เมื่อมิอาจรั้งรัก의 모든 챕터: 챕터 41 - 챕터 50

99 챕터

มีเหตุให้ต้องกลับเมืองหลวง

ครั้นได้ยินคำพูดนี้ของมารดาทำให้มือของนางหมดเรี่ยวแรงจนผ้าเช็ดหน้าร่วงหล่นลงพื้น ฮูหยินซูได้ก้มลงเก็บแล้วส่งคืนให้บุตรสาว“ข้า...ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน” บอกด้วยน้ำเสียงเบาหวิว แม้พี่ซือเฉียนจะให้คนส่งจดหมายมาหานาง แต่นางไม่เคยเปิดอ่านหนำซ้ำยังให้สาวใช้คนสนิทนำไปเผาทิ้ง สาเหตุที่ทำเช่นนี้เพราะไม่อยากรับรู้เรื่องของเขาอีก นางจะได้ตัดใจเลิกรักเขาได้ ทว่าพอได้ยินเช่นนี้นางก็อดเวทนาไม่ได้ ด้วยความสามารถและรูปโฉมของเขาทำให้สตรีมากหน้าหลายตาล้วนอยากแต่งเป็นฮูหยินของเขาทั้งนั้น แต่ถ้าหากกลายเป็นคนพิการแล้ว...คงยากที่ผู้ใดจะยอมแต่งให้อีก“ยังมีอีกเรื่อง”“เรื่องใดหรือเจ้าคะ”“ทันทีที่แม่นางสือรู้ว่าแม่ทัพเฉินกลายเป็นคนพิการ นางได้ขอถอนหมั้น”“แล้วท่านลุงกับท่านป้าว่าอย่างไรบ้าง”“จะว่าอันใดได้เล่า นอกกจากยอมทำตามคำขอร้องของนาง อีกทั้งยังจัดแจงหาคุณชายในเมืองหลวงให้นางหมั้นหมายด้วย”“ช่างใจกว้างนัก”“ท่านป้าของเจ้าไม่ยอมปริปากพูดอันใดกับสตรตีผู้นั้นอีก มีเพียงใต้เท้าเฉินที่พูดคุยกับนาง”“ท่านป้าคงโกรธเคืองไม่น้อย”“ซู...ซูหรง” น้ำเสียงแหบแห้งของบิดาร้องเรียก ทำให้ทั้งคู่หยุดพูดคุยกันแล้วหันไป
더 보기

พระราชทานสมรส

เฉินซือเฉียนที่เพิ่งกลับมาถึงเมืองหลวงเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาได้เห็นภาพพวกนี้เข้า เขารู้สึกไม่ค่อยใจนักยามคิดว่าบุรุษผู้นี้กำลังคิดเกินเลยกับนาง บุรุษก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ หากจะให้นางแต่งให้จางหย่งมิสู้เขาแต่งนางมาเป็นฮูหยินคงดีเสียกว่า อย่างน้อยนางจะไม่ต้องกังวลเรื่องมีอนุคิดได้ดังนั้นจึงยิ้มกริ่มออกมา...อีกไม่นานสิ่งที่เขาคิดก็จะเป็นจริง“คุณชาย รีบกลับจวนเถิดขอรับ” อี้ฉีพูดขึ้นมาทำให้เขาตื่นจากภวังค์“ไปสิ”“บ่าวนึกว่าท่านจะรีบกลับจวนทั้นทีที่มาถึงเมืองหลวงเสียอีก ที่ไหนได้”“ที่ไหนได้อะไร พูดมาให้ชัดเจน” นัยน์ตาคมจ้องมองไปที่บ่าวคนสนิทด้วยน้ำเสียงเย็นชา อี้ฉี้ที่นึกขึ้นได้ว่าไม่ควรโพล่งปากพูดแบบนั้นออกมาได้แต่กลืนน้ำหลายอึกใหญ่ลงคอ หากเขาพูดไม่เข้าหูท่านแม่ทัพเข้าล่ะก็...มีหวังไม่ได้พักแน่ ๆ“ที่ไหนท่านแม่ทัพคงอยากซื้อของไปฝากฮูหยินใช่หรือไม่” เอ่ยพลางยิ้มเจื่อน“กลับจวน” ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งยามคิดว่าตนต้องเผชิญกับอะไร หลังจากกลับถึงจวนสกุลเฉิน“ท่านแม่ทัพกังวลเรื่องใดหรือขอรับ” อี้ฉีพูดขึ้นมาอีกประโยค“ข้าน่ะหรือกังวล ข้าแค่กลัวว่าจะตอบคำถามท่านแม่อย่างไรให้หมด นา
더 보기

