All Chapters of เมื่อมิอาจรั้งรัก: Chapter 21 - Chapter 30

47 Chapters

คู่แข่ง

หยุนซือเห็นเจ้านายตัวเองเดินเดินผิวปากกลับมาที่จวนได้แต่ทำหน้าสงสัยว่าเหตุใดถึงได้อารมณ์ดีมากถึงเพียงนั้น ทั้งที่ก่อนออกจากจวนไปเมื่อเช้ายังมีสีหน้าตึงเครียดเสียด้วยซ้ำ “มีเรื่องอะไรดี ๆ เกิดขึ้นหรือขอรับ” “นางต่อปากต่อคำกับข้าด้วยล่ะ เปลี่ยนไปเหมือนที่เจ้าว่าจริงด้วย” แม้ปากเอ่ยเช่นนั้นทว่ารอยยิ้มบนใบหน้ายังประดับประดาอยู่เช่นเดิม “แล้วเรื่องคุณชายอี้อันล่ะขอรับ เป็นเช่นไรบ้าง” “นางต่อว่าข้าเสียยกใหญ่ แต่โชคดีที่ลูกชายข้าเข้าอกเข้าใจข้าและยอมรับข้าเป็นพ่อแล้ว” “เร็วถึงขนาดนี้เชียวหรือขอรับ ไม่ทราบว่าท่านทำได้เช่นไร” หยุนซือถามด้วยความแปลกใจ “ลูกชายข้าย่อมต้องเหมือนข้าอยู่แล้ว สุภาพ อ่อนโยนและฉลาดเฉลียว ข้าบอกว่าจะพาเขาไปขี่ม้า อี้อันเลยยอมรับข้าเป็นพ่อน่ะ” เขาตอบอย่างอารมณ์ดี ช่างหลอกล่อง่ายทีเดียวเชียว “ที่ว่าคุณชายอ่อนโยน และสุภาพดูเหมือนว่าจะได้นิสัยจากฮูหยินมามากกว่ากระมัง” เขาอดขัดเจ้านายหนุ่มด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ “หยุนซือ!” “ขอรับ” “ให้คนเตรียมม้าไว้ให้ข้าด้วย ข้าจะพาล
Read more

สามคนพ่อแม่ลูก

“เรียกข้าทำไมหรือเจ้าคะ อย่าทำเหมือนกับว่าท่านมีใจให้ข้าด้วยการแสดงท่าทีเช่นนี้ ตัวท่านเองไม่เคยคิดอันใดกับข้าเสียด้วยซ้ำ หากแม่นางสกุลต่าง ๆ เห็นเข้าจะพาลเข้าใจผิดได้นะเจ้าคะ” วันนี้ทั้งวันจนกระทั่งถึงเวลากินข้าวเย็นชายหนุ่มเอาแต่ทำหน้ามุ่ยจนลูกชายถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้ เพราะบิดาของตนทำสีหน้าไม่สู้ดีนัก ต่างจากครั้งก่อนที่ชวนเขาคุยจ้อเสียมากมาย “ท่านพ่อ เป็นอะไรไปหรือขอรับ” “เป็นเพราะท่านแม่ของอี้อันใจร้าย ปันใจให้คนอื่น” “ท่านแม่ไม่รักท่านพ่อหรือขอรับ” เขาหันไปถามมารดาด้วยความใสซื่อ “เป็นเพราะท่านพ่อใจร้ายกับแม่ก่อน แม่เลยไปชอบพอคนอื่นแล้ว” นางตอบบุตรชายพลันทำให้คนที่ได้ฟังยิ่งใจฝ่อมากขึ้นกว่าเดิม เพราะคิดว่านางคงหลงรักเจิ้งเจ๋อมิ่งเข้าให้แล้ว พร้อมกับรู้สึกเจ็บปวดที่อกข้างซ้าย ความรู้สึกเช่นนี้หรือที่นางต้องเผชิญในอดีตเหตุใดถึงได้รู้สึกปวดร้าวมากถึงเพียงนี้ “แล้วอี้อันจะทำเช่นไร ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่รักกันแล้ว แสดงว่าไม่รักอี้อันด้วย” เด็กชายวันสามขวบกว่าร้องไห้ไปพลางพูดไปพลาง เมื่อคิดว่าทั้งคู่ไม่รักตัวเองเสียแ
Read more

