ก็ออกจากจวนไปยังนาข้าวในที่ดินบรรดาศักดิ์ของท่านกั๋วกง ด้วยอาชาสีน้ำตาลไม้กับสาวใช้เสี่ยวถง นางมิได้เพียงยืนมองคนงานอย่างเดียว หากยังลงมือก้มกายถอนหญ้าด้วยตนเองอย่างตั้งใจอยู่เป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม มือแน่งน้อยเปรอะดิน เสื้อผ้าเปื้อนคราบโคลน ทว่าท่าทีของนางกลับนิ่งสงบ มิได้แสดงความรังเกียจหรือเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย กระทั่งแดดเริ่มแรงขึ้น พ่อบ้านใหญ่ซ่งเกาจึงจำต้องออกปากเชิญให้นางกลับจวน"ฟูเหริน แดดเริ่มแรงแล้วขอรับ หากท่านยังอยู่ต่อ เกรงจะไม่สบาย กลับจวนเถิดขอรับ"เฉินสุ่ยเยว่เงยหน้ามองท้องฟ้าเพียงครู่ ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยว่านางสมควรกลับจวนเสียที"อืม เช่นนั้นทางนี้ก็ฝากพ่อบ้านใหญ่จัดการดูแลต่อด้วย""ขอรับฟูเหริน"เมื่อนางควบม้ากลับถึงเรือนผิงเซียงโดยมีเสี่ยวถงติดตามเช่นขาไป แสงแดดยามสายก็สาดส่องลงมาเต็มที่ หยาดเหงื่อเกาะพราวตามไรผม เสื้อผ้าแนบชิดผิวจนเห็นเค้าโครงร่างบางอย่างชัดเจน ใบหน้าขาวผ่องกลับแดงระเรื่อเพราะความร้อนและการใช้แรงงานถอนหญ้าทันทีที่ฝีเท้าของนางเหยียบย่างเข้าใกล้ระเ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 17 || หุบปากเสีย 2

ซ่งตี้ชางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงขรึม สงวนท่าทีดังเดิม "เจ้าเป็นฟูเหรินของข้า แค่ไปควบคุมก็พอเหตุแล้วเหตุใดต้องลงมือทำเองให้ลำบาก"เฉินสุ่ยเยว่หันไปทางเขาเล็กน้อย นี่สามีตัวร้ายนอกจากไม่มีคำชื่นชมยังจ้องแต่จะหาเรื่องตนให้ได้หรือไร?"ก็เพราะข้าเป็นฟูเหริน จึงต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้พวกบ่าวรับใช้ เอาแต่ออกคำสั่งพวกเขาอาจไม่เชื่อถือ อาเยว่เพียงทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้น""อวดดี! หน้าที่ของเจ้าคือดูแลเรือน ต่อไม่เรื่องในนาข้าวให้พ่อบ้านเกาจัดการไปก็พอเจ้าไม่ต้องออกไปวุ่นวายอีกแล้ว"หนึ่งซ่งตี้ชางที่ออกคำสั่งเช่นนี้เพราะเห็นแล้วในวันนี้ว่าเฉินสุ่ยเยว่ตากแดดจนหน้าแดงก่ำผิวกายที่โผล่พ้นอาภรณ์ก็แดงไม่ตากจากใบหน้าเขาเป็นห่วง สองงานในนาข้าวส่วนใหญ่มีแต่ทาสชาย เขาหวงภรรยานั่นเองไม่อยากให้บุรุษอื่นได้มองเห็นความงาม แต่เฉินสุ่ยเยว่ไม่มีวิชาอ่านใจคน นางจึงไม่รู้สิ่งที่สามีคิดอยู่"แต่ว่า...""หุบปากของเจ้าเสีย สุ่ยเยว่ ข้าสั่งแล้ว เจ้าก็เพียงทำตาม มันยากนักหรือ"ถ้อยคำของซ่งตี้ชางเย็นเฉียบ ราวมีดคมกริบกรีดลงกลางบรรยากาศอันสงบ เสียงมิได้ดังนัก หากกลับหนักแน่นจนผู้ฟังมิอาจโต้แย้ง เฉินสุ่ยเย
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 17 || หุบปากเสีย 3

