All Chapters of เมื่อมิอาจรั้งรัก: Chapter 61 - Chapter 70

99 Chapters

ลอบเข้าวัง

ค่ำคืนรักแสนร้อนแรงผ่านพ้นไป ทั้งคู่นอนกอดกันแน่นบนเตียงไม้เก่า ๆ ในกระท่อมร้าง ครั้นลืมตาตื่นขึ้นมา หนิงอันเห็นเขานั่งจ้องนางอยู่ไม่ห่าง “ท่านตื่นแล้วรึ” เขาถาม แววตาเจ้าเล่ห์จ้องลึกเข้ามาในตานาง “หยุดจ้องหน้าข้าได้แล้ว” นางว่าอย่างเขินอาย เมื่อคืนกว่าเขาจะปล่อยให้นางได้นอนหลับก็เกือบรุ่งสาง เช้านี้นางจึงรู้สึกงัวเงียเป็นพิเศษ “นี่ชุดของท่าน ข้าจะไปรอท่านด้านนอก” เขาบอกนาง พลางยื่นชุดสีจืดชืดมาให้นาง ชุดของสตรีสามัญชน เมื่อเห็นชุดนางก็รู้ในทันทีเลยว่านางต้องปลอมตัวเป็นคนธรรมดา เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง “ท่านเอาชุดนี้มาจากที่ใดกัน” “อ่อ จงรุ่ยเอามาให้น่ะ ตอนนี้เขาก็รอท่านอยู่ด้านนอกกับหลงชิ่ง” เขาตอบนาง แล้วเปิดประตูออกไป นางรีบสวมชุดที่เขาเอามาให้ในทันที เมื่อเปลี่ยนเสร็จจึงเดินออกไปนอกกระท่อมก็พบเข้ากับพวกเขาทั้งสามคน “องค์หญิง ท่านหิวรึไม่ กระหม่อมเตรียมอาหารไว้ให้ท่านด้วย” จงรุ่ยถามนาง “ขอบใจ แล้วพวกเจ้ากินรึยัง” นางกล่าวขอบคุณเขา “เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หลงชิ่งกับจงรุ่ยตอบ
Read more

คลี่คลาย

“ฝ่าบาท องค์หญิงหนิงอันขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” อวี้กงกงที่ยืนอยู่หน้าประตูท้องพระโรงรายงานเสียงดัง “ให้นางเข้ามา” ทันทีที่นางย่างกรายเข้ามาในท้องพระโรง ใต้เท้าจ้าวดูเหมือนว่าจะตกใจมากกว่าใคร “นางเข้าวังมาตั้งแต่เมื่อใดกัน” เขาพูดกับตัวเองด้วยความตกใจ “ข้าเข้าวังมาเมื่อวาน” นางตอบเขาเสียงนิ่ง แล้วเดินผ่านหน้าเขาไป “หนิงอัน เจ้ามีอะไรรึ ถึงได้มาที่นี่” ฮ่องเต้ถามนาง “หม่อมฉันมาล้างมลทินให้ตัวเองเพคะ” “ฮ่า ๆ มาล้างมลทินงั้นรึ ทั้งที่ตัวพระองค์เองเป็นผู้กระทำความผิดอย่างนั้นรึพ่ะย่ะค่ะ” ใต้เท้าจ้าวหัวเราะเยาะ “ข้าผิดจริงรึไม่ เดี่ยวพวกท่านที่อยู่ในที่นี้ก็จะรู้แจ้งเอง” “ฝ่าบาท หม่อมฉันขอประทานอนุญาต” “ข้าอนุญาต” “ขอบพระทัยเพคะ จ้าวรุ่ย เจ้าเอาสิ่งนั้นเข้ามาซิ ข้าอยากรู้นักว่าคนชั่วที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้จะปฏิเสธความผิดนี้เช่นไร” “นี่พ่ะย่ะค่ะ” จงรุ่ยถือหลักฐานส่งให้นาง หนิงอันรับหลักฐานนั้นเองกับมือ แล้วยื่นให้ฝ่าบาทดู ฮ่องเต้ที่เห็นหลักฐานที่บ่งบอกตัวคนทำผิดอย
Read more