คล้ายจะยอมรับความจริง

“แค่ให้ท่านแม่จุมพิตที่ปากของพ่อก็คงหายดี” เขาตอบยิ้ม ๆ อวี้จวินหรงส่ายหน้าระอา ก่อนที่จะลุกจากเตียง แต่ไม่ทันที่จะได้ทำเช่นนั้นแขนแกร่งของชายหนุ่มได้โอบเอวแล้วดึงรั้งนางเข้าไปหาตัวเสียก่อน พร้อมกับประทับรอยจูบที่ปากของนางด้วยความรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาของลูกชายวัยสามขวบที่จ้องไม่วางตา “เย้ ท่านพ่อหายดีแล้ว” เขาเอ่ยด้วยความดีใจ จนนางส่งสายตาดุ ๆ ไปให้ชายหนุ่มที่ฉวยโอกาสโดยที่นางไม่เต็มใจ “ในเมื่อเข้าข้างท่านพ่อเสียดิบดีเช่นนี้ ก็เก็บเสื้อผ้าไปอยู่กับท่านพ่อของเจ้าเถิด” นางบอกบุตรชายด้วยน้ำเสียงน้อยใจ “ถ้าอี้อันเก็บเสื้อผ้าไปอยู่กับท่านพ่อ ท่านแม่ก็ต้องไปด้วยนะขอรับ เพราะอี้อันรักท่านแม่มากกว่าท่านพ่อเสียอีก” เขาว่าพลางใช้ใบหน้าถูไถแก้มของมารดาด้วยความออดอ้อน ยิ่งแววตาเจ้าเล่ห์ฉายแววชัดไม่ต่างจากบิดา หนำซ้ำใบหน้ายังถอดแบบกันมาอย่างกับแกะ แม่อย่างนางไม่สามารถทำอันใดได้สักนิดอวี้จวินหรงขึ้นรถม้าที่คุณชายเจิ้งส่งมารับถึงที่จวน เฉียนหลงเว่ยได้แต่มองตามตาละห้อย แม้ในใจไม่อยากให้นางไปพบกับบุรุษผู้นั้น แต่ไม่สามารถหาเหตุผลใดมาอ้างได้ เขาจึงทำได้เพี
Read more

ใครบอกท่านกัน

เฉียนหลงเว่ยทราบข่าวว่านางจับไข้จึงได้คอยอยู่ดูแลข้างกาย เขาใช้ผ้าชุบน้ำบิดจนหมาดแล้วบรรจงเช็ดตัวให้นางเบา ๆ จวบจนรุ่งสาง นางลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการไข้ทุเลาลงก็สบเข้ากับร่างสูงใหญ่ของเขาที่นั่งหลับอยู่ข้างเตียง ใบหน้ายามหลับใหลของเขาทำให้ใจของนางเต้นระส่ำราวกับครั้งแรกที่พบกับเขา เมื่อตอนที่ยังเด็ก จวินหรงนำมือไปลูบที่แก้มของเขาแผ่วเบาคล้ายจะเสน่ห์หา กว่านางจะรู้ตัวว่าทำอันใดลงไปก็พบว่าร่างสูงที่นอนหลับใหลได้ตื่นขึ้นมาแล้ว “เจ้าดีขึ้นรึยัง” “ขอบคุณท่านที่อยู่ดูแลข้า” นับตั้งแต่วันนั้นท่าทีของชายหนุ่มดูแปลกไปไม่น้อย เดิมทีเขาจะคอยหาโอกาสมาออดอ้อนนางทุกครั้งที่มาที่เรือน ทว่าตอนนี้กลับต่างออกไป เฉียนหลงเว่ยแสดงท่าทีเย็นชาใส่นางอย่างเห็นได้ชัดและพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพบหน้านาง “ท่านพ่อ วันนี้จะอยู่กินข้าวเย็นกับอี้อันไหมขอรับ” “วันนี้เจ้าอยู่กินข้าวกับท่านแม่สองคนเถิด พ่อมีธุระต้องไปจัดการ” เขาตอบบุตรชาย โดยที่ไม่มองหน้านางเสียด้วยซ้ำ อีกไม่ถึงครึ่งเดือนชายหนุ่มต้องกลับเมืองหลวง หลังจากอาศัยอยู่ที่นี่เกือบ
Read more

