สามีธงดำผู้นี้ข้าขอลาขาดได้หรือไม่?

สามีธงดำผู้นี้ข้าขอลาขาดได้หรือไม่?

last update최신 업데이트 : 2026-06-03
언어: Thai
goodnovel18goodnovel
순위 평가에 충분하지 않습니다.
83챕터
7.3K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

สามีของนางโหด นางจะเหี้ยม หากเขาร้าย นางจะมากเล่ห์ ตาต่อตาฟันต่อฟัน หากชีวิตคู่มันสงบสุขเกินไปย่อมขาดรสชาติไม่มีสีสัน เขาเป็นไฟนางจะไม่เป็นน้ำ แต่ขอเป็นดินระเบิดดีกว่า เอาให้บรรลัยกันไปข้าง!

더 보기

1화

ปฐมบทสามีร้าย

ปฐมบทสามีร้าย

ต้นเดือนสาม ณ แผ่นดินต้าหยวน แคว้นต้านโจว จวนซ่งกั๋วกงถูกประดับด้วยโคมแดงนับร้อย แขวนเรียงรายแน่นขนัดดุจหยาดโลหิตที่หล่นจากฟากฟ้าแล้วหยุดนิ่งกลางเวหา แสงสีแดงสลัวไหวระริกตามแรงลม ทาบทับเงาไม้แกะสลักให้ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ บนพื้นศิลาเย็นเยียบ งดงามประหนึ่งภาพวาด หากกลับไร้ซึ่งลมหายใจของชีวิต

ลมยามค่ำพัดแผ่วผ่าน กลิ่นบุปผาจากสวนชั้นในลอยคลุ้งแทรกเข้ามาแต่ไกล เดิมควรหอมละมุนชวนให้ผ่อนคลาย ทว่าในค่ำคืนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความหวานเลี่ยนชวนอึดอัดใจใน

ภายใต้ความวิจิตรที่ถูกจัดวางอย่างไร้ที่ติ กลับมีรอยร้าวบางเบาที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำ ความผิดเพี้ยนที่แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของบรรยากาศแต่กลับไม่รู้ว่ามันผิดเพี้ยนที่ตรงไหน

ภายในเรือนหอที่ควรครึกครื้นด้วยเสียงหัวเราะผาสุกของคู่บ่าวสาวและมิตรสหาย กลับเงียบงันดุจสุสานร้าง เสียงไส้เทียนแตกดังเป๊าะเป็นระยะ แทรกผ่านความว่างเปล่าอย่างเด่นชัด เสียงเพียงน้อยนั้นกลับดังกังวานเกินควร ราวกับย้ำเตือนถึงบางสิ่งที่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึง

ความเงียบในเรือนหอมิใช่เพียงการไร้เสียง หากหนักอึ้งประหนึ่งมือที่มองไม่เห็นกดทับลงบนทรวงอกของผู้เป็นเจ้าสาว กดลึกเสียจนแม้แต่ลมหายใจก็กลายเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย

บนเตียงไม้แกะสลักหลังใหญ่ หญิงสาวในอาภรณ์เจ้าสาวสีแดงเข้มนั่งนิ่งสนิทราวรูปสลักที่ถูกทอดทิ้ง ผ้าคลุมหน้าที่ด้วยปักดิ้นทองปกปิดใบหน้าของนางไว้อย่างมิดชิด ราวเป็นม่านบางที่กั้นระหว่างนางกับชะตากรรมที่กำลังรอคอยอยู่เบื้องหน้า

นางคือ เฉินสุ่ยเยว่ บุตรีคนที่สามแห่งจวนราชครูเฉิน เฉินฝูเซิง ผู้ซึ่งดำรงอยู่ในฐานะเงาของพี่สาวฝาแฝดเงียบงันภายในจวนมากว่าสิบหกปี

นับแต่ลืมตาดูโลก นางก็ถูกประทับตราว่าเป็นตัวอัปมงคล เป็นผู้พรากชีวิตมารดาในวันคลอด คำครหานั้นมิใช่เพียงเสียงกระซิบ หากเป็นตราประทับที่ฝังแน่นในตัวตนของคุณหนูสามเฉินมิคลาย ไม่ว่ากาลเวลาจะล่วงเลยเพียงใด ก็ไม่อาจลบเลือน โดยเฉพาะในสายตาของผู้เป็นบิดา

สิบหกปีที่ผ่านมา นางมีชีวิตดุจเงาที่ติดตามผู้อื่น ไร้สิทธิ์ ไร้เสียง มิกล้าแม้แต่จะยอมรับว่าตนคือบุตรสาวอีกคนของราชครูเฉิน ไม่มีสิทธิ์โต้แย้งหากถูกบิดาหรือพี่ชาย พี่สาวตัดสินว่าผิดไปแล้ว และยิ่งไม่มีสิทธิ์เลือกชะตาชีวิตให้ตนเองหากบิดาไม่อนุญาต