เกือบจะไปได้ดี

ครั้นรุ่งขึ้น หนิงอันกลับมาอยู่ที่จวนตระกูลเว่ยที่เมืองหลวง นางกับเว่ยเฉิงยังไม่ได้เดินทางกลับชายแดน เหตุเพราะไทเฮาทรงคิดถึงนาง ฮ่องเต้จึงทรงอนุญาตให้นางกับเขาอยู่ในเมืองหลวงต่ออีกสามวัน นางกับเว่ยเฉิงกำลังพูดคุยกันอยู่ในเรือน จนหลงชิ่งมารายงานข่าวจากในวังให้ทั้งคู่ทราบ “บ่าวมีข่าวมารายงานขอรับ” “ว่ามา” “ฝ่าบาททรงสั่งประหารใต้เท้าจ้าวกับใต้เท้าเยว่ ส่วนครอบครัวของเขาถูกปลดไปเป็นทาสขอรับ” “งั้นรึ” “สมควรแล้ว เขาทำชั่วมามากมายถูกประหารถือว่าเหมาะสมแล้ว” หนิงอันเอ่ยขึ้น เมื่อได้ยินบทลงโทษของคนทั้งสอง “ฮูหยิน เจ้าสบายใจแล้วใช่หรือไม่” เว่ยเฉิงถามยิ้ม ๆ “ยังหรอก ยิ่งใต้เท้าจ้าวถูกประหาร ท่านคิดว่าคนผู้นั้นจะปล่อยให้ข้ามีชิวิตอยู่งั้นรึ” “คนผู้นั้นที่ท่านพูดถึง หรือว่าจะเป็น...” นางพยักหน้าตอบเขาเป็นนัย ๆ แล้วพูดขึ้นมาว่า “เราต้องระวังตัวให้มากขึ้น ยามต้องออกเดินทางกลับชายแดน” จ้าวกุ้ยเฟยที่รู้ว่าพี่ชายของตนจะถูกประหาร นางเดินทางไปเข้าเฝ้าฝ่าบาททันทีด้วยความร้อนใจ ถึงกระนั้นฮ่องเต้ก็ไม่ให้นาง
Read more

ตอนจบ

สามเดือนผ่านไป หลังจากที่ทุกอย่างจบลงนางกับเว่ยเฉิงได้ใช้ชีวิตสงบสุขที่ชายแดน ฝ่าบาททรงส่งจ้าวกุ้ยเฟยเข้าตำหนักเย็น นางทำใจไม่ได้ที่ถูกลงโทษเช่นนั้น จนกลายเป็นคนเสียสติอยู่ในตำหนักเย็น กระทั่งวันหนึ่งนางได้จากไปด้วยโรคฝีดาษ ฝั่งขององค์หญิงเซียวซี นางย่างกรายไปที่ใดก็ถูกผู้คนติฉินนินทา และดูถูกไม่เว้นแต่ละวัน นางทนความอัปยศอดสูที่เกิดกับตัวเองไม่ไหว จึงขอองค์ฮ่องเต้แต่งงานไปยังแคว้นอื่น คนที่ลุ่มหลงในยศศักดิ์เช่นนางมีหรือจะยอมให้ผู้อื่นดูแคลน หนิงอันอ่านจดหมายที่ฮองเฮาส่งมาให้จนจบ ก่อนจะวางลง นางเหม่อมองท้องฟ้า คิดในใจว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตล้วนอยู่ที่การกระทำของตน จะอยู่สูงหรือต่ำ คนที่จะชี้ชะตาให้ได้ เห็นทีคงมีแต่ตัวเอง... “ฮูหยิน เจ้าคิดอะไรอยู่รึ” เว่ยเฉิงที่กลับมาจากค่ายทหารถามขึ้น พร้อมกับสวมกอดนางจากด้านหลัง “ข้าเพียงคิดว่า ข้าช่างโชคดีนักที่ได้แต่งงานกับท่าน ท่านไม่เหมือนบุรุษอื่น” “ข้าไม่เหมือนบุรุษอื่นยังไงรึ” “ท่านรักข้า ใส่ใจข้า คอยดูแลข้า และที่สำคัญท่านไม่มีอนุมาให้ข้าคอยรำคาญใจ” “ข้าเคยบอกท่านตั้งแต่คราแรกที่ท่านเ
Read more