คงสมใจเจ้าแล้ว

แม่ทัพหนุ่มพยักหน้าเป็นคำตอบ งานแต่งงานนี้เขาเป็นคนร้องขอด้วยตัวเอง เพียงแต่ต้องให้บิดาเป็นคนออกหน้าให้จะได้ไม่น่าเกลียดเกินไป“เจ้ารักนางหรือไม่ แม่ไม่อยากเห็นซูหรงเสียใจเพราะเจ้าอีก” นางเลือกเอ่ยตามตรง“ท่านแม่พูดอย่างกับว่าไม่รู้จักนิสัยของลูกเสียอย่างนั้น”“หากเจ้าไม่ยอมตอบแต่โดยดี แม่จะถือซะว่าไม่ได้ยินเรื่องนี้แล้วอย่าได้หวังว่าท่านพ่อของเจ้าจะไปขอพระราชทานสมรสจากฮ่องเต้ให้เจ้า”“ข้ารักนางขอรับ มิใช่แบบพี่ชายกับน้องสาว แต่เป็นความรักแบบชายหญิง” เฉินซือเฉียนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นไม่ไหวติง เดิมทีเขาไม่อยากบอกความรู้สึกของตนเองแก่ทั้งสองเพราะรู้สึกอายอยู่บ้างที่ต้องพูดเรื่องความรักให้มารดากับบิดาได้ฟัง“ก็ดี เจ้ารักนางก็ดี แม่จะได้วางใจ”“คงสมใจเจ้าแล้วใช่หรือไม่” เฉินลิ่วจงพูดกับฮูหยิน ของตน“หากไม่ใช่เพราะท่านให้ซือเฉียนหมั้นหมายกับสือ จื่อหลันตั้งแต่แรก คงไม่ต้องถอนหมั้นให้อับอายผู้คนเช่นนี้” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงคาดโทษอยู่ในที“ข้าเป็นบุรุษต้องรักษาสัญญา ตอนนี้นางเลือกถอนหมั้นด้วยตัวเองก็ถือว่าข้าไม่ได้ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับบิดาของนาง”“พอพูดถึงนาง ไม่ทราบว่าท่านพ่อได้หาคู่หมั้
더 보기

ไม่รู้ว่าควรรู้สึกเช่นไร

“อีกไม่นานคงมีพระราชโองการลงมา เฉินซือเฉียนได้รับพระราชทานสมสรสจากฮ่องเต้แล้วคิดว่าเจ้าคงต้องตัดใจจากเรื่องนี้แล้วล่ะ” ใต้เท้าเฉินบอกนางเสียงเรียบ“พี่ซือเฉียนจะแต่งงานกับแม่นางคนใดหรือเจ้าคะ”“จะเป็นใครได้เล่า ถ้าไม่ใช่บุตรสาวของใต้เท้าซูต้าเฉิง”“ใต้เท้าซูงั้นหรือ” นางเอ่ยทวนด้วยน้ำเสียงสั่น“ข้าจะแต่งงานกับซูหรง”ราวกับถูกสิ่งของหนักอึ้งฟาดเข้าที่ใบหน้า สือจื่อหลันแทบจะข่มความไม่พอใจเอาไว้ไม่ได้ยามได้ยินว่าเขาจะแต่งงานกับสตรีที่นางมองว่าเป็นศัตรูอย่างซูหรง“ทำไมพวกท่านถึงได้ใจร้ายกับสตรีตัวเล็ก ๆ แบบข้านัก” ท้ายที่สุดนางได้ร้องไห้ออกมา ไม่ใช่เพราะโศกเศร้าเสียใจ แต่เป็นเพราะความแค้นเคืองที่จุกแน่นอยู่ในอก“เจ้าทำตัวเองแท้ ๆ ไยถึงได้โทษว่าเป็นความผิดของคนอื่น”“จื่อหลัน เรื่องพวกนี้เจ้าเป็นคนขอร้องเอง ข้าสามารถช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้ จงเลือกมาว่าจะออกเรือนกับใครระหว่างสองคนนี้ ส่วนเรื่องของซือเฉียนเจ้าก็หักห้ามใจเสียเถิด” เฉินลิ่วจงปลอบใจหญิงสาว แทนที่จะทำให้นางจะรู้สึกดีขึ้น ทว่ากลับได้ผลตรงกันข้าม“หากไม่ใช่พี่ซือเฉียน ข้าจะไม่ยอมออกเรือนไปกับใครทั้งนั้น”“พูดได้ดี ถ้าเช่นนั้นข้าจะ
더 보기

