All Chapters of เมื่อมิอาจรั้งรัก: Chapter 51 - Chapter 60

99 Chapters

ออกเดินทาง

หนึ่งเดือนผ่านไปเร็วเหมือนหนึ่งวัน หนิงอันสวมอาภรณ์สีแดงสดตัดกับเครื่องประดับสีทองนั่งอยู่บนรถม้า ใบหน้าของนางถูกคลุมด้วยผ้าสีแดงเหมือนชุดที่สวม รถม้าเริ่มเคลื่อนตัวออกจากวังไปอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเร่งความเร็วขึ้น เพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทาง กว่านางจะได้ออกเดินทางทั้งไทเฮาและฮองเฮาต่างมาร่ำลานางพักใหญ่ ทั้งสองพระองค์ไม่อยากให้นางแต่งงานออกไปไกล ขณะที่ฮ่องเต้มาพูดคุยกับนางเพียงครู่ ก่อนจะเข้าประชุมกับเหล่าขุนนาง พระองค์กล่าวขอโทษนางอย่างรู้สึกผิดที่อยู่ส่งนางขึ้นรถม้าไม่ได้ นางนั่งคิดถึงเรื่องราวในอดีตตั้งแต่ที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ต้องจากไป เพราะมีคนซุ่มโจมตี ทั้งสองเสียชีวิตเพราะปกป้องฮ่องเต้ที่ตอนนั้นยังเป็นเพียงองค์ชาย และทิ้งให้นางที่เพิ่งอายุได้หกขวบต้องกำพร้าบิดาและมารดาไป ตอนนั้นนางเป็นเพียงท่านหญิง แต่หลังจากที่ท่านทั้งสองได้จากไปนางก็ถูกรับเลี้ยงโดยไทเฮาและฮองเฮา เมื่อฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์พระองค์แต่งตั้งให้บิดาและมารดาของนางดำรงตำแหน่งเป็นฮ่องเต้และฮองเฮา เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีที่ทั้งสองพระองค์ได้ทำไว้ ส่วนนางก็ถูกแต่งตั้งเป็นองค์หญิง นับตั้งแต่สูญเสียท่านทั
Read more

ให้จันทร์นำพารัก

หลังจากที่ใต้เท้าเว่ยและฮูหยินเดินทางกลับเมืองหลวงไปแล้ว อวี้กงกงก็ได้เดินทางกลับไปด้วยเช่นกัน หนิงอันเดินเล่นทั่วทั้งจวน เพื่อสำรวจที่ต่าง ๆ ว่ามีอันใดผิดปกติหรือไม่ “องค์หญิง พระองค์เดินมาทั้งวันแล้วนะเพคะ ไม่เหนื่อยหรือยังไงกัน” เซียนเซียนว่า “ไม่นี่ อาเซียนเจ้าเหนื่อยแล้วงั้นรึ จ้าวรุ่ย แล้วเจ้าเล่ารู้สึกเหนื่อยเหมือนนางรึไม่” “กระหม่อมก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนนางพ่ะย่ะค่ะ” “เห็นที ข้าต้องพาพวกเจ้าไปออกกำลังกายเสียแล้ว เดินเพียงไม่กี่ชั่วยามพวกเจ้าก็บ่นกันถึงเพียงนี้” “องค์หญิงกระหม่อมไปยกชามาให้พระองค์นะพ่ะย่ะค่ะ” จงรุ่ยรีบเปลี่ยนเรื่องทันควัน “เจ้าไปเถอะ ส่วนเจ้า อาเซียนอยู่ก่อนอย่าได้คิดหนีไปไหนเชียว” หนิงอันเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน “องค์หญิงไปประทับที่ศาลาริมน้ำดีไหมเพคะ ตรงนั้นดูท่าลมคงพัดผ่านคงเย็นน่าดู” “หากเจ้าว่าเช่นนี้ ข้าคงไม่ปฏิเสธ นำทางที” “เพคะ” นาง เซียนเซียน และจงรุ่ยนั่งจิบชาอยู่ที่ศาลาและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วดังไปทั่วทั้งจวน เว่ยเฉิงที่เพ
Read more

