สามีธงดำผู้นี้ข้าขอลาขาดได้หรือไม่?

สามีธงดำผู้นี้ข้าขอลาขาดได้หรือไม่?

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-03
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
83Bab
6.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

สามีของนางโหด นางจะเหี้ยม หากเขาร้าย นางจะมากเล่ห์ ตาต่อตาฟันต่อฟัน หากชีวิตคู่มันสงบสุขเกินไปย่อมขาดรสชาติไม่มีสีสัน เขาเป็นไฟนางจะไม่เป็นน้ำ แต่ขอเป็นดินระเบิดดีกว่า เอาให้บรรลัยกันไปข้าง!

Lihat lebih banyak

Bab 1

ปฐมบทสามีร้าย

ปฐมบทสามีร้าย

ต้นเดือนสาม ณ แผ่นดินต้าหยวน แคว้นต้านโจว จวนซ่งกั๋วกงถูกประดับด้วยโคมแดงนับร้อย แขวนเรียงรายแน่นขนัดดุจหยาดโลหิตที่หล่นจากฟากฟ้าแล้วหยุดนิ่งกลางเวหา แสงสีแดงสลัวไหวระริกตามแรงลม ทาบทับเงาไม้แกะสลักให้ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ บนพื้นศิลาเย็นเยียบ งดงามประหนึ่งภาพวาด หากกลับไร้ซึ่งลมหายใจของชีวิต

ลมยามค่ำพัดแผ่วผ่าน กลิ่นบุปผาจากสวนชั้นในลอยคลุ้งแทรกเข้ามาแต่ไกล เดิมควรหอมละมุนชวนให้ผ่อนคลาย ทว่าในค่ำคืนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความหวานเลี่ยนชวนอึดอัดใจใน

ภายใต้ความวิจิตรที่ถูกจัดวางอย่างไร้ที่ติ กลับมีรอยร้าวบางเบาที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำ ความผิดเพี้ยนที่แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของบรรยากาศแต่กลับไม่รู้ว่ามันผิดเพี้ยนที่ตรงไหน

ภายในเรือนหอที่ควรครึกครื้นด้วยเสียงหัวเราะผาสุกของคู่บ่าวสาวและมิตรสหาย กลับเงียบงันดุจสุสานร้าง เสียงไส้เทียนแตกดังเป๊าะเป็นระยะ แทรกผ่านความว่างเปล่าอย่างเด่นชัด เสียงเพียงน้อยนั้นกลับดังกังวานเกินควร ราวกับย้ำเตือนถึงบางสิ่งที่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึง

ความเงียบในเรือนหอมิใช่เพียงการไร้เสียง หากหนักอึ้งประหนึ่งมือที่มองไม่เห็นกดทับลงบนทรวงอกของผู้เป็นเจ้าสาว กดลึกเสียจนแม้แต่ลมหายใจก็กลายเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย

บนเตียงไม้แกะสลักหลังใหญ่ หญิงสาวในอาภรณ์เจ้าสาวสีแดงเข้มนั่งนิ่งสนิทราวรูปสลักที่ถูกทอดทิ้ง ผ้าคลุมหน้าที่ด้วยปักดิ้นทองปกปิดใบหน้าของนางไว้อย่างมิดชิด ราวเป็นม่านบางที่กั้นระหว่างนางกับชะตากรรมที่กำลังรอคอยอยู่เบื้องหน้า

นางคือ เฉินสุ่ยเยว่ บุตรีคนที่สามแห่งจวนราชครูเฉิน เฉินฝูเซิง ผู้ซึ่งดำรงอยู่ในฐานะเงาของพี่สาวฝาแฝดเงียบงันภายในจวนมากว่าสิบหกปี

นับแต่ลืมตาดูโลก นางก็ถูกประทับตราว่าเป็นตัวอัปมงคล เป็นผู้พรากชีวิตมารดาในวันคลอด คำครหานั้นมิใช่เพียงเสียงกระซิบ หากเป็นตราประทับที่ฝังแน่นในตัวตนของคุณหนูสามเฉินมิคลาย ไม่ว่ากาลเวลาจะล่วงเลยเพียงใด ก็ไม่อาจลบเลือน โดยเฉพาะในสายตาของผู้เป็นบิดา

สิบหกปีที่ผ่านมา นางมีชีวิตดุจเงาที่ติดตามผู้อื่น ไร้สิทธิ์ ไร้เสียง มิกล้าแม้แต่จะยอมรับว่าตนคือบุตรสาวอีกคนของราชครูเฉิน ไม่มีสิทธิ์โต้แย้งหากถูกบิดาหรือพี่ชาย พี่สาวตัดสินว่าผิดไปแล้ว และยิ่งไม่มีสิทธิ์เลือกชะตาชีวิตให้ตนเองหากบิดาไม่อนุญาต