ตรงกันข้าม พี่สาวฝาแฝด เฉินหมิงเยว่ ผู้เกิดก่อนเพียงสองชั่วยาม กลับงดงามโดดเด่น ดุจดวงจันทร์สว่างกลางท้องนภา เป็นที่รัก เป็นความภาคภูมิใจของทั้งจวนเฉิน ทั้งที่อีกฝ่ายก็เกิดมาจากครรภ์มารดาเดียวกัน แต่กลับเป็นคนเกิดภายหลังที่ผิด ทำให้มารดาต้องตาย

สิ่งที่เฉินสุ่ยเยว่ไม่มี เฉินหมิงเยว่มีทั้งหมด และสิ่งใดที่เฉินหมิงเยว่ทอดทิ้งกลับตกเป็นของเฉินสุ่ยเยว่โดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ โชคชะตาช่างเล่นตลกนัก

ผู้เป็นเจ้าสาวนึกย้อนไม่ถึงเมื่อสิบแปดวันก่อน เฉินหมิงเยว่ หรือคุณหนูรองเฉิน พี่สาวฝาแฝดผู้ถูกกำหนดให้แต่งงานกับหลานชายของซ่งฮองเฮา เช่นซ่งกั๋วกงแห่งต้านโจว ได้หลบหนีไปกับแม่ทัพ ฟางหยางเจี่ยน

เฉินสุ่ยเยว่ที่เป็นฝาแฝดคนน้องซึ่งมีรูปร่างและหน้าตาเหมือนกับแฝดคนพี่สาวกับแกะ เลยถูกบิดากับพี่ชายคนโตจับกรอกยาสลายกระดูกแล้วมัดส่งขึ้นรถม้าที่มีผู้คุ้มกันแน่นหนา เดินทางไกลกว่าพันลี้มาแต่งงานแทนเจ้าสาวตัวจริง เช่นนี้เป็นแน่

ครั้นจะคิดหลบหนีก็เป็นเพียงความคิดที่ไม่อาจเป็นจริงต่อให้เพียงหนึ่งวันหนึ่งคืนยาก็หมดฤทธิ์ เพราะนอกจากจะมีผู้คุ้มกันแน่นหนาถึงร้อยชีวิตแล้ว นางยังไม่มีเงินทองติดกายอีกด้วย ที่สำคัญ นางหาใช่คนในโลกนี้ ฟื้นขึ้นมาทุกสิ่งรอบกายก็เปลี่ยนไป

มิผิด เจ้าของร่างนี้สิ้นใจเพราะถูกกรอกยาสลายกำลัง แล้วยังโดนจับมัดมือมัดเท้า ปิดปาก โยนขึ้นรถม้าในท่าคว่ำหน้าจึงขาดอากาศหายใจจนตาย นางที่เป็นดวงวิญญาณจากอีกมิติหนึ่งไม่ทราบว่าด้วยประการใดจึงถูกดูดเข้ามาแทนดวงวิญญาณเก่าซึ่งออกจากร่างได้ไม่นาน

รอดตายแต่ก็เปลี่ยนตายทั้งเป็น เมื่อเป็นสาวยุค 2026 ทว่ามาโผล่ในดินแดนโบราณ ที่ใดก็สุดรู้ มิติใดยิ่งไม่รู้ มีเพียงความทรงจำของร่างเดิม ที่ทั้งอ่อนแอและยอมคนไปหมด เงินไม่มี ญาติยิ่งไม่มี นางจะหนีไปไหนเล่า

สุดท้ายแล้ว นางก็จำยอมถูกผลักขึ้นมายืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟกองใหญ่ที่ลุกโชน ในฐานะ ตัวแทน ของพี่สาวฝาแฝดและเจ้าของร่างเดิม เอาลำคอตนเองมาวางบนแท่นประหารมิอาจย้อนกลับเพราะไม่รู้จะหนีไปทางไหน จำต้องยอมถูกแม่สื่อแต่งองค์ทรงเครื่องเป็นเจ้าสาวเข้าพิธีวันนี้ทั้งที่ใจหวาดกลัวจับจิต

หญิงสาวจากปี2026ไม่อาจปฏิเสธงานแต่งได้จำใจต้องอยู่ท่ามกลางความร้อนระอุเป็นหนังหน้าไฟโดยไร้ทางหลบหนี ไม่อาจล่วงรู้เลยว่า หากเจ้าบ่าวหรือญาติของเขาร่วงรู้ความจริงว่าตนหาใช่คุณหนูรองเฉินเจ้าสาวตัวจริง แต่เป็นน้องสาวที่แทบไม่มีตัวตนในจวนเฉิน ชีวิตของนางจะยังคงอยู่รอดพ้นราตรีนี้หรือไม่ ยิ่งในยุคโบราณกฎเกณฑ์มากมาย การถูกสลับตัวเจ้าสาวถือเป็นการหยามหมิ่นศักดิ์ศรีฝ่ายชาย นางยิ่งหวาดหวั่น

คนอื่นเกิดใหม่ได้เป็นนางเอก ไม่ก็นางร้าย เหตุใดนางจึงต้องเกิดมาเป็นตัวซวยของตระกูลด้วย ของขวัญ ประทานพร ได้แต่โอดครวญในใจซ้ำไปซ้ำมา

กึก กึก กึก

ขณะจิตใจของเจ้าสาวตัวแทนกำลังหวาดกลัวจับจิต เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอก ใกล้เข้ามาทุกขณะ ฟังดูมั่นคง หนักแน่น ราวเสียงของฝีเท้าพญายมที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทีละน้อย ก่อนบานประตูเรือนหอถูกผลักเปิดออกช้า ๆ

แอ๊ด...