ค่ายทหาร

“เหมือนกับอะไรรึ ฮูหยินเจ้าพูดมาเถอะ” “เหมือนกับองค์ฮ่องเต้ เสด็จอาของข้าแม้ไม่ได้รักสนมทุกคน แต่ถึงกระนั้นพระองค์ก็มีลูกกับพวกนางหลายคน ข้าจึงคิดว่าท่านคงไม่ต่างกัน” “ท่านคิดว่าข้าทำเช่นนั้น เพราะเป็นหน้าที่อย่างนั้นรึ เห็นทีข้าคงมองท่านผิดไป คนอย่างข้า เว่ยเฉิงไม่เคยทำเช่นนี้กับสตรีนางใด และข้าจะไม่จุมพิตนางหากข้าไม่ได้มีใจ” เขาว่าอย่างโมโห ก่อนจะเดินออกไปด้วยอารมณ์คุกกรุ่น หนิงอันเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางได้แต่มองตามหลังเขาไปจนลับตาด้วยความรู้สึกดีใจและตกใจ เว่ยเฉิงมีใจให้นางงั้นรึ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทั้ง ๆ ที่นางทำตัวเย็นชาใส่เขาขนาดนั้น นางได้แต่คิดอย่างสับสน ว่าคำพูดที่เขากล่าวมาเป็นเรื่องจริงหรือแค่ต้องการเอาใจนางกันแน่ รุ่งขึ้นของอีกวัน นางลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงที่มีแค่ร่างของนางที่นอนอยู่ เว่ยเฉิงเขาไปที่ใดกัน แล้วเมื่อคืนได้กลับมานอนที่เรือนหรือไม่ นางได้แต่ตั้งคำถามในใจ ครั้นใกล้ถึงเวลาเที่ยงนางสั่งให้เซียนเซียนเตรียมสำรับไว้ให้เขา วันนี้นางจะเอาสำรับไปให้เขาที่ค่ายทหารด้วยตัวเอง ที่ค่ายทหารนางเห็นทหารกำลังฝึกฟันดาบกันอย่างบ้
Read more

อารมณ์ไม่สู้ดี

หนิงอันนั่งปักผ้าเช็ดหน้ารูปดอกโบตั๋นสีขาวด้วยความตั้งใจ เพราะนางจะให้ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้แก่เขาจึงต้องประณีตเป็นพิเศษไม่ให้เสียชื่อองค์หญิงแห่งต้าถัง จู่ ๆ นางก็ได้ยินเสียงชายหญิงคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่ที่ศาลาตรงข้ามเรือนของนาง “อาเซียนใครมารึ ข้าได้ยินเสียงหัวเราะ” หนิงอันถาม “หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ” “เจ้าไปดูให้ข้าที เหตุใดจึงหัวเราะเสียงดังเช่นนั้นกัน” “เพคะ” เซียนเซียนรับคำ หลังจากเซียนเซียนเดินไปได้ไม่นาน หนิงอันเห็นจงรุ่ยถือถ้วยชาเดินผ่านเรือนนางไป นางจึงถามขึ้น “จงรุ่ย เจ้าได้ยินข้ารึไม่” นางถามเสียงดัง “ได้ยินพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงเรียกบ่าวทำไมรึพ่ะย่ะค่ะ” “เจ้ายกชาไปให้ใครกัน” “บ่าวยกชาไปให้ท่านแม่ทัพกับแม่นางเสี่ยวซูพ่ะย่ะค่ะ” “นี่เขาถึงกับใช้ให้เจ้ายกชาไปให้นางเชียวรึ” นางพูดอย่างแผ่วเบา “องค์หญิงพูดว่าอะไรนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมฟังไม่ค่อยถนัด” “เปล่า เจ้าไปเถอะ” “พ่ะย่ะค่ะ” นางมองผ้าเช็ดหน้าที่ตนเองกำลังปักอยู่ด้วยอารมณ์ไม่สู้ดีนัก ก่อนจ
Read more