ตรงกันข้าม พี่สาวฝาแฝด เฉินหมิงเยว่ ผู้เกิดก่อนเพียงสองชั่วยาม กลับงดงามโดดเด่น ดุจดวงจันทร์สว่างกลางท้องนภา เป็นที่รัก เป็นความภาคภูมิใจของทั้งจวนเฉิน ทั้งที่อีกฝ่ายก็เกิดมาจากครรภ์มารดาเดียวกัน แต่กลับเป็นคนเกิดภายหลังที่ผิด ทำให้มารดาต้องตาย

สิ่งที่เฉินสุ่ยเยว่ไม่มี เฉินหมิงเยว่มีทั้งหมด และสิ่งใดที่เฉินหมิงเยว่ทอดทิ้งกลับตกเป็นของเฉินสุ่ยเยว่โดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ โชคชะตาช่างเล่นตลกนัก

ผู้เป็นเจ้าสาวนึกย้อนไม่ถึงเมื่อสิบแปดวันก่อน เฉินหมิงเยว่ หรือคุณหนูรองเฉิน พี่สาวฝาแฝดผู้ถูกกำหนดให้แต่งงานกับหลานชายของซ่งฮองเฮา เช่นซ่งกั๋วกงแห่งต้านโจว ได้หลบหนีไปกับแม่ทัพ ฟางหยางเจี่ยน

เฉินสุ่ยเยว่ที่เป็นฝาแฝดคนน้องซึ่งมีรูปร่างและหน้าตาเหมือนกับแฝดคนพี่สาวกับแกะ เลยถูกบิดากับพี่ชายคนโตจับกรอกยาสลายกระดูกแล้วมัดส่งขึ้นรถม้าที่มีผู้คุ้มกันแน่นหนา เดินทางไกลกว่าพันลี้มาแต่งงานแทนเจ้าสาวตัวจริง เช่นนี้เป็นแน่

ครั้นจะคิดหลบหนีก็เป็นเพียงความคิดที่ไม่อาจเป็นจริงต่อให้เพียงหนึ่งวันหนึ่งคืนยาก็หมดฤทธิ์ เพราะนอกจากจะมีผู้คุ้มกันแน่นหนาถึงร้อยชีวิตแล้ว นางยังไม่มีเงินทองติดกายอีกด้วย ที่สำคัญ นางหาใช่คนในโลกนี้ ฟื้นขึ้นมาทุกสิ่งรอบกายก็เปลี่ยนไป

มิผิด เจ้าของร่างนี้สิ้นใจเพราะถูกกรอกยาสลายกำลัง แล้วยังโดนจับมัดมือมัดเท้า ปิดปาก โยนขึ้นรถม้าในท่าคว่ำหน้าจึงขาดอากาศหายใจจนตาย นางที่เป็นดวงวิญญาณจากอีกมิติหนึ่งไม่ทราบว่าด้วยประการใดจึงถูกดูดเข้ามาแทนดวงวิญญาณเก่าซึ่งออกจากร่างได้ไม่นาน

รอดตายแต่ก็เปลี่ยนตายทั้งเป็น เมื่อเป็นสาวยุค 2026 ทว่ามาโผล่ในดินแดนโบราณ ที่ใดก็สุดรู้ มิติใดยิ่งไม่รู้ มีเพียงความทรงจำของร่างเดิม ที่ทั้งอ่อนแอและยอมคนไปหมด เงินไม่มี ญาติยิ่งไม่มี นางจะหนีไปไหนเล่า

สุดท้ายแล้ว นางก็จำยอมถูกผลักขึ้นมายืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟกองใหญ่ที่ลุกโชน ในฐานะ ตัวแทน ของพี่สาวฝาแฝดและเจ้าของร่างเดิม เอาลำคอตนเองมาวางบนแท่นประหารมิอาจย้อนกลับเพราะไม่รู้จะหนีไปทางไหน จำต้องยอมถูกแม่สื่อแต่งองค์ทรงเครื่องเป็นเจ้าสาวเข้าพิธีวันนี้ทั้งที่ใจหวาดกลัวจับจิต