ไม่ต้องใส่ใจ

เรื่อง บุปผาร้ายของท่านอ๋อง หวังหลี่น่านั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะของตนเองอย่างขะมักเขม้น จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึงตีสาม นี่เป็นวันที่เจ็ดแล้วที่เธอแทบไม่ได้นอน ด้วยอาชีพฟรีแลนซ์ทำให้เธอทำงานอย่างไม่เป็นเวลา ยิ่งช่วงงานชุกแบบนี้ยิ่งไม่มีเวลานอน พอหลับก็ชอบฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับเธออย่างกับแกะ แถมยังสวมชุดจีนโบราณ แต่ละครั้งที่ฝันมักเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของผู้หญิงคนนั้น จนบางครั้งเธอก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับคราบน้ำตา ยามนี้จิตใจของเธอไม่ได้อยู่กับงานตรงหน้า ทว่าจมดิ่งอยู่กับเรื่องราวตรงนี้จนผล็อยหลับเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด “คุณหนู ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” เสียงหวังเยี่ยนปลุกเธอให้ตื่นจากห้วงแห่งความฝัน เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองอยู่สถานที่ไม่คุ้นตา มองไปทางไหนก็เห็นแต่ข้าวของเครื่องใช้ยุคโบราณ หวังหลี่น่ากระเสือกกระสนลุกออกจากเตียงเดินไปหน้ากระจกบานใหญ่ก็เห็นตนเองในสภาพหัวฟูเหมือนรังนกก็ไม่ปาน ทั้งยังสวมชุดโบราณอีกด้วย! “ที่นี่คือที่ไหน” “จวน
Read more

หาคู่หมายโดยเร็ว

“ท่านแม่ ท่านมาได้อย่างไรกัน” เยว่เต๋อตงถามด้วยความเป็นห่วง เหตุเพราะมารดาของตนเองป่วยด้วยโรคชรามานาน “ข้าก็มาดูหน้าคนที่อยากจะเฉดหัวหลานสาวข้าจนตัวสั่นน่ะสิ” “ท่านย่า เชิญนั่งก่อนเจ้าค่ะ” เธอว่า ก่อนจะลุกจากที่นั่งเดินไปพยุงคนชราให้ลงมานั่งข้างกัน “ข้าได้ยินว่าซูฮวาถูกคุณชายตระกูลเฉินถอนหมั้น ในใจหวังมาปลอบโยนนางเสียหน่อย แต่กลับได้ยินลูกสะใภ้ที่ตัวเองเลือกเองกับมือกล่าววาจาใจแคบกับเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเยว่ได้ลงคอ ช่างน่าผิดหวังเสียจริง” “ท่านแม่ ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงไม่อยากตระกูลเยว่เสื่อมเสียก็เท่านั้น จึงเผลอพลั้งปากพูดเช่นนั้นออกไป” “เอาล่ะ ข้าขอบอกพวกเจ้าสองคนให้ชัดเจนเสียวันนี้ หากข้าได้ยินผู้ใดเอ่ยวาจาดูถูกหลานข้าอีกล่ะก็ มันผู้นั้นก็อย่าได้หวังว่าจะได้อยู่เสวยสุขที่จวนนี้อีกเลย” บอกด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ แล้วหันมาบอกให้หลานรักไปรอตนที่เรือน “ซูฮวา เจ้ากลับไปรอย่าที่เรือนก่อนเถิด ย่ามีเรื่องจะคุยกับอาของเจ้าหน่อย แค่สองคน” เหล่าฮูหยินเอ่ยประโยคท้ายสุด เมื่อเห็นว่าลูกสะใภ้ของตนไม่มีทีท่าจะออกจากห้องโถง
Read more