ไม่สนใจ

เช้านี้นางตื่นขึ้นมาด้วยตาบวมเป่ง สงสัยเมื่อวานนางร้องไห้นานไปหน่อย นางมองตัวเองในกระจกอย่างไม่เชื่อสายตา สตรีอัปลักษณ์นี่ใครกัน “อาเซียน เจ้าช่วยข้าแต่งหน้าที วันนี้แต่งหน้าหนาหน่อยแล้วกัน” “องค์หญิงตาท่านบวมมาก นี่ท่านร้องไห้ทั้งคืนเลยรึเพคะ” “เปล่านี่ เมื่อวานไม่รู้ว่าแมลงที่ไหนก็ไม่รู้บินมาโดนตาข้า ทำให้น้ำตาข้าไหลไม่หยุด พอตื่นเช้ามาสภาพข้าก็กลายเป็นเช่นนี้เสียแล้ว” หนิงอันโกหกหน้าตาใสซื่อ แต่เซียนเซียนนางรู้ดีว่าเจ้านายของตนร้องไห้เพราะเหตุใด เรื่องแมลงอะไรนั่นก็แค่เรื่องที่พระองค์ทรงแต่งขึ้นมา นางกับรุ่ยอันรู้จักนิสัยองค์หญิงของตนเป็นอย่างดี ภายนอกชอบทำเป็นเข้มแข็งแต่ภายในนั้นอ่อนไหวยิ่งนัก “จงรุ่ย” “บ่าวอยู่นี่” “เจ้าไปดูที่เรือนฝั่งตะวันตกที่อยู่ท้ายจวนทีว่าคุณชายหย่งชางยังอยู่ที่นั่นหรือไม่ หากเขายังอยู่ให้เชิญเขามาดื่มชาที่นี่ ข้าอยากขอบคุณเขาเรื่องเมื่อวานเสียหน่อย” “พ่ะย่ะค่ะองค์หญิง” รุ่ยอันที่เดินออกมาจากห้ององค์หญิง เขาเจอท่านแม่ทัพเดินสวนมาพอดี เว่ยเฉิงเอ่ยถามเขาทันทีว่า “จงรุ่ย
Read more

จวนใต้เท้าเยว่

เว่ยเฉิงนั่งรถม้ามาที่จวนตระกูลเว่ยตามคำเชิญของเจ้าของจวน เขาเดินเข้าไปในจวนด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ในใจรู้ดีว่าใต้เท้าเว่ยเรียกตนมาด้วยเรื่องอันใด “ท่านแม่ทัพเชิญนั่ง ฮูหยินเจ้าออกไปก่อน บอกให้สาวใช้ยกน้ำชามาให้ท่านแม่ทัพด้วย” “เจ้าค่ะ” ฮูหยินเว่ยรับคำ ก่อนจะเดินออกไปจากเรือนรับรองแขก “แม่ทัพเว่ย รู้ใช่ไหมว่าข้าเรียกเจ้ามาพบเพราะเหตุอันใด” “ท่านเรียกข้ามาเพราะจะขอแบ่งงบของค่ายทหารใช่รึไม่ หากเป็นเรื่องนี้เห็นข้าคงตัดสินใจเองไม่ได้” “ทำไมกัน เมื่อก่อนเจ้ายังยอมแบ่งเงินส่วนนั้นมาให้ข้าได้ เหตุใดวันนี้กลับทำไม่ได้เล่า หรือว่าเพราะเจ้าได้แต่งงานกับองค์หญิงหนิงอันจึงคิดแข็งข้อกับข้า เจ้าอย่าลืมว่าพ่อของเจ้าถูกลดตำแหน่งลงเพราะใครกัน ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่อยากถูกปลดไปเป็นรองแม่ทัพแทนลูกชายข้ากระมัง” “ใต้เท้า ท่านคิดมากไปแล้ว เงินที่ฝ่าบาทส่งมาให้ค่ายทหารของเราลดลงเกือบครึ่ง พระองค์บอกว่าตอนนี้ท้องพระคลังเริ่มร่อยหลอ จำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายทุกอย่างลง หากแบ่งมาให้ท่านทหารที่อยู่ในค่ายคงไม่มีอาหารกิน ด้วยเหตุนี้ข้าจึงแบ่งเงินส่วนนั้
Read more