หญิงสาวจากปี2026ไม่อาจปฏิเสธงานแต่งได้จำใจต้องอยู่ท่ามกลางความร้อนระอุเป็นหนังหน้าไฟโดยไร้ทางหลบหนี ไม่อาจล่วงรู้เลยว่า หากเจ้าบ่าวหรือญาติของเขาร่วงรู้ความจริงว่าตนหาใช่คุณหนูรองเฉินเจ้าสาวตัวจริง แต่เป็นน้องสาวที่แทบไม่มีตัวตนในจวนเฉิน ชีวิตของนางจะยังคงอยู่รอดพ้นราตรีนี้หรือไม่ ยิ่งในยุคโบราณกฎเกณฑ์มากมาย การถูกสลับตัวเจ้าสาวถือเป็นการหยามหมิ่นศักดิ์ศรีฝ่ายชาย นางยิ่งหวาดหวั่น

คนอื่นเกิดใหม่ได้เป็นนางเอก ไม่ก็นางร้าย เหตุใดนางจึงต้องเกิดมาเป็นตัวซวยของตระกูลด้วย ของขวัญ ประทานพร ได้แต่โอดครวญในใจซ้ำไปซ้ำมา

กึก กึก กึก

ขณะจิตใจของเจ้าสาวตัวแทนกำลังหวาดกลัวจับจิต เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอก ใกล้เข้ามาทุกขณะ ฟังดูมั่นคง หนักแน่น ราวเสียงของฝีเท้าพญายมที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทีละน้อย ก่อนบานประตูเรือนหอถูกผลักเปิดออกช้า ๆ

แอ๊ด...

ลมเย็นพัดวูบเข้ามา เปลวเทียนมงคลสั่นไหว เงาทั้งห้องโยกคลอน ก่อนจะหยุดนิ่งลงอีกครั้ง และในแสงที่ไหวระริกนั้น บุรุษผู้เป็นเจ้าบ่าวก็ปรากฏตัว

ซ่งตี้ชาง อดีตแม่ทัพแห่งต้าหยวน ผู้ซึ่งเคยทำให้ชายแดนเป่ยฉีสั่นสะเทือนด้วยเพียงคำสั่งเดียว

เจ้าสาวเหลือบมองผ่านผ้าคลุมหน้า เห็นเพียงเงาร่างสูงใหญ่ดั่งนักรบโบราณ ไหล่ตั้งตรงมั่นคงราวแผ่นดิน กลิ่นอายสังหารกดทับลงมาเงียบงัน ราวกับไม่เคยก้มหัวให้ผู้ใดในชีวิต

เพียงเขายืนอยู่ตรงนั้น ห้องทั้งห้องก็เหมือนแคบลง ลมหายใจของนางสะดุด ความหวาดกลัวไหลบ่าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนเผลอกำแขนเสื้อแน่น บุรุษตรงหน้าผู้นั้นน่ากลัวยิ่งนัก มิคล้ายคนตาบอดแม้แต่น้อย

ทว่าความจริงที่เขาสูญเสียการมองเห็นก็มิอาจปฏิเสธได้ ต่อให้บุรุษผู้นี้ปลดตนเองจากตำแหน่งต้าเจียงจวิน หลังบาดเจ็บจากสนามรบเมื่อหนึ่งปีก่อน จากผู้บัญชาการกองทัพผู้กุมอำนาจทหารกว่าสามแสน

กลายเป็นผู้ถูกจองจำอยู่ในโลกมืด กลิ่นอายน่ากลัวของเขาก็มิได้ลดทอนลงแม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว

เฉินสุ่ยเยว่รีบลื้อค้นความทรงจำของร่างนี้ ก็ได้ความว่า นอกจากซ่งตี้ชางจะขอปลดตนเองจากตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แล้ว เขายังละทิ้งตำแหน่งซื่อจื่อเจิ้งหนานโหวที่ฉางอันแล้ว มาพำนักยังจวนบรรพบุรุษ ณ ต้านโจว ใช้ชีวิตอย่างเงียบงัน ภายใต้บรรดาศักดิ์ที่ฮ่องเต้พระราชทาน ไม่ข้องเกี่ยวกับการเมือง และการสมรสในค่ำคืนนี้ ก็เป็นเพียงพระบัญชาที่มิอาจหลีกเลี่ยงอีกด้วย

บุรุษผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว เพราะขนาดตาบอดก็ยังองอาจ ยิ่งรู้ซึ้งเช่นนี้หญิงสาวยิ่งกลัวจับใจ กลัวเขาปลิดชีพตนแล้วส่งศพกลับจวนสกุลเฉิน ขอร้องเถอะ นางเพิ่งได้เกิดใหม่สิบกว่าวัน สวรรค์อย่าเพิ่งให้นางรีบตายเลยนะ

ในขณะที่เจ้าสาวว้าวุ่นใจ เฉิงฝานและ ฉงอวิ๋น คนสนิททั้งสองของเจ้าบ่าวที่พาเขามาส่ง เมื่อผู้เป็นนายก้าวเข้าสู่เรือนหอเรียบร้อย ทั้งสองเพียงโค้งกายคำนับ ก่อนถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่

ปัง...