สูญเสีย

“แค่ก ๆ” ฮูหยินผู้เฒ่าไอใส่ผ้าเช็ดหน้าไม่หยุด อาการของนางเริ่มทรุดลงเรื่อย ๆ ครั้นเปิดผ้าดูก็พบรอยเลือดสีแดงติดอยู่ “ฮูหยิน” เซียวอวี๋สาวใช้คนสนิทเอ่ยเรียกอย่างตกใจที่เห็นเลือด “เห็นทีนางคงอยากให้ข้าตายไว ๆ ถึงได้ให้คนใส่ยาพิษในยาของข้าเพิ่ม” “ฮูหยิน ในเมื่อท่านรู้ว่ายานั่นมีพิษ แล้วเหตุใดจึงกินล่ะเจ้าคะ” “ที่ข้ายอมกินเพระข้ารู้ตัวดีว่าสุขภาพของข้าเป็นเช่นไร ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะขัดขืน” พูดจบก็ยื่นของบางอย่างให้สาวใช้ เซียวอวี๋รับของสิ่งนั้นมาเก็บไว้กับตัว “ข้ามีเวลาไม่มากแล้ว” “ฮูหยิน ท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้เลยนะเจ้าคะ” “หากข้าไม่ทำเป็นคล้อยตาม ทุกอย่างจะไปลงที่ซูฮวา ข้าใช้ชีวิตคุ้มค่าแล้ว แต่หลานข้านางยังไม่เคยแม้แต่จะได้ออกจากจวนอย่างอิสระ ข้าหวังเพียงให้นางได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็ไม่เสียใจ” “ท่านอย่าพูดเป็นลางร้ายเช่นนี้สิเจ้าคะ หากตระกูลเยว่ขาดท่านไป แล้วคุณหนูจะมีใครให้พึ่งพิงล่ะเจ้าคะ นายท่านไม่ค่อยอยู่ติดกับเรือนด้วย นานทีปีหนถึงจะได้กลับมาสักครา” “
Read more

ออกจากจวน

หวังหลี่น่าจ้องมองป้ายหน้าจวนอีกครา ก่อนจะตัดใจหมุนตัวกลับขึ้นรถม้า ทว่าเสียงของฮูหยินเยว่ดังขึ้นเสียก่อน “เยว่ซูฮวา เจ้าคิดว่าข้าจะให้เจ้าไปอยู่ที่นั่นอย่างสุขสบายงั้นรึ อาจิง เจ้าไปตรวจดูข้าวของที่นางนำติดตัวไปด้วย ว่ามีของมีค่าอันใดหรือไม่” เมื่อได้ยินคำสั่งนายหญิงของตน สาวใช้ผู้นั้นรีบแจ้นทำตามคำสั่งด้วยความรวดเร็ว “เรียนฮูหยิน ข้าพบเงินสองร้อยตำลึงเงินอยู่บนรถม้าของคุณหนูเจ้าค่ะ” “แล้วเกวียนพวกนั้นล่ะ เจอของมีค่าอันใดหรือไม่” “พบเพียงเครื่องประดับ ปิ่นปักผม กับอาภรณ์เจ้าค่ะ ท่านจะให้บ่าวนำออกมาไหมเจ้าคะ” “ไม่ต้อง ข้าจะคอยดูว่าพอเจ้าไปถึงที่นั่นแล้ว จะหาที่ขายเครื่องประดับพวกนั้นอย่างไร” เจียฝูยิ้มเยาะ ที่เรือนแห่งนั้นรายล้อมไปด้วยป่าและหุบเขา หาได้มีบ้านเรือนอยู่แถวนั้นไม่ ถึงนางจะหาที่ขายเครื่องประดับพวกนั้นให้ตายก็หาไม่เจอ “ท่านทำเกินไปรึไม่” นางถามอย่างไม่พอใจ “เกินไปงั้นรึ นี่ยังถือว่าข้าใจดีกับเจ้ามากไปด้วยซ้ำ อย่าลืมสำนึกบุญคุณข้าด้วยล่ะ” “ท่านอาสะใภ้ไม่ต้องเป็นห่วง เยว่ซูฮว
Read more