เริ่มแผนการ

วันนี้จวนใต้เท้าเยว่จัดงานเลี้ยงฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องจากได้เลื่อนตำแหน่ง ที่ชายแดนแห่งนี้เขาเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุด รองลงมาคือสามีของนาง นางถูกเชิญมางานเลี้ยงนี้เช่นเดียวกับฮูหยินของขุนนางคนอื่น ๆ “องค์หญิง เชิญทางนี้” เสียงฮูหยินของใต้เท้าเยว่เอ่ยขึ้น เมื่อเห็นนางลงจากรถม้า “ฮูหยิน ยินดีด้วยที่สามีของท่านได้เลื่อนขั้น” “ขอบคุณ องค์หญิง เชิญพระองค์ไปประทับข้างในก่อน ชวี่อี เจ้าเดินไปส่งองค์หญิงที่ห้องจัดเลี้ยงที ข้าจะอยู่ต้อนรับแขก” “เจ้าค่ะ ฮูหยิน” ชวี่อีรับคำ ก่อนจะเดินนำหน้านางไปยังห้องจัดงานเลี้ยงที่อยู่กลางจวน ไม่นานนักฮูหยินผู้เป็นแม่งานในครั้งนี้เดินเข้ามายังห้องจัดเลี้ยง นางนั่งหน้าสุดท่ามกลางเหล่าฮูหยินทั้งหลายที่มาร่วมงานเลี้ยง “ฮูหยินเยว่ ยินดีด้วย” เหล่าฮูหยินต่างแสดงความยินดีกับนาง หนิงอันเพียงส่งยิ้มให้ก็เท่านั้น ช่างน่ากระอักกระอ่วนเสียจริง คนพวกนี้ช่างประจบสอพอไม่ต่างกับพวกสนมกับขันทีในวัง นางคิดอย่างเบื่อหน่าย ไม่ว่าจะในวังหรือที่นี่ล้วนไม่ต่างกัน “องค์หญิง ข้าได้ยินมาว่าท่านจะจัดโรงทาน
Read more

ใส่ร้าย

“เจ้าอย่ามาใส่ร้าย องค์หญิงของเราไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่!” เซียนเซียนตอบกลับเสียงแข็ง “หากเจ้าไม่เชื่อ ก็แหกตาดูเสียสิ!” ชายผู้นั้นบอกนาง พลางยื่นข้าวขึ้นรามาให้นางดู ชาวบ้านหลายคนต่างมารุมด่าที่หน้าจวน นางที่เห็นท่าไม่ดีจึงไปรายงานองค์หญิงของตนที่อยู่ในจวนให้ทรงทราบ “องค์หญิง ชาวบ้านพวกนั้นหาว่าท่านแจกข้าวสารขึ้นราให้พวกเขาเพคะ” เซียนเซียนบอกอย่างตื่นตระหนก “เจ้าว่ายังไงนะ! ข้านี่นะแจกข้าวขึ้นราให้พวกเขา” นางว่าอย่างตกใจ “มีอะไรรึ ข้าเห็นพวกชาวบ้านร้องโหวกเหวกโวยวายอยู่หน้าจวน” เว่ยเฉิงถามขึ้น เขากลับมาจากค่ายทหารก็เห็นคนมากมายมาห้อมล้อมหน้าจวน “ท่านแม่ทัพแย่แล้วเจ้าค่ะ องค์หญิงถูกใส่ร้าย” “ถูกใส่ร้ายงั้นรึ” “พระองค์ถูกกล่าวหาว่าแจกข้างสารขึ้นราให้ชาวบ้านเจ้าค่ะ” เซียนเซียนอธิบาย “แล้วนี่ จงรุ่ยไปไหนกัน เหตุใดเขาถึงไม่อยู่ที่นี่” เขาถามขึ้น “ข้าให้เขาไปสืบหาตัวคนที่บังอาจเปลี่ยนข้าวสารขึ้นราน่ะสิ” หนิงอันตีหน้าบึ้งบอกเขา “หนิงอัน ใจเย็น ๆ ก่อน ข้าจะล้างมลทินให้ท่านเอง
Read more