ลมเย็นพัดวูบเข้ามา เปลวเทียนมงคลสั่นไหว เงาทั้งห้องโยกคลอน ก่อนจะหยุดนิ่งลงอีกครั้ง และในแสงที่ไหวระริกนั้น บุรุษผู้เป็นเจ้าบ่าวก็ปรากฏตัว

ซ่งตี้ชาง อดีตแม่ทัพแห่งต้าหยวน ผู้ซึ่งเคยทำให้ชายแดนเป่ยฉีสั่นสะเทือนด้วยเพียงคำสั่งเดียว

เจ้าสาวเหลือบมองผ่านผ้าคลุมหน้า เห็นเพียงเงาร่างสูงใหญ่ดั่งนักรบโบราณ ไหล่ตั้งตรงมั่นคงราวแผ่นดิน กลิ่นอายสังหารกดทับลงมาเงียบงัน ราวกับไม่เคยก้มหัวให้ผู้ใดในชีวิต

เพียงเขายืนอยู่ตรงนั้น ห้องทั้งห้องก็เหมือนแคบลง ลมหายใจของนางสะดุด ความหวาดกลัวไหลบ่าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนเผลอกำแขนเสื้อแน่น บุรุษตรงหน้าผู้นั้นน่ากลัวยิ่งนัก มิคล้ายคนตาบอดแม้แต่น้อย

ทว่าความจริงที่เขาสูญเสียการมองเห็นก็มิอาจปฏิเสธได้ ต่อให้บุรุษผู้นี้ปลดตนเองจากตำแหน่งต้าเจียงจวิน หลังบาดเจ็บจากสนามรบเมื่อหนึ่งปีก่อน จากผู้บัญชาการกองทัพผู้กุมอำนาจทหารกว่าสามแสน

กลายเป็นผู้ถูกจองจำอยู่ในโลกมืด กลิ่นอายน่ากลัวของเขาก็มิได้ลดทอนลงแม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว

เฉินสุ่ยเยว่รีบลื้อค้นความทรงจำของร่างนี้ ก็ได้ความว่า นอกจากซ่งตี้ชางจะขอปลดตนเองจากตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แล้ว เขายังละทิ้งตำแหน่งซื่อจื่อเจิ้งหนานโหวที่ฉางอันแล้ว มาพำนักยังจวนบรรพบุรุษ ณ ต้านโจว ใช้ชีวิตอย่างเงียบงัน ภายใต้บรรดาศักดิ์ที่ฮ่องเต้พระราชทาน ไม่ข้องเกี่ยวกับการเมือง และการสมรสในค่ำคืนนี้ ก็เป็นเพียงพระบัญชาที่มิอาจหลีกเลี่ยงอีกด้วย

บุรุษผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว เพราะขนาดตาบอดก็ยังองอาจ ยิ่งรู้ซึ้งเช่นนี้หญิงสาวยิ่งกลัวจับใจ กลัวเขาปลิดชีพตนแล้วส่งศพกลับจวนสกุลเฉิน ขอร้องเถอะ นางเพิ่งได้เกิดใหม่สิบกว่าวัน สวรรค์อย่าเพิ่งให้นางรีบตายเลยนะ

ในขณะที่เจ้าสาวว้าวุ่นใจ เฉิงฝานและ ฉงอวิ๋น คนสนิททั้งสองของเจ้าบ่าวที่พาเขามาส่ง เมื่อผู้เป็นนายก้าวเข้าสู่เรือนหอเรียบร้อย ทั้งสองเพียงโค้งกายคำนับ ก่อนถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่

ปัง...