เพิ่งมารู้ตัวเอาป่านนี้

“ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปพบซือเฉียน!” เขาบอกอย่างรีบร้อน เรื่องนี้คงเป็นฝีมือสหายตัวดีแน่ ๆ เฉินซือเฉียนผู้นี้ช่างเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ ตอนที่ไม่ได้ชอบพอน้องสาวของเขาก็พูดจาผลักไสไม่ไยดี แต่พอตัวเองเกิดอยากได้นางมาเป็นฮูหยินกลับใช้เบื้องบนมาผูกมัดน้องสาวของเขาเอาไว้ แล้วจะไม่ให้เขาไม่พอใจได้ยังไงกันร่างสูงเดินเข้ามายังโถงรับแขกก็สบเข้ากับใบหน้าถมึงทึงของซูอันที่มองมาด้วยความไม่พอใจฉายแววชัดเจน“ลมอะไรหอบเจ้ามาถึงที่นี่” สิ้นคำพูดนี้ ใบหน้าของแม่ทัพหนุ่มได้หันไปตามแรงหมัดของบุรุษ“เจ้าทำอะไรไว้คิดว่าข้าไม่รู้งั้นรึ”“ดูจากท่าทางโมโหของเจ้าแล้ว พระราชโองการคงไปถึงที่จวนสกุลซูแล้วกระมัง”“ทำแบบนี้ทำไมกัน เจ้าเป็นคนพูดเองแท้ ๆ ว่าไม่เคยรู้สึกอันใดกับน้องสาวข้า พอนางตัดใจหนีเจ้าไปเมืองลั่วหยาง เจ้ากลับไม่ยอมปล่อยนาง”“หากข้าพูดไปคงน่าขัน ผู้ใดจะล่วงรู้เล่าว่าข้าจะเพิ่งมารู้ตัวเอาป่านนี้”“เจ้าอยากพูดอะไรกันแน่”“ข้ารักน้องสาวเจ้า ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่ข้าไม่อาจปล่อยให้นางลอดพ้นออกไปจากสายตาข้าได้”“เจ้าก็แค่อยากเอาชนะนาง อย่าหลอกตัวเองไปหน่อยเลย”“ข้าไม่เคยอยากเอาชนะนาง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ต
더 보기

ออกเรือน

เกี้ยวเจ้าสาวหยุดลงที่หน้าประตูใหญ่สกุลเฉิน ก่อนที่ร่างสูงของเฉียนซือเฉียนจะก้าวลงมาจากหลังม้าเพื่อรอรับร่างบางในชุดสีแดงมงคล โดยที่เขายังไม่ได้เห็นหน้านางเสียด้วยซ้ำ“คุณหนู ท่านค่อย ๆ เดินนะเจ้าคะ” เสียงของซิ่วเหอบอกกับคุณหนูของตน“พวกเราเข้าไปข้างในกันเถิด ท่านพ่อกับท่านแม่กำลังรอพวกเราอยู่” เขาบอกเสียงนุ่มแล้วอุ้มนางก้าวผ่านประตูไป“คำนับฟ้าดิน คำนับบิดา คำนับมารดา”จนกระทั่งเสร็จพิธีตามขนบธรรมเนียมซูหรงได้มานั่งรอให้สามีหมาด ๆ เปิดผ้าคลุมหน้าก็ถือว่าเป็นอันเสร็จสมบูรณ์“ข้าคงไม่ได้มาช้าเกินไปใช่รึไม่” บอกพลางก้าวเข้ามาใกล้หญิงสาวแล้วเปิดผ้าคลุมหน้าของนางออก เผยให้เห็นใบหน้างามที่วันนี้ถูกแต่งแต้มต่างจากปกติ วันนี้ซูหรงงดงามเป็นพิเศษ ครั้นคิดว่าอีกไม่นานตัวเองจะต้องทำเรื่องบางอย่าง แม่ทัพหนุ่มจึงได้กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่จนอีกคนจับสังเกตได้“ข้าจะนอนแล้วเจ้าค่ะ”“ให้ข้าช่วยถอดชุดให้หรือไม่”“เหตุใดถึงต้องถอดชุดด้วย”“เจ้าคงไม่คิดว่าสามีภรรยากันจะทำเพียงนอนด้วยกันเฉย ๆ หรอกกระมัง เพราะถ้าหากทำแค่นั้นคงไม่สามารถมีทายาทไว้สืบสกุลได้” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงมีเลศนัยซูหรงที่ได้ฟังคำพูดนี้ถึ
더 보기