ม้าเร็วส่งข่าว

“หลงชิ่ง เจ้าส่งม้าเร็วนำจดหมายที่ข้าเขียนไปส่งให้ท่านพ่อข้าที่เมืองหลวง ข้าไม่อยากให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้” “ขอรับ” หลังจากที่หลงชิ่งควบม้าเร็วกลับเมืองหลวงเพื่อแจ้งข่าวแก่ใต้เท้าเว่ย เขาเดินไปมาในห้องทั้งคืน ครุ่นคิดหาทางช่วยเหลือฮูหยินของตนที่ตอนนี้ถูกขังอยู่ในคุก “จงรุ่ย เจ้าจะอยู่เฉย ๆ เช่นนี้จริง ๆ รึ องค์หญิงถูกขังในคุกทั้งคน เจ้ายังทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ได้!” เซียนเซียนตำหนิจงรุ่ยเสียงดัง “ใครบอกเจ้า ว่าข้าไม่รู้สึกอะไรที่องค์หญิงถูกจับไปขังคุก ข้าก็เป็นห่วงพระองค์ไม่ต่างจากเจ้าหรอกน่า เพียงแต่เราต้องใจเย็นและมีสติให้มาก จะได้ช่วยองค์หญิงออกมาอย่างปลอดภัยยังไงเล่า” “เจ้ามีแผนช่วยองค์หญิงออกมาจากคุกแล้วใช่ไหม” เซียนเซียนถามขึ้นอย่างดีใจ จงรุ่ยพยักหน้าตอบ “เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป ข้าจะต้องหาทางช่วยพระองค์ได้อยู่แล้ว องค์หญิงสั่งข้าไว้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าวู่วามเป็นอันขาด ตราบใดที่ยังมีสติทุกอย่างจะต้องผ่านไปด้วยดี คิดจะจับนกต้องจับตัวใหญ่ ๆ อย่างนกอินทรีย์ หากพลาดไปจับโดนนกตัวเล็กเข้า นกตัวใหญ่คงรู้ตัว ถ้าเ
Read more

เดินทางกลับวังหลวง

“นักโทษหนิงอัน ฝ่าบาทมีรับสั่งให้นำตัวเจ้ากลับเมืองหลวง เพื่อไต่สวนความผิดของเจ้า” ใต้เท้าซูที่เดินทางมาถึงที่ชายแดนอ่านคำสั่งต่อหน้าทุกคนที่อยู่ที่นั่น “แล้วข้าต้องเดินทางเมื่อไหร่” “พรุ่งนี้เช้า ฝ่าบาทยังเมตตาท่านนะองค์หญิง พระองค์ทรงให้กระหม่อมพาท่านกลับเมืองหลวงแทนที่จะเป็นใต้เท้าจ้าวหรือใต้เท้าเยว่” เขาบอกนาง “ขอบพระทัยฝ่าบาท” นางเอ่ยขอบคุณเสด็จอาที่ยังทรงเชื่อมั่นในตัวนาง “หากท่านไม่มีอันใดจะเอ่ยอีก กระหม่อมขอตัวก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ” หนิงอันได้เอ่ยอันใดอีก หลังจากใต้เท้าซูกลับไปนางก็ต้องกลับเข้ามาในคุกอีกครา ในใจหวังให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่นางคาดการณ์ “องค์หญิง ท่านแม่ทัพฝากให้หม่อมฉันนำจดหมายมาให้เพคะ” เซียนเซียนเอ่ยขึ้น ข้างหลังนาง “จดหมายรึ” นางพูด พลางหยิบจดหมายจากมือของเซียนเซียนเปิดอ่าน ในจดหมายมีเพียงคำพูดเดียวที่เขาเขียนมานั่นคือคำว่า ‘เงา’ “เงางั้นรึ” นางพูดขึ้นคนเดียว แววตาครุ่นคิด “องค์หญิง ท่านคงหิวแล้ว หม่อมฉันเอาหารมาให้ท่านด้วยนะเพคะ” นางบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “อาเซียน ขอบ
Read more
PREV
1
...
45678
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status