แม้ไม่อยากช่วย แต่ก็ต้องทำ

“โชคดีที่ยังไม่ตาย” ว่าพลางถอนหายใจ เธอก้มลงมองมือข้างนั้นของเขา ก่อนจะเอามือของเขาออก จนเผยให้เห็นรอยเลือดมากมายตรงเอวข้างขวาของชายคนนั้น แล้วพยุงร่างสูงขึ้นนั่งพิงผนัง ไม่รอช้าหวังหลี่น่าฉีกชายกระโปรงของตนออก จากนั้นนำไปพันทับรอบเอวของชายแปลกหน้าอย่างไม่มีทีท่ารังเกียจ เมื่อพันแผลเสร็จก็รุกนั่งข้างชายหนุ่ม นำหัวของเขามาพิงที่ไหล่ของตนเอง เพื่อให้เขาหลับสบายยิ่งขึ้น ก่อนจะเผลอหลับไปจนรุ่งอรุณ “ท่านตื่นตั้งแต่เมื่อใดกัน” เสียงหวานเอ่ยถาม เมื่อเห็นบุรุษที่นอนอยู่ข้างกายเมื่อคืน บัดนี้กลับกำลังมองหน้าของเธออยู่ ทั้ง ๆ ที่ใบหน้ายังซีดเผือดเพราะพิษบาดแผล “เมื่อครู่” “แผลของท่านเป็นอย่างไรบ้าง เลือดหยุดไหลแล้วหรือยัง” “เลือดหยุดไหลแล้ว ขอบคุณแม่นางที่ช่วยเหลือ” “ท่านจะไปที่ใดรึ” เธอถามขึ้น เมื่อเห็นเขาหยัดกายยืนขึ้น “ข้าจะออกไปดูลาดเลาข้างนอกหน่อย” “รอเดี๋ยว ข้าพอจะมียารักษาบาดแผล ทายาก่อนเถิดแล้วค่อยออกไป” เอ่ยอย่างเป็นห่วง เขาจึงยืนรออยู่ที่เดิม หวังหลี่น่าเปิดผ้าที่เธอพันแผลที่เอวของเขาออ
Read more

ดั่งที่คิด

“คุณหนู” เสียงหวังเยี่ยนดังมาแต่ไกล ก่อนตัวของนางจะปรากฏเสียอีก “หวังเยี่ยน เจ้าไปอยู่ที่ใดมา ข้าเป็นห่วงเจ้ามากรู้หรือไม่” “ข้าได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยังดีที่ได้เขาช่วยชิวิตไว้ มิเช่นนั้นเห็นทีข้าคงไม่ได้กลับมาหาคุณหนูอีกแล้ว” “เจ้าบาดเจ็บงั้นรึ” ว่าแล้วก็จับตัวนางมายืนใกล้ ๆ สำรวจร่างของหญิงสาวตรงหน้า ก็พบบาดแผลมากมายบนลำตัวของนาง “นี่น่ะหรือ บาดเจ็บเล็กน้อยของเจ้า” เธอเอ่ยเสียงสะอื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม หากหวังเยี่ยนเป็นอะไรไปเธอคงไม่ให้อภัยตัวเอง “คุณหนู อย่าร้องไห้เลยเจ้าค่ะ บ่าวไม่ได้เป็นอันใดมากเสียหน่อย” บอกกับคุณหนูของตน พร้อมกับเข้าสวมกอดกันอย่างไม่อายสายตาของบุรุษทั้งสองคนที่ยืนมองพวกนางอยู่ “กลับกันเถิด” “กลับงั้นรึ” เธอถามย้ำ เมื่อร่างสูงตรงหน้าเอ่ยเพียงสั้น ๆ ทำราวกับว่ารู้จักนางมานานเสียอย่างนั้น “หากเจ้าไม่กลับตอนนี้ เห็นทีคงไม่มีที่ให้กลับไปอีกแล้ว” “นี่ท่านหมายความว่าเยี่ยงไร” “ข้าคิดว่านักฆ่าเมื่อคืนมันต้องย้อนกลับมาทำร้ายเจ้าแน่ หากเจ้ายังอยู่ที่นี่โอกาสที่จะมีค
Read more
PREV
1
...
5678910
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status