ยาใจ

เด็กชายวัยสามขวบกลายเป็นยาใจรักษารอยร้าวให้ทั้งคู่ ความสัมพันธ์ของเขากับนางดีขึ้นตามลำดับ ดูเหมือนว่าตอนนี้นางเปิดให้เขาเกินครึ่งใจแล้วกระมัง จากที่ไม่เคยไยดีหรือใส่ใจบัดนี้นางกลับกลายเป็นอวี้จวินหรงคนที่คอยห่วงใยเขาเหมือนแต่ก่อน โดยที่ตัวนางเองไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ “อีกไม่กี่วันข้าต้องกลับเมืองหลวงแล้ว จวนท่านเจ้าเมืองได้จัดงานเลี้ยงส่งข้า หากเจ้าไม่รังเกียจก็เชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วยกันเถิด” “ข้าไม่ไปหรอกเจ้าค่ะ ท่านเจ้าเมืองไม่ได้ส่งเทียบเชิญมาที่เรือนข้า ข้าจะกล้าไปได้เช่นไร” “ทำไมจะไปไม่ได้เล่า ไปในฐานะว่าที่ฮูหยินของข้า” “ใครบอกท่านกัน ว่าข้าจะแต่งงานกับท่าน” อวี้จวินหรงขัดขึ้น เมื่อได้ฟังคำพูดตีเนียนของชายหนุ่ม ปากยังไม่เคยขอนางแต่งงานด้วยซ้ำ แต่กลับใช้งานเลี้ยงครั้งนี้เป็นข้ออ้างมัดมือชกนางเสียได้ “ข้าให้หยุนซือนำชุดที่จะใส่ไปงานเลี้ยงที่จวนเจ้าเมืองมาให้เจ้าที่เรือนแล้ว เจ้าก็ตัดสินใจเอาเองเถิดว่าอยากไปหรือไม่ หากเจ้าไม่ยินยอมข้าย่อมไม่บังคับ” เฉียนหลงเว่ยบอกหญิงสาว เขาพูดจาขอนางแต่งงานแบบอ้อม ๆ เช่นนี้ก็ถือว่ากล้าหาญ
Read more

ปกป้อง

“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ” น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเสียงดัง จนทั้งคู่หันมามองไปยังต้นเสียง “ตะ...ใต้เท้าเฉียน” “สวี่เหริน เกิดเรื่องอันใดงั้นหรือ ท่านแม่ของเจ้าสั่งให้ออกมาต้อนรับแขกมิใช่รึ” เสียงท่านเจ้าเมืองถามขึ้นอีกคน “แม่นางอวี้ผู้นี้ไม่มีเทียบเชิญ แต่ต้องการจะเข้าไปข้างในจวนเสียให้ได้ ข้าแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้นเจ้าค่ะ คนที่มีเทียบเชิญเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าร่วมงาน” “แม่นางผู้นี้ ใช่เถ้าแก่จากหอชวี่อวี้รึไม่” “เป็นข้าเองเจ้าค่ะ” “เทียบเชิญก็ไม่มี ยังจะหน้าด้านยืนอยู่อีก” สวี่เหรินอดค่อนแคะไม่ได้ “ตัวนางจะมีเทียบเชิญได้อย่างไร ในเมื่อเทียบเชิญอยู่ที่ข้า” เขาแทรกขึ้น “คนใจร้ายว่าท่านแม่” อี้อันพูดขึ้นตามประสาเด็ก ๆ จนสวี่เหรินหันขวับไปมองด้วยความไม่พอใจ “ที่ใต้เท้าเฉียนพูดเมื่อครู่หมายความเช่นไร” “เป็นเพราะข้ากับลูกล่วงหน้ามาก่อน แม่นางอวี้เดินทางมาทีหลังถึงไม่มีเทียบเชิญ” ยิ่งฟังชายหนุ่มพูดผู้คนที่ยืนอยู่ยิ่งงงงวยกันไปใหญ่ ว่าคำพูดที่เฉียนหลงเว่ยกล่าวหมายความเช่นไร
Read more