บานประตูถูกปิดลง เสียงนั้นไม่ดังเท่าใดในความเป็นจริง หากกลับก้องสะท้อนอยู่ในใจของเฉินสุ่ยเยว่ ราวกับปิดตายหนทางทั้งหมดของนางในชั่วขณะเดียว นับจากนี้ ไม่มีทางถอย

ซ่งตี้ชางยืนอยู่กลางห้องนิ่งงัน ดวงตาที่พร่าเลือน ไร้จุดหมาย กลับให้ความรู้สึกประหลาด ราวกับกำลังจับจ้องมาที่นาง จนเฉินสุ่ยเยว่รู้สึกหายใจลำบาก เหงื่อของหญิงสาวไหลซึมเต็มหน้าผาก ครู่ต่อมา เขาก้าวเข้ามาใกล้

เสียงฝีเท้าแต่ละก้าวดังชัดเจนอยู่ในความเงียบ ราวกับเหยียบลงบนหัวใจของนางทีละนิด จนลมหายใจเริ่มติดขัดโดยไม่รู้ตัว

“ถอดผ้าคลุมหน้าออกเองเถอะ ข้าไม่สะดวก”

น้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความอบอุ่น คำแรกระหว่างสามีภรรยา มิใช่คำยินดี มิใช่คำปลอบโยน หากเป็นเพียงคำสั่งง่ายดายในนางปลดผ้าคลุมหน้าด้วยตนเอง

ปลายนิ้วใต้แขนเสื้อกำจนเจ็บ นางมิได้หวาดกลัวคำสั่งนั้น หากหวาดกลัวสิ่งที่จะตามมา กลัวว่าเขาจะรู้ กลัวว่าความจริงจะถูกเปิดเผย และเมื่อนั้น นางคงถูกทอดทิ้งดุจสิ่งไร้ค่าหรืออาจโดนปลิดชีพในดาบเดียวก็ยากจะตอบได้

แต่แม้จะหวาดหวั่นเพียงใด หญิงสาวก็ไร้ทางเลือก เพียงชั่วลมหายใจ นางก็ยกมือขึ้นอย่างเชื่องช้า นิ้วเรียวจับชายผ้าคลุม ก่อนจะเปิดมันออก

ในพริบตาเดียว โลกทั้งใบของนางก็ถูกเปิดเผย ใบหน้าที่มิได้งดงามล่มเมือง หากงามอย่างเงียบงัน ยิ่งมองยิ่งเห็นความละเอียดอ่อน สบายตาปรากฏต่อหน้าบุรุษผู้ไม่อาจมองเห็น

ดวงตากลมใสสั่นไหวแผ่วเบา แฝงทั้งความหวาดกลัวและความระแวง ดังลูกกวางน้อยระแวงภัย ซ่งตี้ชางเอียงศีรษะเล็กน้อย ราวกับกำลังพินิจ ทั้งที่เขามองไม่เห็นแม้แต่น้อย

ทว่าในขณะนั้นเอง เฉินสุ่ยเยว่กลับรู้สึกได้อย่างชัดเจน ตนกำลังถูกจ้องมอง มิใช่เพียงภายนอก หากเป็นสายตาที่มองทะลุเข้าไปถึงภายใน มองลึกลงไปจนถึงแก่นแท้ของดวงวิญญาณ

ราวกับไม่มีสิ่งใดในตัวนางสามารถซ่อนเร้นจากผู้เป็นสามีได้อีกต่อไป ความเย็นเยียบค่อย ๆ ไต่ขึ้นจากปลายเท้า ซึมเข้าสู่กระดูก ก่อนฝังลึกลงในหัวใจ

ในค่ำคืนนี้ สิ่งที่ถูกเปิดเผย มิใช่เพียงใบหน้าภายใต้ผ้าคลุม หากเป็นชะตาชีวิตทั้งชีวิตของนาง และมันกำลังถูกตัดสิน โดยบุรุษตรงหน้าเพียงผู้เดียว เสียงหัวเราะแผ่วต่ำหลุดออกจากลำคอของเขา ชวนขนลุก

มิใช่เสียงแห่งความยินดี หากเป็นความเย้ยหยันที่เย็นเฉียบ คล้ายผู้ที่มองเห็นความจริงชัดเจนเกินกว่าจะรู้สึกขบขัน หัวใจของเฉินสุ่ยเยว่พลันหายวาบ ราวถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดแน่น

"ตระกูลเฉินของเจ้านี้...ช่างใจกล้ายิ่งนัก"

펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기
댓글 없음
83 챕터
ตอนที่ 1 || ห้องหออันหนาวเหน็บ
ตอนที่ 1 || ห้องหออันหนาวเหน็บถ้อยคำเรียบเฉยนั้น กลับหนักอึ้งยิ่งกว่าคำตำหนิใด ๆเฉินสุ่ยเยว่นิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับเสียงทุกอย่างรอบกายดับสูญไปชั่วขณะ นางมิรู้ว่าควรเอ่ยสิ่งใดออกไป คำสั่งของบิดาเจ้าของร่างนี้ยังคงดังก้องอยู่ในโสต ให้สงบปาก หากถูกจับได้ห้ามยอมรับ ห้ามอธิบาย ห้ามแม้แต่จะร้องขอความเป็นธรรมหากความลับถูกเปิดโปง ว่าเจ้าสาวถูกสลับตัว ซ่งฮองเฮาย่อมกริ้วโกรธเป็นแน่ และเมื่อนั้น ตระกูลเฉินย่อมยากจะพ้นภัยความคิดนั้นมิได้ทำให้นางหวาดกลัวเท่ากับอีกสิ่งหนึ่ง สิ่งที่หนาวเย็นยิ่งกว่า มิใช่โทสะจากเบื้องบน หากเป็นถ้อยคำที่บิดาของร่างนี้เคยกล่าวไว้อย่างไร้เยื่อใยหากถึงครานั้น เขาจะกล่าวว่านางริษยาพี่สาว จึงวางยา และสลับตัวเอง เรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลเฉินแม้แต่น้อย คำพูดเหล่านั้น เย็นเยียบยิ่งกว่าคมมีดเฉินสุ่ยเยว่หลุบตาลงเล็กน้อย ความเงียบของนางมิใช่เพราะยอมรับ หากเป็นเพราะเข้าใจดี ว่าไม่มีสิ่งใดควรเอ่ยอีกต่อไป ช่างเป็นบิดาที่รักลูกลำเอียงเสียยิ่งกว่าอะไร ตาแก่ราชครูเฉินผู้นั้นเจ้าของร่างเดิมว่าน่าสงสารแล้ว แต่นางผู้เข้ามาแทนที่กลับน่าสงสารยิ่งกว่าเป็นหมื่นเท่า เพรา
더 보기
ตอนที่ 2 || เจ้าชอบคุกเข่าหรือ
ตอนที่ 2 || เจ้าชอบคุกเข่าหรือหลังจากเห็นว่าซ่งกั๋วกงไม่เอาผิดตนแน่นอนแล้ว เฉินสุ่ยเยว่ จึงรีบคุกเข่าลงอย่างเรียบร้อยเพื่อจะขอบคุณเขาอย่างจริงใจ ชายกระโปรงสีแดงแผ่คลุมพื้นศิลาเย็นเยียบราวหยาดโลหิตที่เพิ่งหลั่งรินลงมาใหม่ ร่างบางก้มต่ำ ศีรษะแนบลงเล็กน้อย แสดงความนอบน้อมจนไม่อาจจับผิดได้แม้แต่น้อยว่านางมิใช่ดวงจิตของคนในยุคนี้"ขอบคุณท่านกั๋วกงที่ไม่เอาผิดอาเยว่เจ้าค่ะ"ทุกคำถึงจะแผ่วเบาไปบ้างแต่ชัดเจน ภายในเรือนหอพลันเงียบงันยิ่งกว่าเดิม มีเพียงแสงจากเปลวเทียนมงคลสีแดงไหวระริก ทาบเงาของทั้งสองให้ยืดยาวบิดเบี้ยวไปตามพื้น ซ่งตี้ชางมิได้ตอบในทันทีเขาก้าวไปนั่งบนเตียงแทนที่นาง ร่างสูงสงบนิ่งดุจภูผา ทว่าความกดดันที่แผ่ออกมา กลับหนักหน่วงยิ่งกว่าพายุที่มองไม่เห็น ดวงตาคู่คมดูนั้นยังคงว่างเปล่า แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับกำลังจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของนาง จนเฉินสุ่ยเยว่เหงื่อซึมทั้งมือและแผ่นหลัง ความเงียบยิ่งยืดเยื้อยิ่งกดทับ คล้ายมีมือที่มองไม่เห็นค่อย ๆ บีบรัดลมหายใจให้แคบลงทีละน้อยนี่เขาตาบอดแน่หรือ?ครู่หนึ่ง ริมฝีปากบางของเขาจึงขยับยกขึ้น คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ทว่าไร้ซึ่งความอ่อนโยนแล
더 보기
ตอนที่ 3 || ชีวิตอันเรียบง่ายในจวนซ่งกั๋วกง