เลือกสามีได้ดี(จบ)

“พี่ซือเฉียน ท่านคิดจะทำอะไร”“ข้าแค่อยากบอกเจ้าใกล้ ๆ เท่านั้นเอง ที่ผ่านมาเพราะไม่เจนจัดเรื่องรักใคร่เฉกเช่นชู้สาวทำให้ข้าไม่รู้ตัวว่าคิดเกินเลยกับเจ้ามากเกินกว่าน้องสาวของสหาย”“…”“สิ่งที่ข้าพูดในวันนี้เจ้าอาจไม่เชื่อ แต่ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นเอง ว่าพี่ซือเฉียนของเจ้าก็รักเจ้าเช่นกัน” ประโยคสุดท้ายเขากระซิบที่ข้างหู เพื่อให้นางได้ยินชัดเจนที่สุดหนึ่งเดือนมานี้ในที่สุดเขาได้ตกผลึกแล้วว่านอกจากการกระทำที่ต้องแสดงออกให้นางเห็น คำพูดก็สำคัญไม่แพ้กัน จากนี้ไปไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ เขาจะแสดงออกไปทิศทางเดียวกัน และจะรอจนกว่านางจะใจอ่อนยอมเปิดใจให้เขาอีกครั้งเพราะบิดาเร่งเร้าคอยส่งจดหมายมาที่สกุลเฉินทำให้สือจื่อหลันอับอายไม่น้อย สุดท้ายนางถึงได้ตัดสินใจแต่งกับคุณชายจากสกุลตู้ เหตุผลไม่มีอันใดมาก เพราะตู้เกาปินว่านอนสอนง่าย ทั้งยังสามารถชักจูงได้ง่ายแล้วมีหรือที่นางจะไม่ยอมแต่งงานกับบุรุษผู้นี้ นอกจากเหตุผลพวกนี้แล้วตระกูลตู้มีเพียงสามีนางที่เป็นผู้สืบทอด ด้วยผลประโยชน์ที่นางคิดอย่างถี่ถ้วน สือจื่อหลันถึงได้แต่งออกไป“ดูเหมือนว่าเจ้าจะเลือกสามีได้ดี”“แม้ว่าข้าจะเลือกสามีได้ดี แต่ก็
더 보기

บุปผางาม

นิยายเรื่อง : บุปผางามเคียงใจท่านแม่ทัพ ครั้นใบไม่ร่วงโรยสู่พื้นดิน มวลผกาต่างเหี่ยวแห้งเหลือเพียงลำต้นตามกาลเวลา ‘หนิงอัน’ ธิดาองค์เดียวของอดีตรัชทายาทที่สิ้นใจไปเมื่อสิบปีก่อน บัดนี้ได้เติบใหญ่ขึ้นภายในวังหลวงแสนกว้างใหญ่นี้ นางถูกเลี้ยงดูโดยไทเฮา และฮองเฮา ผู้ที่ปี่ยมไปด้วยพระเมตตา “องค์หญิง” “มีอันใดรึ” “ฮองเฮาให้สาวใช้ส่งชุดมาให้ท่านเพคะ” “ชุดอะไร” นางถามอย่างสงสัย “ชุดที่ท่านจะต้องใส่ไปงานเฉลิมพระชนม์ขององค์ไทเฮาพรุ่งนี้เพคะ” เซียนเซียน สาวใช้คนสนิทบอกนาง “เช่นนั้นรึ” “องค์หญิงจะตรวจดูความเรียบร้อยของชุดรึไม่เพคะ” นางพยักหน้าเป็นคำตอบ เซียนเซียนที่เห็นดังนั้นจึงไปหยิบชุดมาให้องค์หญิงของตน หนิงอันตรวจดูความเรียบร้อยของชุดอย่างละเอียด อาภรณ์สี แดงสดปักลวดลายหงส์สีทองอย่างประณีต นางได้แต่มองดูชุดนี้อย่างชื่นชม “ชุดนี้ช่างสวยงามและประณีตยิ่งนัก” นางเอ่ยขึ้น รอยยิ้มเปื้อนอยู่บนใบหน้า ฮองเฮารักและเอ็นดูนางยิ่งนัก “หม่อมฉั
더 보기