"เอาเถอะ อาเยว่ นี่ก็เลยยามอู่มาแล้ว เจ้ายังมิได้กินข้าวกลางวันใช่หรือไม่"เฉินสุ่ยเยว่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะนึกได้ว่าไม่เหมาะสมจึงตอบออกไปเป็นคำพูด"เจ้าค่ะ""สำรับอาหาร ย่าให้บ่าวในเรือนครัวเตรียมไว้แล้ว หากเจ้ามาแล้วก็กินข้าวกันเถอะ อย่าให้ท้องว่างนาน เดี๋ยวจะเสียสุขภาพ"น้ำเสียงนั้นอบอุ่น ราวมารดาที่เอ่ยกับบุตร เฉินสุ่ยเยว่รู้สึกอุ่นวาบในใจเล็กน้อย นางก้มศีรษะลงอีกครั้ง"ขอบพระคุณท่านย่าที่ห่วงใยเจ้าค่ะ"เพราะน้ำเสียงของหญิงชราอบอุ่น ละมุนราวแสงแดดยามสายที่ทอดผ่านชายคาเรือน เฉินสุ่ยเยว่พยักหน้ารับอย่างสำรวม พร้อมกล่าวขอบคุณจากใจออกไป"เช่นนั้นก็ให้คนไปยกอาหารกลางวันมาตั้งโต๊ะตรงนี้เถิด"เสียงของซ่งตี้ชางเอ่ยขึ้นในทันที น้ำเสียงเรียบเฉยไร้คลื่นอารมณ์ จนยากจะคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่เสี่ยวหมิ่นได้ยินก็รีบรับคำ ก่อนเร่งให้บ่าวทั้งชายและหญิงช่วยกันยกสำรับอาหารมาจัดวางบนโต๊ะหินอ่อนริมระเบียงอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นอาหารร้อนลอยคลุ้ง ผสมกับกลิ่นชาบุปผา กลายเป็นบรรยากาศที่ทั้งอบอุ่นและเงียบสงบในคราเดียวกันทว่าความสงบนั้น กลับถูกทำลายลงในชั่วพริบตาเมื่อท่านกั๋วกงหนุ่มเอ่ยป
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 18||ห้องอุ่น 1

ตอนที่ 18||ห้องอุ่นก๊อก ก๊อก ก๊อกผ่านไปจนถึงต้นยามเว่ย ที่หน้าห้องอุ่น ร่างแน่งน้อยของเฉินสุ่ยเยว่ก็มาหยุดยืน ก่อนหญิงสาวจะยกมือขึ้นเคาะส่งสัญญาณให้คนภายในทราบ"เข้ามา"เสียงห้าวแต่ทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านใน หนักแน่นจนคนฟังมิอาจเมินเฉย เฉินสุ่ยเยว่จึงผลักบานประตูเปิดออกอย่างระมัดระวังเนื่องจากนางมิอาจคาดเดาอารมณ์ของสามีได้เลยแอ๊ด...เสียงบานประตูเปิดออกหลังหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดจนเต็มแล้วปล่อยออกครบสามครั้ง บรรยากาศภายในห้องอุ่นอบอวลด้วยไอความร้อนจากเตาไฟให้ความอบอุ่นช่วงปลายฝนต้นหนาว กลิ่นไม้ของไม้หอมลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ แสงสว่างที่ลอดมาจากหน้าต่าง และแสงจากเทียน ให้ความสว่างนุ่มนวล"ปิดประตูด้วย" ประโยคแรกเอ่ยกับภรรยาของเขา เฉินสุ่ยเยว่ถึงกับลมหายใจสะดุดไปหนึ่งจังหวะ เพราะไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับบุรุษผู้เป็นสามียามใด ยากจะปฏิเสธได้ ถึงความหวาดกลัวที่มีในใจลึกๆ เสนอ"เสี่ยวจง ข้ากับฟูเหรินมีธุระหารือ ห้ามผู้ใดรบกวน"ประโยคหลังกั๋วกงหนุ่มออกคำสั่งกับบ่าวชายคนสนิท เสียงของซ่งตี้ชางราบเรียบ แต่แฝงความเด็ดขาดจนใครก็ไม่อาจโต้แย้งแอ๊ด...ตึง!เสียงบานประตูไม้แกะสลักดอกโบตั๋นถูกปิดลงอีกครั้
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
9
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status