ตอนที่ 3 || ชีวิตอันเรียบง่ายในจวนซ่งกั๋วกงณ ศาลาว่านลี่ภายในจวนซ่งกั๋วกง แสงอ่อนของยามบ่ายทอดผ่านชายคาเป็นเงาโปร่งบาง ดรุณีน้อยวัยสิบหกปีนั่งอยู่เพียงลำพัง เบื้องหน้าคือน้ำใสในอ่างหินและแจกันเคลือบขาวที่รอการประดับ มือเรียวของนางเคลื่อนไหวอย่างสงบ เยือกเย็น และแม่นยำ ก้านดอกไม้แต่ละก้านถูกจัดวางลงไปด้วยจังหวะที่พอดี ราวกับผ่านการฝึกฝนมาเนิ่นนาน กิริยาทุกอย่างอ่อนช้อยละมุนละไมจนคล้ายภาพวาดที่มีลมหายใจ เส้นผมสีดำสนิทที่ปล่อยยาวกระจายไปตามแรงลมพลิ้วไหวอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้างามสงบนิ่งนั้นงดงามเกินคำพรรณนา ทว่าภายใต้ความนิ่งงัน กลับซ่อนบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ลึกยิ่งนัก เป็นความหนักอึ้งที่ไม่เผยออกมาให้ผู้ใดล่วงรู้ได้โดยง่าย"ฟู่เหรินเจ้าค่ะ ต้นยามเว่ยแล้ว"เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านข้าง ซ่งเสี่ยวถง สาวใช้ประจำเรือนผิงเซียงก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนจะโน้มกายลงอย่างนอบน้อมเพื่อกล่าวรายงาน น้ำเสียงของนางระมัดระวังยิ่งนัก คล้ายเกรงว่าจะรบกวนความสงบที่ปกคลุมอยู่หญิงสาวที่ถูกเรียกว่า ฟู่เหริน มิได้เงยหน้าขึ้นทันที มือเรียวยังคงจัดวางก้านดอกไม้ต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ นางเลือกสรรตำแหน่งสุดท้ายอย่าง
더 보기
ตอนที่ 4 || เจ้าคนไร้ยางอายเอ๊ย
ตอนที่ 4 || เจ้าคนไร้ยางอายเอ๊ยหลังจากนวดคลายเส้นให้ซ่งเหล่าไท่ไท่เรียบร้อยแล้ว เฉินสุ่ยเยว่ก็มิได้อ้อยอิ่งอยู่ต่อ นางค้อมกายลาท่านย่าอย่างนอบน้อม ก่อนหมุนกายออกจากเรือนผิงอวี้ กลับตรงไปยังเรือนผิงเซียงด้วยฝีเท้าที่คงจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับทุกก้าวถูกคำนวณไว้ล่วงหน้า สายลมยามบ่ายพัดผ่านชายระเบียงทอดยาว กลิ่นไม้หอมอ่อนจางลอยแทรกอยู่ในอากาศ หากแต่จิตใจของนางกลับมิได้ซึมซับความสงบเช่นนั้นได้เต็มที่นักเมื่อมาถึงหน้าห้องอุ่นที่สามีของตนมักใช้พักผ่อนในยามบ่าย นางก็หยุดลงโดยมิได้ยกมือเคาะประตูทันที เพราะเบื้องหน้ามีบุรุษผู้หนึ่งยืนเฝ้าอยู่ก่อนแล้ว"ท่านฉงอวิ๋น"เสียงของนางเรียบสงบ ทว่าแฝงความระวังอยู่ลึก ๆซ่งฉงอวิ๋น คนสนิทมือขวาของซ่งตี้ชางหันมามองเพียงเล็กน้อย แววตาเย็นชาไม่ปิดบังแม้แต่น้อย เขาค้อมกายเล็กน้อยตามมารยาท แต่ท่าทีมิได้แสดงความเคารพอย่างแท้จริง"นายท่านตื่นมาครู่ใหญ่แล้ว ฟู่เหรินมาช้าไป"ถ้อยคำเรียบเฉยนั้นกลับเสียดแทงเข้ามาในใจของเฉินสุ่ยเยว่จนเกิดคลื่นสะเทือน หัวใจพลันกระตุกวูบ นางสบถในใจอย่างไม่อาจห้ามได้ แย่แล้ว ครานี้คงหนีไม่พ้นเคราะห์ใหญ่จริง ๆทว่าภายนอก สีหน้าของนางยังคงน
더 보기
ตอนที่ 5 || นี่หรือคือเมตตาจากสามี 1
ตอนที่ 5 || นี่หรือคือเมตตาจากสามีเฉินสุ่ยเยว่ขยับกาย ก้าวเข้าสู่ภายในเรือนไป๋ชิงด้วยท่วงท่าที่สงบเรียบร้อย มือเล็กประสานกันไว้ด้านหน้าท้องอย่างแนบแน่น ทุกอากัปกิริยาถูกควบคุมไว้อย่างแม่นยำจนแทบไร้ที่ติ ยามนางก้าวผ่านธรณีประตูเข้าไป ภาพที่ปรากฏจึงมิใช่ภรรยาเอกแห่งจวนซ่งกั๋วกง หากแต่คล้ายสาวใช้ผู้หนึ่งที่ถูกขัดเกลาให้เชื่อฟังโดยไร้ข้อโต้แย้งเสียมากกว่า"เข้ามาขัดหลังให้ข้า"เสียงทุ้มต่ำดังลอดออกมาจากด้านในห้องอาบน้ำซึ่งอยู่ลึกเข้าไปสุดของเรือน