บานประตูถูกปิดลง เสียงนั้นไม่ดังเท่าใดในความเป็นจริง หากกลับก้องสะท้อนอยู่ในใจของเฉินสุ่ยเยว่ ราวกับปิดตายหนทางทั้งหมดของนางในชั่วขณะเดียว นับจากนี้ ไม่มีทางถอย

ซ่งตี้ชางยืนอยู่กลางห้องนิ่งงัน ดวงตาที่พร่าเลือน ไร้จุดหมาย กลับให้ความรู้สึกประหลาด ราวกับกำลังจับจ้องมาที่นาง จนเฉินสุ่ยเยว่รู้สึกหายใจลำบาก เหงื่อของหญิงสาวไหลซึมเต็มหน้าผาก ครู่ต่อมา เขาก้าวเข้ามาใกล้

เสียงฝีเท้าแต่ละก้าวดังชัดเจนอยู่ในความเงียบ ราวกับเหยียบลงบนหัวใจของนางทีละนิด จนลมหายใจเริ่มติดขัดโดยไม่รู้ตัว

“ถอดผ้าคลุมหน้าออกเองเถอะ ข้าไม่สะดวก”

น้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความอบอุ่น คำแรกระหว่างสามีภรรยา มิใช่คำยินดี มิใช่คำปลอบโยน หากเป็นเพียงคำสั่งง่ายดายในนางปลดผ้าคลุมหน้าด้วยตนเอง

ปลายนิ้วใต้แขนเสื้อกำจนเจ็บ นางมิได้หวาดกลัวคำสั่งนั้น หากหวาดกลัวสิ่งที่จะตามมา กลัวว่าเขาจะรู้ กลัวว่าความจริงจะถูกเปิดเผย และเมื่อนั้น นางคงถูกทอดทิ้งดุจสิ่งไร้ค่าหรืออาจโดนปลิดชีพในดาบเดียวก็ยากจะตอบได้

แต่แม้จะหวาดหวั่นเพียงใด หญิงสาวก็ไร้ทางเลือก เพียงชั่วลมหายใจ นางก็ยกมือขึ้นอย่างเชื่องช้า นิ้วเรียวจับชายผ้าคลุม ก่อนจะเปิดมันออก

ในพริบตาเดียว โลกทั้งใบของนางก็ถูกเปิดเผย ใบหน้าที่มิได้งดงามล่มเมือง หากงามอย่างเงียบงัน ยิ่งมองยิ่งเห็นความละเอียดอ่อน สบายตาปรากฏต่อหน้าบุรุษผู้ไม่อาจมองเห็น

ดวงตากลมใสสั่นไหวแผ่วเบา แฝงทั้งความหวาดกลัวและความระแวง ดังลูกกวางน้อยระแวงภัย ซ่งตี้ชางเอียงศีรษะเล็กน้อย ราวกับกำลังพินิจ ทั้งที่เขามองไม่เห็นแม้แต่น้อย

ทว่าในขณะนั้นเอง เฉินสุ่ยเยว่กลับรู้สึกได้อย่างชัดเจน ตนกำลังถูกจ้องมอง มิใช่เพียงภายนอก หากเป็นสายตาที่มองทะลุเข้าไปถึงภายใน มองลึกลงไปจนถึงแก่นแท้ของดวงวิญญาณ

ราวกับไม่มีสิ่งใดในตัวนางสามารถซ่อนเร้นจากผู้เป็นสามีได้อีกต่อไป ความเย็นเยียบค่อย ๆ ไต่ขึ้นจากปลายเท้า ซึมเข้าสู่กระดูก ก่อนฝังลึกลงในหัวใจ

ในค่ำคืนนี้ สิ่งที่ถูกเปิดเผย มิใช่เพียงใบหน้าภายใต้ผ้าคลุม หากเป็นชะตาชีวิตทั้งชีวิตของนาง และมันกำลังถูกตัดสิน โดยบุรุษตรงหน้าเพียงผู้เดียว เสียงหัวเราะแผ่วต่ำหลุดออกจากลำคอของเขา ชวนขนลุก

มิใช่เสียงแห่งความยินดี หากเป็นความเย้ยหยันที่เย็นเฉียบ คล้ายผู้ที่มองเห็นความจริงชัดเจนเกินกว่าจะรู้สึกขบขัน หัวใจของเฉินสุ่ยเยว่พลันหายวาบ ราวถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดแน่น

"ตระกูลเฉินของเจ้านี้...ช่างใจกล้ายิ่งนัก"

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status