ตัดสินใจ

ขากลับทั้งสามคนนั่งรถม้าคันเดียวกันพร้อมกับเสียงพูดคุยกันดังขึ้นไม่ขาดสาย “ท่านพ่อ เมืองหลวงต่างจากที่นี่ไหมขอรับ” “จะว่าต่างก็ต่าง จะว่าไม่ต่างก็ไม่ต่าง” เขาตอบคำถามบุตรชาย อี้อันที่ได้ยินคำตอบได้แต่เกาหัวด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจสิ่งที่บิดาเอ่ยออกมา “ท่านพูดจาเช่นนี้ไม่เห็นหรือว่าลูกทำหน้างง” “ไว้อี้อันถึงเมืองหลวงคงรู้เองว่าต่างกันหรือไม่” เขาบอกกับลูกชาย “ข้าจะได้ไปเมืองหลวงหรือขอรับ” เขาหันไปถามทั้งบิดาและมารดาด้วยความตื่นเต้น “หากอี้อันอยากไปก็ย่อมได้” เป็นอวี้จวินหรงตอบ แล้วจ้องมองหน้าของชายหนุ่ม กระทั่งรถม้าจอดสนิทที่หน้าจวนของนางพร้อมกับเด็กชายตัวน้อยนอนหลับสนิทคาอกผู้เป็นพ่อ “ที่เจ้าบอกว่าจะให้อี้อันกลับเมืองหลวงพูดจริงหรือ” เขาถาม ขณะเดินตามหลังนางเข้ามาในจวน “เจ้าค่ะ” “เช่นนั้นเจ้าจะกลับไปด้วยกันใช่หรือไม่” ว่าพลางเดินไปดักหน้านางเอาไว้ “เจ้าค่ะ” “แสดงว่าเจ้าตัดสินใจแล้ว” “เจ้าค่ะ” “สรุปว่าเจ้าตัดสินใจเช่นไร” เฉียนหลงเว่ยถามตามตรง เมื่อนางเอาแต่ตอบคำเดิมซ้ำ ๆ “ข้าใส่ชุดที่ท่านนำมาให้ คำตอบยังไม่ชัดเจนพอหรือเจ้าคะ” นางตอบเขาทั้งรอยยิ้ม “ยัง ยังไ
Read more

เขากลับมาแล้ว

คำโปรย เสียงขลุ่ยแสนเศร้าดังล่องลอยตามสายลมมา พร้อมกับหัวใจของนางที่ขาดสะบั้นจนไม่เหลือชิ้นดี เมื่อได้รู้ว่าบุรุษที่ตนรักจะหมั้นหมายกับสตรีอื่นที่ไม่ใช่นาง อ้อมกอดแสนอบอุ่นที่เคยได้รับจากเขา ทว่าวันนี้พึ่งเข้าใจว่าอ้อมกอดนี้ไม่ใช่ของนางตั้งแต่แรก เมื่อเขาไม่รักคงถึงเวลาที่นางต้อง 'ปล่อยมือ' (เนื่องจากไม่ใช่เรื่องยาว ไรท์เลยจะอัปนิยยายเรื่อง "ปล่อยมือจากรัก" ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ฝากติดตามด้วยนะคะ อ่านตอนแรกด้านล่างค่ะ ***** เมื่อครึ่งปีก่อนองค์รัชทายาทพร้อมแม่ทัพหนุ่มมากความสามารถหลายคนยกทัพเข้าโจมตีพวกกบฏแคว้น เหลียงที่ชายแดนเหนือ จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ได้มีม้าเร็วส่งข่าวมายังเมืองหลวงเป็นข่าวดีเสียด้วย ออกรบครานี้องค์รัชทายาทสามารถรบชนะศัตรูได้ทำให้ฮ่องเต้ที่อยู่ในวังพอใจยิ่งนัก ในขณะเดียวกันกับครอบครัวเหล่านักรบที่รอคอยการกลับมาของพวกเขา รวมถึงซูหรงเองเช่นกัน นางรอคอยพี่ชายอย่างซูอันอยู่ที่หน้าจวนทุกวันนับตั้งแต่รู้ข่าว ขณะที่อีกใจรอคอยให้บุรุษที่นางตกหลุมรักกลับมาอย่างปลอดภัยเช่นกัน "นายท่าน ฮูหยิน คุณชายซูอันกลับมาแล้วขอรับ" ทันทีที่ได้ยินพ่อบ้านซุนเอ่ย ทั้งสามคนไม่ร
Read more