เสียงนั้นเฉียบคม บอกตำแหน่งของเจ้าของเสียงได้อย่างชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องมองหาและหญิงสาวก็รู้ว่าสามีตนอารมณ์ไม่ดีแม้แต่น้อยเฉินสุ่ยเยว่ยกมือขึ้นเล็กน้อย ส่งสัญญาณให้เสี่ยวจง บ่าวรับใช้ชายของซ่งตี้ชางที่ยืนรออยู่ด้านนอกเหมือนตนครู่ก่อน พาคนเข้ามาจัดการเก็บกวาดความวุ่นวายที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในเรือนให้เรียบร้อย จากนั้นจึงก้าวลึกเข้าไปด้านในตามเสียงเรียกโดยไม่ลังเลแม้เพียงครู่"มัวชักช้าอันใด ไม่เข้ามาเสียที"เสียงเร่งรัดดังขึ้นอีกครั้ง แฝงความไม่พอใจอย่างเปิดเผย ทำให้ฝีเท้าของนางต้องเร่งขึ้นเล็กน้อย หากแต่ยังคงรักษาความนุ่มนวลของกิริยาไว้ได้อย่างไ
더 보기
ตอนที่ 5 || นี่หรือคือเมตตาจากสามี 2
"หามิได้เจ้าค่ะท่านกั๋วกง" หญิงสาว ทรุดลงคุกเข่า แล้วปฏิเสธออกไปอย่างระมัดระวัง"หากยังมีครั้งหน้า…" เสียงของเขาหยุดลงเพียงครู่ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ"คำว่าเมตตา จะไม่มีอีกต่อไปจงจำไว้เฉินสุ่ยเยว่" คำพูดนั้นหนักแน่นจนแม้แต่อากาศยังคล้ายหยุดนิ่งเฉินสุ่ยเยว่ก้มศีรษะลงต่ำ"ทราบแล้วเจ้าค่ะ"คำตอบสุภาพ เรียบง่าย ไร้การโต้แย้ง แต่ภายในใจ กลับเต็มไปด้วยเสียงเย้ยหยันที่ไม่มีวันเอ่ยออกมาผู้ที่กระทำเช่นนี้ทุกวัน ยังกล้าเรียกตนเองว่ามีเมตตาอีกหรือ แต่นางมิได้แสดงออกไปเป็นคำพูดโต้แย้ง เพียงนั่งคุกเข่านิ่ง และจดจำทุกคำไว้ในใจอย่างเงียบงันทันใดนั้น!ซ่า!น้ำสุราอุ่นถูกสาดลงบนศีรษะของเฉินสุ่ยเยว่โดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นหอมของสุราดอกเหมย ลอยฟุ้งขึ้นในชั่วพริบตา หยาดสุราไหลซึมผ่านเรือนผมสีดำ ลาดลงสู่หน้าผากและแก้มเนียน"อ๊ะ…"เสียงครางแผ่วหลุดออกมาเพียงเล็กน้อย ร่างแน่งน้อยสะดุ้งเพียงชั่วขณะ จากนั้นก็กลับนิ่งอีกครั้ง นางยกมือขึ้นช้า ๆ ลูบของเหลวออกจากใบหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้กระทำหญิงสาวเห็นเพียง สายตาคู่นั้นสงบ ที่ไร้คลื่นอารมณ์ อย่างคนตาบอดมองไม่เห็นทั่วไป แต่กลิ่นอายอำมหิตลอยฟุ้
더 보기
ตอนที่ 6||เจ้าตัวอันธพาลใหญ่เอ๊ย 1
ตอนที่ 6||เจ้าตัวอันธพาลใหญ่เอ๊ยวันคืนเคลื่อนผ่านไปตามครรลองอย่างเงียบงัน จากต้นเดือนสามสู่เดือนหกและเดือนเก้าโดยไม่ทันให้ผู้ใดตั้งตัว ฤดูกาลผลัดเปลี่ยนดุจสายน้ำไหลริน แดดอ่อนยามเหม่าทอดยาว เหนือทุ่งนาสีเขียวเป็นระลอก สายลมต้นฤดูร้อนพัดเอากลิ่นดินชื้นหลังฝนกลางฤดู ลอยอ้อยอิ่งปะปนกับกลิ่นใบหญ้า สดใหม่ ทว่ากลับแฝงความเย็นบางเบาที่มิอาจอธิบาย จวนซ่งกั๋วกงทั้งหลังดูสงบเรียบ หากลึกลงไปกลับคล้ายมีคลื่นกระเพื่อมซ่อนเร้นอยู่ภายในเสียงไก่ขันรับรุ่งอรุณดังเป็นระยะ ประสานกับเสียงล้อเกวียนบดผ่านถนนดินหน้าจวนอย่างเชื่องช้า ชาวบ้านต่างมุ่งหน้าไปยังท้องนา เสียงธรรมดาทั้งหมดควรทำให้เช้านี้เป็นยามเช้าที่เรียบง่ายแต่ภายในจวนแห่งนี้ ความเรียบง่ายนั้นกลับไม่เคยมีอยู่จริงแม้แต่วันเดียวนับจากเฉินสุ่ยเยว่แต่งเข้ามาเป็นเวลาครึ่งปีเศษวันนี้หญิงสาวอยู่ในชุดผ้าฝ้ายสีอ่อนก้าวผ่านประตูไม้สลักลายอย่างเร่งรีบ ชายกระโปรงสะบัดตามแรงฝีเท้าอย่างไม่เป็นระเบียบ ราวกับเจ้าของร่างกำลังเร่งเวลาให้ไล่ตามบางสิ่งที่มองไม่เห็น แน่นอนว่าเฉินสุ่ยเยว่ ย่อมต้องรีบร้อนกลับเข้าเรือนก่อนที่สามีธงดำของตนจะตื่นหาไม่คนโชคร้ายย่อมเป็น