บัญชาสวรรค์

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา นางนั่งขมวดคิ้วครุ่นคิดเรื่องแต่งงานตั้งแต่เช้าตรู่ โลกภายนอกจะเป็นเช่นไรกันนะ คนอย่างนางที่ไม่เคยแม้แต่จะย่างกรายออกจากวังได้แต่นั่งจินตนาการถึงสังคมนอกวังไปต่าง ๆ นานา กระทั่งเซียนเซียนเรียกนาง สติจึงกลับคืนมา “องค์หญิง...องค์หญิง” เซียนเซียนที่เห็นองค์หญิงของตนนิ่งงัน ไม่ได้ยินที่ตนเรียก นางจึงเรียกผู้เป็นนายเสียงดังขึ้น “เซียนเซียน เจ้าเรียกข้าทำไมกัน” “ฝ่าบาทให้อวี้กงกงมาเชิญท่านไปพบเพคะ” “บอกอวี้กงกง ข้าจะรีบไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเดี๋ยวนี้” “เพคะ” หลังจากให้อาเซียนไปบอกอวี้กงกง นางก็รีบตรวจดูความเรียบร้อยของชุดที่สวมรวมทั้งเครื่องประดับ คล้อยหลังอวี้กงกงไม่นานนัก นางก็นั่งเกี้ยวมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ผู้เป็นเสด็จอาของตน นางรู้ดีว่าฝ่าบาทเรียกนางมาเข้าเฝ้าด้วยเรื่องอะไร อวี้กงกงที่เห็นนางจึงให้ขันทีที่ประจำอยู่หน้าตำหนักให้แจ้งฮ่องเต้ว่านางมาเข้าเฝ้า “ฝ่าบาท องค์หญิงหนิงอันมาเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” “ให้นางเข้ามา” ฮ่องเต้เอ่ยตอบ นางจึงเดินเข้าไปในตำหนักของพระองค์ด้วยท่วงท่าอันงดงามสมกับเป็น
더 보기

พระราชโองการ

ณ ตำหนักเสียนฝู จ้าวกุ้ยเฟยกับองค์หญิงเซียวซีได้แต่มองหน้ากันด้วยความกังวลใจ นางติเตียนบุตรสาวของตนหลายชั่วยาม จนเวลาล่วงเลยถึงยามเซิน อวี้กงกงมาที่ตำหนักของนางพร้อมถือพระราชโองการของฮ่องเต้มาด้วย “พระสนมจ้าวกุ้ยเฟย องค์หญิงเซียวซี ออกมารับพระราชโองการ” อวี้กงกงเรียกทั้งคู่ให้ออกมาหน้าตำหนัก ทั้งคู่ออกมาหน้าตำหนักพร้อมกับนั่งคุกเข่ารับพระราชโองการ “ด้วยโองการแห่งฟ้า ฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาให้ลดตำแหน่งจ้าวกุ้ยเฟย จากกุ้ยเฟยเป็นผิน เนื่องจากไม่รู้จักสั่งสอนบุตรตามหน้าที่ของตน และให้ปลดองค์หญิงเซียวซีเป็นสามัญชน เพื่อให้สำนึกกับสิ่งที่ได้กระทำลงไปในวันนี้ โดยให้ส่งนางออกไปนอกวังไปอยู่จวนตระกูลจ้าว จบพระราชโองการ” สองแม่ลูกที่ได้ยินพระราชโองการถึงกับนิ่งงันราวกับไร้วิญญาณ จนอวี้กงกงต้องเรียกชื่อของทั้งสองให้มารับพระราชโองการไป “พระสนมโปรดรับพระราชโองการด้วยพ่ะย่ะค่ะ” “น้อมรับราชโองการ” จ้าวผินเอ่ยอย่างหมดแรง ทางด้านองค์หญิงเซียวซีที่บัดนี้ถูกปลดเป็นสามัญชน นางได้แต่กำมือแน่นอย่างโกรธเคือง หนิงอัน โลกนี้หากมีข้าจะต้องไม่มีเจ้า นางคิดในใจอย่างเ
더 보기
이전
1
...
34567
...
10
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status