สักวันนางจะออกเรือนเช่นกัน

เมื่อได้ยินว่าพี่ชายของตนจะไปที่จวนสกุลเฉิน ซูหรงได้ตามไปด้วยถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลจะแน่นแฟ้นกันมากเพียงใด ทว่าอย่างไรเสียนางก็เป็นสตรี หากจะให้ไปที่นั่นตามลำพังคงไม่ดีสักเท่าใดนัก “เจ้าถืออะไรมาด้วยรึ” เขาถามน้องสาวหลังจากขึ้นมาบนรถม้า “ข้าได้ยินว่าช่วงนี้พี่ซือเฉียนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกฟันดาบกับพวกทหาร หากได้ดื่มชาดี ๆ สักจอกคงดีไม่น้อย” “ที่แท้ก็เป็นชา แล้วของพี่ชายอย่างข้าเล่า เจ้าคงไม่ลืมพี่ชายคนนี้ไปแล้วใช่รึไม่” “ชาที่ข้านำมาท่านพี่เคยดื่มแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ อีกอย่างท่านมีท่านแม่คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง มีหรือจะขาดแคลนของพวกนี้” “พูดไปพูดมา ข้ากลายเป็นคนผิดเสียอย่างนั้น” ทันที่เดินทางมาถึงซูหรงไม่ได้สนใจคำพูดของพี่ชายที่พร่ำบ่นน้อยอกน้อยใจนางนับตั้งแต่นั่งรถม้ามาด้วยกัน เพราะตอนนี้สิ่งที่นางสนใจมีเพียงพี่ซือเฉียนเท่านั้น “มองหาอะไรอยู่หรือ” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นจากดานหลัง ทำให้หญิงสาวไปมองก็พบว่าเป็นคนที่ตัวเองกำลังมองหาอยู่ “พะ...พี่ซือเฉียน” “เจ้าก็มาด้วยหรือ ข้านึกว่าพี่ชา
Read more

ท่านรู้มาก่อนหรือไม่

“เจ้านี่น่ารักจริง ๆ” ฮูหยินเฉินกล่าวชม เพราะมีหญิงสาวทำให้ชีวิตสตรีย่างวัยชราอย่างนางมีชีวิตชีวาขึ้น นางพอรู้มาบ้างว่าซูหรงชอบพอลูกชายตัวเอง พอคิดถึงเรื่องแต่งงานทีไรเป็นต้องถอนหายใจด้วยความเสียดาย เพราะคนที่สามีนางตั้งใจอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้ไม่ใช่ซูหรงแต่เป็นสือจื่อ หลัน ด้วยเหตุนี้ทำให้หญิงสาวต้องเดินทางไกลมาถึงเมืองหลวงเพื่อหมั้นหมายกับซือเฉียน “น้องซูหรงอายุถึงวัยออกเรือนแล้ว ไม่ทราบว่าเจ้ามีคู่หมั้นแล้วหรือยัง” “ยังเจ้าค่ะ ตอนนี้ข้ายังไม่ได้คิดเรื่องแต่งงาน” “อย่างนั้นหรือ แต่ข้าต่างกับเจ้าตรงที่มีคนที่จะหมั้นด้วยแล้ว” “เป็นผู้ใดหรือเจ้าคะ” นางถามเป็นมารยาท เดิมทีใช่ว่านางจะสนใจเรื่องของคนอื่น แต่พอได้ยินคำถามตรงไปตรงมาของคนตรงหน้าจึงอดถามกลับมิได้ “เจ้าคงรู้จักดี ก็พี่ซือเฉียนอย่างไรเล่า ที่ข้ามาที่นี่ก็เพราะเหตุนี้อีกไม่นานข่าวคงได้แพร่ออกไป” “จริงหรือเจ้าคะ” ซูหรงหันไปถามฮูหยินเฉิน แม้ตอนแรกนางจะมีท่าทีอึดอัดใจที่จะเอ่ย แต่ถึงอย่างไรช้าเร็วซูหรงคงรู้เข้าอยู่ดีว่าคนที่นางรักมีคู่หมั้นแล้ว
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status