더 보기
ตอนที่ 6||เจ้าตัวอันธพาลใหญ่เอ๊ย 2
"เจ้าคิดว่าข้าโง่เขลาถึงเพียงนั้นหรือ ถึงจะเชื่อคำพูดเช่นนี้"ถ้อยคำนั้นกดลงกลางอกดุจหินผาหนักอึ้ง เฉินสุ่ยเยว่กำตะกร้าไม้ไผ่ในมือแน่น ปลายนิ้วซีดขาวเพราะแรงบีบ ทว่าร่างยังคงสงบนิ่ง ไม่ถอย แม้เพียงครึ่งก้าวปักหลักสู้ตายกับสามีตัวร้าย"ข้ามิได้โกหกเจ้าค่ะ หากผู้ไม่รู้ไปเก็บ ย่อมได้วัตถุดิบผิดกลิ่นของกำยานย่อมผิดเพี้ยน"คำตอบสั้นแต่ชัดเจน ไม่มีคำอ่อนข้อ ราวประกายไฟตกลงบนฟืนแห้ง ตี้ชางโมโหจนศีรษะร้อนไปหมด ดีจริงนับวันภรรยาตัวดียิ่งไม่ยำเกรงเขาแล้ว สงสัยเขาคงใจดีกับนางเกินไปกระมังเฉินสุ่ยเยว่ผู้นี้"บังอาจนัก!"เสียงคำรามปะทุขึ้นในทันที มือใหญ่คว้าสิ่งของใกล้ตัวโดยไม่เลือก ถ้วยน้ำชาถูกหยิบขึ้นมาแน่น ก่อนจะเหวี่ยงออกไปอย่างแรงโครม เพล้งแรงเหวี่ยงฉีกอากาศ เฉินสุ่ยเยว่เบี่ยงตัวหลบโดยสัญชาตญาณ ฝีเท้าถอยเพียงครึ่งก้าว ถ้วยน้ำชาพุ่งผ่านข้างกายไปกระแทกพื้น เสียงแตกกระจายก้องกังวาน เศษเครื่องเคลือบแหลมคมกระเด็นไปทั่วฉึก!ความเจ็บแหลมแล่นขึ้นจากฝ่าเท้าในทันที"อ๊ะ"เสียงครางหลุดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ร่างบางชะงัก เท้าข้างหนึ่งหยุดนิ่ง เศษถ้วยชิ้นแหลมปักทะลุรองเท้าผ้าบาง เลือดสีแดงสดซึมออกมา เปล
더 보기
ตอนที่ 7||เป็นดังจันทร์ในน้ำ 1
ตอนที่ 7||เป็นดังจันทร์ในน้ำ"ฟู่เหริน!"ทันทีที่ก้าวพ้นห้องนอนของตนกับสามี เสี่ยวถงสาวใช้ที่ติดตามมาหลังเฉินสุ่ยเยว่แต่งเข้าจวนซ่งกั๋วกงก็รีบวิ่งออกมาจากมุมหนึ่ง สีหน้าร้อนรนจนแทบควบคุมไม่อยู่ ส่วนเสี่ยวหมิ่นคาดว่าคงยังอยู่ที่เรือนครัว"ฟู่เหรินเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ"เด็กสาววัยสิบห้าปีรีบเข้ามาประคองร่างนายหญิง หมุนตัวตรวจดูบาดแผลอย่างลนลาน แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใย หกเดือนเฉินสุ่ยเยว่ดีกับนางและสหายมาก นางจึงรักและเคารพอีกฝ่ายจากใจจริง ทว่าก็ไม่กล้าก้าวล้ำเข้าไปขัดขวางก่อนหน้า เพราะนางรู้ดีหากยิ่งขัดขวางท่านกั๋วกง ยิ่งทำให้ฟู่เหรินต้องรับโทษหนักกว่าเดิม"ท่านบาดเจ็บ..." เสี่ยวถงหน้าซีด เมื่อเห็นเลือดซึมออกจากปลายรองเท้าของผู้เป็นนายหญิงเฉินสุ่ยเยว่ก้มมองเพียงครู่ ก่อนตอบเสียงเรียบ "ไม่มาก แค่เศษถ้วยน้ำชากระเด็นโดนเท้าเท่านั้น เจ้าไปแจ้งพ่อบ้านเกากับเสี่ยวหมิ่นให้เตรียมมื้อเช้าเถิด"น้ำเสียงของนางสงบนิ่ง ราวกับแผลนั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยจนไม่ควรค่าแก่การใส่ใจ ซึ่งก็เป็นดังนั้นจริง แผลเท่านี้สำหรับนางมิอาจนับเป็นอันใดได้"แต่ว่า..." เสี่ยวถงยังลังเล ไม่อยากละจากไปทั้งที่ยังไม่ได้ช
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status